Gate of God - ตอนที่ 805 ร่างกายที่พัฒนา
”นั่นเสียงอะไร?!”
”ใครพูด?!”
”ทำไมถึงมีเสียงออกมาจากหม้อ?!”
อะไรคือการที่มีเสียงออกมาจากหม้อทั้งๆที่่ผ่านไป49วันแล้ว?
”นั่นใคร?!”ผู้อาวุโสหกเปิดปากทันที ในฐานะผู้ทำการหลอมยาเขาไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
ที่สำคัญทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขาเขาเพียงแค่ต้องกลับไปที่ศาลาหยินหยาง จากนั้นความขัดแย้งในเก้าขุนเขาจะปะทุกขึ้น สุดท้ายทุกอย่างก็จะตกอยู่ในมือของศาลาหยินหยาง
แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
อย่างไรก็ตามลำแสงสีทองพุ่งขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า เส้นขอบฟ้าที่งดงามถูกย้อมไปด้วยสีทองท้องฟ้าราวกับกำลังลุกไหม้
บรรยากาศอันแข็งแกร่งค่อยๆแผ่ออกมาจากหม้อหลอม
”เกิดอะไรขึ้น?”ผู้อาวุโสหกตกตะลึง
ทุกคนต่างรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศด้วยเช่นกัน”ไม่ดีแล้ว รีบปิดผนึกหม้อ!” หยิงยู่ ได้สติทันที เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็รีบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
น่าเสียดาย…
มันสายเกินไป!
ทันใดนั้นหม้อหลอมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
”นานแค่ไหนแล้วนะ!”เสียงดังก้องอยู่ในอากาศ
หม้อลอมสายธารที่ตั้งอยู่ตรงกลางลานทรุดตัวลงอย่างกระทันหันก่อนที่จะมีลำแสงพุ่งออกมาจากหม้ออีกครั้ง
ลำแสงที่ห้อหุ้มไปด้วยไฟสีเงินและม่วง มันเร็วมาก!
ในพริบตามันก็หยุดอยู่กลางอากาศ
สีหน้าของผู้อาวุโสหกและหยิงยู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงพวกเขารู้ว่านั่นเป็นเพลิงของพวกเขาที่ใช้ในการหลอมยา
”ในที่สุดข้าก็ออกมาได้…”ทันใดนั้นเปลวไฟทั้งสองก็หายไป ร่างที่เกือบจะเปลือยเปล่าได้ปรากฎขึ้นกลางอากาศ เสื้อของด้านบนของเขาถูกทำลายจนหมด เผยให้เห็นร่างกายอันผมเพรียว
สัญลักษณ์สีทองเล็กๆจำนวนนับไม่ถ้วนไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา ดวงตาของเขาก็เป็นสีทองเช่นกัน
อย่างไรก็ตามร่างกายของเขายังถูกมัดไว้ด้วยโซ่เหล็ก
”ยังไม่ตายงั้นรึ?!”
”เขายังไม่ตายจริงๆ!”
”เป็นไปได้ยังไง?เขาจะไม่ตายได้ยังไง?!” ทุกคนต่างตกอยู่ในความสับสน
พวกเขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาได้พวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองได้เห็นผีในตอนกลางวัน
ทันใดนั้นเองบนท้องฟ้าได้เกิดรูขึ้น
แสงอันสดใสนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาจากท้องฟ้า
แดงน้ำเงิน ทอง เงิน เขียว…
พวกมันผสานเข้ากับเสาสีทองที่ทอดยาวไปถึงท้องฟ้า
”เกิดอะไรขึ้น?”
”เป็นเพราะเพลิงพันปีถูกหลอมแล้วงั้นหรือ?!”
”ยาไม่มีทางเสร็จสมบูรณ์ไม่อย่างงั้น ฟาง เจิ้งจือ จะรอดชีวิตได้ยังไง?!”
ดวงตาของศิษย์เบิกกว้างพวกเขาถูกกดดันอย่างสมบูรณ์
แม้แต่หยิงยู่ก็มีท่าทีเช่นเดียวกันเขาไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต
”ลำแสงนับพันนั่นเขา…”หยิงยู่ พึมพำ
”เขายังมีชีวิตอยู่ทั้งๆที่ผ่านไปถึง49วันแล้วเป็นไปได้ยังไงกัน?!” ดวงตาของผู้อาวุโสหกเบิกกว้าง ใบหน้าของเขาซีดขาว
แม้ฟาง เจิ้งจือ จะถูกโซ่รัดอยู่ แต่มันกลับดูไร้ร่องรอยการบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่าลำแสงสีทองดูเหมือนจะค่อยถูกร่างของฟาง เจิ้งจือ ดูดซับเข้าไป
”อ้าก!!”ฟาง เจิ้งจือ ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แสงหลากหลายสีไหลเวียนในดวงตาของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นสัญลักษณ์สีทองรอบๆร่างกายของเขาดูเหมือนจะกลายเป็นดาวนับไม่ถ้วนรวมตัวเข้าหาหน้าอกของเขา
ท้องฟ้าราวกับเกิดดวงอาทิตย์ขึ้นอีกดวง
ดวงอาทิตย์ที่หน้าอกของฟาง เจิ้งจือ!
”เร็วเข้ารีบฆ่าเขา!ร่างกายของเขากำลังพัฒนา!” ผู้อาวุโสหกพูดออกมาด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา
”หรือว่าฟาง เจิ้งจือ กำลังจะกลายเป็น…”
”ไม่เป็นแบบนี้ได้ยังไง?ไม่มีทาง ไม่มีทาง…”
ทุกคนต่างพูดออกมาด้วยความสับสน
”ตาย!”หยิงยู่มองแสงบนหน้าอกของ ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความตึงเครียด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพุ่งออกไปทันที
เพราะเขารู้ว่าถ้าไม่ฆ่าฟาง เจิ้งจือ ตอนนี้ เขาคงไม่มีโอกาสที่สองแล้ว
หอกเงินยาวปรากฎขึ้นในมือของเขาเปลวไฟสีเงินลุกท่วมหอก
”ตูม!”
หอกเงินยาวถูกเขวี้ยงออกจากมือของหยิงยู่ไปที่หน้าอกของ ฟาง เจิ้งจือ
”เขายังถูกโซ่ตรึงไว้อยู่รีบฆ่าเขาเร็วเข้า!” ผู้อาวุโสคนอื่นๆเข้าใจความต้องการของหยิงยู่ ได้ในทันที พวกเขาเคลื่อนไหวเช่นกัน
ตอนนี้หอกเงินใกล้ถึงหน้าอกของฟาง เจิ้งจือ แล้ว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่แปลกก็คือ…
มัดกลับหยุดลงอย่างกระทันหัน
ราวกับเวลาได้หยุดลง
จากนั้นมือของฟาง เจิ้งจือ ก็เคลื่อนไหวช้าๆ
”แกรก”มีเสียงเบาๆ
รอยแตกปรากฎขึ้นบนโซ่สีดำมือของ ฟาง เจิ้งจือ ค่อยๆเอื้อมไปจับหอกสีเงิน
ทุกอย่างเกิดขึ้นช้าๆ
สายตาของทุกคนมองฉากตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
ทันใดนั้นปากของฟาง เจิ้งจือ ก็ค่อยๆยิ้มออก โซ่แตกสลายไปหมดแล้ว
”ในที่สุด!”
”ในที่สุด!” ”…”
เศษโซ่ตกลงมาบนพื้น
ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบพวกเขาเดินถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว
”เขา…..เขาเป็นิสระจากโซ่นั่นได้ยังไง?”
”เขาใช้เพียงมือเดียวคว้าหอกของผู้อาวุโสสูงสุดเอาไว้…”
”เขา…เขาเป็นเซียนแล้วจริงๆ!”
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรือผู้อาวุโสทุกคนต่างยืนนิ่ง
เพราะโซ่สีดำที่พันธนาการร่างของฟาง เจิ้งจือ แม้แต่เซียนทั่วไปยังไม่สามารถทำลายมันได้ นอกจากนี้เขายังสามารถหยุดหอกของหยิงยู่ได้ด้วยมือเดียว ฉากนี้จะติดอยู่ในความรงจำของพวกเขาตลอดไป
”วันนี้อากาศไม่เลวนักดวงอาทิตย์ก็สดใส นกก็บินเล่นอย่างสนุกสนาน พวกท่านคิดว่ายังไงบ้าง?’ ฟาง เจิ้งจือ มองไปยังกลุ่มคนด้านหน้า ในมือของเขาควงหอกสีเงินยาวอยู่ ”ฟางเจิ้งจือ อย่าอวดดี แม้เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ แต่อย่างหวังว่าจะรอดไปได้ เป็นแค่ครึ่งเซียนเจ้ากล้าท้าทายเก้าขุนเขางั้นรึ? เจ้าประเมิณห้าสำนักแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ต่ำไปแล้ว!” เสียงของผู้อาวุโสหกดังขึ้น
”ข้าประเมิณความแข็งแกร่งของห้าสำนักต่ำไป?ไม่ไม่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว เพราะข้าไม่เคยเห็นทั้งห้าสำนักอยู่ในสายตาเลยต่างหาก!” ฟาง เจิ้งจือ ส่ายหน้าด้วยใบหน้าอันใสซื่อ
”เจ้า… เจ้ารนหาที่ตาย!” ผู้อาวุโสหกผงะไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงก่ำ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้โจมตี แต่หันไปหาหยิงยู่แทน “ท่านผู้นำหยิง พวกเราจะปล่อยให้เขารอดไปไม่ได้…”
”ผู้อาวุโสหกไม่ต้องกังวลทุกคนเตรียมพร้อม!”หยิงยู่ไม่รอให้ผู้อาวุโสหกพูดจบ เขาเองก็ไม่มีทางปล่อย ฟาง เจิ้งจือ ไปอยู่แล้ว
ความเกลียดชังที่เก้าขุนเขามีต่อฟางเจิ้งจือ ไม่มีอะไรที่สามารถลบล้างมันไปได้ ”รับทราบ!”เหล่าศิษย์ต่างตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
ผู้อาวุโสหกร่วมมือกับผู้อาวุโสสี่คนและศิษย์ที่อยู่ในระดับเซียน
มันคงเป็นเรื่องตลกถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะฟาง เจิ้งจือ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับเซียนโดยสมบูรณ์ไม่ได้
”ดูเหมือนว่า…ข้าต้องฆ่าอีกแล้วสินะ!”ฟาง เจิ้งจือ กล่าวพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้า จากนั้นเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว
”ในที่สุด!!!”ฟาง เจิ้งจือ ระเบิดเสียงออกมาอีกครั้ง
ฟางเจิ้งจือ พุ่งมายืนบนพื้นห่างออกไปจากผู้อาวุโสหกและหยิงยู่ รอยแตกปรากฎขึ้นบนพื้นทันที
”อะไรกัน?!”
”เร็วมาก?!”
”พื้นที่เขายืนเป็นหินลาวาที่ถูกหลอมมาเป็นพันๆปีมันแข็งแกร่งมาก มันจะเป็นไปได้ยังไง…รอยแตกนั่น”
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าศิษย์หวาดกลัวอีกครั้ง
แม้แต่หยิงยู่และผู้อาวุโสหกก็อยู่ในความกังวลเช่นกัน
……………………………………..