Gate of God - ตอนที่ 1146 วันที่ต้องจากลา
ตอนที่ 1146 วันที่ต้องจากลา
ท่าทีของเหยียนซิวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาอยู่ในตำแหน่งทองซึ่งเป็นธาตุโจมตีหลักทั้งยังสามารถใช้พลังจากเต๋าอาชูร่าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นมากนัก
แต่เมื่อเห็นฉือโหย่วพุ่งเข้ามาสิ่งเดียวที่ทำได้คือป้องกัน
”ครื่น!”แสงสว่างปกคลุมรอบตัวเหยียนซิว โล่คล้ายผลึกแก้วสิบสองชิ้นเรียงต่อกันปรากฎขึ้น
”ปั้ง!”โล่ของเหยียนซิวไม่สามารถหยุดพลังอันรุนแรงของฉือโหย่วได้และแตกสลายในทันที
แน่นอนว่าพวกฟางเจิ้งจือเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
”เหยียนซิว!”
”ไม่จริงฉือโหย่วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเหยียนซิว”
”โจมตีจากด้านหลัง!”
”…”
ฟางเจิ้งจือฉือกูเหยียน ปิงหยางและหนานกงมู่โจมตีพร้อมกัน
จากทั้งสี่ตำแหน่ง
ค่ายกลห้าธาตุใช้หลักการต่อสู้ร่วมกันและปกป้องซึ่งกันและกัน
หยุนชิงวูไม่ได้เลือกที่จะป้องกันเพราะไม่สามารถป้องกันได้
ฉือโหย่วเป็นเหมือนอสูรร้ายที่ติดในกรงแม้แต่ฟางเจิ้งจือเองก็คงไม่อาจจะป้องกันฉือโหย่วด้วยตัวคนเดียวได้
ฉือโหย่วรู้ถึงเรื่องนี้ดีจึงเลือกโจมตีรายคน โดยเฉพาะเหยียนซิว
ความจริงแล้วฉือโหย่วนั้นเลือกโจมตีจุดที่อ่อนแอที่สุดในค่ายกล
ในตอนนี้หยุนชิงวูไม่มีทางเลือกมากนักนางจะตายถ้าเอาแต่ป้องกัน แต่ถ้าเอาแต่โจมตีก็ตายเหมือนกัน
หยุนชิงวูยังไม่พบหนทางชนะฉือโหย่ว
นางทำได้แค่ถ่วงเวลาต่อไป!
นางต้องหาจุดอ่อนของฉือโหย่วให้เจอ
แม้มันจะเป็นเรื่องที่ยากแค่ไหนก็ตาม!
ปั้ง!
ปั้ง!
”…”
เสียงปะทะดังขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆโจมตีฉือโหย่วกลับไม่สนใจแม้แต่น้อยและยังคงโจมตีใส่เหยียนซิวอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานเจ็ดในสิบสองผลึกแก้วก็แตกสลาย
มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป!
ฉือโหย่วไม่คิดจะสู้กับฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆเขาใช้พลังทั้งหมดเพื่อโจมตีใส่เหยียนซิวไม่เพียงแค่นั้นทุกการโจมตีนั้นรุนแรงและรวดเร็วมาก
เขาเหวี่ยงหมัดเข้าไปต่อเนื่อง
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นภูเขาถล่มแผ่นดินทลาย
ร่างกายของฉือโหย่วพุ่งเข้าใส่เหยียนซิวอย่างบ้าคลั่ง
ปั้ง!
ปั้ง!
”…”
แม้ว่าฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆจะโจมตีแค่ไหนฉือโหย่วก็สนใจเพียงเหยียนซิว
จนกระทั่งเหลือโล่ผลึกแก้วชิ้นสุดท้าย…
เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง
”เปลี่ยนรูปแบบค่ายกลห้าธาตุ!”
แสงสว่างส่องประกายเชื่อมตัดผ่านกันอีกครั้ง
เหยียนซิวปรากฎตัวขึ้นในตำแหน่งอื่นทันที
”เปลี่ยนอีกแล้ว?!”
”นางสามารถเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลห้าธาตุได้อีกครั้งในเวลาอันสั้น…หยุนชิงวู …ช่างน่ากลัวจริงๆ!”
”นางนั้นชาญฉลาดจริงๆ!”
เทพอสูรและเทพปีศาจต่างหวาดกลัวกับมันสมองของหยุนชิงวู
ขณะเดียวกันฉือโหย่วมองเหยียนซิวในตำแหน่งที่ห่างออกไปและเหมือนเขาจะคาดการณ์ไว้แล้ว
ถ้าฉือโหย่วโจมตีหยุนชิงวูคนที่เหลือจะหยุดยั้งเขา
ถ้าโจมตีเหยียนซิวจะมีเหลือเพียงสี่คนเท่านั้น
ฉือโหย่วรู้ว่าไม่สามารถฆ่าเหยียนซิวได้ในครั้งเดียวอย่างก็ตามการเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลของหยุนชิงวูมีข้อจำกัด
นั่นก็คือเวลา การเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาสักพักถึงจะทำอีกครั้งได้
”เยี่ยมมากตอนนี้แหละ” ฉือโหย่วหัวเราะและพุ่งหาเหยียนซิวอีกครั้ง
ใบหน้าของเหยียนซิวซีดขาว
แน่นอนว่าเหยียนซิวยังต้องสู้ต่อไปไม่นานโล่ผลึกแก้วทั้งสิบสองก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง เขาพยายามเต็มที่เพื่อถ่วงเวลาฉือโหย่วเอาไว้
เพื่อรอให้หยุนชิงวูสามารถเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามการโจมตีของฉือโหย่วรุนแรงและรวดเร็วกว่าครั้งก่อน
ปั้ง!
ปั้ง!
”…”
หมัดของฉือโหย่วทำให้โล่ทั้งหมดของเหยียนซิวแตกเป็นชิ้นๆและไม่มีอะไรป้องกันอีกต่อไป ”ตายซะ!”ฉือโหย่วโจมตีทันที
ขณะเดียวกันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
”เปลี่ยนรูปแบบค่ายกลห้าธาตุ!”
ครื่น!
ร่างของเหยียนซิวหายไปและหลบการโจมตีของฉือโหย่วได้ในที่สุดแต่เขายังคงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่หน้าอก
เลือดไหลออกมาจากบาดแผลเล็กๆ
”เหยียนซิวไม่เป็นไรใช่ไหม?” ฟางเจิ้งจือกังวลมาก
”หยุนชิงวูเราเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ไหม? ให้เหยียนซิวไปอยู่ในตำแหน่งของพี่เหยียนอายจจะดีกว่า?” ปิงหยางกังวลไม่น้อยเช่นกัน
”…”หยุนชิงวูนิ่งเงียบ
นั่นเพราะบนร่างของนางเต็มไปด้วยเหงื่อมือของนางเริ่มสั่นเทา
การเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
นางต้องใช้สมาธิอย่างมาก
เมื่อฟางเจิ้งจือเห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัว”ปิงหยาง มันสายไปแล้วที่จะเปลี่ยนตำแหน่งกันตอนนี้ ยิ่งกว่านั้นเปลี่ยนให้เหยียนซิวไปอยู่ตำแหน่งน้ำก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป”
”อืมใช่แล้วปิงหยางจงมีสมาธิกับการต่อสู้” ฉือกูเหยียนพยักหน้าเช่นกัน
หยุนชิงวูต้องมีสมาธิการกับเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลและต้องใช้ความคิดอย่างหนักนางไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้
”พวกเจ้าโจมตีต่อไปข้าและเหยียนซิวจะป้องกันเอง” หนานกงมู่กำหมัดแน่น เขาเชี่ยวชาญการป้องกันมากกว่าเหยียนซิว
”รับทราบ!”ปิงหยางพยักหน้าทันที
”โจมตี!”
…
หลังจากเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลไปถึงเจ็ดรอบพลังของเหยียนซิวใกล้หมดลงเต็มที ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว
นอกจากนี้ร่างหนานกงมู่เองก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
ฉือโหย่วมีพลังมากเกินไป
เพียงแค่หนานกงมู่และเหยียนซิวไม่สามารถป้องกันฉือโหย่วได้
”เหยียนซิวกับหนานกงมู่จะต้านไม่ไหวแล้วทำไมไม่ให้ข้าไปช่วยป้องกัน ส่วนเจ้าไร้ยางอายกับพี่เหยียนก็โจมตีต่อไป” ปิงหยางพูดขึ้น
”ข้าไม่คิดว่าเราจะต้านฉือโหย่วไปได้นานกว่านี้แล้ว…”ฉือกูเหยียนไม่ได้คัดค้านหรือเห็นด้วย
นั่นเพราะฉือกูเหยียนเห็นสภาพของหยุนชิงวูในตอนนี้ดีแสงสีแดงด้านหลังของนางก็จางลงมาก
นางคงทนได้อีกไม่นาน!
นอกจากเหยียนซิวและหนานกงมู่หยุนชิงวูเองก็ทนได้อีกไม่นานเช่นกัน
”ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?เราต้องตายที่นี่ใช่ไหม? ” ฉือกูเหยียนไม่พอใจกับผลลัพธ์แต่ดูเหมือนจะหมดหนทางแล้วจริงๆ
นางยื้อเวลามาเป็นชั่วโมงแล้ว
ทุกคนเหนื่อยล้าฉือกูเหยียนเองก็เช่นกัน
คนที่ยังมีพลังเหลือล้นคือฉือโหย่วและฟางเจิ้งจือ
”เด็กเหลือขอเจ้าไม่เหนื่อยงั้นหรือ?” ฉือโหย่วมองฟางเจิ้งจือที่ยังคงไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง นั่นทำให้เขาตกใจเล็กน้อย
หลังจากดูดซับเรกิมาหลายพันปีเรกิของเขาไม่มีทางถูกใช้จนหมดไป
อย่างไรก็ตามฉือโหย่วไม่คิดเลยว่า…
จะมีสัตว์ประหลาดบนโลกที่มีพลังไร้ขีดจำกัดเหมือนกับเขาทั้งที่ต่อสู้กันเป็นชั่วโมงแล้ว
”ต่อให้เจ้าตายเพราะความเหนื่อยล้าแต่ข้าจะไม่ตายเพราะความเหนื่อยหรอก” ฟางเจิ้งจือตอบ
”ฮ่าฮ่าฮ่า…น่าสนใจนี่ ถ้ามีคนแบบเจ้าสักห้าคน ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะได้ยังไง แต่น่าเสียดายนัก” หลังจากพูดจบฉือโหย่วก็โจมตีเหยียนซิวอย่างบ้าคลั่ง
ปั้ง!
โล่ผลึกแก้วแตกสลาย
ริมฝีปากของเหยียนซิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป ความเหนื่อยล้าทำให้ลมหายใจของเขาหอบถี่
เหยียนซิวได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง
”เฮือก…”
”…”
ขณะนั้นเองฉือโหย่วปรากฎตัวห่างจากเขาไปสามเมตร
”ฮึก…”เหยียนซิวพยายามหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง เขาพยายามยกมือขึ้นเพื่อสร้างโล่อีกครั้งอย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถขยับตัวได้
”เหยียนซิวไม่เป็นไรใช่ไหม?” เมื่อเห็นเช่นนั้นหนานกงมู่เข้ามาปิดกั้นฉือโหย่วด้วยต้นไม้เทพเจ้า
”ข้า…ข้าไม่เป็นไร …ข้า …ข้ายังไหว ..”เหยียนซิวกัดริมฝีปากแน่น จากนั้นก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง
ฟุ่บ!
โล่ผลึกแก้วค่อยๆปรากฎขึ้น
ขณะเดียวกันสีหน้าของเหยียนซิวกลายเป็นสีแดงและมีเลือดไหลออกจากปากขาอ่อนแรงแทบจะทรุดลงกับพื้น
ท่าทีของฉือโหย่วกลายเป็นเย็นชายิ่งกว่าเดิม
”ถึงขีดจำกัดแล้วงั้นหรือ?ยอดเยี่ยมมาก!”
ตู้ม!
ทันใดนั้นฉือโหย่วก็รวดเร็วและดุร้ายขึ้น เขาพยายามยกมือขึ้นเพื่อสร้างโล่อีกครั้งอย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถขยับตัวได้
”เหยียนซิวไม่เป็นไรใช่ไหม?” เมื่อเห็นเช่นนั้นหนานกงมู่เข้ามาปิดกั้นฉือโหย่วด้วยต้นไม้เทพเจ้า
”ข้า…ข้าไม่เป็นไร …ข้า …ข้ายังไหว ..”เหยียนซิวกัดริมฝีปากแน่น จากนั้นก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง
ฟุ่บ!
โล่ผลึกแก้วค่อยๆปรากฎขึ้น
ขณะเดียวกันสีหน้าของเหยียนซิวกลายเป็นสีแดงและมีเลือดไหลออกจากปากขาอ่อนแรงแทบจะทรุดลงกับพื้น
ท่าทีของฉือโหย่วกลายเป็นเย็นชายิ่งกว่าเดิม
”ถึงขีดจำกัดแล้วงั้นหรือ?ยอดเยี่ยมมาก!”
ตู้ม!
ทันใดนั้นฉือโหย่วก็รวดเร็วและดุร้ายขึ้นกว่าเดิมแขนทั้งหกเหวี่ยงไปมาทำลายต้นไม้เทพเจ้า
”ไม่เหยียนซิว ระวัง!” ท่าทีของฟางเจิ้งจือเปลี่ยนไปทันที เขาบอกได้เลยว่าเหยียนซิวไม่ไหวแล้ว
ที่ทนมาได้ถึงตอนนี้เพราะความตั้งใจที่หนักแน่น
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีพลังใจมากแค่ไหนแต่ทุกอย่างมีข้อจำกัด เมื่อหมดแรงก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
”ตายซะ!”ฉือโหย่วคำรามเสียงดังและพุ่งไปด้านหน้า
ปั้ง!
ปั้ง!
”…”
เสียงแตกสลายของโล่ดีงขึ้นต่อเนื่อง
โล่ผลึกแก้วทั้งสิบสองชิ้นปรากฎขึ้นไม่ถึงวินาทีก็ถูกทำลายโดยสมบูรณ์เขาอันแหลมคมบนหัวของฉือโหย่วพุ่งตรงไปยังหัวใจของเหยียนซิว
หยุนชิงวูสั่นเทา
นางต้องการช่วยเหยียนซิว
อย่างไรก็ตามมีเวลาน้อยเกินไปนางไม่สามารถหาตำแหน่งใหม่ได้ภายในเวลาอันสั้น
”พรวด!”หยุนชิงวูกระอั่กเลือดออกมาเต็มปาก นางเหนื่อยถึงขีดจำกัดและแสงทั้งเก้าด้านหลังก็หายไปอย่างสมบูรณ์
นอกจากเหยียนซิวหยุนชิงวูเองก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
นั่นเพราะต้องเผชิญกับความเครียดหนักกว่าคนอื่นๆ
”ไม่!!!!”ฟางเจิ้งจือเคลื่อนไหวทันทีที่เห็นหยุนชิงวูล้มลง เขากลายเป็นแสงสีฟ้าและต้องการป้องกันการโจมตีของฉือโหย่ว
อย่างไรก็ตามฉือโหย่วเร็วเกินไป
ยิ่งกว่านั้นฉือโหย่วคำนวนเอาไว้หมดแล้ว
เขาไม่ปล่อยให้ฟางเจิ้งจือมีโอกาสได้ขัดขวาง
สีหน้าของเหยียนซิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงและริมฝีปากสั่นเทาเขาต้องการจะหลบแต่ไม่มีแรงมากพอ
”ไม่!เหยียนซิวหลบเดี๋ยวนี้!” ฟางเจิ้งจือตะโกน
”…”เหยียนซิวยืนแข็งค้างและมองไปยังฟางเจิ้งจือในขระที่ในหัวมีความคิดมากมาย
’หลบ?’
’ข้าไม่ไหวแล้ว…’
’เหนื่อยเกินไปแล้วจริงๆ’
’เจิ้งจือขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่มีค่าที่สุดในชีวิตของข้า’
’ข้าอยากต่อสู้เคียงข้างเจ้าต่อไปแต่ทำไม่ได้อีกแล้ว ข้าคงต้องจากเจ้าไปเสียแล้ว …ข้าเพียงหวังแค่ว่าเจ้าจะสู้ต่อไป ..’
ดวงตาของเหยียนซิวค่อยๆปิดลง
ความทรงจำต่างๆปรากฎขึ้นในหัวของเขา
เขายังจำตอนที่พบกับฟางเจิ้งจือครั้งแรกได้ดีความประทับใจแรกที่มีให้กับฟางเจิ้งจือคือ ความแปลกประหลาดและดื้อรั้นเอาแต่ใจ
แต่เขากลับเริ่มคุยกับฟางเจิ้งจือโดยไม่รู้ตัว
”มาเป็นเพื่อนกันดีไหม?”
”แน่นอนเราเป็นเพื่อนกันแล้ว…”
”เพื่อนต้องเชื่อใจกัน”
”ข้าเชื่อในตัวเจ้า”
”อืมข้าก็เหมือนกัน”
”ข้าสามารถหักหลังทุกคนได้ยกเว้นเพียงคนเดียว…”
”…”
’ข้าต้องจากโลกนี้แล้วจริงๆหรือ?’
’เจิ้งจือคงทนไม่ได้ที่ข้าจากไป’
เหยียนซิวเลิกป้องกันและผ่อนคลายร่างกายลงอย่างสมบูรณ์เขาไม่มีแรงที่จะบอกลาสหายของตัวเองด้วยซ้ำ
”ตู้ม!”เสียงระเบิดดังสนั่น
หลังจากนั้นเหยียนซิวรู้สึกถึงสายลมที่แผ่วเบา สายลมพัดเย็นและเสียงของหยดเลือดที่ไหลกระทบพื้น
เขาใช้แรงที่เหลือลืมตาขึ้น
ดวงอาทิตย์สีแดงเลือดยังคงส่องสว่างบนท้องฟ้า
มันเป็นสีแดงที่น่าขนลุก
อย่างไรก็ตามดูเหมือนเขายังไม่ตายและลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับคราบเลือดบนหน้า เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่ว
’ทำไม?’
’ทำไมข้ายังไม่ตาย?’
’เจิ้งจือ?เขาอยู่ที่ไหน?’
’อา…’ เสียงแผ่วดังขึ้นในตำแหน่งที่เหยียนซิวอยู่ก่อนหน้านี้ มีร่างที่ผอมบางและร่างใหญ่ยักษ์อยู่ตรงนั้น อย่างไรก็ตามร่างนั้นถูกเขาวัวอันแหลมคมแทงทะลุ
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วอากาศ
”ปะ…เปลี่ยนรูปแบบ?!” ดวงตาของเหยียนซิวเบิกกว้าง เลือดไหลออกจากทั้งปาก หูและจมูกของเขา “ไม่!!!!”