Gate of God - ตอนที่ 1142 ศึกสุดท้าย
ตอนที่ 1142 ศึกสุดท้าย
ความจริงแล้วนอกจากฉือโหย่วทุกคนล้วนตกตะลึง
”รอให้ฟางเจิ้งจือมีลูก?!”
ขณะนั้นเองฟางเจิ้งจือเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ฟางเจิ้งจือพุ่งผ่านฉือโหย่วที่กำลังสับสนด้วยเต๋าสวรรค์จากนั้นก็ตรงไปทางที่หยุนชิงวูและวู่จวี้เอ๋อยืนอยู่
”…”วู่จวี้เอ๋อตกใจเล็กน้อยจากนั้นหน้าของหน้าก็เริ่มแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว
ฟางเจิ้งจือเดินเข้ามาหานาง?
ยิ่งกว่านั้นเขาบอกว่าต้องการมีลูก…
เขาอยากมีลูกกับใคร?
หญิงสาวตรงหน้ามีสามคนหยุนชิงวู วู่จวี้เอ๋อและจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือ
คงไม่ใช่ไป่ฉืออย่างแน่นอนเพราะอายุพวกเขาต่างกันมาก และไม่ควรจะเป็นหยุนชิงวูเพราะอย่างน้อยนางมีเชื้อสายของอสูรและปีศาจเช่นนั้นแล้วคนที่มีโอกาสมากที่สุดก็คือวู่จวี้เอ๋อ?
”หรือว่า…”
วู่จวี้เอ๋อหยุดคิดในขณะที่ฟางเจิ้งจือเริ่มเคลื่อนไหวและยกมือขวาออกไปหานาง
”เจ้าไร้ยางอายอย่าทำแบบนี้… ข้า …ข้ายังไม่พร้อม..” วู่จวี้เอ๋อเบิกตากว้างก่อนที่จะพูดจบประโยค
นอกจากนี้ปิงหยางและฉือกูเหยียนก็เบิกตากว้างเช่นกัน
หยุนชิงวูและจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือในร่างอสูรก็เบิกตากว้าง
อย่างไรก็ตามมันไม่เป็นไปอย่างที่วู่จวี้เอ๋อคิด
”เกิดอะไรขึ้น!”
”…”
คนที่ฟางเจิ้งจือเข้าไปหาจริงๆแล้วคือหยุนชิงวู…. ทุกคนมองฉากตรงหน้าอย่างสับสน
ฟางเจิ้งจือโอบเอวของหยุนชิงวูด้วยมือข้างหนึ่งและโอบศีรษะด้วยมืออีกข้างหนึ่ง
จากนั้นริมฝีปากของพวกเขาก็สัมผัสกัน
”…”
หยุนชิงวูเบิกตากว้างและจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อนางพยายามดิ้นรนและตีเขาโดยสัญชาตญาณ
อย่างไรก็ตามเขาไม่ยอมปล่อย
เขาไม่พูดอะไรทั้งยังกอดนางแน่นและจูบนางต่อไป
”อื้มอืม…”หยุนชิงวูส่งเสียงเล็กน้อย
โลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุน
ฉือโหย่วหันมองไม่รู้เพราะอะไรแต่เขาไม่ได้โจมตีฟางเจิ้งจือในทันที
”เจ้าเด็กนั่นสมกับเป็นลูกผู้ชาย…อย่างไรก็ตามมันไม่ช้าไปหน่อยหรือ? จูบกันอยู่นานแล้ว ถ้าเป็นคนของเผ่าข้าคงถอดเสื้อผ้าทันที”ฉือโหย่วส่ายหัวหลังจากมองฟางเจิ้งจือ
”…”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจหันมองกันด้วยสีหน้าแปลกๆ
ขณะเดียวกันหยุนชิงวูได้สติจากคำพูดของฉือโหย่วนางหยุดตีฟางเจิ้งจือและจับหน้าอกของเขาไว้แน่น
อย่างไรก็ตามนางรู้สึกถึงบางอย่างหลุดเข้าไปในปากมันเป็นทรงกลมและไหลลงคอไปทันที
”อืม…”ร่างของหยุนชิงวูสั่นอย่างรุนแรงก่อนที่จะรู้สึกถึงพลังงานที่ร้อนรุ่มแผ่ออกมาจากภายใน
คลื่นอากาศสีแดงใสแผ่ออกมาจากหลังของหยุนชิงวู
”ตู้ม!”เสียงระเบิดดังสนั่น
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องคลื่นอากาศแผ่ออกไปทุกทิศทาง แม้แต่ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าก็เริ่มส่องสว่าง
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือกระเด็นออกไปเพราะแรงระเบิด
”เกิดอะไรขึ้น?!”
”คลื่นอากาศนี่…”
”มันคุ้นเคยมาก!”
”มันคือ…นกไฟอมตะ!”
เมื่อได้เห็นสิ่งนี้เหล่าอสูรและปีศาจต่างรู้สึกประหลาดใจ
คลื่นสีแดงที่คุ้นเคย
ในบรรดาเทพอสูรมันคือพลังที่สามารถต่อสู้กับซวนหยวนห้าได้
นกอมตะเฟิ่งหวง(ชื่อที่คนจีนใช้เรียกนกฟีนิกซ์)!
”เกิดอะไรขึ้น!นั่น.. เจ้าเด็กนั่นทำอะไร ทำไมจู่ๆหยุนชิงวูแข็งแกร่งขนาดนี้ได้?!” ปิงหยางตกใจมากเช่นกัน
”…”ปิงหยางพูดไม่ออก ความเชื่อมั่นที่มีต่อฟางเจิ้งจือทำให้เหยียนซิวไม่คิดสงสัยแม้แต่น้อย
”ดูเหมือนเจ้าไร้ยางอายจะให้หยุนชิงวูกินอะไรบางอย่างทำให้นางได้พลังนั่นมา!” ฉือกูเหยียนอธิบายออกมาด้วยความสงบ
นางเองก็เชื่อในตัวฟางเจิ้งจือเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสำหรับฉือกูเหยียนนั่นยังคงต้องเป็นไปตามเหตุและผล
นางเข้าใจนิสัยของฟางเจิ้งจือดีเกินไปเขาอาจจะเป็นคนไร้ยางอายในบางเรื่อง แต่เรื่องสำคัญย่อมคิดอย่างรอบคอบ
”ฟางเจิ้งจือมอบพลังให้หยุนชิงวูงั้นเหรอ?เจ้าไร้ยางอายนั่น… ทำไมไม่มอบพลังให้กับข้า?” ปิงหยางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามในตอนนี้พลังที่รุนแรงของหยุนชิงวูสงบลงแล้วแสงสีแดงคล้ายขนนกทั้งเก้าลอยอยู่ด้านหลังของนาง
”ฉือโหย่ว”หยุนชิงวูกล่าวขึ้น
”หืม?!”ท่าทีของฉือโหย่วเปลี่ยนไป แม้หยุนชิงวูจะพูดเพียงไม่กี่คำแต่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
”ยังจำข้าได้หรือไม่เวลาผ่านไปนานหลายพันปี..” หยุนชิงวูพูดอีกครั้ง
”…”ร่างของฉือโหย่วสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ความรู้สึกนี้…
กลิ่นอายคล้ายกับนกและมนุษย์…
”หรือว่า…”
”เป็นไปไม่ได้!”
”นางตายไปแล้วทั้งยังถูกขังอยู่นอกจักรวาล ไม่มีทางรอดมาได้!”
ท่าทีของฉือโหย่วเปลี่ยนไปเขาเกือบจะลืมดาบซวนหยวนและซวนหยวนห้าในมือ
ปิงหยางเต็มไปด้วยความสับสน
ในขณะนั้นเองนางเห็นร่างหนึ่งพุ่งเข้าหาฉือโหย่วด้วยความรวดเร็วดาบซวนหยวนหลุดจากมือฉือโหย่วในที่สุด ”ฟุ่บ!”แสงสีทองสาดส่องไปทั่ว
ดาบแสงสีทองพุ่งใส่ร่างของซวนหยวนห้า
”ตู้ม!”คลื่นอากาศระเบิดบนท้องฟ้า
ควันสีดำที่ปกคลถมร่างซวนหยวนห้าถูกพัดหายไปจนหมดพลังที่รุนแรงทำให้เขาหลุดจากมือฉือโหย่ว
อย่างไรก็ตามซวนหยวนห้าสลบไปแล้วร่างมังกรกำลังร่วงลงสู่พื้น
ตู้ม!
เทพอสูรและเทพปีศาจตกตะลึง
ซวนหยวนห้าปลอดภัยแล้ว?!
เทพปีศาจฉือโหย่วทำอะไรอยู่?ทำไมเขาถึงนิ่งไปหลังจากคุยกับหยุนชิงวู?
”ฮ่าฮ่าฮ่า…”ขณะที่เทพอสูรและเทพปีศาจประหลาดใจฉือโหย่วก็ได้สติกลับมาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า เจ้ายังไม่ตาย!” ”อะไรกัน?!”
”นางคือซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า?”
”หยุนชิงวูคือซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า?!”
เทพอสูรและเทพปีศาจเบิกตากว้างเมื่อได้ยินฉือโหย่วพูด
”ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า…ฉือโหย่วพูดว่าหยุนชิงวูคือซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้างั้นหรือ?!” ปิงหยางไม่อยากเชื่อ
”เทพีแห่งสงครามในยุคโบราณ?ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า!”ดวงตาของฉือกูเหยียนเปล่งประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ฉือกูเหยียนอ่านตำรามากมายเรื่องราวเกี่ยวกับสงคราม รวมทั้งเหล่าเทพเจ้าที่มีชื่อเสียงในยุคโบราณ
เทพเจ้าผู้นี้ไม่ได้เก่งกาจในเรื่องของพลังแต่นางมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆรวมถึงสติปัญญาอันสูงยิ่งของนาง ครั้งหนึ่งนางเคยสอนวิชาการทหารให้กับจักรพรรดิฮวงซวนหยวนและถูกเรียกว่าอาจารย์ของเขา
หยุนชิงวู…
นางได้รับพลังของซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า
”ลูกสาวข้า…คือซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า?!” จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือตกใจมาก สีหน้าเต็มไปด้วยความซับซ้อน นางไม่รู้ว่าควรมีความสุขหรือหวาดกลัวกันแน่
”…”
ทั้งโลกตกตะลึง
ยกเว้นเพียงฟางเจิ้งจือ
นั่นเพราะเขารู้ว่าหยุนชิงวูกำลังทำอะไรว่ากันตามตรงนางเพียงแค่สืบทอดพลังซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าและไข่มุกมู่เฉิน แต่นางยังคงมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่
เหตุผลที่หยุนชิงวูทำตัวราวกับเป็นซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าเป็นเพียงการแสดง
”การแสดง…” ”ทำได้ดีทีเดียว!”
ฟางเจิ้งจือกำลังคิดถึงวิธีการรับมือกับฉือโหย่ว
”เพื่อที่จะฆ่าฉือโหย่วเราต้องใช้ค่ายกลพลังห้าธาตุ!”
”มันอยู่ในบันทึกโบราณอย่างไรก็ตามค่ายกลพลังห้าธาตุไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ ความจริงแล้วมันซับซ้อนกว่านั้นมาก”
นั่นเป็นเหตุผลที่ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าพูดว่าฟางเจิ้งจือจะไม่สามารถเรียนรู้มันได้
บนโลกนี้มีเพียงหยุนชิงวูเท่านั้นที่สามารถเข้าใจความซับซ้อนของค่ายกลห้าธาตุได้
”หงส์แดงที่ด้านหน้าเต๋าดำอยู่ด้านหลัง มังกรเขียวทางซ้ายและเสือขาวทางขวา ทหารยืนตรงกลาง!”หยุนชิงวูตะโกนขึ้น
ขณะนั้นเองแสงสว่างนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากร่างของหยุนชิงวูปิดล้อมฉือโหย่วฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆเอาไว้
”หยุนชิงวูกำลังจะทำอะไร?”ปิงหยางรู้สึกว่าบางอย่างผิดปกติ
”ยืนบื้ออยู่ทำไมรีบไปที่ตำแหน่งของเจ้า ตำแหน่งไฟ!” ฟางเจิ้งจือตรงไปหาปิงหยางและกล่าวออกมา
”ตำแหน่งไฟ?ธาตุทั้งห้า? เจ้า… เจ้าหมายถึงอะไร?”ปิงหยางมองฟางเจิ้งจือด้วยความมึนงงและไม่เข้าใจว่าฟางเจิ้งจือหมายถึงอะไร
”หยุนชิงวูคือคนที่ต้องต่อสู้กับฉือโหย่วไม่ใช่หรือ?”
”ทำไมข้าต้องเข้าตำแหน่งด้วย?”
ขณะที่กำลังถามนางก็ถูกผลักไปข้างหน้าไม่ห่างจากฉือโหย่วมาก
”…”
ฟางเจิ้งจือหันมองฉือกูเหยียนและเหยียนซิว ”เหยียนเอ๋อร์ไปยังตำแหน่งน้ำและช่วยปิงหยางเหยียนซิวเต๋าอาชูร่าของเจ้าเป็นพลังโจมตี ไปยังตำแหน่งทองแต่อย่าผลีผลาม”
”รับทราบ!”ฉือกูเหยียนพยักหน้า
”อืมเข้าใจแล้ว” เหยียนซิวไม่ได้ถามอะไรและรีบไปยังตำแหน่งทันที
หลังจากเห็นฉือกูเหยียนและเหยียนซิวเคลื่อนไหวสายตาของฟางเจิ้งจือก็เหลือบมองไปยังร่างที่อยู่ไม่ไกล
”หนานกงมู่ตำแหน่งไม้!”
”…”หนานกงมู่เงียบในขณะที่มองฟางเจิ้งจือ ก่อนจะเดินไปยังตำแหน่งของตน
การสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูด
หนานกงมู่รู้ดีว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับฟางเจิ้งจือ
จักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานเป็นสหายที่ดีต่อกัน
หนานกงมู่ไม่คิดอะไรอีกต่อไปเขาจะจัดการกับความแค้นที่มีหลังจากฆ่าฉือโหย่วแล้ว
”ส่วนข้าไปยังศูนย์กลาง!”หลังจากฟางเจิ้งจือเห็นทั้งสี่คนอยู่ในตำแหน่งแล้วก็จับดาบซวนหยวนในมือแน่น
”…”
ท่าทีของเทพอสูรและเทพปีศาจเปลี่ยนไป
นั่นเพราะพวกเขามีประสบการณ์ต่อสู้ในยุคโบราณในการต่อสู้ครั้งนั้นจักรพรริดฮวงใช้ค่ายกลห้าธาตุเอาชนะฉือโหย่ว
ค่ายกลห้าธาตุ…
พลังที่เกิดจากคนห้าคน!
แม้ค่ายกลครั้งนี้จะไม่ได้เกิดจากพลังของทหารจำนวนมากแต่เพียงห้าคนก็มีพลังเทียบเท่าแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นฉือโหย่วไม่มีใครสู้เคียงข้าง
ห้าต่อหนึ่ง!
นอกจากนี้หยุนชิงวูเป็นผู้ควบคุมพลังค่ายกล
”นางคือซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าจริงๆ!”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจเงยหน้าขึ้นและมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ค่ายกลห้าธาตุของซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า!
ฉือโหย่วจะยังมีโอกาสชนะอยู่หรือไม่?!
”ฉือโหย่วเจ้าพ่ายแพ้ให้กับข้าเมื่อหลายพันปีก่อน ตอนนี้เจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะข้าได้ สองทางเลือกคือยอมแพ้หรือตาย!” หยุนชิงวูขยับนิ้วเล็กน้อย
สายลมภูเขาพัดผ่าน
ผมสีขาวพริ้วไหวไปตามสายลม
ในขณะเดียวกันดวงอาทิตย์สีเลือดยังคงส่องสว่างอย่างน่าขนลุก