Gate of God - ตอนที่ 1149 กฎที่ไม่สามารถเอาชนะได้
”…”
ตอนที่ 1149 กฎที่ไม่สามารถเอาชนะได้
ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครยอมตกเป็นทาส
ฉือโหย่วนั้นเหี้ยมโหดพร้อมฆ่าทุกคนที่ต่อต้าน
เทพอสูรและเทพปิศาจไม่มีทางเลือกอื่นและยอมจำนนเพื่อความอยู่รอดแม้จะรู้ว่าอนาคตที่โหดร้ายรอพวกเขาอยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตามในตอนนี้มันเปลี่ยนไป
ฟางเจิ้งจือเอาชนะฉือโหย่วได้จริงๆ
พวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
สายฟ้าผ่าลงมามันพยายามทำลายภูเขาน้ำแข็งที่กักขังฉือโหย่ว
อย่างไรก็ตามสายฟ้าพวกนั้นกลับถูกหยุดเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ”…”เทพอสูรและเทพปีศาจอ้าปากค้าง
พลังของฟางเจิ้งจือเกินความเข้าใจของพวกเขาไปแล้วไม่เคยมีใครเห็นพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อนแม้แต่ในยุคโบราณก็ตาม
ไม่มีสิ่งใดเป็นภัยต่อฟางเจิ้งจือเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าฟางเจิ้งจือกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่ง
ฟางเจิ้งจือคือทุกสรรพสิ่งและทุกสรรพสิ่งคือฟางเจิ้งจือ
ตู้ม!ในที่สุดฉือโหย่วก็ทำลายภูเขาน้ำแข็งจากด้านในได้
”อ๊าก…” ฉือโหย่วคำรามอย่างโกรธแค้นและเหวี่ยงแขนไปทั่ว
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือมองฉือโหย่วราวกับคาดการณ์ทุกอย่างไว้แล้ว
”พันธนาการ!”
เถาวัลย์จำนวนมากรัดพันร่างของฉือโหย่วในทันทีนอกจากนี้ราวกับในเถาวัลย์มีพลังบางอย่างที่แปลกออกไป พวกมันทำให้ร่างของฉือโหย่วนิ่งแข็งไปชั่วขณะ
”อยากสู้ต่อไปงั้้นหรือ?ฉือโหย่ว ไม่มีทางที่เจ้าจะเอาชนะข้าได้ ยอมแพ้ซะ” ฟางเจิ้งจือจ้องมองร่างขนาดยักษ์ที่ถูกเถาวัลย์รัดพันอย่างสงบ
”ฮ่าฮ่าฮ่า…” ฉือโหย่วหัวเราะออกมา แสงสว่างไหลไปทั่วร่างของเขาและไม่นานเถาวัลย์ก็หายไป
ฉือโหย่วยืนอยู่บนอากาศและไม่มีทีท่าจะโจมตีฟางเจิ้งจือ
”เจ้าอยากให้ข้ายอมจำนนต่อเจ้างั้นหรือ?”ฉือโหย่วกำหมัดแน่น
”เจ้าคิดมากเกินไปแล้วข้าไม่ได้อยากจะได้สัตว์เลี้ยงเพิ่ม” ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”เจ้าเรียกข้าว่าสัตว์เลี้ยงงั้นรึ?”
”ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้นแต่ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะคิดยังไง นอกจากนี้ต่อให้ข้าเรียกเจ้าแบบนั้น เจ้าจะทำอะไรข้าได้ งับข้างั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือยักไหล่
”ฟางเจิ้งจืออย่าอวดดีนักที่เจ้าไม่โจมตีข้าเพราะรู้ดีว่าการโจมตีไม่ได้ผลและเจ้ายังไม่พบหนทางฆ่าข้าใช่ไหม?” ฉือโหย่วเยาะเย้ย
”ข้าแค่อยากเล่นสนุกกับเจ้า”ฟางเจิ้งจือตอบ
ฟางเจิ้งจือไม่อยากยอมรับแต่เป็นแบบที่ฉือโหย่วพูด
ทั้งร่างกายและวิญญาณของฉือโหย่วรวมเข้ากับแหล่งพลังเทพเจ้า
จะฆ่าคนแบบนั้นได้ยังไง?
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่อาจทำลายแหล่งพลังเทพเจ้าได้เช่นกัน
แม้จะทรมานฉือโหย่วต่อไปแต่ปัญหาก็คือไม่สามารถฆ่าได้
เขารู้ดีว่าคงทำแบบนี้ต่อไปได้อีกไม่นาน
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานเมื่อหลายพันปีก่อน
จักรพรรดิทั้งสองไม่สามารถฆ่าฉือโหย่วได้
ดังนั้นจึงทำได้เพียงผนึกฉือโหย่วไว้ใต้ภูเขาฉางหยางด้วยค่ายกลผนึกปีศาจและหัวของซิงเทียน
ฟางเจิ้งจือสามารถใช้วิธีนั้นได้
อย่างไรก็ตามจะใช้หัวของใคร?
ซิงเทียนตายไปแล้ว!
จะหาคนที่มีพลังเทียบเท่าซิงเทียนได้จากที่ไหนกัน?
สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตสังหารไร้สิ้นสุดไม่สามารถทำสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆต้องถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดและกังขังเป็นเวลาหลายพันปีถึงจะสามารถปล่อยจิตสังหารแบบนั้นออกมาได้
จักรพรรดิทั้งสองหลอกล่อซิงเทียนมาที่ภูเขาฉางหยางและลอบโจมตีคงเป็นเรื่องปกติที่ซิงเทียนจะโกรธแค้น ฟางเจิ้งจือสามารถฆ่าใครได้บ้าง?
ฉือกูเหยียน?ปิงหยาง? เหยียนซิว? หยุนชิงวู? หนานกงมู่?
เขาไม่สามารถทำได้!
ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาต่างจากซิงเทียน
เพราะแม้เขาจะฆ่าฉือกูเหยียนหรือเหยียนซิวก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะแค้นฟางเจิ้งจือไปเป็นหลายล้านปี
นั่นเป็นเพราะพวกเขาคงเข้าใจว่าฟางเจิ้งจือทำไปเพื่อผนึกฉือโหย่วไม่มีทางที่พวกฉือกูเหยียนจะแค้นเคือง
ยกเว้น….
หนานกงมู่…
เขาอาจจะเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างเหมาะสม
แต่หนานกงมู่เองก็กลับตัวกลับใจแล้วตอนนี้ไม่มีใครที่สามารถเป็นซิงเทียนได้จริงๆ หรือต่อให้มี…
ฟางเจิ้งจือไม่มีทางฆ่าคนที่ไว้ใจในตัวเขาแม้จักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงจะทำแบบนั้นเพื่อโลกทั้งใบได้ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขา
ไม่ใช่ว่าเพราะเขาเป็นคนดีเกินไป
แต่เพราะเป้าหมายในการใช้ชีวิตนั้นต่างกัน
ฟางเจิ้งจือนั้นรักความอิสระไม่ชอบถูกผูกมัด เขาไม่อยากเจอกับเรื่องยุ่งยาก พูดง่ายๆคือเขาไม่เคยคิดจะเป็นจักรพรรดิ
ฟางเจิ้งจือกำลังปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้
’ถ้าไม่มีทางเลือกคงต้องผนึกฉือโหย่วไว้ชั่วคราวพอหาวิธีได้ค่อยลากเขาออกมาฆ่า’
’หรือถ้าผนึกเสื่อมคลาย…’
’เขาก็แค่ผนึกฉือโหย่วอีกครั้ง’
’และอีกครั้ง…’
ฟางเจิ้งจือตัดสินใจได้แล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ฉือโหย่วหันไปหาฉือกูเหยียนเหยียนซิว ปิงหยางและคนอื่นๆ
”ต่อให้ข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้แต่ก็สามารถฆ่าคนอื่นๆได้!” ฉือโหย่วนั้นมีเป้าหมายชัดเจน
เขาพุ่งเข้าไปหาปิงหยางที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
”ตาย!”ฉือโหย่วตะโกนและเกือบจะโจมตีโดนนาง
อย่างไรก็ตามทันใดนั้นแสงสีทองส่องสว่างขึ้นจากฝั่งของเทพอสูรและปีศาจมันเร็วยิ่งกว่าฉือโหย่ว
เป็นคุนเผิง!
เขาเร็วมาก
ในเรื่องความแข็งแกร่งคุนเผิงนั้นเทียบไมได้แม้แต่ซิงเทียน
อย่างไรก็ตามในเรื่องของความเร็วนั้นน้อยคนนักที่จะเปรียบเขาได้
”ตามข้ามา”คุนเผิงกางปีกและรับทุกคนขึ้นไปบนหลัง จากนั้นก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด
”หืม?!”
”…”
เหตุการณ์อันพลิกผลันทำให้แม้แต่ฉือโหย่วยังแปลกใจ
”ฟางเจิ้งจือข้าจะดูแลความปลอดภัยของพวกเขาให้เอง เจ้าสนใจแต่เรื่องจัดการฉือโหย่วให้ได้ก็พอ!” เสียงของคุนเผิงดังลงมาจากท้องฟ้า
”เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”ฉือโหย่วโกรธมาก
เขาไม่คิดว่าคุนเผิงจะทรยศเขาในตอนนี้มันทำให้เขาสาบานในใจว่าต้องฆ่าคุนเผิงให้ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามเงาจำนวนมากเริ่มเคลื่อนไหวขณะที่เขากำลังจะไล่ตามคุนเผิง
”พวกเราไม่มีทางปล่อยให้เจ้าฆ่าคุนเผิง!”
”ต่อให้ต้องตายพวกเราก็จะหยุดเจ้า!” ”…”
เป็นเทพอสูรและปีศาจที่ฟางเจิ้งจือเคยช่วยเอาไว้
พวกเขาขวางทางฉือโหย่วเอาไว้
การแสดงออกของฉือโหย่วเปลี่ยนไป
ใบหน้าของเขาดำคล้ำเขาไม่คาดคิดว่าปีศาจและอสูรที่อ่อนแอและน่าสมเพชเหล่านั้นจะพร้อมใจกันทรยศและขวางทางเขาเอาไว้
”ตาย!พวกเจ้าจงตายให้หมด!” ฉือโหย่วคำรามและพุ่งเข้าหาพวกเขา
อย่างไรก็ตามภูเขาลูกใหญ่ได้ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าและหล่นลงมาอย่างรุนแรงทำให้ร่างของฉือโหย่วร่วงลงไปบนพื้น
”อ๊าก…เป็นไปได้ยังไง?!”ดวงตาของฉือโหย่วแดงก่ำด้วยความโกรธ
เขาไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อยพลังของเขาไม่สามารถเทียบกับฟางเจิ้งจือได้
ถ้าฟางเจิ้งจือต้องการปกป้องเทพอสูรและปีศาจเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
เขากำลังจะเป็นบ้า
ตอนนี้เขาสามารถฆ่าใครได้บ้าง
แม้แต่ผู้ที่อ่อนแอกว่าตอนนี้เขาก็ไม่สามารถฆ่าได้มันแย่เสียยิ่งกว่าตาย
ฉือโหย่วกำหมัดแน่น
จากนั้นเขาก็เห็นบางอย่างที่เขาจะไม่มีวันลืม
ต้นไม้
เป็นต้นไม้สีดำขนาดใหญ่พลังที่แผ่ออกมาทำให้หัวใจของฉือโหย่วสั่นไหว
”ค่ายกลผนึกปีศาจ?!”สีหน้าของฉือโหย่วเปลี่ยนไป
แม้แต่คุนเผิงฉือกูเหยียนหรือแม้แต่หยุนชิงวูก็ตามยังตกตะลึง
แม้ฟางเจิ้งจือจะสามารถสร้างได้ทุกอย่าง
แต่เขาสามารถสร้างค่ายกลผนึกปีศาจขึ้นมาใหม่ได้จริงๆงั้นหรือ?!
”แม้จะเสียเวลาไปบ้างแต่ก็ถือว่าใช้ได้ฉือโหย่วแม้จะฆ่าเจ้าไม่ได้แต่ข้าสามารถผนึกเจ้าได้ไปตลอดกาล!” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”ไม่ไม่มีทาง ค่ายกลผนึกปีศาจมันเป็นวิชาของไอ้สารเลวสองตัวนั่น! เจ้าสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ยังไง?!” ฉือโหย่วไม่เชื่อสายตาตัวเอง
”ข้าบอกแล้วว่าทุกอย่างบนโลกนี้อยู่ภายใต้กฎแห่งเต๋าข้านั้นสามารถสร้างได้ทุกอย่าง” ฟางเจิ้งจือตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
”ฉือโหย่วได้เวลาที่เจ้าจะกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมาแล้ว!”ฟางเจิ้งจือพุ่งเข้าไปหาฉือโหย่วและควบคุมต้นไม้สีดดำขนาดใหญ่
กิ่งจำนวนมากเติบโตแผ่กระจายไปทั่วพร้อมจะเข้าปกคลุมร่างของฉือโหย่ว
โดยไม่ลังเลฉือโหย่วหันหลังและหนีทันที
เขาไม่ต้องการสูญเสียและพ่ายแพ้เช่นในอดีตอีก อย่างไรก็ตามทันทีที่เขาหันไปด้านหลังภูเขาขนาดใหญ่ห้าลูกได้ปรากฎขึ้น
พวกมันมีสีที่ต่างกันออกไป
ลูกหนึ่งปกคลุมด้วยเปลวเพลิง
อีกลูกเต็มไปด้วยน้ำตก
อีกลูกนั้นเป็นโลหะสีดำ
อีกลูกเต็มไปด้วยต้นไม้
และสุดท้ายเต็มไปด้วยทอง
”ค่ายกลห้าธาตุ!เขาสร้างค่ายกลห้าธาตุโดยใช้ภูเขาทั้งห้าลูก?!”
ร่างของฉือโหย่วสั่นสะท้านทันใดนั้นเองเขาเข้าใจในสิ่งที่ฟางเจิ้งจือกล่าว
เต๋าแห่งการทำลายล้างนั้นแข็งแกร่งแต่ไม่ใช่ที่สุด
การสรรสร้าง!
การสร้าทุกอย่างแม้แต่กฏแห่งธรรมชาติ
มันเป็นเต๋าที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!
เต๋าแห่งการสรรสร้าง! ”ไม่…เจ้าไม่สามารถกักขังข้าไว้ได้ไม่มีวัน!” ฉือโหย่วดิ้นรนพยายามหลบหนีจากค่ายกลห้าธาตุ
ทันใดนั้นเองฟางเจิ้งจือปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา
”ยอมแพ้และยอมรับโชคชะตาซะ!ไม่ต้องกังวลข้าจะมาตรวจสอบผนึกทุกสิบๆปี ถ้าอารมณ์ดีอาจจะเล่านิทานให้เจ้าฟังก็ได้” ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมโบกมือ
ฟุ่บ!กิ่งไม้สีดำปกคลุมขาขวาของฉือโหย่ว
ก่อนจะค่อยๆแผ่ขยายขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ
”ไม่ไม่!!!” ฉือโหย่วกังวลมาก เขาเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่สามารถขยับได้
เขาถูกกักขังมานานจนนับวันเวลาแทบไม่ได้
แต่พอเขาได้รับอิสระกลับต้องถูกผนึกกลับไปในทันที?! แม้เขาจะไม่ตายเขาจะทนอยู่กับความโด่ดเดี่ยวไปอีกนับล้านปีได้ยังไง ไม่มีใครรู้ว่าจุดสิ้นสุดนั้นอยู่ตรงไหนด้วยซ้ำ!
ไม่!
ไม่มีทาง!