Gate of God - ตอนที่ 855 มีสองด้าน
”เจ้าแม่หนี่วา!”มู่ฉิงเฟิงมองไปรอบๆก่อนจะพูดออกมา
”เจ้าแม่หนี่วา?!”
”เอ๊ะ? อะไรกัน…”
”จะมีบันทึกเกี่ยวกับเจ้าแม่หนี่วาได้ยังไงกัน?”
แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมใจไว้แล้วตอนที่มู่ฉิงเฟิงพูดว่าเขาได้พบโบราณสถานแต่ทุกคนก็ยังสับสนเมื่อมู่ฉิงเฟิงพูดคำว่าเจ้าแม่หนี่วาออกมา
นั่นเพราะโบราณสถานไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ้าแม่หนี่วาแม้แต่น้อย
ทุกคนรู้จักชื่อของเจ้าแม่หนี่วาดี
อย่างไรก็ตามมันต่างจากการที่ชื่อนางปรากฎอยู่ในบันทึกตัวตนของนางนั้นเคยปรากฎขึ้นมาเกือบหมื่นปีก่อน
หรือโบราณสถานนั่นมีอายุเป็นหมื่นปี?! ไม่มีทางเป็นไปได้
แม้พวกเขาจะไม่เชื่อแต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะมู่ฉิงเฟิงเป็นคนประกาศข่าว
”ข้ารู้ว่าพวกท่านอาจจะไม่เชื่อข้าแต่ข้าพูดความจริง ชื่อของเจ้าแม่หนี่วาถูกกล่าวถึงหลายครั้งในบันทึก ข้าจึงเรียกสถานที่แห่งนั้นว่าโบราณสถาน” มู่ฉิงเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ
”ท่านช่วยบอกเนื้อหาของบันทึกนั่นให้พวกเรารู้ได้ไหม?’
”เนื่องจากมันเป็นคัมภีร์โบราณข้าจึงไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาของมันได้ทั้งหมด ดังนั้นข้าจึงทำได้แค่สรุปเนื้อหาบางส่วน ยิ่งกว่านั้นคัมภีร์นั้นถูกบันทึกไว้บนก้อนหิน ข้าจึงไม่สามารถเอามันออกมาได้ ข้าพอจะทำความเข้าใจเนื้อหาคร่าวๆได้เท่านั้น”
”ข้าเกรงว่าคงไม่มีใครชำนาญด้านภาษาโบราณมากไปกว่าท่านแล้วท่านอย่าถ่อมตัวไปเลย” ”งั้นในเมื่อทุกคนเชื่อใจข้า ข้าจะกล่าวถึงเนื้อหาของมันและตัดสินใจร่วมกัน”
”เชิญท่านกล่าวมาได้เลย”
”รายละเอียดมีอยู่สามส่วนส่วนแรกพูดถึงเวลาที่สวรรค์และโลกเพิ่งถูกสร้างขึ้น ความวุ่นวายส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงของสวรรค์และโลกและนำไปสู่หายนะครั้งใหญ่!”
”หายนะครั้งใหญ่?”
”ใช่แล้วมันกินเวลานานมาก เปลวไฟร่วงหล่นจากท้องฟ้า พร้อมกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนโลกอย่างไม่หยุดยั้ง บางครั้งแม้แต่อุกาบาตก็ตกลงมาบนโลก” มู่ฉิงเฟิงหยุดพูดพร้อมหันไปมองผู้ฟังรอบๆ
ทุกคนกำลังเงียบราวกับกำลังจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่มู่ฉิงเฟิงกล่าวช่วงเวลาในตอนนั้นต้องโหดร้ายแค่ไหนกัน?
“ส่วนที่สองนั้นยุ่งยากเล็กน้อยหรืออาจเป็นเพราะความรู้ที่จำกัดของข้า ทำให้ถอดข้อความได้ไม่ครบ มันพูดถึงการที่เจ้าแม่หนี่วานำมนุษย์ไปเจอต้นตอของหายนะ จากนั้นนางจึงเริ่มทำการแก้ไขสวรรค์ รวมถึงการลงโทษจากสวรรค์ด้วย…”
“แก้ไขสวรรค์เหรอ?”
”ใช่แล้วแก้ไขสวรรค์!”
”แล้วจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
”ข้าไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาที่เหลือได้แต่ถ้าให้ข้าเดาเนื้อหาที่เหลือน่าจะพูดถึงวิธีที่เจ้าแม่หนี่วาใช้แก้ไขสวรรค์” มู่ฉิงเฟิงส่ายหน้าพร้อมพูดออกมา
”อืมพวกเราก็เห็นด้วยในส่วนนี้!” ทุกคนพยักเป็นการเห็นด้วยเบาๆ
”ส่วนที่สามเองก็ยากที่จะเข้าใจด้วยความรู้ที่จำกัดของข้าร่วมกับฉือกูเหยียน ในหลายเดือนนี้ ข้าสามารถถอดความได้เพียงไม่กี่วลีเท่านั้น”
“วลี?ท่านโปรดบอกพวกเรา!”
“วลีแรกคือ ‘ปิด’ จากส่วนก่อนหน้านี้ข้าเชื่อว่ามีการอ้างถึงความจริงที่ว่าสวรรค์ได้รับการแก้ไขและเส้นทางสู่สวรรค์อาจจะถูกปิดไป …”
”ประตูงั้นรึ?”พวกเขามองหน้ากันราวกับกำลังจะพูดบางอย่าง แต่พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไงดี
“ข้าสามารถสรุปได้ในวลีที่สองคือ’ประตูแห่งพระเจ้า’…วลีนี้ปรากฎขึ้นหลายครั้งเช่นกัน!”
“ประตูแห่งพระเจ้า!”
“วลีที่สามคือเหตุผลที่ข้ารวบรวมพวกท่านทั้งหมดมาที่นี่เพราะมันคือ ‘ภูเขาสวรรค์’!” มู่ฉิงเฟิงกล่าวออกมาหลังจากหายใจลึกๆ
”ภูเขาสวรรค์?ปิด? ประตูแห่งพระเจ้า?”
”หรือมันหมายความว่าประตูแห่งพระเจ้าที่ภูเขาสวรรค์ได้ถูกปิดไปแล้ว?”
”มันจะง่ายขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?”
ทุกคนต่างคาดเดาแต่ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องเป็นเช่นไรกันแน่ ”ท่านมู่!”ใครบางคนจากหุบเขาฟู่ซี่ลุกขึ้น เคราของเขาเป็นสีขาวและเขาสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาปักด้วยคำโบราณสองคำ ‘ฟู่ ซี่’
เขาเป็นผู้อาวุโสของหุบเขาฟู่ซี่กู่หยวน
”ผู้อาวุโสกู่เชิญกล่าวออกมาได้เลย” มู่ฉิงเฟิงรู้ว่าผู้อาวุโสกู่มีบางอย่างจะพูด
”ท่านคงไม่ได้รวบรวมพวกเรามาเพราะเรื่องรายละเอียดในบันทึกนั้นอย่างเดียวหรอกใช่ไหมถ้าแค่นั้นท่านคงไม่จำเป็นต้องชวนพวกเรามารวมตัวกันที่นี่?” ริมฝีปากของกู่หยวนเหยียดยิ้มก่อนจะแสดงความเคารพมู่ฉิงเฟิง
”ท่านพูดถูก!”
”ท่านมู่แล้วทำไมพวกเราถึงต้องจัดการประชุมขึ้นด้วล่ะ?”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำถามของกู่หยวน
”ฮ่าฮ่าผู้อาวุโสกู่พูดถูกข้าเชิญทุกคนมาที่นี่ด้วยเหตุผลสองประการ เหตุผลแรกคือแจ้งข่าวเกี่ยวกับโบราณสถาน ส่วนที่สองคือข้าต้องการเชื่อมโยงสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นบนโลกกับโบราณสถานนั่น!”
”ท่านกำลังพูดว่ามันเกี่ยวข้องกันงั้นหรือ?”
”ข้ามั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มที่โบราณสถานก่อนที่จะกระจายตัวออกไปโดยรอบ!”
”ท่านจะบอกว่ามันเกิดขึ้นเพราะการปรากฎตัวของโบราณสถานงั้นหรือ?”
”มันจะเป็นไปได้ยังไง?”
ทุกคนเต็มไปด้วยความไม่เชื่ออย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่ามู๋ฉิงเฟิงกำลังพูดความจริง
ความเงียบเกิดขึ้นเพราะในที่สุดทุกคนก็รู้ว่าทำไมมู่ฉิงเฟิงถึงจัดการประชุมนี้ขึ้น
มู๋ฉิงเฟิงยังคงพูดต่อไป”ข้าคาดเดาไปในสองทาง ทางที่ดีคือเมื่อมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นนั่นหมายถึงโอกาสเช่นกัน โอกาสที่จะพบเจอสมบัติโบราณชั้นยอด!” ”สมบัติโบราณ?!”
”ใช่แล้วในเมื่อคัมภีร์โบราณยังปรากฎขึ้นได้ ข้าเชื่อว่ามีโอกาสที่สมบัติเช่นนี้จะปรากฎขึ้นอีก”
”ใช่แล้วมันถือเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมาก!”
ความประหลาดใจของทุกคนถูกแทนที่ด้วยความดีใจในทันทีเมื่อได้ยินเรื่องสมบัติพวกเขาสามารถสร้างตัวได้แม้จะเจอสมบัติแค่ชิ้นเดียวก็ตาม”
”ข้ารู้ว่าทุกคนอยากได้สมบัติอันล้ำค่าอย่างไรทุกอย่างย่อมมีสองด้าน การคาดเดาครั้งที่สองของข้าเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ข้าเชื่อว่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นอาจจะเกี่ยวข้องกับการลงโทษของสวรรค์ที่กล่าวไว้ในบันทึก!”
”การลงโทษของสวรรค์?!”
”มันจะเกิดขึ้นกับพวกเราอีกครั้งงั้นรึ?”
”มันคงไม่จริงหรอกใช่ไหม?” ทุกคนหันมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัวพวกเขาไม่ต้องการให้เรื่องร้ายเกิดขึ้น
่
เพราะไม่มีใครรู้คำตอบว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่
”ถึงแม้ข้าคิดว่ามันไม่เหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นจะเป็นศูนย์ ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมการไว้ก่อน!”
”ท่านมู่มีแผนยังไง?”
”ข้าว่าเราต้องตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อลดกการสูญเสียและความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น!” มู่ฉิงเฟิงพูดด้วยความจริงจัง
”ท่านมู่พูดถูก!
”ใช่พวกเราต้องคิดกฎขึ้นมา ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ต้องวุ่นวายแน่นอนเมื่อมีสมบัติปรากฎขึ้น!”
”จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันเป็นการลงโทษของสวรรค์?”
”ใช่ถ้าเป็นแบบนั้นการตั้งกฎขึ้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก!”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของมู่ฉิงเฟิงไม่มีอะไรสำเร็จได้ถ้าไร้กฎเกณฑ์ นี่คือ ความสำคัญสูงสุดของพวกเขาอย่างแน่นอนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นทั่วโลก
”ท่านมู่ท่านคงคิดไว้ในใจคร่าวๆแล้วใช่หรือไม่?” ผู้อาวุโสกู่พยักหน้าและถามเพิ่มเติม
“ตอนแรกข้าคิดว่าทั้งห้าสำนักควรหารรือร่วมกันและจัดแจงเขตแดนให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามข้าว่ามันจะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่าถ้ามีสมบัติปรากฎขึ้นมันต้องนำมาซึ่งปัญหาความไม่สมดุลในแดนศักดิ์สิทธิ์แน่นอน ในทางกลับกันถ้าการลงโทษของสวรรค์เกิดขึ้น สำนักอื่นๆจะเข้าช่วยเหลือได้ยังไง?” มู่ฉิงเฟิงอธิบายต่อไป
ทุกคนต่างก็เหลือบมองกันอย่างสังหรณ์ใจไม่มีใครพูดอะไรเพราะพวกเขารู้ว่ามู่ฉิงเฟิงพูดถูก
ความทะเยอทะยาน! อยู่คู่กับมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
หากสำนักใดทรงพลังมากเกินไปพวกเขาย่อมต้องจัดการกับสำนักอื่นๆและทำลายสมดุลลงในที่สุด
”ข้าเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าข้าพูดอะไรอยู่ใช่ว่าสมบัติจะปรากฎขึ้นทุกที่ มันจะไม่มีประโยชน์ถ้ามีคนไม่สนกฎ ถ้าเป็นแบบนี้มีเพียงความวุ่นวายเท่านั้นที่รออยู่ ”
ทุกคนยังคงนิ่งเงียบไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับมู่ฉิงเฟิง สมบัติไม่สามารถแจกจ่ายทุกคนได้อย่างเท่าเทียม
”ท่านกำลังจะบอกว่าพวกเราควรสร้างลำดับชั้นในแดนศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?”เสียงอีกเสียงดังขึ้นมาจากทางหุบเขาฟู่ซี่ แต่มันไม่ใช่เสียงของกู่หยวน
เป็นชายแก่ตัวผอมที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ขนคิ้วของเขายาวจนเกือบถึงเอว
เขาไม่ได้โดดเด่นแต่นั่งอยู่หน้าสุดของหุบเขาฟู่ซี่ เขาคือโม่ฉานฉือผู้นำคนปัจจุบันของหุบเขาฟู่ซี่
ทุกคนรู้ว่าโม่ฉานฉือพูดอะไรออกมา
หากห้าสำนักของภูมิภาคศักดิ์สิทธิ์สร้างลำดับชั้นขึ้นมาก็สามารถป้องกันความขัดแย้งใดๆที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการกระจายสมบัติที่ไม่สม่ำเสมอได้
อย่างไรก็ตามนั่นจะแก้ปัญหาเฉพาะในห้าสำนักเท่านั้น
ตามคำกล่าวที่ว่า’ทหารที่ไม่ต้องการเป็นแม่ทัพไม่ใช่ทหารที่ดี’
ไม่มีใครยอมเป็นทหารตลอดชีวิต
นอกจากนี้ท่ามกลางช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยโอกาสมากมายไม่มีใครเต็มใจทำตามคำสั่งของคนอื่นและยอมเป็นเด็กดีอยู่เฉยๆแน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่มีความสำคัญอะไรเลยในสายตาทั้งห้าสำนักไม่มีใครสนความเป็นความตายหรอกพวกเขา “ผู้นำโม่พูดถูก นั่นคือ ความตั้งใจ ของข้าอย่างไรก็ตามมีความแตกต่างบางอย่าง หากพวกเรายังคงรักษาแต่ผลประโยชน์ของทั้งห้าสำนัก คงจะมีแต่ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจะต้องมีลำดับชั้นเพื่อให้สามารถสร้างกฎได้ อย่างไรก็ตามข้าตั้งใจจะรวมทั้งสี่อาณาจักรและสำนักอื่นๆด้วย!” มู่ฉิงเฟิงพูดอย่างมั่นใจพร้อมมองไปรอบๆ
”รวมทั้งสี่อาณาจักรและสำนักอื่นๆด้วย?!”
”มันจะเป็นไปได้ยังไง?”
“มีคนมากมายที่นี่ พวกเราคงไม่สามารถสร้างกฎเกนฑ์ผ่านการเจรจาได้ง่ายๆหรอกใช่ไหม? หรือมันจะเป็นการทดสอบระดับสติปัญญา ทดสอบพลัง? ”
ทุกคนมีความขัดแย้งมากขึ้นเมื่อพวกเขาได้ยินคำแนะนำของมู่ฉิงเฟิงเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามู่ฉิงเฟิงจะใช้วิธีใดในการจัดลำดับชั้นขึ้นมา
……………………………………..