Gate of God - ตอนที่ 1129 หนีหรือสู้
!
ตอนที่ 1129 หนีหรือสู้
”…”เผ่าอสูรและปีศาจต่างสั่นกลัว
ถ้ามันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้พวกเขาคงรู้สึกขำขันที่เห็นฟางเจิ้งจือเคลื่อนที่ไปรอบๆซิงเทียน อย่างไรก็ตามในตอนนี้พวกเขารู้ต่างไปจากเดิม
ฟางเจิ้งจือไม่ได้เพียงเคลื่อนที่ไปรอบซิงเทียนเฉยๆ
เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามเข่นฆ่าเหล่าอสูรและปีศาจโดยใช้ซิงเทียนเป็นอาวุธ
”เราจะทำยังไงดี?”
”ควรสู้ต่อไปหรือไม่?”
ความจริงแล้วเผ่าอสูรและปีศาจไม่ใช่พวกหัวแข็ง อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่คิดจะยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูที่ไม่มีวันเอาชนะได้
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกอีกแล้ว
นั่นเพราะซิงเทียนกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมหลังจากได้ยินเสียงฟางเจิ้งจือ ”ไม่!”
”หลบ…”
”ออกห่างจากฟางเจิ้งจือเต๋าสวรรค์กินพื้นที่ในระยะยี่สิบเมตร พยายามอยู่ห่างๆเขาเอาไว้”
เผ่าอสูรปีศาตะโกนพร้อมแยกออกไปกันคนละทิศทาง
อย่างไรก็ตามความเป็นจริงนั้นโหดร้ายแม้ว่ายี่สิบเมตรจะดูน้อยแต่พื้นที่โดยรอบนั้นกว้างมาก
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหนีออกไป
ในขณะเดียวกันความเร็วของฟางเจิ้งจือเพิ่มขึ้นเพราะพลังจากเต๋าสวรรค์ ไม่เพียงแต่เร็วกว่าเผ่าอสูรและปีศาจ เขารวดเร็วยิ่งกว่าซิงเทียน
นั่นคือสิ่งที่น่ากลัว
เผ่าอสูรและปีศาจพยายามหนีจากฟางเจิ้งจือแต่พวกเขากลับไม่สามารถออกจากห
”ไม่!!อย่าเข้ามา!”หนึ่งในเทพอสูรร้องคำราม
แสงสีฟ้าส่องสว่างฟางเจิ้งจือปรากฎตัวต่อหน้าเขา จากนั้นทั้งคู่ก็สลับตำแหน่งกัน
”โฮก!”เทพอสูรร้องคำรามร่างของเขาสั่นเทาเมื่อเห็นซิงเทียนเข้ามาใกล้
ตู้ม!
ร่างของทั้งสองพุ่งเข้าหากัน
เทพอสูรพยายามป้องกันด้วยพลังทั้งหมดที่เขามีอย่างไรก็ตามเขาถูกโล่ของซิงเทียนกระแทกอย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกันขวานขนาดยักษ์ได้พุ่งเข้าหาร่างของเขา
แกร่ก!เสียงกระดูกแตกร้าวดังขึ้น เทพอสูรล้มลงร่างขนาดใหญ่ของเขาถูกผ่าออกเป็นสองส
ในขณะเดียวกันห่างไปไม่ไกลนักทหารปีศาจอีกตนกำลังเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน
ดาบของฟางเจิ้งจือเร็วเกินไป ”ไม่!!!”ทหารปีศาจร้องตะโกน เขาอยากจะหนีแต่เป็นไปไม่ได้
นั่นเพราะดาบซวนหยวนพุ่งเข้ามาถึงตัวเขาแล้ว
เขาพยายามดิ้นรนหลบหนี…
แน่นอนว่าเขาสามารถหลบดาบเล่มนั้นได้สำเร็จอย่างไรก็ตามเขาต้องสูญเสียแขนข้างขวาไป
เลือดสาดกระเซ็นทั่วท้องฟ้า
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป…
เขาไม่อยากจะคาดคิดเขารู้ดีว่าไม่สามารถต่อสู้กบฟางเจิ้งจือได้
”หนี!”
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะก้าวได้สองก้าว เปลวเพลิงสีดำทั้งแปดได้ล้อมรอบตัวเขาเอาไว้
เต๋านรก
”อ๊ากก!!”ทหารปีศาจร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ร่างของเขาจะลุกเป็นไฟและร่วงลงสู่พื้น
และกลายเป็นเถ้าถ่านในที่สุด
”…”
”…”
เผ่าอสูรและปีศาจต่างตกตะลึง
ฟางเจิ้งจือมีพลังมากเกินไป
ภายในช่วงเวลาไม่นานเทพอสูรและทหารปีศาจจำนวนไม่น้อยได้ตายลง
แม้พวกเขาจะมีจำนวนมากว่าหลายเท่าแต่นั่นก็ไม่เพียงพออสูรและปีศาจสี่ตนตายลงภายในช่วงไม่กี่นาที พวกเขาจะทนได้นานแค่ไหน?
ถ้าปล่อยฟางเจิ้งจือแบบนี้ต่อไปภายในเวลาสองชั่วโมงอสูรและปีศาจทั้งเผ่าพันธ์จะต้องพังพินาศ
”เราจะหนีต่อไปไม่ได้!”
”พวกเราต้องอยู่รวมกันไม่งั้นทุกคนจะต้องตาย!”
”ต้องรวมกำลังหยุดยั้งซิงเทียนและจัดการฟางเจิ้งจือ!”
”…”
ดวงตาของฉงฉีและหงโหย่วแดงก่ำพวกเขาไม่สามารถทนต่อความอัปยศนี้ได้ และไม่ยอมถูกฆ่าโดยฟางเจิ้งจือและซิงเทียนอย่างแน่นอน
พวกเขาต้องสู้
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นถ้าไม่สู้ต้องตายแน่นอน
”โฮก!”
”โจมตี!”
หลังจากได้ยินสิ่งที่ฉงฉีและหงโหย่วพูดเผ่าอสูรและปีศาจต่างร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แม้ในใจยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็ตาม
ถ้าซิงเทียนถูกขนานนามว่าอาวุธสังหารฟางเจิ้งจือก็คือผู้ใช้อาวุธสังหาร มันคือหายนะเมื่อทั้งสองร่วมมือกัน
ไม่มีอสูรหรือปีศาจตนใดคาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงเช่นนี้
ไม่เพียงแค่ฟางเจิ้งจือยังมีชีวิตรอดแต่เขายังก้าวข้ามไปอีกขั้น
เขาเข้าสู่พลังระดับเทพเจ้าและมีพลังที่น่ากลัวพอๆกับซิงเทียน
…
จักรพรรดินีไป่ฉือตกตะลึง
ตอนที่นางได้ยินฟางเจิ้งจือพูดว่าจะฆ่าใครก็ตามที่ขวางหน้านางคิดว่าฟางเจิ้งจือแค่พูดออกไปโดยไม่คิด
อย่างไรก็ตามหลังจากได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนางกลับพูดไม่ออกแม้แต่น้อย
ฟางเจิ้งจือมีพลังมากแค่ไหนกัน?
เจ้าเด็กเหลือขอนั่น…
เป็นไปได้ยังไง?!
จักรพรรดินีอสูรไปฉือไม่เข้าใจว่ามนุษย์ที่อ่อนแอจะสามารถเข้าถึงพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ได้ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ
นางรู้ดีว่าฟางเจิ้งจือมีศักยภาพ
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้สนใจฟางเจิ้งจือมากนักในตอนแรก
ที่หนองน้ำยักษ์หยุนชิงวูบอกกับนางเกี่ยวกับการหลอกใช้ฟางเจิ้งจือเพื่อกระตุ้นสงครามภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
แม้นางจะรับฟังแต่ก็ไม่คิดเลยว่าแผนของหยุนชิงวูจะได้ผล
จนถึงตอนนี้…
ในที่สุดนางก็เข้าใจ
การมองการณ์ไกลของนางช่างตื้นเขินเมื่อเทียบกับหยุนชิงวู
”ชิงวูที่เจ้ายอมให้ข้ากลายเป็นพาหนะของเหยียนซิวนั่นคือการพยายามจะช่วยข้างั้นหรือ?”ไป่ฉือคิดอย่างสับสน
ด้วยเหตุผลบางอย่างนางรู้สึกโล่งใจ นางรู้สึกโล่งที่ยอมฟังหยุนชิงวูไม่เช่นนั้นนางอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเทพอสูรตรงหน้า
”เจ้าเด็กนี่คือซวนหยวนที่กลับชาติมาเกิดจริงหรือ?!”ในขณะที่ไป่ฉือกำลังครุ่นคิดความรู็สึกนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจของซวนหยวนห้า
เขาไม่เชื่อในเรื่องนี้
ยิ่งไปกว่านั้นบุคลิกของฟางเจิ้งจือต่างไปจากจักรพรริดฮวงซวนหยวนอย่างสิ้นเชิงอย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือถือครองดาบซวนหยวนจริงๆ
ดาบซวนหยวนยอมรับให้ฟางเจิ้งจือเป็นนายของมัน!
มันถูกกำหนดไว้แล้วงั้นหรือ?
”ฮ่าฮ่า…ฆ่าพวกมัน ฆ่าอสูรและปีศาจให้หมด!”ปิงหยางตื่นเต้นอย่างมาก
ฉือกูเหยียนที่อยู่ข้างหลังปิงหยางหลับตาลงอย่างสงบ
นางกำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันฟางเจิ้งจือดูเหมือนจะได้เปรียบ อย่างไรก็ตามนางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ
ยังมีปริศนามากมายที่ยังไม่กระจ่าง
จักรพรรดิฮวงซวนหยวนและจักรพรรดิหยานร่วมมือกันกำจัดซิงเทียนและฝังศีรษะของเขาไว้ใต้ภูเขาทำไมถึงไม่ฆ่าซิงเทียนไปเลย?
ความลับของภูเขาฉางหยาง…
นอกจากนี้ทำไมจักพรรดิฮวงซวงหยวนจึงเข้าไปในจักรวาลได้ ในอดีตกาลมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีก?
ฉือกูเหยียนรู้ดีว่าความลับทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยในไม่ช้า
ตอนนี้นางต้องเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลานั้น
…
เลือดสาดกระเซ็นปกคลุมทั่วภูเขาฉางหยาง เลือดของอสูรและปีศาจไหลนองทั่วทุกพื้นที่
มันเป็นฉากที่แปลกมาก
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสังเกตหรือใส่ใจเรื่องนั้น
แม้แต่วู่จวี้เอ๋อหยุนชิงวูและคนอื่นๆก็สนใจแต่เรื่องการต่อสู้อันรุนแรงที่เกิดขึ้น
สำหรับฟางเจิ้งจือเขารู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย
เขาฆ่าทุกคนที่เขาไม่ชอบใจ
เขาสลับตำแหน่งปีศาจที่กรีดร้องไปหาซิงเทียน
ฉงฉีและหงโหย่วหน้าซีดพวกเขาต้องรวมพลังของอสูรและปีศาจอีกครั้ง แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
นั่นเพราะปีศาจและอสูรบางตนยอมแพ้ไปแล้วและพยายามจะหลบหนี
ความตาย.. สมบัติหรือโอกาสที่จะได้รับพลังก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป!
หากพวกเขาต้องตายมันก็ไร้ค่า
เทพอสูรหลายสิบตนแยกย้ายกันไปไม่ว่าฉงฉีจะตะโกนดังแค่ไหนพวกเขาก็ไม่หันกลับมา
เหล่าอสูรและปีศาจหลายสิบตนล้มตายลงเรื่องๆพวกที่เหลือกระจัดกระจายพยายามหลบหนี
”จะทำยังไงกันดี!”
”ควรหนีไปเลยไหม”
”ไม่!”หงโหย่วหงุดหงิดมันไม่ใช่วิธีการของพวกเขา เหล่าพ่อมดปีศาจไม่เคยหลบหนีจากการต่อสู้มาก่อน
แม้ในยุคโบราณพวกเขาก็ไม่เคยหนีเมื่อต้องต่อสู้กับจักรพรรดิฮวงซวนหยวน
ดังนั้นเขาจะไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน
”หงโหย่วเหล่าพ่อมดปีศาจกำลังคิดอะไรอยู่?”ฉงฉีมองไปที่เต๋าวูและถามขึ้น ”ยืนหยัดต่อไป”หงโหย่วตอบอย่างเย็นชา
เขารู้ดีหากพวกเขาไม่ต้องการถูกสังหารไปทีละคนต้องมีคนยืนหยัดที่จะต่อสู้
หากไม่มีใครสามารถเอาชนะฟางเจิ้งจือหรือซิงเทียนได้พวกเขาจะแพ้การต่อสู้นี้อย่างแน่นอน
…
”งั้นเต๋าวูและข้าจะรั้งซิงเทียนไว้ด้านหลังในขณะที่สิบสองพ่อมดจัดการฟางเจิ้งจือ คิดว่ายังไง?”ฉงฉีกล่าว
”ตกลงเราจะทำตามแผนของเจ้า!”หงโหย่วไม่คัดค้านแม้แต่น้อย
พวกเขาต้องร่วมมือกันในตอนนี้!
ยิ่งกว่านั้นอสูรร้ายโบราณสองในสี่ตัวได้ตายไปแล้วมันเป็นเรื่องยากมากที่พวกมันทั้งสองจะต่อสู้กับฟางเจิ้งจือ
สิบสองพ่อมดปีศาจต้องร่วมมือกันจัดการฟางเจิ้งจือเพื่อให้พวกเขามีโอกาสชนะ ”โฮก!”ฉงฉีร้องคำรามอย่างไม่ลังเลและพุ่งเข้าหาซิงเทียน
เต๋าวูตามไปติดๆ
เทพอสูรทั้งสองโจมตีพร้อมกัน
เทพอสูรอื่นๆลังเลเมื่อเห็นสิ่งนี้จิตใต้สำนึกของพวกเขาบอกว่าต้องร่วมมือกับฉงฉี
อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณบอกให้รอดูสถานการณ์
”โฮก!”
โฮก…
แทนที่จะร้องเรียกเทพอสูรตนอื่นๆฉงฉีและเต๋าวูโจมตีซิงเทียนจากทั้งสองทาง
ซิงเทียนส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวและฟาดขวานกับโล่ไปด้านหน้าจิตสังหารแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
อย่างไรก็ตามฉงฉีและเต๋าวูหลบการโจมตีพวกนั้นได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าซิงเทียนพวกเขาเพียงแค่จะรั้งซิงเทียนเอาไว้เท่านั้น
ในขณะเดียวกันสิบสองพ่อมดปีศาจเข้าล้อมฟางเจิ้งจือ
หงโหย่วยืนอยู่ต่อหน้าฟางเจิ้งจือพ่อมดคนอื่นตั้งท่ารบด้วยสีหน้าจริงจัง
เป็นเรื่องยากมากที่สิบสองพ่อมดปีศาจต้องร่วมมือกันเพื่อกำจัดใครสักคนหนึ่ง
ในยุคโบราณว่ากันว่าสิบสองพ่อมดปีศาจสามารถเอาชนะจักรพรรดิฮวงซวนหยวนได้ถ้าร่วมมือกัน
แน่นอนว่าฟางเจิ้งจือไม่รู้เรื่องนั้น
”โห้พวกเจ้าทั้งสิบสองคนพร้อมตายด้วยกันงั้นหรือ ช่างงดงามยิ่งนัก!”ฟางเจิ้งจือพูดและมองไปยังสิบสองพ่อมดด้วยความดูถูพ อย่างไรก็ตามเขาจับดาบซวนหยวนแน่นตามสัญชาตญาณ
สิบสองพ่อมดปีศาจมีชื่อเสียงมากในยุคโบราณและได้รับขนานนามว่าเป็นกลุ่มคนที่ทรงพลังที่สุดของเผ่าปีศาจ
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาโจมตีอย่างไรแต่พวกเขาทรงพลังมากอย่างแน่นอน
แม้ว่าฟางเจิ้งจือจะทำเป็นไม่สนใจแต่เขาก็ระวังตัวอย่างมาก ตั้งดาบซวนหยวนไปด้านหน้าพร้อมโจมตี
”ค่ายกลสิบสองพ่อมดปีศาจ!ฟางเจิ้งจือ ไม่เจ้าก็ข้าต้องตายลงในวันนี้!”หงโหย่วก้มตัวลง
หลังจากนั้นฉากที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
บนหลังของหงโหย่วนูนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆพวกมันเติบโตราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง