Gate of God - ตอนที่ 1126 ซิงเทียนและฉงฉี
ตอนที่ 1126 ซิงเทียนและฉงฉี
ทุกคนมองไปที่ฉือกูเหยียน
นี่เป็นครั้งแรกที่ซิงเทียนถูกโจมตีร่างกายมหึมาของเขาเซไปด้านหลัง
ฉือกูเหยียนแข็งแกร่งเกินไป!
แม้แต่ฉงฉีเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
”พี่เหยียน!”ปิงหยางตะโกนออกมาด้วยความยินดี อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ละเลยเต๋าวู่ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
”ตู้ม!”ปิงหยางและเหยียนซิวโจมตีแทบจะในเวลาเดียวทั้งด้านซ้ายและขวาขณะที่มันยังไม่ทันตั้งตัว
ร่างของเต๋าวู่สั่นสะท้าน
การลอบโจมตีของมันไม่สำเร็จเพราการผสานการโจมตีของทั้งสองคนทำให้ร่างของมันต้องล่าถอยไปด้านหลัง
”โฮก!”เต๋าวู่ย่อตัวและพร้อมกระโจนออกไปอีกครั้ง
ด้านปิงหยางและเหยียนซิวพวกเขากระโจนตามเต๋าวู่ไปในทันที พวกเขาไม่เกรงกลัวแม้ศัตรูจะเป็นถึงหนึ่งในอสูรร้ายจากยุคโบราณ
ด้านซิงเทียนเขาถูกหางงูขนาดใหญ่พลิกตัว อย่างไรก็ตามเขาก็ฝืนยืนหยัดขึ้นมาได้อีกครั้ง
”โจมตี!”ซิงเทียนคำรามและถือขวานขึ้นเตรียมจะฟันใส่ฉือกูเหยียน
อย่างไรก็ตามในครั้งนี้เขาดึงโล่ขึ้นมาป้องกันบริเวณไหล่ดูเหมือนเขาจะเรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งก่อน
ใบหน้าของฉือกูเหยียนซีดขาว
พลังของนางลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ป้องกันการโจมตีของซิงเทียนไปอย่างไรก็ตามนางไม่สามารถขยับไปจากตรงนี้ได้เพราะฟางเจิ้งจือนอนอยู่ด้านหลัง
ดวงตาของฉงฉีแผ่จิตสังหารออกมาอีกครั้งทุกอย่างเป็นไปตามแผนของมัน ฟางเจิ้งจือ ฉือกูเหยียนและคนอื่นๆบาดเจ็บอย่างหนักหลังจากที่สู้กับซิงเทียน
ยิ่งไปกว่านั้นฟางเจิ้งจือยังถูกซิงเทียนหมายหัว
ผลลัพธ์นั้นดีกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้มากนัก
แม้ว่าฉือกูเหยียนจะเป็นอุปสวรรค์แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าเมื่อไรนางจะล้มลง
การโจมตีอันบ้าคลั่งของซิงเทียนทำให้สุดท้ายฉงฉีกลับกลายไปอยู่ฝ่ายเดียวกับซิงเทียนอย่างไม่ได้ตั้งใจ
”หนานกงมู่นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการจะเห็นงั้นรึ? ถ้าฟางเจิ้งจือถูกฆ่า ซิงเทียนและเจ้าจะเป็นเป้าหมายต่อไป!” เสียงของมู่ฉิงเฟิงดังขึ้น
เขาถูกรุมโจมตีด้วยเทพอสูรและปีศาจที่ถูกควบคุมโดยหงโหย่ว
ความตายของพวกเขา…
นั้นได้ถูกลิขิตไว้แล้ว ความหวังของมนุษย์นั้นเลือนลางเต็มที
อย่างไรก็ตามเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับมันง่ายๆ
”ข้า…”การแสดงออกของหนานกงมู่เปลี่ยนไป
เขารู้สึกหงุดหงิดกับความจริงที่ว่าฟางเจิ้งจือใช้ประโยชน์จากเขาเพื่อควบคุมซิงเทียนแต่เขาก็ตระหนักกับสิ่งที่หนานกงมู่พูดเช่นกัน
’หลังจากที่ฟางเจิ้งจือตาย…’
’รายต่อไปก็คือเขากับซิงเทียน?’
หนานกงมู่ไม่ได้โง่เขลาเขาไม่ต้องการฟังมู่ฉิงเฟิง แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะมันเป็นความจริง
หากฟางเจิ้งจือได้รับการยืนยันว่าตายแล้วมนุษย์ที่เหลือก็เหมือนตายไปแล้วด้วยเช่นกัน คนเดียวที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อปีศาจและอสูรคือซิงเทียนและตัวเขาเอง
ซิงเทียนสามารถเอาชนะเผ่าอสูรและปีศาจทั้งหมดได้หรือไม่?
หนานกงมู่พิจารณาถึงคำถามนี้อย่างไรก็ตามยิ่งคิดเท่าไรเขาก็ยิ่งสับสนราวกับสมองกำลังจระเบิด
”อ๊าก!!!”หนานกงมู่ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว เขาอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความคิดที่แตกต่างกันสองอย่างกำลังปะทะกันอยู่ในหัวของเขา
ตอนนี้ซิงเทียนได้ไปถึงฉือกูเหยียนแล้ว
”ตู้ม!”ขวานถูกฟาดลงไปที่พื้น
ฉือกูเหยียนบังการโจมตีนั้นโดยไม่ลังเลดาบยาวของนางเปล่งประกาย
รับขวานยักษ์นั้นไว้
จากนั้น…
เคร้ง!
หลังจากป้องกันการโจมตีสองครั้งติดต่อกันดาบเล่มนั้นก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป มันแตกออกเป็นสองส่วน ฉือกูเหยียนหน้าซีดขาวยิ่งกว่าเดิมตอนนี้นางไม่มีอาวุธแล้ว
ริมฝีปากของนางคล้ำขึ้นเล็กน้อยหยกเลือดไหลออกมาจากมุมปาก
”ฮ่าฮ่าพวกเจ้ากำลังจะตายในไม่ช้า!” ฉงฉีหัวเราะเสียงดังขณะที่เข้าโจมตีฉือกูเหยียน
ฉือกูเหยียนกัดริมฝีปากแน่น
หลังจากสกัดกั้นการโจมตีครั้งที่สองของซิงเทียนมือของนางสั่นเทาอย่างรุนแรง อวัยวะภายในของนางกำลังปวดร้าวเป็นอย่างมากราวกับถูกไฟไหม้
กระนั้นฉงฉีก็ใช้โอกาสนี้เพื่อลอบโจมตีนาง
ความโหดร้ายของมันนั้นเกินกว่าที่ใครจะเทียบได้
อย่างไรก็ตามนางไม่มีเวลามาคิดอะไรมากนักนางเหวี่ยงหางงูออกไปเพื่อขวางฉงฉีเอาไว้ ปั้ง!ร่างของฉงฉีถอยหลังไปเกือบเจ็ดถึงแปดก้าว รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นบนกรงเล็บของมัน
ฉงฉีตกใจมาก
เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามนุษย์ตรงหน้ายังมีพลังเหลืออยู่แค่ไหนหลังจากที่รับการโจมตีของซิงเทียนไปถึงสองครั้ง
นางน่ากลัวเกินไป!
นางมีพลังมากกว่าฟางเจิ้งจือรวมถึงความแน่วแน่ในดวงตาคู่นั้น ฉงฉีต้องยอมรับว่านางนั้นต่อกรได้ยากกว่าฟางเจิ้งจือเสียอีก!
เขาต้องฆ่านางเพื่อตัดปัญหา
ฉงฉีกระพือปีกขึ้นและเตรียมจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อจัดการฉือกูเหยียน
ตอนนั้นเองที่ซิงเทียนเข้ามาโจมตีฉือกูเหยียนอีกครั้งมันเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้
แต่ครั้งนี้ซิงเทียนดูเหมือนบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม เขาวางโล่ลงบนพื้นและใช้ทั้งสองมือจับด้ามขวานเพื่อฟาดใส่ฉือกูเหยียน
มันทำให้นางต้องใช้สองมือกางม่านพลังเพื่อรับการโจมตีนั้นไว้
ปั้ง!
พลังอันรุนแรงทำให้ฉือกูเหยียนไม่สามารถยืนหยัดได้ร่างของนางถูกดันถอยหลังไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกระแทกเข้ากับหินก้อนหนึ่งจนมันยุบเข้าไป
จากนั้นซิงเทียนก็ยกขวานขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้เขามีเพียงสิ่งเดียวในใจ
ฆ่าฟางเจิ้งจือ
ใครก็ตามขวางเขาต้องตาย
ฟุ้บ!ฉือกูเหยียนขยับหางงูเพื่อพันขวานของซิงเทียนเอาไว้อีกครั้ง
”โอกาสที่ดีเยี่ยม!”ดวงตาของฉงฉีส่องสว่าง
ฉือกูเหยียนวางมือทั้งสองข้างไว้เพื่อสร้างม่านพลังหางงูของนางก็พันด้านขวานของซิงเทียนอยู่
นางไม่มีทางทำอะไรฉงฉีได้แล้ว
และมันก็ไม่คิดจะแสดงความเมตตา
มันกางกรงเล็บออกและเริ่มเคลื่อนไหว
ร่างของมันพุ่งไปที่หัวของฉือกูเหยียนราวกับดาวตก
”ตาย!”ฉงฉีอ้าปากเพื่อจะกัดหัวของฉือกูเหยียน
”พี่เหยียน!”
”กูเหยียน!”
”ฉือกูเหยียน!”
เสียงที่กังวลของปิงหยางมู่ฉิงเฟิงและเหยียนซิวดังขึ้นแทบจะพร้อมๆกัน พวกเขาทั้งหมดต้องการช่วยฉือกูเหยียนแต่ทำไม่ได้เพราะติดพันอยู่กับศัตรู
”ฉงฉีเจ้ากล้าดียังไง!”ซวนหยวนห้าเคลื่อนไหวด้วยความกังวล เขาคว้ามู่ฉิงเฟิงและพุ่งไปหาฉือกูเหยียน
เขายอมทิ้งการป้องกันจากเหล่าอสูรและปีศาจ
อย่างไรก็ตามฉงฉีนั้นเร็วเกินไป
แม้แต่ซวนหยวนห้าก็ไม่สามารถไปถึงตัวฉือกูเหยียนได้ทันจากตรงที่พวกเขาอยู่นั้นไกลจากฉือกูเหยียนเกินไป
แค่จินตนาการถึงกลิ่นเลือดสดๆจากฉือกูเหยียนที่ไร้หัวมันทำให้ฉงฉีตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะเป็นจริงเขาก็ได้ยินเสียงตะโกน
”ตรึง!”
ฉงฉีรู้สึกว่าหัวของมันถูกควบคุมด้วยพลังที่มองไม่เห็นในทันที
ปากของมันเปิดออก
แต่ไม่สามารถปิดได้
ขณะเดียวกันมันเห็นฉือกูเหยียนถอนมือด้านขวาออกมาจากม่านพลัง
จากนั้นก็ชี้นิ้วมาที่หัวของฉงฉี
ตู้ม!ตู้ม! ตู้ม! เสียงระเบิดดังขึ้น
ร่างของฉงฉีกระเด็นขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะล้มลงบนพื้นจนหินรอบๆแตกออก
เลือดไหลออกมาจากมุมปากของมันนอกจากความจริงที่ว่ามันแพ้ซิงเทียน นี่อาจจะเป็นอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายที่สุดหลังจากที่กินผลไม้เทพเจ้าเข้าไป
มันรู้สึกราวกับมีคลื่นอากาศนับไม่ถ้วนล้อมรอบร่างกายเอาไว้กรงเล็บทั้งสี่ชูขึ้นฟ้า บนหน้าผากของมันมีรูสีแดงเลือด
ร่างกายของมันไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย
ทั้งขาแขน ปาก…
ฉงฉีไม่คาดคิดว่าการโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของมันจะถูกฉือกูเหยียน’ตรึง’เอาไว้
มันพยายามดิ้นรนเพื่อปลดปล่อยพันธนาการที่มองไม่เห็นบนร่างมันต้องการพุ่งไปด้านหน้าอีกครั้งเพื่อฆ่าฉือกูเหยียน อย่างไรก็ตามมันพบว่ามีร่างหนึ่งบังมันเอาไว้
ฉงฉีตัวแข็งค้างตอนแรกมันดีใจที่เห็นฉือกูเหยียนกระเด็นไปบนฟ้า เห็นได้ชัดว่าเพียงมือข้างเดียวไม่สามารถต้านซิงเทียนเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตามฉือกูเหยียนได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งฉงฉีนอกจากนี้ยังใช้วิชาดัชนีเพื่อเอาชนะฉงฉีจนมันบาดเจ็บสาหัส
”พี่เหยียน!”ดวงตาของปิงหยางคลอไปด้วยน้ำตา ตั้งแต่เล็กนางมักคิดเสมอว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะฉือกูเหยียนได้
แต่ตอนนี้นางกำลังจะแพ้ให้กับซิงเทียนและฉงฉี
ยิ่งไปกว่านั้นฉือกูเหยียนยังต้องคอยปกป้องฟางเจิ้งจือที่อยู่ด้านหลัง
ปิงหยางเข้าใจดีว่าด้วยสถานการณ์เช่นนี้แม้แต่ฉือกูเหยียนก็แทบไม่มีโอกาสจะชนะคู่ต่อสู้ของนางนั้นแข็งแกร่งและฉลาดเกินไป
”ตาย!”ซิงเทียนกระโดดขึ้นไปบนฟ้า เพราะฉือกูเหยียนกระเด็นออกไปทำให้หางงูที่พันขวานคลายออกเปิดโอกาสให้เขาโจมตีอีกครั้ง
เขากระโจนตามร่างของฉือกูเหยียนที่ลอยอยู่บนอากาศและฟาดขวานด้วยกำลังทีั้งหมดที่มี
”ฉือกูเหยียน!”ซวนหยวนห้าเคลื่อนไหวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถหยุดซิงเทียนได้
ซิงเทียนนั้นเด็ดขาดเกินไป
เขาไม่ปล่อยโอกาสให้ฉือกูเหยียนร่วงลงบนพื้น
”ข้ากำลังจะตายงั้นหรือ?เจ้าไร้ยางอาย…เจ้าต้องรอดไปให้ได้…เจ้าต้องเป็นคนเปลี่ยนโชคชะตาของโลกใบนี้…”ฉือกูเหยียนค่อยๆหลับตาลง
นางได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว
นางไม่มีพลังพอที่จะป้องกันการโจมตีของซิงเทียนได้อีกแล้วถ้านางมีเวลาพักสักหน่อยทุกอย่างคงไม่ออกมาเป็นแบบนี้ นางคงไม่แพ้ซิงเทียนเร็วขนาดนี้
ต่อให้ซิงเทียนและฉงฉีร่วมมือกัน….
อย่างไรก็ตามทุกอย่างในโลกใบนี้ล้วนเป็นเช่นนั้นไม่มีทุกอย่างเป็นไปตามต้องการเสมอไป นางทำได้แค่ยอมรับความเป็นจริง
สายลมอันแผ่วเบา
ร่างของนางราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้น
แน่นอนว่านอกจากนั้นยังมีประกายแสงจากความแหลมคมที่เข้ามาใกล้มันใกล้ราวกับนางสามารถสัมผัสความเจ็บปวดทั้งหมดได้
…คนเรายังคงรู้สึกเจ็บปวดหลังตายไปแล้วหรือไม่?
ทันใดนั้นฉือกูเหยียนพบว่าขวานที่พุ่งเข้ามาได้หายไปแทนที่นางจะเจ็บปวดนางกลับรู้สึกอบอุ่น
ราวกับนางกำลังถูกโอบกอดด้วยใครบางคน อืม…ดูเหมือนว่าคนเราจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดหลังจากที่ตายไปแล้วแต่รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและมือที่กำลังขยับไปมาบนร่าง…
”หืม…หืม?!”ฉือกูเหยียนที่กำลังหลับตาลงถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้งด้วยมือที่วางอยู่บนตำแหน่งแปลกๆ
นางต้องการฆ่าคนที่กอดนางอยู่โดยสัญชาตญาน
แต่ทันใดนั้น…
นางพลันนึกออก
มีเพียงคนเดียวที่กล้าฉวยโอกาสกับนาง
นางลืมตาขึ้นทันทีและได้พบกับใบหน้าอันคุ้นเคยพร้อมกับรอยยิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท
”สาวสวยอย่าขยับ ข้าจะเป็นคนทำเอง!”