Gate of God - ตอนที่ 1143 พลังของค่ายกลห้าธาตุ
ตอนที่ 1143 พลังของค่ายกลห้าธาตุ
”ฮ่าฮ่าฮ่า…ค่ายกลห้าธาตุ ช่างน่าคิดถึงเสียจริง!” ฉือโหย่วมองแสงสว่างรอบตัวและร่างทั้งห้าที่ยืนประจำตำแหน่ง
มันเป็นหนึ่งในค่ายกลที่ทรงพลังที่สุด
หลายพันปีก่อนจักรพรรดิฮวงซวนหยวนเอาชนะฉือโหย่วด้วยค่ายกลห้าธาตุ
ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้งหรือไม่?
ฉือโหย่วพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆแต่ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังนั่นเพราะเขาเคยพ่ายแพ้ให้กับมันมาก่อน
เพื่อให้ค่ายกลห้าธาตุปล่อยพลังได้เต็มที่ค่ายกลห้าธาตุไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังจากธาตุทั้งห้าเพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีผู้ควบคุมที่เชี่ยวชาญด้วย
เหมือนกับสมบัติต่างๆความสามารถของพวกมันย่อมต่างออกไปถ้าอยู่ในมือของผู้ใช้ที่ต่างกัน เพื่อที่จะใช้ค่ายกลห้าธาตุไม่ใช่แค่ต้องมีพลังที่แข็งแกร่งแต่ต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญกฎแห่งการควบคุมค่ายกลด้วย
หยุนชิงวู…
นางจะทำได้หรือไม่?!
นอกจากฉือโหย่วเหล่าเทพอสูรและเทพปีศาจต่างกังวลในเรื่องนี้ การใช้พลังจากค่ายกลห้าธาตุนั้นซับซ้อนเกินไป
หยุนชิงวูพึ่งสืบทอดพลังจากซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าได้ไม่นาน
นางจะเชี่ยวชาญได้ในเวลาสั้นๆงั้นหรือ?
ในขณะนั้นเองฉือโหย่วเริ่มเคลื่อนไหว
”ตายซะ!”ฉือโหย่วไม่ได้โจมตีฟางเจิ้งจือหรือปิงหยางแต่พุ่งไปหาหยุนชิงวูแทน
เพียงฆ่าหยุนชิงวู
ค่ายกลห้าธาตุจะพังทลายลง
”ตำแหน่งไม้ห่อหุ้ม!” หยุนชิงวูไม่แปลกใจแม้แต่น้อยกับการเคลื่อนไหวของฉือโหย่วนางขยับนิ้วทันที
จากนั้นชั้นแสงสีเขียวก็ปกคลุมทั่วร่างของหนานกงมู่
”ตู้ม!”ต้นไม้สูงตระหง่านขึ้นในทันทีกิ่งไม้ยักษ์นับไม่ถ้วนรัดพันฉือโหย่วเอาไว้
มันคือต้นไม้เทพเจ้าของหนานกงมู่
อย่างไรก็ตามด้วยพลังจากค่ายกลห้าธาตุทำให้ต้นไม้เทพเจ้ามีพลังมากกว่าเดิมและมีสีขาวประกายราวกับอัญมณี
ครูด!
แขนทั้งหกรวมไปถึงส่วนอื่นของฉือโหย่วถูกเฉือดเฉือน
”ไม้ก่อเกิดไฟ!”หยุนชิงวูจ้องด้วยสายตาเยือกเย็นและขยับนิ้วอีกครั้ง เปลวเพลิงรูปร่างคล้ายขนนกไหลเข้ามาในตัวปิงหยาง
มันลุกไหม้บนร่างของนาง
ทองแดงและฟ้า
แสงทั้งสามแผดเผารอบร่างกายของนาง ขณะเดียวกันกิ่งไม้ที่รัดพันฉือโหย่วก็ลุกไหม้
เปลวไฟสีทองลุกโชนใส่ฉือโหย่ว
เปลวไฟสีแดงแผดเผาแขนทั้งหก
เปลวไฟสีน้ำฟ้าเผาไหม้ข้าของฉือโหย่ว
เปลวไฟทั้งสามลุกไหม้ทั่วร่างกายของเขาในทันที
”สำเร็จไหม?!”
”พวกเราจัดการฉือโหย่วได้แล้วงั้นหรือ?!”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจเบิกตากว้างขณะที่จ้องมองฉากนี้
”ฮึ่มด้วยพลังระดับนี้ ไม่คิดว่ามันอ่อนแอเกินไปหน่อยงั้นรึ?” ฉือโหย่วหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนจะอ้าปากกลืนกินเปลวไฟทั้งสามเข้าไป
มันเป็นฉากที่น่ากลัว เปลวไฟหายไปในพริบตา
ขณะเดียวกันกิ่งไม้ที่รัดพันก็แตกสลายออกโดยสมบูรณ์
”…”
”นี่…นี่มันเรื่องจริงงั้นหรือ?!”
”ค่ายกลห้าธาตุทำอะไรฉือโหย่วไม่ได้เลย?”
เทพอสูรและเทพปีศาจตกตะลึงเมื่อเห็นฉือโหย่วกลืนกินพลังธาตุไฟ
เต๋าแห่งการทำลายล้าง….
อะไรก็ตามที่สัมผัสฉือโหย่วจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงพวกเขาไม่สามารถสู้ต่อไปได้แล้วงั้นหรือ?
”ไม่ค่ายกลห้าธาตุไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายขนาดนั้น!” ตอนนั้นเองเทพอสูรคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุนเผิง
ในขณะที่คุนเผิงพูดค่ายกลห้าธาตุก็เริ่มเปลี่ยนไป
”ไฟก่อเกิดดิน!”เสียงของหยุนชิงวูดังก้อง แต่ยังเต็มไปด้วยความเยือกเย็น นางไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
ตู้ม!
หลังจากพูดจบท่าทีของฉือโหย่วก็เปลี่ยนไปราวกับเขากำลังเจ็บปวด
นี่เป็นครั้งแรกที่เทพอสูรและเทพปีศาจเห็นฉือโหย่วมีท่าทีเช่นนั้นจากนั้นเปลวไฟทั้งสามที่ฉือโหย่วกินเข้าไปก็พุ่งออกมา
พวกมันกลายเป็นดินสีดำมอดไหม้
มันเป็นฉากที่แปลกมาก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่แปลกยิ่งกว่าคือดินสีดำเข้าล้อมฉือโหย่วราวกับพวกมันมีชีวิตเป็นของตัวเอง
”…”
”แข็งแกร่งมาก!”
”นี่คือพลังของค่ายกลห้าธาตุงั้นหรือ?!” เทพอสูรและเทพปีศาจเต็มไปด้วยความตกตะลึงค่ายกลห้าธาตุแปรเปลี่ยนธาตุได้อย่างอิสระ มันแข็งแกร่งเกินไป
ไม่ว่าฉือโหย่วจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาจะถูกทรมานจนตาย
ตู้ม!
ร่างกายของฉือโหย่วสั่นอย่างรุนแรงดินสีดำรอบตัวเขาหายไปอย่างสมบูรณ์ เต๋าแห่งการทำลายล้างมีพลังรุนแรงเกินไป
อย่างไรก็ตามแสงสว่างพุ่งเข้าหาฉือโหย่ว
”ฟุ่บ!”
นั่นคือเหยียนซิว
พัดสีเงินกลายเป็นดาบยาวฟาดฟันใส่ฉือโหย่วด้วยความรวดเร็ว
ขณะนั้นเองฟางเจิ้งจือก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
ตำแหย่งศูนย์กลางทำให้เขาสามารถช่วยสนับสนุนทุกคนได้ตลอดเวลานั่นคือข้อดีของค่ายกลห้าธาตุ
”ฟุ่บ!”แสงสีทองสว่างขึ้นจากดาบซวนหยวน
ตู้ม!
พลังทั้งสองพุ่งใส่ศีรษะของฉือโหย่วเกือบจะในเวลาเดียวกัน
”แกร้ง!”เสียงกระทบของโลหะดังขึ้น
คลื่นอากาศพัดกระแทกออกไป
ฟางเจิ้งจือและเหยียนซิวพวกเขาก็กระเด็นกลับไปในตำแหน่งเดิม
”…”
”ไม่มีอะไรเกิดขึ้น?!”
”แม้จะสามารถพันธนาการฉือโหย่วได้แต่ก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้งั้นหรือ?”
เทพอสูรและเทพปีศาจถอนหายใจเมื่อเห็นฉือโหย่วยืนอยู่ท่ามกลางค่ายกลห้าธาตุ
ค่ายกลห้าธาตุแข็งแกร่งมาก
อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถทำร้ายฉือโหย่วได้ไม่ว่าจะมีพลังรุนแรงแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์
”พวกเจ้าทำได้แค่นี้งั้นหรือ?มีอะไรอีกไหม ข้าอยากเห็นจริงๆ!” ฉือโหย่วมองไปรอบๆก่อนจะจ้องไปที่หยุนชิงวู
หยุนชิงวูยังคงนิ่งสงบ
นางไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยและไม่แปลกใจเลยที่ฉือโหย่วไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของฟางเจิ้งจือและเหยียนซิว
ฉือโหย่วกำมือแน่นขณะที่มองท่าทีของหยุนชิงวู
ในการต่อสู้ยุคโบราณเขารู้ดีว่าค่ายกลห้าธาตุแข็งแกร่งมากแค่ไหน ความจริงแล้วจักรพรรดิฮวงซวนหยวนใช่พลังจากค่ายกลห้าธาตุจนเอาชนะฉือโหย่วได้
อย่างไรก็ตามในตอนนั้น…
เขายังไม่เชี่ยวชาญเต๋าแห่งการทำลายล้าง
หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับค่ายกลห้าธาตุแม้เขาจะมีกระดูกและร่างกายที่แข็งแรง เขาก็ยังไม่สามารถรับพลังจากค่ายกลห้าธาตุได้และพ่ายแพ้ในที่สุด
อย่างไรก็ตามตอนนี้มันแตกต่างออกไป
ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เขามีพลังของเต๋าแห่งการทำลายล้างและมั่นใจในการป้องกันที่สมบูรร์แบบแม้ฉือโหย่วจะติดอยู่ในค่ายกล แต่เขาก็ยังคิดว่าควรเป็นหยุนชิงวูและฟางเจิ้งจือมากกว่าที่ควรกังวล
ทำไมถึงไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย?!
ทำไมหยุนชิงวูถึงสงบเยือกเย็นอยู่เช่นนั้น?!
เขามั่นใจว่าต่อให้จักรพรรดิฮวงซวนหยวนคุมสถานการณ์ได้ก็ยังคงตื่นตระหนก อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูกลับสงบนิ่งและมีความมั่นใจอย่างมาก
เป็นไปได้ยังไง?
นางรับมือยากกว่าจักรพรรดิฮวงซวนหยวนงั้นหรือ?
”ไม้!”ขณะนั้นเองหยุนชิงวูเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบอีกครั้งราวกับนางไม่ได้ใส่ใจเลยว่าการโจมตีจะไม่ได้ผล
หลังจากนางพูดจบต้นไม้เทพเจ้าสูงตระหง่านขึ้นอีกครั้งและปิดล้อมฉือโหย่วทันที
”…”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจเงียบลงอีกครั้ง
นอกจากเปลืองพลังงานแล้วยังใช้การเคลื่อนไหวแบบเดิม?
นอกจากพวกเขาแล้วท่าทีของปิงหยางก็เปลี่ยนไปและพูดไม่ออก
อีกแล้วหรือ?
ปิงหยางอยากถามหยุนชิงวูว่ากำลังคิดอะไรอยู่?
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ถามออกไปไม่ใช่เพราะฟางเจิ้งจือห้ามไม่ให้ทำแต่เพราะนางคิดว่าสามารถเชื่อใจหยุนชิงวูได้
แม้ปิงหยางจะไม่ชอบหยุนชิงวูแต่นางต้องอดทนในสถานการณ์เช่นนี้
ต้องยอมรับว่าหยุนชิงวูเชี่ยวชาญค่ายกลนี้ที่สุด
”น้ำเกื้อหนุนไม้!”หยุนชิงวูพูดอีกครั้ง
”หืม?!”
”นางไม่ใช้ไม้ก่อเกิดไฟ?”
”กลับกัน?!”
เทพอสูรและเทพปีศาจตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัก
เปลี่ยนไป!
นั่นหมายความว่ายังมีความหวัง
หลังจากที่หยุนชิงวูพูดขึ้นต้นไม้เทพเจ้าเติบโตอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่และหนากว่าเดิมถึงสองเท่า
ต้นไม้เทพเจ้าพันรัดตัวฉือโหย่ว
จากนั้น… ไม่มีจากนั้น
หยุนชิงวูกำลังให้ฉือโหย่วดิ้นรน
”แค่นี้?”ฉือโหย่วยังคงรอให้หยุนชิงวูฆ่าเขาด้วยวิธีอื่น อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันทำให้ฉือโหย่วสับสน
พันธนาการตัวข้า?
เพื่ออะไร?
ฉือโหย่วกำลังพูดออกมาแต่ทันใดนั้นเองกิ่งไม้เลื้อยเข้ามาในปากจนเขาไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก
”…”ฉือโหย่วเบิกตากว้าง
หยุนชิงวูมองไปที่ฉือโหย่วอย่างเย็นชาและส่ายหัว
”เจ้าควรจะดิ้นรนเสียมากกว่าอย่าเสียเวลาพูดเลย… การพูดคุยไม่ใช่วิถีของเจ้าไม่ใช่หรือ เทพปีศาจฉือโหย่ว?” หยุนชิงวูพูดอย่างดูถูก
”…” ตู้ม!
กิ่งไม้เทพเจ้าที่พันรอบตัวฉือโหย่วและกิ่งไม้ในปากสลายไปทันทีเพราะเต๋าแห่งการทำลายล้าง
เขาจะทนความอัปยศเช่นนี้ได้เยี่งไร?!
”ข้าจะฆ้าเจ้า!”หลังจากหลุดจากพันธนาการ ฉือโหย่วก็พุ่งเข้าหาหยุนชิงวูอย่างโกรธเกรี้ยว
”…”
”เทพปีศาจฉือโหย่วคล้อยตามคำพูดของนาง?!”
”…ข้าไม่คิดเลยว่าฉือโหย่วจะโกรธเพราะเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาได้เปรียบชัดๆ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น?”
เทพอสูรและเทพปีศาจล้วนแปลกใจ
มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเพียงประโยคเดียวทำให้เขาเคลื่อนไหว…
พวกเขาไม่คิดเลยว่าฉือโหย่วจะเป็นฝ่ายที่เสียความเยือกเย็นไปก่อนมันควรจะเป็นหยุนชิงวู
”การพึ่งพาของน้ำและดิน!”หยุนชิงวูยังคงสงบแม้จะเห็นฉือโหย่วพุ่งเข้ามาก็ตาม นางยังคงยืนในตำแหน่งเดิมไม่ขยับไปไหน
”…”
”การพึ่งพาของน้ำและดิน?”
”หนึ่งในพลังของค่ายกลห้าธาตุ?”
เทพอสูรและเทพปีศาจเต็มไปด้วยความสับสน
อย่างไรก็ตามขณะนั้นเองโล่ดินสีดำขนาดยักษ์ปรากฎขึ้นป้องกันฉือโหย่วพร้อมกับสายฝนสีฟ้าบนผิวของโล่มีหนามขนาดยักษ์แหลมคม
”ตู้ม!”ฉือโหย่วโจมตีโล่ดินสีดำจนระเบิดจนกลายเป็นเศษดินและโคลนสีดำ
อย่างไรก็ตามฉากที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นหลังจากนั้น
เศษดินเศษโคลนไม่ได้หายไปพวกมันกลายเป็นสิ่งพันธนาการรอบขาของฉือโหย่วเหมือนกับแขนยักษ์
จากนั้นดินสีดำก็กลายเป็นดินเหนียว
หนองน้ำก่อตัวขึ้นใต้เท้าของฉือโหย่วดินเหนียวหมุนวนกลืนกินร่างของฉือโหย่ว
”…”
”…”
นอกจากเทพอสูรและเทพปีศาจปิงหยางกระพริบตาด้วยความตกใจและกลืนน้ำลายขณะที่มองดูร่างของฉือโหย่วค่อยๆถูกกลืนกิน
”ว้าวมันได้ผลด้วย?” ปิงหยางประหลาดใจและดีใจฝนเวลาเดียวกัน
นางทั้งสงสัยและรู้สึกโล่งใจที่เชื่อคนถูก
��