Gate of God - ตอนที่ 1140 ไข่มุกมู่เฉิน
ตอนที่ 1140 ไข่มุกมู่เฉิน
มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้แต่ฟางเจิ้งจือเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้นักถ้ามันสามารถใช้ประโยชน์ได้
ตอนนี้เขามีเพียความคิดเดียวในใจคือดึงดาบซวนหยวนกลับมาจากฉือโหย่วให้ได้
ฟางเจิ้งจือเหยียบลงบนหน้าของฉือโหย่วจากนั้นเขาก็กระโจนเข้าไปกัดแขนข้างหนึ่งของฉือโหย่ว
ด้วยความสามารถในตอนนี้เขาสามารถกัดเหล็กจนแตกได้แต่กลับรู้สึกเหมือนฟันจะแตกเสียเองเมื่อกัดร่างฉือโหย่ว
”ฟางเจิ้งจือข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะน่าขันเช่นนี้”เสียงที่เย็นเยือกของฉือโหย่ว ดังขึ้นก่อนที่กลิ่นอายอันทรงพลังจะแผ่ออกมา
ตู้ม!
ซวนหยวนห้ากระเด็นออกไป
ฟันของซวนหยวนหักไปสองซี่เห็นได้ชัดว่าแรงกัดของเขาเองก็ไร้ผลเช่นเดียวกับฟางเจิ้งจือ
จากนั้นแขนอีกข้างของฉือโหย่วก็คว้าร่างของซวนหยวนห้าเอาไว้
”โฮก…”ซวนหยวนห้าพยายามสลัดออกด้วยพลังทั้งหมด
อย่างไรก็ตามควันสีดำหนาคลุมทั่วร่างของเขาควันสีดำไหลเข้าร่างกาย จากนั้นไม่นานดวงตาของเขาก็เริ่มกลายเป็นสีดำ
ฟางเจิ้งจือเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
ฉือโหย่วใช้วิธีเดียวกันนี้ฆ่าโม่ฉานฉือควันสีดำไหลเข้าสู่ร่างกายและระเบิดออก
”ซวนหยวนห้า!”ฟางเจิ้งจือต้องการช่วยเขาแต่เขาถูกพลังที่รุนแรงผลักออกไป แม้แต่ดาบซวนหยวนก็หลุดออกจากมือ
นอกจากเขาแล้วทั้งปิงหยาง ฉือกูเหยียนและเหยียนซิว รวมถึงทุกคนที่โจมตีฉือโหย่วก็ถูกผลักกระเด็นออกมาเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นแขนทั้งสามของฉือโหย่วกำลังพุ่งไปที่พวกเขา
หกแขน
ข้างหนึ่งถือดาบซวนหยวน
ข้างหนึ่งจับซวนหยวนห้าเอาไว้อีกสามยื่นไปหาฉือกูเหยียน ปิงหยางและเหยียนซิว อีกข้างปรากฎขึ้นด้านหลังฟางเจิ้งจือ
”ไม่!”ดวงตาของฟางเจิ้งจือเป็นสีแดงเขาใช้พลังทั้งหมดเพื่อหยุดให้ร่างกายไม่พุ่งต่อไปด้านหลัง
สุดท้ายฉือโหย่วไม่สามารถจับเขาได้
อย่างไรก็ตามนั่นทำให้การหายใจติดขัดและเริ่มกระอักเลือดออกมา
แต่ไม่มีเวลาให้เขาได้พักเหนื่อยอีกต่อไป
พยายามจะหยุดฉือโหย่วด้วยมือเดียว?
มันเป็นไปไม่ได้!
เขาสามารถหลบการโจมตีด้วยเต๋าสวรรค์
ฟางเจิ้งจือกล้าต่อสู้กับฉือโหย่วเพราะแม้ว่าจะไม่สามารถทำร้ายได้แต่ก็สามารถหลบการโจมตีได้
อย่างไรก็ตามถ้าฉือโหย่วจับฉือกูเหยียนปิงหยางและเหยียนซิวไว้…
”ฉือกูเหยียนสู้ร่วมกับข้า!”ฟางเจิ้งจือกลืนเลือดกลับเข้าไปและพุ่งไปหาฉือกูเหยียนและคนอื่นๆ
”เจ้าไร้ยางอายระวัง!”ฉือกูเหยียนตะโกนอย่างกังวลเมื่อเห็นฟางเจิ้งจือพุ่งเข้ามา
”อะไร?!”ฟางเจิ้งจือตกใจ
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไปแขนทั้งสามของฉือโหย่วหันไปหาฟางเจิ้งจือแทน
พวกมันปิดล้อมฟางเจิ้งจือจากสามทิศทาง
นอกจากนี้แขนอีกข้างพุ่งมาจากด้านหลัง
การโจมตีสี่ทิศทาง!
ความคิดของฟางเจิ้งจือว่างเปล่า
เขาสามารถหลบได้เพียงแขนหรือสองแขนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามท่าทีของฟางเจิ้งจือเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อแขนพุ่งเข้ามาจากทั้งสี่ทิศ
พวกมันเร็วเกินไป
เขาจะหลบได้อย่างไร?
ด้านล่าง?
แต่ฉือโหย่วอยู่ด้านล่าง
ด้านบน!
ฟางเจิ้งจือไม่มีทางเลือกไม่มีเวลาคิด เขาใช้เต๋าสวรรค์และบินขึ้นไป
อย่างไรก็ตามลำแสงสีเลือดพุ่งลงมาจากดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า
ตู้ม!แสงสว่างพุ่งกระทบหน้าอกฟางเจิ้งจือ
ทันใดนั้นเขารู้สึกราวกับโดนแสงอาทิตย์แผดเผาทั่วทั้งร่าง
”ไม่นะ!”
ฉือโหย่วอยู่ด้านล่าง ฟางเจิ้งจือต้องการหลบแต่พลังนั้นรุนแรงมาก
”ฟางเจิ้งจือตายซะ!”เสียงของฉือโหย่วดังข้างหู
จากนั้นแขนทั้งสี่ก็พุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือ
ตู้ม!
ฟางเจิ้งจือกระอั่กเลือดออกมา
จากนั้นก็ล้มลง
ฟุ่บ
เขาตกลงไปในลาวาที่เอ่อนองพื้น
”เจ้าไร้ยางอาย!”
”เจิ้งจือ!”
”เจ้าไร้ยางอาย!”
”…”
เสียงของฉือกูเหยียนและเหยียนซิวดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้ยินพวกเขาอีกต่อไปรู้สึกได้เพียงแค่ความร้อนที่กำลังแผดเผาไปทั่วร่างกาย
…
มันเจ็บปวด
เจ็บปวดมากจริงๆ
อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกคุ้นเคย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอยู่ท่ามกลางลาวา
”…”
”ข้าตายแล้วเหรอ?”ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆเขาไม่สามาถสัมผัสถึงสิ่งต่างๆได้อีกต่อไป
”ไม่เจ้ายังไม่ตายแต่คงอีกไม่นาน”ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งดังขึ้น
”ใครกัน?”
”หืมหรือว่าจะเป็น…?!”
ฟางเจิ้งจือพยายามลืมตาแต่เห็นเพียงสีแดงของลาวา อย่างไรก็ตามเขาได้ยินบางอย่างแน่นอน
มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย เสียงของหญิงสาวชุดขาวที่เคยเห็นในความฝัน
”ยังจำได้ไหมที่ข้าโยนเจ้าลงลาวา? จงนึกถึงความรู้สึกนั้นเสีย”เสียงที่คุ้นเคยดังก้องข้างหู
”…ความรู้สึกในตอนนั้น?”แม้ฟางเจิ้งจือจะไม่รู้ว่านางต้องการอะไร แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น
ความรู้สึกในตอนที่เขาอยู่ในลาวา…
ฟางเจิ้งจือค่อยๆสงบใจลงแม้มันจะเจ็บปวดมากก็ตาม
ความรู้สึกอันอบอุ่นเกิดขึ้นในหัวใจอย่างรวดเร็ว
มันแผ่ขยายอย่างต่อเนื่อง
โลกเบื้องหน้าเปลี่ยนไป
แสงสีแดงหายไปกลายเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไข่มุกก้อนหนึ่งลอยอยู่เหนือมหาสมุทร
ไข่มุก?! ไข่มุกใต้ทะเลในมิติพิเศษที่กองตรวจการศักสิทธิ์?!
ฟางเจิ้งจือไม่เคยเห็นมันอีกเลยนับแต่นั้น
เขาจะไม่แปลกใจได้อย่างไร?
”ท่านเป็นใครกันแน่?”ฟางเจิ้งจือถามในขณะที่กำลังคิดว่าไข่มุกคือรูปร่างที่แท้จริงของหญิงสาว
”ข้าไม่ใช่มนุษย์”หญงสาวตอบ
”งั้นท่านคือ…ปีศาจ อสูรร้ายหรือผีเร่ร่อนกัน?”ฟางเจิ้งจือหนาวไปถึงกระดูกเมื่อสิ้นเสียงพูดสุดท้าย
”…”หญิงสาวเงียบลง
”ตอบข้าสิท่านเป็นผีงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือกังวลเล็กน้อย
”ก็ไม่เชิงข้าคือเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่”หญิงสาวกล่าวอีกครั้ง
”เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่?”
”อืมเข้าเรื่องเถอะ ข้าสามารถบอกวิธีเอาชนะฉือโหย่วให้เจ้าได้ อย่างไรก็ตาม…”หญิงสาวในชุดขาวหยุดพูดกลางคัน
”อะไร”
”อย่างไรก็ตามเจ้าไม่สามารถเรียนรู้มันได้”
”…”ฟางเจิ้งจือรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า
งั้นนางจะมาบอกข้าทำไม?
นี่ไม่ใช่วิธีการพูดอ้อมๆว่าไม่เชื่อใจกันใช่ไหม?นางกล้าพูดได้อย่างไรว่าฟางเจิ้งจือเรียนรู้ไม่ได้ นางไม่เคยสอนเขาด้วยซ้ำ
”อย่าต่อว่าข้าเพราะเจ้าไม่สามารถเรียนรู้ได้จริงๆอย่างไรก็ตามมีคนที่สามารถทำได้” ไข่มุกที่ลอยตรงหน้าหายไปและค่อยๆกลายเป็นรูปร่างคน
”ใครที่ทำได้?ฉือกูเหยียน?”ฟางเจิ้งจือคิดว่าฉือกูเหยียนเท่านั้นที่สามารถทำได้
เขาไม่ได้เดามั่วซั่วนั่นเพราะนี่เป็นไข่มุกจากกองตรวจการศักดิ์สิทธิ์มันมีความเกี่ยวข้องกับนาง ”ถ้าฉือกูเหยียนทำได้ข้าคงไม่ไปหาเจ้าที่หอสมบัติสวรรค์ตลอดเวลา20ปีมีโอกาสให้ข้าสอนนางมากมาย”หญิงสาวส่ายหัว
”ไม่ใช่ฉือกูเหยียนงั้นหรือ?หรือท่านหมายถึง …”
”ใช่หยุนชิงวู”หญิงสาวพยักหน้า มีเพียงผู้ที่เชี่ยวชาญศาสตร์ต่างๆและมากพร้อมด้วยสติปัญญาเท่านั้นถึงจะเรียนรู้มันได้
”…”ฟางเจิ้งจือเงียบลง
สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดนั้นถูกต้องหยุนชิงวูนั้นมีสติปัญญาชาญฉลาดจริงๆ
แต่ทำไมต้องเป็นหยุนชิงวู?
เขาไม่เข้าใจ
”ไม่เป็นไรถ้าเจ้าไม่เข้าใจจำไว้ว่าเมื่อเจ้าตื่รนขึ้น ให้คายเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของข้าลงไปในไปากของหยุนชิงวู”หญิงสาวพูดอีกครั้ง
”นั่นคือวิธีของท่านงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือมองไปที่หญิงสาวอย่างเงียบสงบ
”อืม”นางพยักหน้า ”ทำไมข้าต้องเชื่อท่าน”ฟางเจิ้งจือถามอีกครั้ง
แม้จะได้พบกันหลายครั้งแต่นางเพียงให้คำแนะนำเท่านั้น
เขาไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนางแม้แต่เป้าหมายของนางก็ตาม
เขาไม่แน่ใจนัก
”ทำยังไงเจ้าถึงจะเชื่อข้า”หญิงสาวเงียบไปชั่วขณะก่อนจะพูดอีกครั้ง
”อย่างน้อยก็บอกชื่อของท่านให้ข้ารู้”ฟางเจิ้งจือจริงกล่าวอย่างจังเพราะอยากรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง
”ชื่อข้า?”หญิงสาวเงียบลงอีกครั้ง
นางมองไปบนฟ้าและดูเหมือนจะนึกถึงเรื่องบางอย่าง
ฟางเจิ้งจือไม่กวนนางและรออย่างใจเย็น
เขาสงสัยมาตลอดนางเป็นใครกันถึงรู้วิธีที่จะเอาชนะฉือโหย่วได้? ”ข้าบอกชื่อได้และยังคลายสงสัยให้เจ้าได้”ในที่สุดนางก็พูดออกมา
”ของสงสัยที่ข้ามี”ฟางเจิ้งจือกระพริบตา
”เจ้าอยากรู้ไม่ใช่หรอว่าทำไมจักรพรรดิฮวงซวนหยวนถึงต้องสิ้นเปลืองพลังจำนวนมากเพื่อออกไปไปยังจักรวาล?”หญิงสาวพยักหน้าและถามขึ้น
”เขา…พยายามช่วยท่านงั้นเหรอ?”
”เข้าต้องการช่วยข้าแต่เขามีพลังไม่เพียงพอเขาทำไม่สำเร็จและสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือผนึกเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของข้าลงในไข่มุกมู่เฉิน”
”ไข่มุกมู่เฉิน?!”ดวงตาของฟางเจิ้งจือเบิกกว้าง
ไข่มุกมู่เฉินหนึ่งในสามไข่มุกเทพเจ้า?!
ไข่มุกมู่เฉินในตำนานมีเลือดของฟินิกซ์ที่ไม่มีวันตายจักรพรรดิฮวงทิ้งมันไว้แม้จะตายไปแล้ว
เดี๋ยวก่อน จักรพรรดิฮวงซวนหยวนตายและหลงเหลือไข่มูกมู่เฉินเอาไว้
ประวัติศาสตร์นี้..
หมายความว่าจักรพรรดิฮวงซวนหยวนแยกท้องฟ้าและเข้าสู้จักรวาล จากนั้นก็นำจิตวิญญานที่เหลือของหญิงสาวคนนี้ใส่ไว้ในไข่มุกมู่เฉินก่อนจะทิ้งมันไว้บนโลกงั้นหรือ?
ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าเขาได้พบเรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครรู้เรื่องในอดีตช่างซับซ้อนเหลือเกิน
”ความจริงแล้วข้าไม่ได้มาจากโลกใบนี้อย่างไรก็ตามข้ามีชื่อบนโลกใบนี้…พวกเขาเรียกข้าว่า ซวน… อืมม…ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า” หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะกล่าวชื่อของตัวเองออกมา