Gate of God - ตอนที่ 1145 ผู้เป็นอมตะ
ตอนที่ 1145 ผู้เป็นอมตะ
ฉือโหย่วตายแล้วงั้นหรือ?!
ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆไม่อยากจะเชื่อ
แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าดาบตัดผ่านร่างกายของฉือโหย่วแต่ก็ยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
เทพปีศาจโบราณผู้แข็งแกร่งที่สุดตายลงเพราะพลังของมนุษย์จริงๆหรือ?
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
สายฟ้าผ่าลงมา
โลกทั้งใบเงียบสนิททุกคนจ้องมองไปยังศูนย์กลางค่ายกลห้าธาตุ
ทุกคนยังไม่กล้าคลายความกังวล
ฟางเจิ้งจือเหยียนซิวและคนอื่นๆเริ่มมีเหงื่อออกชุ่ม พวกเขาทุ่มโจมตีด้วยพลังทั้งหมดไปแล้ว
มันจบแล้วหรือ?
มันจบแล้วจริงๆหรือ?
”…”
ฉือกูเหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนเบิกตากว้างและมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
”ยัง…เขายังไม่ตาย!”ฉือกูเหยียนพูดขึ้น
”อะไรกัน?!”
”ยังไม่ตายอีกงั้นหรือ?”
”…”
ฟางเจิ้งจือและเหล่าอสูรปีศาจตกตะลึง
”อาทิตย์สีเลือดยังคงส่องสว่าง ฉือโหย่วยังไม่ตาย!” ฉือกูเหยียนชี้ไปบนท้องฟ้าด้วยใบหน้าซีดขาว
ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงสีเลือด
”มันยังส่องแสงอยู่!”
”ถ้าฉือโหย่วตายแล้วมันคง…” ”เขาจะยังไม่ตายได้ยังไงไม่ใชว่าฟางเจิ้งจือ…”
”ดูนั่นเลือด!”
”เลือดของฉือโหย่วกำลังไหลมารวมกัน!”
”อะไรกัน?!”
ทุกคนจ้องมองไปยังค่ายกลห้าธาตุอีกครั้ง
ในตอนนี้ทั้งเลือดและกระโหลกที่แตกหักเคลื่อนตัวมารวมกันและดูเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ตรงกลาง
”ทำไมกัน?ข้าฆ่าฉือโหย่วไปแล้ว ทำไมถึงยังไม่ตายอีก?” ปิงหยางไม่เชื่อ
เหยียนซิวและหนานกงมู่เองก็กำหมัดแน่น
พวกเขามั่นใจว่าดาบตัดผ่านร่างของฉือโหย่วไปแน่นอนอย่างไรก็ตามฉากตรงหน้าดูแปลกเกินไป
”ยังไม่ตาย?!” นั่นหมายความว่าพวกเขาทำไม่สำเร็จ?!
”…”
”ไม่…ไม่ใช่เพราะพวกเราไม่สามารถฆ่าฉือโหย่วได้ แต่มันคือแหล่งพลังเทพเจ้า! ถ้าแหล่งพลังเทพเจ้าไม่ถูกทำลาย ฉือโหย่วก็ไม่ตาย!” ฉือกูเหยียนกำมือแน่นทันทีที่คิดออก
พวกเขาลืมเรื่องที่สำคัญที่สุดไปและสนใจแต่เพียงเต๋าแห่งการทำลายล้างของฉือโหย่ว
ไม่ว่าจะเป็นพลังจากค่ายกลห้าธาตุหรือแผนที่สู่สวรรค์ล้วนไร้ประโยชน์
ที่ฉือโหย่วมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ไม่ใช่เพราะได้รับชัยชนะในสงครามโบราณแต่เป็นเพราะแหล่งพลังเทพเจ้า
เขาจะไม่มีวันตาย!
จักรพรรดิฮวงซวนหยวนไม่สามารถฆ่าฉือโหย่วได้จึงใช้ศีรษะของซิงเทียนสร้างค่ายกลผนึกปีศาจผนึกฉือโหย่วไว้ใต้ภูเขาฉางหยาง แล้วตอนนี้เขาจะตายได้ยังไง?
”ตู้ม!”ท้องฟ้าและพื้นดินสั่นสะเทือน
ในที่สุดท่าทีของหยุนชิงวูก็เปลี่ยนไปนางมีแผนการนับไม่ถ้วนที่จะเปิดโอกาสให้ฟางเจิ้งจือฆ่าฉือโหย่ว
อย่างไรก็ตามตอนนี้
มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะฆ่าฉือโหย่ว
”พวกเด็กเหลือขอฉลาดมาก ฮ่าฮ่าฮ่า…” เสียงของฉือโหย่วดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มก้อนเลือด หลังจากนั้นร่างกายของฉือโหย่วก็ค่อยๆปรากฎขึ้น
เขาเดินออกมาพร้อมกระถ่มเลือดออกมาจากปาก
ราวกับคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จหมอกควันสีดำปกคลุมทั่วท้องฟ้า
ร่างของฉือโหย่วกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
เขาบนหัวปีกสีดำขนาดยักษ์และแขนทั้งหก ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขายังคงยืนอยู่ท่ามกลางค่ายกลห้าธาตุ
สายตาที่เยือกเย็นมองไปรอบๆ
”…”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจยืนแข็งค้าง
เทพปีศาจฉือโหย่วผู้เป็นอมตะรวมถึงพลังของเต๋าแห่งการทำลายล้างใครจะสามารถเอาชนะเขาได้?
”…”
เหยียนซิวและหนานกงมู่หายใจหอบ
พวกเขาไม่ได้เกรงกลัวอันตรายหรือพลังของฉือโหย่วอย่างไรก็ตามถ้าปีศาจตัวนี้ไม่มีวันตาย ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
”ในเมื่อฉือโหย่วก็คือแหล่งพลังเทพเจ้าเราทำลายแหล่งพลังเทพเจ้าไม่ได้หรือ?” ปิงหยางพูดขึ้น
”แหล่งพลังเทพเจ้าคือแหล่งพลังเรกิที่ไหลเวียนอยู่ในธรรมชาติถ้าสามารถทำลายได้ จักรพรรดิฮวงคงทำไปแล้วและคงไม่ปล่อยฉือโหย่วไว้จนถึงตอนนี้” ฉือกูเหยียนส่ายหัว
”นี่…ไม่มีวิธีอื่นแล้วงั้นหรือ?” ปิงหยางมองอย่างไม่พอใจ
”คิดว่าคงไม่มี”ฉือกูเหยียนส่ายหัวอีกครั้ง “ถ้าข้าเดาถูกแหล่งพลังเทพเจ้าคือเหตุผลในการมีอยู่ของโลก”
”…”ปิงหยางเงียบไปในที่สุด
”เหตุผลในการมีอยู่ของโลก!”
”แหล่งพลังเรกิ!”
หากเป็นเช่นนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายแหล่งพลังเทพเจ้า
โลกจะเป็นยังไงหากทำลายแหล่งพลังทำเจ้า?
”ข้าบอกไปแล้วข้าคือผู้ปกครองโลกนี้และมีพลังมากว่าเทพเจ้า พวกเจ้ามีสองทางเลือก ยอมแพ้หรือตาย!” กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปในอากาศ
มันพัดเงาทั้งสามสิบหกกระเด็นออกไป
”ถึงยอมแพ้ข้าก็ตายอยู่ดีข้าขอสู้จนตัวตายเสียดีกว่า!” ปิงหยางกัดริมฝีปากและพูดขึ้น
”โอ้?”ฉือโหย่วมองอย่างประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มอย่างเย็นชา “ถ้าเช่นนั้นข้าจะสนองความต้องการให้เจ้าเอง!”
”เตรียมโจมตี!”
”รับทราบ!”
เหยียนซิวและหนานกงมู่ไม่ยอมแพ้
แม้พวกเขาจะรู้ว่าไม่มีความหวังแต่ก็ไม่ยอมแพ้เหมือนที่ปิงหยางพูดไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องตาย
เต๋าของฉือโหย่วคือการทำลาย
ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเขาก็แค่รอวันตาย
”การพึ่งพาของดินและน้ำ!”เสียงของหยุนชิงวูดังขึ้นอีกครั้ง
แผนที่สู่สวรรค์ทำให้ค่ายกลห้าธาตุมีพลังเพิ่มมากขึ้นขณะที่ตะโกนดินสีดำและสายฝนก็จู่โจมฉือโหย่วอีกครั้ง
”ฮึ่ม!”คราวนี้ฉือโหย่วไม่รอให้โคลนกลืนกิน เขาอ้าปากและดูดกลืนโคลนเข้าไปในร่างกาย
”อึกอึก…”
สีหน้าของฉือโหย่วเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
”…”สีหน้าของฟางเจิ้งจือเปลี่ยนไปอย่างประหลาด
ในโลกก่อนหน้าผู้คนจะกินเศษดินโคลนเมื่อพวกเขาอดอยากขาดอาหารเขาไม่คิดเลยว่าผู้ที่ปกครองโลกอย่างฉือโหย่วจะกินดินโคลนอย่างพอใจเช่นนี้
”กินดิน…”
อย่างไรก็ตามไม่ใช่เวลาจะคิดเรื่องพวกนี้เพราะดินโคลนหายไปอย่างสมบูรณ์ การทำลายล้างทุกสิ่ง…
ฟางเจิ้งจือกำลังรู้สึกถึงความสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตามเขายังคงต่อสู้
”ไฟแผดเผาท้องฟ้า ไม้พันธนาการ!” ขณะนั้นเองหยุนชิงวูตะโกนอีกครั้ง
ขณะที่ฉือโหย่วกินดินโคลนอย่างต่อเนื่องต้นไม้เทพเจ้าตั้งตระหง่านเฉียดฟ้า กิ่งก้านรัดพันร่างกายของฉือโหย่ว
ไฟทั้งสามสีลุกไหม้กิ่งไม้เทพเจ้า
”ทำลาย!”ครั้งนี้ฉือโหย่วไม่รอช้า เพียงคำพูดเดียวกิ่งไม้ที่ลุกไหม้ก็สลายไปทันที
ขณะเดียวกันพื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง
”โอ้ไม่หนีไปหยุนชิงวู!” ฟางเจิ้งจือเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณและปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าหยุนชิงวูทันที
”ตายซะ!”ฉือโหย่วปรากฎตัวขึ้นทันทีหลังจากนั้น
เขาโจมตีฟางเจิ้งจือด้วยแขนทั้งหก พลังโจมตีราวกับถูกภูเขาหกลูกอัดกระแทก
ท่าทีของฟางเจิ้งจืเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาไม่สามารถรับการโจมตีที่รุนแรงของฉือโหย่วได้
”ภาพกวงหลิง!”เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนี ในขณะที่ควบคุมเงาทั้งสามสิบหกเข้าโจมตีฉือโหย่ว
”โจมตี!”
”…”
เสียงร้องคำรามดังขึ้น
ร่างเงาทั้งสามสิบหกพุ่งใส่ฉือโหย่วทันทีน
”โฮก!”ฉือโหย่วคำราม ร่างกายของเขาสั่นสะเทือน
”ฟุ่บ!”
”…”
เสียงมากมายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงาทั้งสามสิบหกไม่สามารถเข้าใกล้ฉือโหย่วได้พวกมันถูกขวางกั้นด้วยพลังบางอย่าง
ท่าทีของฟางเจิ้งจือแปลกไป
เขาประเมินฉือโหย่วต่ำไป
ในฐานะเทพปีศาจโบราณฉือโหย่วถูกขนานนามว่าเทพนักฆ่าที่โหดเหี้ยม ยิ่งกว่านั้นฉือโหย่วสามารถเอาชนะจักรพรรดิฮวงได้ถึงเก้าครั้ง
ไม่เพียงใช้พลังจากเต๋าทำลายล้างเท่านั้น
ฉือโหย่วมีพลังอื่นมากมาย
และพลังที่แปลกประหลาดนี้สามารถปิดกั้นภาพกวงหลิงได้
ไม่แปลกใจเลยที่ซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้าเคยพูด…
หากต้องการเอาชนะฉือโหย่วต้องใช้ค่ายกลห้าธาตุเท่านั้น!
จุดเด้นที่สุดของภาพกวงหลิงคือการเพิ่มพลังให้กับค่ายกลห้าธาตุอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเงาทั้งสามสิบหกจะไม่สามารถทำร้ายฉือโหย่วได้แม้แต่น้อย
มันควรจะเป็นการโจมตีทางด้านจิตใจ
ฟางเจิ้งจือค่อยๆเข้าใจมากขึ้นฉือกูเหยียนที่มีสายเลือดของมารดาแห่งโลกสามารถควบคุมจิตใจได้
ก่อนหน้านี้เมื่อเงาทั้งสามสิบหกทะลุผ่านร่างฉือโหย่วทำให้ร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะ
ถ้าเป็นเช่นนั้น
พลังนี้คล้ายกับพลังของฉือกูเหยียน
แผนที่สู่สวรรค์ที่มารดาแห่งโลกทิ้งไว้จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
อย่างไรก็ตามเรื่องมันยากยิ่งกว่าเดิม
ฉือโหย่วเคยถูกหลอกแล้วครั้งหนึ่ง
เขาจะไม่ปล่อยให้เงาทั้งสามสิบหกเข้าใกล้อย่างแน่นอน ”…”
”จะทำยังไงดี?!”
ขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังสับสนเสียงของหยุนชิงวูดังขึ้นอีกครั้ง
”เปลี่ยนรูปแบบค่ายกลห้าธาตุ!”ขณะที่พูดเส้นแสงที่เชื่อมถึงกันเริ่มตัดผ่านซึ่งกันและกัน
ในพริบตาเดียวทั้งห้าคนก็สลับตำแหน่งกันทันที
ฟางเจิ้งจือกลับไปอยู่ศูนย์กลางอีกครั้ง
ฟางเจิ้งจือไม่แปลกใจและรู้สึกประทับใจเล็กน้อย
ในสถานการณ์เช่นนี้หยุนชิงวูยังคงตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม
เทพอสูรและเทพปีสาจตกตะลึงที่เห็น
”เปลี่ยนรูปแบบค่ายกลห้าธาตุ?!”
”หยุนชิงวูเชี่ยวชาญยิ่งกว่าจักรพรรดิฮวงซวนหยวนอีกงั้นหรือ?” ”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจต่างเคยสงสัยในความสามารถของหยุนชิงวูอย่างไรก็ตามในตอนนี้นางพิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ฉือโหย่วตะลึงไปชั่วขณะ
ดวงตาของเขาเบิกกว้างและมองไปรอบๆทั้งฉือกูเหยียน เหยียนซิว ปิงหยางและหนานกงมู่สลับตำแหน่ง
”ไม่เลวเลย!”ฉือโหย่วพยักหน้าและมองไปรอบๆ “ดูเหมือนว่าข้าต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่านี้ ข้าจะทำลายค่ายกลห้าธาตุ!”
”…”
”ทำลายค่ายกลห้าธาตุ?”
”ฉือโหย่วต้องการจะทำอะไร?”
เทพอสูรและเทพปีศาจกังวล
ฉือโหย่วเปลี่ยนเป้าหมายจากหยุนชิงวูเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของค่ายกลห้าธาตุ เหยียนซิว!
หลังจากต่อสู้กันมาฉือโหย่วเห็นแล้วว่าฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนมีพลังที่แข็งแกร่ง ต้นไม้เทพเจ้าของหนานกงมู่ก็มีพลังพันธนาการที่แข็งแกร่งมาก
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกำจัดทั้งสามคนในเวลาอันสั้น
ยิ่งกว่านั้นเมื่อโจมตีตำแหน่งหนึ่งอีกสี่ตำแหน่งที่เหลือจะรุมโจมตีฉือโหย่วทันที
ค่ายกลห้าธาตุ
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉือโหย่วต้องเผชิญกับมัน
หลายพันปีผ่านไปเขาตระหนักว่าค่ายกลห้าธาตุมีรูปแบบของการโจมตีเฉพาะตัว เมื่อตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งถูกโจมตี คนที่เหลือจะโต้กลับทันที
หากเป็นเช่นนั้นฉือโหย่วจะเลือกตำแหน่งที่อ่อนแอที่สุด
ปิงหยางและเหยียนซิวคือคำตอบ
แต่ที่ฉือโหย่วเลือกเหยียนซิวเพราะท่าทีอันเย็นชาของเหยียนซิวทำให้ฉือโหย่วรู้สึกรำคาญไม่น้อย
”ตายซะ!”ฉือโหย่วพุ่งหาเหยียนซิวทันที ร่างที่ใหญ่ยักษ์ราวกับภูเขาเคลื่อนไหวพร้อมควันสีดำที่ปกคลุม