Gate of God - ตอนที่ 859 เซียนอายุสิบแปดปี?
“มีดทมิฬ…ช่างน่าทึ่ง!”
“ชะ…ใช่ ข้าคิดว่าฟางโหม่วจากศาลาหยินหยางจะ…”
“ขอบคุณสวรรค์ที่ข้าไม่ได้สมัครแข่งสมกับที่ได้ชื่อว่าห้าสำนักแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”
เหล่าศิษย์จากสำนักอื่นๆต่างไม่คาดคิดว่ามาตรฐานของการแข่งขันจะสูงขนาดนี้
“เอาล่ะคู่ต่อไปศาลาหยินหยางปะทะเก้าขุนเขา!” ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ประกาศต่อหลังจากคำตัดสิน
หลังจากสิ้นสุดคำประกาศชายสวมหน้ากากหยินหยางก็เดินออกมาจากที่นั่ง หน้ากากปิดบังใบหน้าทั้งหมดเว้นเพียงแต่ดวงตาที่เป็นสีดำสนิท
“อายุ18” ชายสวมหน้ากากหยินหยางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ราวกับไม่ได้เห็นการหลั่งเลือดในรอบก่อนแม้แต่หยดเดียว ศาลาเต๋าสวรรค์ผู้จัดการแข่งขันรวมไปถึงเหล่าศิษย์จากสำนักทั้งห้า ต่างไม่อยากเชื่อ
“อายุ18 ปี?!”
ไม่มีใครอยากเชื่อหูตัวเองที่ว่าคนเราจะแข็งแกร่งขึ้นตามอายุนั้นไม่เป็นความจริงงั้นหรือ? ทำไมถึงมีคนเด็กอายุ 18 ปรากฏตัวที่นี่?
ต้องมีบางอย่างผิดปกติ
ทุกคนต่างหันมองเต๋าฮุนคำตอบที่ได้รับมีเพียงความเงียบสงบ
“พวกเขาส่งเด็กอายุ18 ลงแข่งจริงหรือ?”
“ศาลาหยินหยางคิดจะยอมแพ้ในรอบนี้งั้นหรือ?”เหล่าคนจากสำนักอื่นๆจับจ้องไปยังท่าทีนิ่งเงียบของเต๋าฮุน
“อายุ18? ไม่มีคนอื่นในศาลาหยินหยางแล้วหรือ?” มีดทมิฬแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ชายสวมหน้ากากแนะนำตัว
กลับกันชายสวมหน้ากากหยินหยางไม่มีท่าทีไม่พอใจกับคำพูดของมีดทมิฬแม้แต่น้อยเขายังคงยืนนิ่ง
“นี่…เก้าขุนเขาต้องการเปลี่ยนตัวผู้เข้าแข่งขันหรือไม่?” ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์เอ่ยถาม
ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับชัยชนะมีสิทธิ์ที่จะเลือกหยุดพักหรือแข่งขันต่อ
ริมฝีปากของมีดทมิฬขยับเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดคำใดออกมาเขาหันมองไป่เฟยที่นั่งอยู่ฝั่งเก้าขุนเขา จากนั้นก็หันมองผู้ประกาศหลังจากไป่เฟยพยักหน้ารับ
“ไม่!”
“เอาล่ะแข่งขันต่อได้!” ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ประกาศต่อทันที
มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากเห็นท่าทีของมีดทมิฬ
ไป่เฟย?
อยู่ดีๆเขากลายเป็นผู้นำของเก้าขุนเขาในเวลาไม่ถึงเดือนได้ยังไง? เขาสั่งการคนที่ทรงพลังอย่างมีดทมิฬได้ยังไงกัน? มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือรู้สึกงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจน การแข่งระหว่างมีดทมิฬและชายสวมหน้ากากหยินหยางกำลังจะเริ่มขึ้น
ในทางกลับกันมู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือไม่ได้แปลกใจกับการปรากฎตัวของชายสวมหน้ากากหยินหยางแม้แต่น้อย เมื่อมองดูพวกเขาตระหนักได้ว่าชายคนนั้นมีตำแหน่งสูงในศาลาหยินหยาง
สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจเป็นเพียงแค่อายุของชายสวมหน้ากากเท่านั้น
ในตอนนั้นเองมีดทมิฬเริ่มเคลื่อนไหว
เขาไม่ได้แนะนำตัวหรือพูดคุยแม้แต่คำเดียวมีดทมิฬพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่ทำกับฟางโหม่ว
มีดของเขาส่องประกายแสงสีเลือดพุ่งไปด้านหน้า
“ฟุบ”มีดทมิฬเข้าใกล้ชายสวมหน้ากากหยินหยางอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาปรากฏรอบด้านชายสวมหน้ากากกลายเป็นเงาแปดร่าง
“ตูม”จู่ๆแสงสีดำก็ส่องสว่างออกมาจากร่างของชายสวมหน้ากากหยินหยาง
ในเวลาเดียวกันแสงสีเลือดก็ปรากฎขึ้นใต้เท้าของชายสวมหน้ากากหยินหยางราวกับเป็นบ่อเลือด
ใบหน้าของมีดทมิฬถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อเผชิญกับชายสวมหน้ากากหยินหยาง!
ถ้าความสามารถของมีดทมิฬทำให้ผู้คนตกตะลึงแล้วล่ะก็ชายสวมหน้ากากหยินหยางทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัวในพลังของเขา
เซียนที่มีอายุแค่18
นอกจากนี้ชายสวมหน้ากากหยินหยางดูเหมือนจะใช้พลังเพียงเล็กน้อยในการโจมตีแรก
เหลือเชื่อ!
ทุกคนต่างรู้ดีว่าการแข่งขันคงน่าตื่นเต้นเพราะเก้าขุนเขาเป็นคนส่งเขามาอย่างไรก็ตาม นี่มันมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
เหล่าผู้ที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันการประชุมพันธมิตรสวรรค์ต่างก็มีความสามารถต่างกันไปแต่ดูเหมือนพวกเขาจะเทียบกับชายสวมหน้ากากหยินหยางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ฟุบ!”ในขณะที่หมวกของมีดทมิฬหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้า ชายสวมหน้ากากก็พุ่งเข้าหาทันที
“เร็วมาก!”ไม่ใช่แค่เหล่าศิษย์ของสำนักต่างๆ แม้แต่มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือเองก็ตกตะลึงกับความเร็วของชายสวมหน้ากากหยินหยาง
ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าทำไมชายสวมหน้ากากหยินหยางถึงยินอยู่หลังเต๋าฮุนและเต๋าซินและทำไมผู้อาวุโสของศาลาหยินหยางถึงไม่คัดค้านการส่งตัวเขาลงแข่งขัน
“ตูม!”เสียงระเบิดดังขึ้นกลางอากาศ
ร่างของมีดทมิฬร่วงลงสู่พื้นเขาถูกเตะลงมาจากกลางอากาศ
ชายสวมหน้ากากหยินหยางเตะไปที่ใบหน้าของมีดทมิฬจนใบหน้าเขาแตกเป็นเสี่ยง
“ตูม!”ร่างของมีดทมิฬตกลงสู่พื้นด้วยเสียงที่หนักแน่นเขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก
มันเกิดขึ้นในพริบตาเดียว
เหมือนกับการต่อสู้ระหว่างมีดทมิฬและฟางโหม่วมันเป็นการบุกฝ่ายเดียวต่างกันแค่ฟางโหม่วไม่ได้ถูกเตะเหมือนกับเขา
แม้ใบหน้าของมีดทมิฬจะซีขาวและเต็มไปด้วยเลือดแต่เขายังคงพยายามลุกขึ้นมาพร้อมจับมีดในมือแน่น
“ไม่เลว!”มีดทมิฬกำมีดในมือแน่น ดวงตาส่องประกายความเยือกเย็นออกมา
“พอได้แล้ว”ไป่เฟยผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งเก้าขุนเขาพูดขึ้น
“รับทราบ…”มีดทมิฬสั่นเทาขณะที่ถอยกลับไปฝั่งเก้าขุนเขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของไป่เฟย
“เก้าขุนเขายอมรับความพ่ายแพ้งั้นหรือ?”
“ดูเหมือนมีดทมิฬยังสู้ต่อไหว!”
“พวกเราแพ้แล้วมีดทมิฬอาจสู้ต่อไหว ยังไงก็ตามความต่างในพลังระหว่างเขาทั้งสองเป็นที่ประจักษ์แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรอบนี้ศาลาหยินหยางคงเป็นฝ่ายชนะ”
“นั่นสมเหตุสมผล!”
เหล่าศิษย์จากสำนักต่างๆประหลาดใจที่เห็นมีดทมิฬถอยไปแต่ก็เข้าใจในเหตุผลข้อนั้นดี
“เอาล่ะศาลาหยินหยางเป็นฝ่ายชนะในรอบที่สอง ศาลาหยินหยางและเก้าขุนเขาได้รับชัยชนะฝั่งละหนึ่งครั้ง เก้าขุนเขาส่งผู้เข้าแข่งขันคนอื่นออกมาได้!” ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ประกาศต่อในทันที
“ใครจะคิดว่าเซียนจะปรากฎตัวในการแข่งขันรวดเร็วขนาดนีั!”
“ใช่…เซียนที่มีอายุแค่ 18 นี่มันบ้าไปแล้ว!”
“ห้าสำนักแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทำให้ต้องประหลาดใจเสมอเลย”
เหล่าศิษย์จากสำนักอื่นๆต่างประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
“ท่านผู้นำมีดทมิฬแพแล้ว ส่งข้าไปเถอะ!” ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังไป่เฟย
“ไม่จำเป็น”ไป่เฟยส่ายหน้าและมองที่ชายสวมหน้ากกหยินหยางที่ยืนอยู่กลางลานประลอง ไม่นานเขาก็ยืนขึ้นแล้วเอ่ยพูด
“พวกเราเก้าขุนเขายอมรับความพ่ายแพ้”
“ยอมรับความพ่ายแพ้?!”
“พวกเขาจะไม่สู้ต่อแล้วหรือ?”
“พวกเขาชนะฝ่ายละหนึ่งครั้งแต่เก้าขุนเขายอมรับความพ่ายแพ้?” การประกาศของไป่เฟยสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากเหล่าศิษย์จากสำนักต่างๆพากันประหลาดใจ
“เจ้าไป่เฟยนี่…ทำให้ประหลาดใจอยู่เรื่อย!” เต๋าซิงจ้องมองไป่เฟยด้วยความเงียบ
ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์หันมองมู่ฉิงเฟิงและเห็นเขาพยักหน้าเขาเดินไปหาชายสวมหน้ากากหยินหยาง
“เนื่องจากผู้นำแห่งเก้าขุนเขายอมแพ้ในรอบที่สามศาลาหยินหยางผ่านเข้าสู่การแข่งขันในรอบที่สอง!”
“เดี๋ยวก่อน!”นั่นคือโม่ฉานฉือ เขากวาดสายตามองไปทั่วและจ้องมองชายสวมหน้ากากหยินหยาง
“ข้าไม่มีปัญหาที่ศาลาหยินหยางจะผ่านเข้าสู่รอบที่สองอย่างไรก็ตามมันจำเป็นต้องมีกฎของการแข่งขัน!”
“กฎเหรอ? ผู้นำโม่ฉานฉือ ท่านจำเป็นต้องใช้กฎอย่างไร?” ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์เอ่ยถาม
“กฎของการแข่งขัน ที่ผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถมีอายุเกิน 30 ได้”
“ศาลาหยินหยางพูดว่าเขาอายุ18 อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาไม่แสดงให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงหรือเปิดเผยชื่อออกมา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง เด็กหนุ่มอายุ 18 ที่อยู่ในระดับเซียน …ฮ่าฮ่า ข้าไม่เชื่อหรอก!” โม่ฉานฉือพูดจบลงพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเย็นชา
……………………………………..