Gate of God - ตอนที่ 1147 ผสานเต๋าทั้งหก สุดยอดเต๋า
ตอนที่ 1147 ผสานเต๋าทั้งหก สุดยอดเต๋า
เหยียนซิวร้องตะโกน
เขาไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแต่ยังคงตะโกน
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง
ถ้าเป็นเขาเหยียนซิวจะสละชีวิตเพื่อปกป้องเพื่อนอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้นเหยียนซิวก็ปฏิเสธที่จะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
”ไม่!!!”เสียงของเหยียนซิวดังก้องท่ามกลางภูเขาฉางหยาง
ฉือกูเหยียนปิงหยาง หนานกงมู่และหยุนชิงวูเองก็ตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้า
ฟางเจิ้งจือหมดหนทางและต้องการจะช่วยเหยียนซิวเขาไม่มีทางเลือกแล้ว
”เจ้าไร้ยางอาย!!!”ภาพตรงหน้าพร่ามัวเพราะฉือกูเหยียนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ ”กรี้ด!”ปิงหยางร้องลั่น
ตอนนี้นางไม่สามารถสนใจเรื่องอื่นได้สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือฟางเจิ้งจือ
ถ้าฟางเจิ้งจือตายไปแล้วค่ายกลห้าธาตุจะเป็นยังไง
ปิงหยางพุ่งไปข้างหน้า
ฉือกูเหยียนและหนานกงมู่ตามปิงหยางไปติดๆ
”ไม่อย่าเข้ามา!!” ฟางเจิ้งจือจับเขาบนหัวฉือโหย่วด้วยมือข้างหนึ่งในขณะที่เลือดยังคงไหลออกจากปาก
ในวินาทีสุดท้ายฟางเจิ้งจือสามารถหลบให้พ้นจุดตายได้
อย่างไรก็ตามหลังจากร่างโดนเจาะทะลุแหล่งพลังต้นกำเนิดลดลงอย่างมาก แม้จะยังไม่ตายในตอนนี้แต่คงอยู่ได้อีกไม่นาน
ยิ่งไปกว่านั้นฟางเจิ้งจือถูกฉือโหย่วจับไว้แล้ว
”ฮ่าฮ่าฮ่า…ฟางเจิ้งจือ ข้าไม่คิดเลย …ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโง่ได้ขนาดนี้!” ฉือโหย่วตกตะลึงเช่นกัน
อย่างไรก็ตามในความตกตะลึงมันเต็มด้วยเสียงหัวเราะ
มนุษย์ช่างโง่เขลา!
ตัดสินใจสละชีวิตเพื่อคนอื่น?
โง่เง่าขนาดไหนกัน?
ตั้งแต่ยุคโบราณฉือโหย่วคิดมาตลอดว่าความโง่เขลาของมนุษย์ทำให้พวกมันต้องพินาศ
เช่นมารดาแห่งโลกและซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า
สละชีวิตตัวเองเพื่อรับมือกับภัยพิบัติและตายในที่สุด
โลกนี้ไม่ต้องการคนโง่ผู้ที่แข็งแกร่งและตัดสินใจได้ชาญฉลาดที่สุดเท่านั้นถึงจะครอบครองโลกได้
ฉือโหย่วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ความโง่ของฟางเจิ้งจือทำให้เขาประหลาดใจ
ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดสำหรับฉือโหย่ว?มันง่ายกว่าที่คาดไว้มาก
”ตายซะ!”ดวงตาของฉือโหย่วกลายเป็นสีแดงเข้ม
อย่างไรก็ตามฉือกูเหยียนปิงหยางและหนานกงมู่มาถึงแล้ว
”ตรึง!”ฉือกูเหยียนร้องตะโกนอย่างเย็นชาและปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง และใช้พลังหยุดร่างของฉือโหย่วเอาไว้
”โฮก!”ฉือโหย่วเคลื่อนไหว
มีพลังบางอย่างที่สัมผัสได้จากร่างของฉือโหย่วทำให้น้ำแข็งแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
”อั่ก…” ฉือกูเหยียนกระอั่กเลือดออกมา
นางเหนื่อยล้าจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ทำให้ตอนนี้นางถึงขีดจำกัดแล้ว
หลังจากการโจมตีเมื่อสักครู่ทำให้สีหน้าของฉือกูเหยียนกลายเป็นซีดขาว
”…”ฟางเจิ้งจือขยับริมฝีปากและต้องการหยุดนาง แต่ก็รู้ดีว่าทั้งฉือกูเหยียนและปิงหยางคงไม่ฟังแน่
นั่นเพราะปิงหยางพุ่งเข้ามาแล้วเช่นกัน
”อ๊ากฉือโหย่ว ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” เปลวเพลิงทั้งสามสีปรากฎขึ้นบนกำปั้นของนาง จากนั้นเพลิงก็ลุกโชนไปทั่วร่าง
ปิงหยางมีพลังที่แข็งแกร่งเพราะสืบทอดพลังมาจากจักรพรรดิยู่
อย่างไรก็ตามนั้นยังไม่เพียงพอจะต่อสู้กับฉือโหย่ว
หมัดของฉือโหย่วเหวี่ยงใส่ปิงหยางทันทีทำให้ร่างของนางถอยกลับไป ไม่นานเปลวเพลิงก็หายไปจากร่างกายของนาง
”ปิงหยาง!”ฉือกูเหยียนพูดด้วยท่าทีที่เจ็บปวดอย่างมาก
ขณะเดียวกันหนานกงมู่ที่ตามมาก็ถูกฉือโหย่วซัดกระเด็นออกไปเช่นกัน หนานกงมู่กระอั่กเลือดออกมากลางอากาศ
หนานกงมู่และเหยียนซิวป้องกันพลังของฉือโหย่วมาตลอด
พวกเขาใช้พลังมากเกินไป
ยิ่งกว่านั้นแม้หนานกงมู่จะมีพลังฟื้นฟูจากต้นไม้เทพเจ้าแต่ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่อ่อนล้า
”…”
”มันจบแล้ว?”
”ค่ายกลห้าธาตุพังทลายฟางเจิ้งจือถูกฉือโหย่วจับได้ ไม่มีใครสามารถสู้กับฉือโหย่วได้ มันจบแล้ว…”
”ใช่…หยุนชิงวูไม่สามารถสู้กับฉือโหย่วได้แน่นอน”
เทพอสูรและเทพปีศาจต่างหมดหวัง
หากเลือกได้พวกเขาหวังว่าฟางเจิ้งจือและมนุษย์จะชนะศึกครั้งนี้ นั่นเพราะฉือโหย่วบ้าคลั่งและโหดเกินไปแม้พวกเขาจะมีชีวิตอยู่รอดภายใต้การปกครองแต่ก็จะถูกกดขี่ไปตลอดชีวิต
พวกเขาไม่สามารถโต้แย้งใดๆได้
”ฮ่าฮ่าฮ่า…เจ้ามนุษย์โง่ มีโอกาสที่จะอยู่รอดแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับยอมแพ้ให้กับความหวังสุดท้าย ช่างโง่เขลา!”
ฉือโหย่วยังคงมีพลังเหลือล้น
อย่างไรก็ตามเหล่ามนุษย์ต่างถึงขีดจำกัดแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ฉือโหย่วสามารถฆ่ามนุษย์ทั้งหมดนี้ได้เพียงแค่ดีดนิ้ว
ผู้ปกครองโลกใบนี้!
เทพปีศาจฉือโหย่วกลับมาแล้ว!
ฉือโหย่วมองไปยังดวงอาทิตย์สีแดงเลือดบนท้องฟ้าเขาอดทนและนิ่งเงียบมานานหลายพันปี
ตอนนี้โลกนี้เป็นของฉือโหย่ว มันควรจะเป็นเช่นนั้นตั้งแต่ยุคโบราณเขาต้องการมองสิ่งมีชิวตต่ำต้อยสยบอยู่แทบเท้า
”ยอมแพ้หรือตาย!”ฉือโหย่วตะโกนอย่างตื่นเต้น
ฉือโหย่วรอมานานเกินไปในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่มีความสุขและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
”โง่จริงๆฮ่าฮ่าฮ่า โง่จริงๆ!”
”โลกนี้เป็นของข้า!”
”ข้าคือผู้ปกครองโลกใบนี้!”
”ไม่มีใครหยุดข้าได้!”
ฉือโหย่วคำรามอย่างต่อเนื่องและระบายความโกรธที่ทนทรมานมาหลายพันปี
”ไม่เจ้าจะไม่ได้ครองโลกนี้!” เสียงตะโกนดังขึ้น
”ใคร?!ใครกล้าขัดขวางข้า!” ฉือโหย่วหันมอง
ไม่มีใครอยู่นอกจากฟางเจิ้งจือที่ร่างกายท่วมเลือด
”ฟางเจิ้งจือเจ้าพูดถึงตัวเองงั้นหรือ?” ฉือโหย่วเยาะเย้ย
”เทพปีศาจที่ไม่เข้าใจการมีชีวิตไม่มีทางได้ครอบครองโลกใบนี้หรอก!!” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”โอ้ดูเหมือนเจ้าจะไม่พอใจ …น่าเสียดายเจ้ามีโอกาสได้สู้กับข้าแต่กับสละชีวิตเพื่อสหายที่ไร้ประโยชน์!” ฉือโหย่วมองฟางเจิ้งจือเหมือนกับจักรพรรดิมองสามัญชนผู้ต่ำต้อย
”เจ้ายังไม่เข้าใจ”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”ฮ่าฮ่าฮ่า…เจ้าบอกว่าข้าไม่เข้าใจ เจ้าเป็นใครถึงกล้าพูดเช่นนั้น เต๋าแห่งการทำลายล้างทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกต้องยอมจำนน” ฉือโหย่วโกรธมากแต่ก็หัวเราะออกมา
”แล้วถ้าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดยอมจำนนต่อเจ้าล่ะ?”ฟางเจิ้งจือถาม
”เจ้าหมายความว่ายังไงถ้าพวกมันยอมจำนนข้าก็จะกลายเป็นผู้ครอบครองสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และพวกมันต้องเรียกข้าว่าจักรพรรดิเทพเจ้า!”
”เทพเจ้าที่แท้จริงไม่ต้องบังคับให้ใครยอมจำนนหรือสรรเสริญเชิดชูพวกเขาจะเต็มใจและให้ความเคารพเหมือนกับมารดาแห่งโลกและซวนหนี่แห่งสวรรค์ทั้งเก้า …อย่างไรก็ตามเจ้าไม่มีวันถูกเคารพ ฉือโหย่ว!”
”ตายไปซะ!”ฉือโหย่วโกรธมาก
ฉือโหย่วไม่คิดจะมาทะเลาะกับฟางเจิ้งจือเพราะชีวิตของฟางเจิ้งจืออยู่ในกำมือเขาแล้ว
ฉือโหย่วสามารถฆ่าฟางเจิ้งจือได้เพียงแค่บีบมือเบาๆเท่านั้น
ตาย!
มีผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจะได้รับความเคารพ
”ตาย!”ฉือโหย่วบีบมืออย่างแรงและต้องการใช้เต๋าทำลายล้างฆ่าฟางเจิ้งจือ อย่างไรก็ตามฉือโหย่วตระหนักว่าฟางเจิ้งจือเป็นเหมือนกับหินที่ไม่ตอบสนองการโจมตีแม้แต่น้อย
เป็นไปได้ยังไง?!
ฉือโหย่วไม่เข้าใจเต๋าทำลายล้างไม่เคยล้มเหลวมาก่อน
ฉือโหย่วสามารถทำลายได้แม้กระทั่งดวงดาวแต่ทำไมถึงฆ่ามนุษย์ในกำมือตัวเองไม่ได้
”ตาย!”ฉือโหย่วคำรามอีกครั้ง
”…”
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
”…”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจมองดูด้วยสายตาอันแปลกประหลาด
’ฉือโหย่วตะโกนหลายครั้งแล้วทำไมฟางเจิ้งจือยังไม่ตาย?’
”…”
”ทำไมเขายังไม่ตาย?”
เหยียนซิวฉือกูเหยียน ปิงหยาง หนานกงมู่และหยุนชิงวูมองฟางเจิ้งจือตาไม่กระพริบ พวกเขาไม่ต้องการให้ฟางเจิ้งจือตาย
อย่างไรก็ตามฉือโหย่วมีพลังของเต๋าทำลายล้าง
ใครจะหยุดพลังแบบนั้นได้?
”ตาย!”
”ตาย!”
”…”
เสียงของฉือโหย่วดังขึ้นซ้ำไปมาดังสะท้อนไปทั่วภูเขาฉางหยาง
ดวงอาทิตย์สีเลือดยังคงส่องสว่างบนท้องฟ้าอย่างน่าขนลุก
อย่างไรก็ตามเรื่องน่าขนลุกยิ่งกว่าคือการที่ฟางเจิ้งจือยังไม่ตาย? เกิดอะไรขึ้น?
”ทำไมเจ้ายังไม่ตายเต๋าทำลายล้างไม่เคยล้มเหลว มันสามารถทำลายได้ทุกอย่าง!” ฉือโหย่วคำรามอย่างต่อเนื่อง
”เจ้าอยากรู้งั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือมองฉือโหย่วอย่างนิ่งสงบ
”หืม?!”ร่างของฉือโหย่วสั่นเทา
”ข้าบอกว่าเจ้าจะไม่ได้ครอบครองโลกเพราะเจ้าไม่สามควรได้รับมัน!”แววตาของฟางเจิ้งจือเฉียบคม
อย่างไรก็ตามในแววตายังคงมีความรู้สึกนิ่งเฉยและปล่อยวาง
ราวกับฟางเจิ้งจือไม่มีความหวังและไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่หรือตายไป
”เป็นไปไม่ได้!”ฉือโหย่วไม่พอใจ เขาใช้แขนทั้งหกมุ่งหวังจะฆ่าฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามพลังที่แข็งแกร่งโจมตีกลับไปที่มือของฉือโหย่ว
หนึ่งสอง สาม สี่ … ฝ่ามือทั้งหกค่อยๆคลายออก
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือเดินออกมาอย่างช้าๆและมองไปที่ฉือโหย่วด้วยสายตาเดียวกันกับที่ฉือโหย่วมองเขาก่อนหน้านี้
จักรพรรดิที่มองไปยังผู้ต่ำต้อย
สายตาที่เหยียดหยาม
”เจ้ามีพลังมากกว่าเทพเจ้าและมีเต๋าทำลายล้างเจ้ารวมวิญญาณเข้ากับแหล่งพลังเทพเจ้าและไม่มีใครสามารถฆ่าได้ อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้เจ้ากลายเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้!” ฟางเจิ้งจือยืนบนฝ่ามือฉือโหย่วในขณะที่บาดแผลฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ฉากนี้แปลกมาก
เทพอสูรและเทพปีศาจตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่ฉือกูเหยียนปิงหยางและคนอื่นๆก็ไม่กล้าขยับตัวเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ฟางเจิ้งจือ… บังคับให้ฝ่ามือของฉือโหย่วคลายออก
หลุดออกมาจากการจับกุม?
มันเป็นไปได้ยังไง?
เรื่องจริงหรือภาพลวงตา?
ฉือโหย่วก็ไม่เชื่อเช่นกัน
มนุษย์ที่ไร้ค่า…
รอดพ้นจากการควบคุมของเขา?!
”ทำไมทำไมข้าถึงจะไม่ได้ปกครองโลกใบนี้ ข้าแข็งแกร่งที่สุดและเป็นจักรพรรดิองค์เดียวบนโลกใบนี้!” ฉือโหย่วกลายเป็นบ้าคลั่ง
”ไม่เจ้าไม่ได้เป็น” ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”เจ้ามนุษย์โง่เขลาตายซะ!” ฉือโหย่วไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขากำมือและชกไปที่ฟางเจิ้งจือ
ท้องฟ้าสั่นสะเทือน
ฟ้าร้องดังก้อง
หมัดฉือโหย่วมีพลังมากจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี อย่างไรก็ตามเมื่อหมัดทั้งห้าเหวี่ยงใส่ฟางเจิ้งจือเขากลับยังไม่ตาย หมัดทั้งห้าลอยหยุดอยู่เหนือศีรษะของเขา
ขณะเดียวกันแผ่นขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นใต้เท้าฟางเจิ้งจือ
มันส่องประกายเจิดจ้า
ราวกับดวงดาวนับพันกำลังส่องแสง
สามพันเต๋าที่ยิ่งใหญ่
เต๋าแต่ละชนิดอยู่ในรูปของดวงดาวมันคือตัวแทนของสิ่งมีชีวิตบนโลก
ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดวงดาว ดอกไม้และต้นไม้
ในขณะเดียวกันดวงแสงทั้งหกหมุนวนรอบแผ่นแสง
ฟ้าดำ แดง เงิน เขียว ทอง!
แสงทั้งหกส่องสว่างขึ้นรอบกงล้อจากนั้นสัญลักษณ์ประหลาดก็ปรากฎขึ้นตรงกลาง
เต๋าแห่งการจุติ! เต๋าสวรรค์เต๋านรก เต๋าอาชูร่า เต๋าวิญญาณ เต๋าชีวิต…
เต๋ามนุษย์!
เต๋าทั้งหกอยู่เหนือกฎของโลกใบนี้
”ถึงแม้ว่าเต๋าทำลายล้างของเจ้าจะมีพลังที่แข็งแกร่งก็ไม่มีทางเอาชนะกฎของโลกใบนี้ได้ เจ้าไม่สามารถมองข้ามความจริงได้ว่า สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกไม่ใช่การทำลายล้าง” เต๋าแห่งการจุติค่อยๆลอยขึ้นในขณะที่ฟางเจิ้งจือพูด