Gate of God - ตอนที่ 1139 กลวิธีอันแปลกประหลาด
ตอนที่ 1139 กลวิธีอันแปลกประหลาด
”โฮก!”ซวนหยวนห้าเคลื่อนไหว เปลวเพลิงถูกปลดปล่อยออกมาจากปากมังกร
ด้านฉือโหย่วเขาไม่ได้หลบ ปล่อยให้เปลวเพลิงโดนร่างกาย จากนั้นมันได้กลายเป็นแสงสีทองเล็กๆนับไม่ถ้วนและหายไปในทันที
สามารถทำลายได้ทุกอย่าง
แต่ทันใดนั้นเองซวนหยวนห้าได้เข้าไปถึงตัวของฉือโหย่วพร้อมกับจับไหล่ของเขาเอาไว้ด้วยกรงเล็บทั้งสองข้าง พร้อมกับเคลื่อนตัวอันยาวเหยียดพันแขนที่เหลือทั้งหมดของฉือโหย่ว
”โอกาสทอง!”ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าเขาไม่ควรพลาดโอกาสเช่นนี้ เขาพุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับใช้เต๋าวิญญานในทันที
ฉือกูเหยียนตามไปไม่ห่าง
เมื่อไปถึงตัวฉือโหย่วพวกเขากุมมือกันแน่
วงจรหยินหยางเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ
นิ้วของพวกเขาแตะไปที่หน้าผากของฉือโหย่วพร้อมๆกันสายฟ้าส่องประกายไปยังร่างของฉือโหย่วอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้ดูเหมือนฉือโหย่วต้องการจะหลบ
ราวกับกำลังดิ้นรนให้รอดพ้นจากการโจมตีนี้แต่ไม่สามารถทำได้เพราะซวนหยวนห้าพันธนาการร่างของเขาเอาไว้อยู่
ปั้ง!ร่างของฉือโหย่วเอวไปด้านหลัง ใบหน้าของเขามึนงงเล็กน้อย
”โจมตีสำเร็จ!”
”จริงงั้นรึ?!”
”…”
เทพอสูรและปีศาจตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก
ส่วนฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนนั้นกำลังมีความสุขเป็นอย่างมากพวกเขาเตรียมพร้อมจะโจมตีต่อทันที
เพราะหลังจากที่บาดเจ็บฉือโหย่วไม่น่าจะใช้เต๋าแห่งการทำลายล้างได้
มันเป็นโอกาสของพวกเขา
ฟางเจิ้งจือโจมตีด้วยดาบซวนหยวนเสียงหวีดแหลมดังขึ้นขณะที่เขาฟันดาบโจมตีไปที่ลำคอของฉือโหย่ว
ฉือกูเหยียนเหยียบลงไปบนหัวของฉือโหย่วพร้อมกับดึงหัวของเขาไปด้านหลังอย่างรุนแรงทำให้หน้าของฉือโหย่วเงยขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตู้ม!
คลื่นอากาศอันรุนแรงกระจายออกไปด้านข้างต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
”มันได้ผลมันได้ผล!” ปิงหยางตื่นเต้นขณะมองไปยังตรงกลางของการต่อสู้ “ฉือโหย่วน่าจะตายไปแล้วใช่ไหม?”
”มีบางอย่างผิดปกติ!”เหยียนซิวเบิกตากว้าง ม่านแสงสีแดงบางๆอยู่เหนือดวงตาของเขา
ตู้ม!
ตู้ม….
เสียงระเบิดดังขึ้นสองครั้งพร้อมกับร่างเหยียนซิวที่กระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว
เกิดอะไรขึ้น?!
ปิงหยางนิ่งอึ้งอย่างไรก็ตามก่อนที่นางจะได้คิดอะไร คลื่นอากาศลอบเข้ามาล้อมรอบตัวนางอย่างรวดเร็ว คลื่นอากาศนั้นรุนแรงราวกับจะฉีกร่างของนางออกเป็นส่วนๆ
”โฮก!”ไป่ฉือเงยหน้าขึ้นและคำรามออกมาทันที หางทั้งก้าวของนางกางออกเพื่อป้องกันเหยียนซิว ปิงหยางและหยุนชิงวู
อย่างไรก็ตามเป็นนางเสียเองที่ถูกแรงกระแทกอันรุนแรง
ร่างของนางกระเด็นชนกับขอบกรงสีแดง
”อั๊ก!”ไป่ฉือกระอักเลือดออกมา ใบหน้าของนางซีดขาว เลือดไหลออกมาจากใบหูและจมูกของนางเช่นกัน
”ท่านแม่!”เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหยุนชิงวูกังวลมาก
”ข้า…ข้าไม่เป็นไรข้าไม่ตายง่ายๆหรอก” ไป่ฉือส่ายหัวพร้อมกับหันไปมองฉือโหย่ว “พวกเรา…พวกเราถูกหลอก….”
”…”
”ถูกหลอก?!”
ทุกคนหันไปมองฉือโหย่วฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆเมื่อได้ยินสิ่งที่ไป่ฉือกล่าวพวกเขาคิดออกในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ท่ามกลางคลื่นอากาศที่หมุนวนจนแทบจะกลายเป็นพายุฉือโหย่วยืนอยู่ด้วยใบหน้านิ่งสงบตรงหน้าของเขามีฟางเจิ้งจือยืนอยู่นิ่งๆราวกับกลายเป็นก้อนหิน
ใกล้ๆฟางเจิ้งจือจือมีฉือกูเหยียนที่เหยียบหัวฉือโหย่วอยู่ ซวนหยวนห้าที่พันธนาการฉือโหย่วเอาไว้ ใบหน้าของพวกเขาล้วนไร้อารมณ์ ”เร็วเข้า…เร็วเข้าช่วยฟางเจิ้งจือ จิตวิญญานของฉือโหย่วนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเราจินตนาการกันไว้ มันไม่ใช่จุดอ่อนของเขา ทุกอย่างตรงข้ามกับที่พวกเราคาดคิดเอาไว้!”
หยุนชิงวูตะโกน
ท่าทีของเหยียนซิวเปลี่ยนไปทันที
เขาเองก็สังเกตุเห็นถึงปัญหาเมื่อหยุนชิงวูตะโกนเขาจะพุ่งไปข้างหน้าตามสัญชาตญานแต่มันสายเกินไป
ฉือโหย่วลงมือแล้ว
ขณะที่ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆนิ่งอยู่กับที่ฉือโหย่วสามารถหลุดจากพันธนาการของมังกรทองซวนหยวนห้าได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็เอามือทั้งหาตบไปที่ฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียน
”หายไปซะ!”ดวงตาของฉือโหย่วเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและดูถูก
”ไม่!!” ”ไม่นะ!!”
”…”
เหยียนซิวปิงหยาง และคนอื่นๆตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถหยุดฉือโหย่วได้
ตู้ม!
หลังจากนั้นเสียงบางอย่างแตกหักได้ดังขึ้น
แกร่ก!
แกร่ก!
”…”
ราวกับบางสิ่งได้แหลกสลายกลายเป็นผุยผง
”เจิ้งจือ!”ตาของเหยียนซิวแดงก่ำ อย่างไรก็ตามร่างของเขากลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับมีพลังล่องหนบางอย่างตรึงร่างของเขาเอาไว้ เกิดอะไรขึ้น?!
สีหน้าของเหยียนซิวเปลี่ยนไปทันทีเขาสามารถสัมผัสได้ว่าพลังที่ตรึงร่างไม่ได้มีท่าทีที่จะทำร้ายเขา
เต๋าสวรรค์!
”เจิ้งจือเขา…เขายังไม่ตายงั้นรึ?!” เหยียนซิวตกใจมาก เขาเห็นตอนที่มือของฉือโหย่วโจมตีใส่ฟางเจิ้งจือกับตาตัวเอง
แต่ทำไมผลลัพธ์ออกมา…
แกร่ก
แกร่ก!
…
เสียงบางอย่างแตกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นแสงสว่างได้ขยายตัวออก
กลายเป็นเก้าสิ่งพวกมันมีสีดำราวกับน้ำหมึกแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแตก
”หม้อ…หม้อหลอมทั้งเก้า?!” ”หม้อหลอมของสำนักเก้าขุนเขา?!”
”เกิดอะไรขึ้น?ทำไมพวกมันถึงแตก?!”
จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือสังเกตุเห็นพวกมันได้ทันที
”ฟางเจิ้งจือเจ้ากล้าหลอกข้างั้นรึ?!”ฉือโหย่วกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว เขาเหวี่ยงแขนทั้งหกไปมาเพื่อพยายามจับตัวฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือ ฉือกูเหยียนและซวนหยวนห้าได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหยียนซิวอยู่แล้ว
”เจิ้งจือเกิด…เกิดอะไรขึ้น?”
”เจ้าไร้ยางอายเจ้า…”
เหยียนซิวและปิงหยางสับสนมากพวกนางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
”พวกเราพยายามหลอกล่อฉือโหย่วกลับในเมื่อเขาจงใจสร้างจุดอ่อนปลอมขึ้นมา ข้าจึงใช้โอกาสนั้นให้เข้าโจมตีใส่หม้อหลอมทั้งเก้าแทน” ฟางเจิ้งจือกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ
”ให้ฉือโหย่วทำลายหม้อหลอมทั้งเก้า…ทำไมเจ้าถึงต้องทำลายหม้อหลอมทั้งเก้าด้วย?”
”…”
ปิงหยางและเหยียนซิวไม่เข้าใจ
”หม้อหลอมทั้งเก้าไม่ใช่สมบัติข้าเก็บมันมานานและไม่รู้จะเอาพวกมันไปทำอะไร ข้าแค่คิดว่าหลังจากที่ประตูเทพเจ้าทั้งสามบานได้ถูกทำลาย จิตวิญญาณของมารดาแห่งโลกได้ปรากฎขึ้น ข้าคิดว่าอาจจะมีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่เช่นนั้นอีกถ้าทำลายหม้อหลอมทั้งเก้า?” ฟางเจิ้งจือมองไปยังเหยียนซิว
”…”
ข้อสันนิษฐานของฟางเจิ้งจือก็มีเค้าลางความเป็นไปได้
อย่างไรก็ตามเหยียนซิวและปิงหยางไม่อยากเชื่อว่าฟางเจิ้งจือกล้าคิดเช่นนั้นในเวลาแบบนี้
มันจะมีเรื่องบ้าๆแบบการที่เศษเสี้ยงจิตวิญญานของมารดาแห่งโลกปรากฎขึ้นอีกงั้นรึ? ”ฟู่!”ทันใดนั้น หม้อทั้งเก้าได้เกิดแสงสว่างขึ้น ก่อนที่พวกมันจะลอยขึ้นไปรวมกันบนท้องฟ้า
ตู้ม!
ท้องฟ้าถูกฉีกพื้นดินสั่นสะเทือน
”ว้าวดูเหมือนจะมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นจริงๆด้วย!” ปิงหยางอ้าปาก แม้แต่คนอื่นๆก็ตกตะลึงเช่นกัน
หม้อหลอมทั้งเก้ามีความลับบางอย่างอยู่งั้นรึ?
ครืน!!!
”…”
สายฟ้าร้องคำราม
จากนั้นแสงบนท้องฟ้าก็หยุดคเลื่อนไหว
แต่มันไม่ได้ตรงไปหาฟางเจิ้งจือที่เป็นเจ้าของในปัจจุบันกลับกันมันตรงไปหาปิงหยาง
”หา?ทำไม พวกมันถึงตรงมาหาข้า?” ปิงหยางจะกระโดดหลบไปด้านหลังฟางเจิ้งจือ แต่แสงพวกนั้นมันเร็วเกินไป
มันเข้าไปในร่างกายของพวกนางแทบจะในทันที
ก่อนที่ปิงหยางจะได้ตระโกนอะไรออกมาดวงไฟทั้งสามได้ปรากฎขึ้นบนหน้าผากของนาง ทอง แดง ฟ้า
พวกมันเบ่งบานราวกับดอกไม้
”…”
”…”
ปีศาจและอสูรนิ่งอึ้ง
เหยียนซิวเองก็สับสน
ฟางเจิ้งจือมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างว่างเปล่าเขาอยากจะสบถออกมาเหลือเกินว่าทำไมสมบัติของเขาถึงได้กลายเป็นของปิงหยางไปเสียได้?!
”เจ้าไร้ยางอาย..ข้าคิดว่า…นี่มันเป็นมรดกตกทอดจากอดีตจักรพรรดิยู่?”ปิงหยางกล่าวด้วยดวงตาว่างเปล่าเช่นกัน ”จักรพรรดิยู่?”ฟางเจิ้งจือนิ่งงัน
ตามตำนานกล่าวไว้ว่าจักรพรรดิยู่ได้สร้างหม้อหลอมทั้งเก้าขึ้นหลังจากปกครองผืนน้ำทั้งหมดจากนั้นแบ่งดินแดนบนโลกด้วยหม้อหลอมทั้งเก้าจนกลายเป็นเก้าดินแดน
เช่นนั้นแล้วอาณาจักรเซี่ยก็เป็นลูกหลานของจักรพรรดิยู่งั้นหรือ?
หม้อหลอมของสำนักเก้าขุนเขาเป็นหม้อหลอมของจักรพรรดิยู่?
”…”
แม้มันจะดูสมเหตุสมผลแต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ ทำไมเขาถึงไม่ถ่ายทอดพลังให้ลูกหลานโดยตรงเสียเลย?
ฟางเจิ้งจือถอนหายใจพร้อมกับเอาของทุกอย่างออกมาจากร่างกายทั้งหินที่เขาได้มาจากศาลาเต๋าสวรรค์และกลืนกินโลก
ต่อให้เขาตายก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเก็บพวกมันไว้ถ้าเขาสามารถใช้พวกมันเอาชนะฉือโหย่วได้พวกมันถึงควรจะถูกเรียกว่าสมบัติ ”เร็วเข้าฉือโหย่วทำลายพวกมัน!” ฟางเจิ้งจือตะโกนพร้อมกันโยนกลืนกิน หิน สมับติอื่นๆใส่ฉือโหย่ว
ปั้ง!
ตุ้บ…
”…”
สมบัติร่วงหล่นราวกับสายฝนใส่หลังของฉือโหย่วจากนั้นก็หล่นลงบนพื้นช้าๆ
”…”ใบหน้าของฟางเจิ้งจือดำมืดลงทันที
ทำไมเต๋าแห่งการทำลายล้างถึงใช้ไม่ได้ผล?
เกิดอะไรขึ้น?
ใบหน้าของฉือโหย่วเองก็ดำมืดเช่นกันเทียบกับฟางเจิ้งจือมันอัปลักษณ์กว่ามาก อย่างไรก็ตามเขายืนอยู่กับที่พร้อมกำมือแน่น
”เจ้าต้องการใช้ประโยชน์จากเต๋าแห่งการทำลายล้างใช่ไหม?ได้ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา!” ฉือโหย่วกล่าว ตู้ม!
”…”
สายฟ้าสีดำและหมอกควันปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าจนไม่สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
ก่อนที่ฟางเจิ้งจือจะตอบฉือโหย่วได้ไปถึงตัวเขาแล้ว มือของเขาจับไปที่ใบดาบซวนหยวนโดยไม่คิดจะให้โอกาสฟางเจิ้งจืออีกต่อไป
สีหน้าของฟางเจิ้งจือเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
”เจ้าไม่สามารถทำลายดาบซวนหยวนได้!”ฟางเจิ้งจือกำดาบแน่นขณะที่เตะไปยังขาของฉือโหย่ว
ด้านฉือกูเหยียนปิงหยางและซวนหยวนห้าเองก็โจมตีพร้อมกัน
พวกเขารู้เป้าหมายของฉือโหย่วดี
ทำลายดาบซวนหยวน!
มันเป็นไปไม่ได้! มันเป็นดาบที่จักรพรรดิฮวงซวนหยวนที่เอาไว้
ถ้ามันเคยถูกใช้ฆ่าฉือโหย่วในอดีตแล้วมันจะถูกทำลายโดยฉือโหย่วได้เช่นไร?
ซวนหยวนห้ากัดไปที่แขนของฉือโหย่ว
ปิงหยางใช้แขนและขาเกาะแขนข้างหนึ่งของฉือโหย่วเอาไว้
เปลวเพลิงสามสีทอง เงินและฟ้าลุกไหมขึ้นจากร่างของนาง
”ฉือโหย่วไอ้ปีศาจเขาวัวเท่า เจ้ามันเป็นปีศาจที่อัปลักษณ์ที่สุด ข้าจะเอาเจ้าจนตายเดี๋ยวนี้!” ปิงหยางตะโกนเสียงดัง
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งกับการกระทำของปิงหยาง
มันเป็นกลวิธีอันแปลกประหลาดเหลือเกิน