Gate of God - ตอนที่ 856 การแข่งขันรุ่นเยาว์
”การทำข้อสอบไม่เป็นหรือทดสอบสติปัญญาไม่เป็นประโยชน์”มู่ฉิงเฟิงได้ฟังเสียงพึมพำท่ามกลางกลุ่มคน เขาหลับตาลงก่อนจะพูดต่อ”อืม…ด้วยวิธีในการบ่มเพาะพลังของพวกเราทั้งห้าสำนักนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นข้าขอแนะนำให้จัดการแข่งขันต่อสู้!”
” การแข่งขันการต่อสู้?”
ทุกคนต่างตกตะลึง
”ข้าคิดว่าพวกเราไม่ควรจะเริ่มสงครามในตอนนี้ไม่ใช่หรือ?”
”ใช่รวมทั้งจำนวนสำนักและผู้คนในตอนนี้ พวกเราต้องใช้เวลามากแค่ไหนกันในการจัดการแข่งขัน?” ทุกคนต่างอยู่ในความสับสน
ท้ายที่สุดต้องมีผู้ตัดสินและสถานที่ที่ดี เพราะนอกจากเวลาที่ใช้แล้วต้องมีผ้ตัดสินที่ยุติธรรมและสามารถเชื่อถือได้
”ท่านมู่ท่านแนะนำวิธีเช่นนี้ออกมาไดยังไง? ในด้านการฟาดฟันดาบ ข้าเกรงว่าคงสู้ใครไม่ได้” โม่ฉานฉือขมวดคิ้ว
“ท่านโม่ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว” มู่ฉิงเฟิงส่ายหัว เขายังคงนิ่งเงียบรอให้เสียงผู้คนเงียบลง “การแข่งขันที่ข้าพูดถึงนั้นไม่ใช้ของผู้นำทั้งห้าสำนัก”
“ถ้าไม่ใช้ของผู้นำแล้ว…”
“ถูกต้องผู้นำทั้งห้านิกายจะไม่เข้าร่วม”มู่ฉิงเฟงพูดอย่างชัดเจน
ผู้คนต่างนิ่งเงียบไปชั่วครู่“ถ้าผู้นำทั้งห้าสำนักไม่ข้าร่วม แล้วใครล่ะที่จะเข้าร่วม…”
“ใช่ถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่เข้าร่วมผู้นำของสำนักอื่นๆก็เข้าร่วมอยู่ดี!”
ทุกคนต่างมองไปที่มู่ฉิงเฟิงด้วยสายตาอันเคลือบแครง
“ที่ข้าหมายถึงคือถ้าผู้นำสักเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งและความไม่สงบแน่นอน และมันเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินผู้ชนะ สิ่งที่พวกเราต้องทำคือส่งผู้เยาว์เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้!”
“ผู้เยาว์?!”ทุกคนต่างเบิกตากว้างมองมู่ฉิงเฟิง จากนั้นก็หันไปมองฉือกูเหยียน ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจคำพูดของมู่ฉิงเฟิง
“สรุปคือท่านมู่จะให้ผู้เยาว์ของแต่ละสำนักเป็นตัวแทนในการต่อสู้ครั้งนี้ใช่หรือไม่?”โม่ฉานฉือถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“ใช้แล้วพวกเราจะจำกัดอายุผู้ที่เข้าร่วมให้ต่ำกว่าสามสิบปีมันถือเป็นการทดสอบที่ดีต่อผู้นำสำนักรุ่นต่อไปและให้โอกาสพวกเขาในการแสดงความสามารถ”มู่ฉิงเฟิงพยักหน้า
“ข้าเห็นด้วยกับท่านมู่!”
“ข้าก็เช่นกัน”
“ให้พวกผู้เยาว์เข้าร่วมการแข่งขันนี้จะเป็นการดีที่สุด!”
ผู้นำสำนักจำนวนมากแสดงความเห็นด้วยในทันทีสำหรับพวกเขาแล้วการแข็งขันนี้นอกจากเป็นการแสดงความสามารถของผู้เยาว์แล้วนั้นยังเป็นโอกาสของสำนักเล็กๆให้แสดงถึงความสามารถของพวกเขาอีกด้วย เพราะถ้าให้ผู้นำสำนักมาสู้กันเองสำนักเล็กๆไม่มีทางสู้ทั้งห้าสำนักได้อย่างแน่นอน
“เป็นเพราะฉือกูเหยียนงั้นหรือ…?”ในด้านของพรสวรรค์ของฉือกูเหยียนนั้นเป็นที่ประจักษ์กันดี บางที่มู่ฉิงเฟิงอาจจะใช้การแข่งขันนี้เพื่อแสดงความสามารถของนาง นั่นเป็นสิ่งที่โม่ฉานฉือคิด
“ข้าเห็นด้วยกับท่านแต่ข้ามีเรื่องร้องขอเล็กน้อย!” โม่ฉานฉือกล่าวขึ้นมา
“เชิญท่านพูดได้เลย”มู่ฉิงเฟิงตอบกลับเรียบๆ
“ในเมื่อการแข่งขันนี้จัดขึ้นให้ผู้เยาว์ได้แสดงความสามารถข้าคิดว่าเงื่อนไขในการชนะคือชนะสองในสามรอบ!”โม่ฉานฉือเหยียดยิ้มอันเยือกเย็น แม้ฉือกูเหยียนจะเก่งกาจแค่ไหนแต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะเซียนหลายคนติดๆกัน
“สองในสามรอบงั้นหรือ?” “ใช่ด้วยกฎนี้แต่ละสำนักจะส่งศิษย์หนึ่งหรือสามคนออกมาก็ได้เป็นการเพิ่มความหลากหลายที่มากขึ้น!”
“อืมคำแนะนำของท่านโม่เยี่ยมมาก!”ผู้นำอีกสำนักอื่นเห็นด้วยกับโม่ฉานฉือในทันที
“-ข้าเองก็เห็นด้วยเช่นกันเป็นการเพิ่มความยืดหยุดในการแข่งขันได้ดีมาก!” ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนของผู้นำสำนักคนอื่นๆทันที
มู่ฉิงเฟิงขมวดคิ้วแล้วหันไปมองฉือกูเหยียนโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาความไม่พอใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขาชัดเจน เขาต้องการชนะในรอบเดียวเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นดั่งที่เขาต้องการ เขาเลือกที่จะจำกัดอายุหรือให้ผู้นำสำนักไม่ลงแข่งแล้ว แต่ทกอย่างก็ไม่เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้
ฉือกูเหยียนก็เห็นความกังวลของมู่ฉิงเฟิงเช่นกันนางทำเพียงพยักหน้าให้มู่ฉิงเฟิงเป็นเชิงไม่คัดค้านอะไร “ก็ได้ตกลงตามที่ท่านโม่กล่าว ต้องชนะสองในสามรอบ มีใครต้องการพูดอะไรอีกไหม”มู่ฉิงเฟิงเห็นท่าทีของฉือกูเหยียนจึงกล่าวออกมาในทันที
ไม่มีใครคัดค้านอะไร
“ในเมื่อไม่มีใครคัดค้านอะไรข้าและผู้นำสักนักคนอื่นๆจะจัดตารางแข่งขันโดยการจับฉลาก สำนักเล็กๆอื่นๆสามารถสมัครเข้าร่วมได้ตามใจ” มู่ฉิงเฟิงประกาศอีกครั้ง
“สมัคร?”
สำนักอื่นๆมองหน้ากันไม่มีใครกล้าเอาตัวเองไปสู้กับคนของทั้งห้าสำนัก
“สมัครได้ตามใจพวกเจ้าเลยคิดว่าห้าสำนักต้องเห็นใจพวกเจ้าทั้งหมดหรือไง ทั้งที่พวกเจ้าไม่สามารถรับมือกับความสูญเสียได้แท้ๆ…”โม่ฉานฉือกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มอันเยือกเย็นพร้อมมองไปยังสำนักเล็กๆที่ก่อนหน้านี้กำลังตื่นเต้น แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่น้อย “การแข่งขันแบบนี้การบาดเจ็บและล้มตายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีเรื่องอะไรต้องแปลกใจงั้นรึ?”
“ตาย….”ศิษย์ของสำนักเล็กๆต่างหน้าซีดขาวพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้าร่วมแม้แต่น้อย ด้านผู้นำของแต่ละสำนักพวกเขาคิดว่าแม้การแข่งขันแบบนี้จะเป็นโอกาสที่ดี แต่ด้วยจำนวนศิษย์หัวแถวที่มีไม่ได้มากขนาดนั้น การสูญเสียแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นเรื่องใหญ่
“ข้าไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้!”ผู้นำสำนักคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา
“สำนักวังดำเองก็ไม่ขอเข้าร่วมเช่นกัน!”
“สำนักหงส์รุ้งก็ขอไม่เข้าร่วม!”
สำนักจำนวนมากกล่าวขึ้นมาพร้อมๆกันพวกเขาไม่อยากจะยอมรับ แต่มันก็เป็นเรื่องเสี่ยงจริงๆที่จะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของทั้งห้าสำนัก
“เหอะพวกเจ้ามันขี้ขลาด สำนักซวนจีจะเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา พร้อมกับร่างหนึ่งเดินออกมาเป็นชายหนุ่มอายุประมาณสี่สิบปีสะพายดาบเก้าเล่มอยู่ด้านหลัง ตามมาด้วยเด็กหนุ่มสองคนและเด็กสาวหนึ่งคนอายุประมาณยี่สิบปี บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาดูแข็งแกร่งมาก
“สำนักซวนจี?!”
“ใช่แล้วบางที่อาจจะมีแค่พวกเขาที่กล้าท้าทายทั้งห้าสำนัก!”
“พวกเขาแข็งแกร่งมากอิทธิพลของพวกเขาในอาณาจักรนักรบสูงสุดกับอาณาจักรแสงจันทร์ก็มากมาย บางที่พวกเขาอาจจะสามารถก้าวขึ้นเป็นสำนักที่หกเลยก็ได้!”
แต่ยังไม่หมดแค่นั้น
“อืมสำนักซวนจีแข็งแกร่งจริงๆแต่พวกเราก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน นิกายเงาขอเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย!”
ขณะที่ฝูงคนกำลังให้ความสนใจกับสำนักซวนจีเสียงอันสดใสก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “นิกายเงา?!”
“พวกเขาจะเข้าร่วมด้วยงั้นรึ?!”
“ข้าได้ยินมาว่านิกายเงาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ที่ตีนเขาศาลาเต๋าสวรรค์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนดูเหมือนพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมากในเวลามากี่ปี!”
ผู้คนต่างมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นก็มีหญิงสาวผู้งดงามคนหนึ่งเดินออกมาจากผู้คนของอาณาจักรเซี่ย
“เห้อแค่คิดว่านิกายเงาธรรมดาๆพัฒนาขึ้นมากเพราะเจ้าข้าก็รู้สึกแย่แล้ว…”ผู้นำสักนักซวนจี ชื่อว่าซูเหลียนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีไม่ยินดีนัก
“อีกามักไม่เข้าใจความทะเยอะทะยานของหงส์หรอก!”วู่จวี้เอ๋อร์ตอกกลับอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน
“วู่จวี้เอ๋อร์เจ้ากล้าว่าข้างั้นรึ แม้เจ้าจะเป็นผู้นำนิกายเงา แต่ข้ามีอวุโสมากกว่าเจ้านะ?!”น้ำเสียงของซูเหลียนแฝงไว้ด้วยความโกรธทันที
จริงๆแล้วทั้งสองฝั่งล้วนขัดแย้งกันมานานแล้วสำนักซวนจีนั้นมีอิทธิพลในอาณาจักรนักรบสูงสุดและอาณาจักรแสงจันทร์เท่านั้น เพราะการปรากฎตัวขึ้นของนิกายเงาที่สมัยก่อนทำเพียงเรื่องธุรกิจและมีชื่อเสียงในหมู่สำนักอื่นๆเท่านั้น อย่างไรก็ตามในช่วงสองปีมานี้นิกายเงาได้เข้าครอบงำทั้งสี่อาณาจักรและแน่นอนมันย่อมเกิดการกระทบกระทั่งกับสำนักซวนจีแน่นอน
……………………………………..