Gate of God - ตอนที่ 861 เจ้าเล่ห์
”อายุ16ปี?!”
ขณะที่โม่ฉานฉือกำลังจะนั่งลงเขาได้ยินปิงหยางแนะนำตัวเองและแทบจะล้มลงไปกับพื้น อายุ16ปี เข้าร่วมการแข่งขัน? หอคอยหลิงหยุนคิดจะเล่นตลกอะไรกัน?
”หอคอยหลิงหยุนหยิ่งยโสเกินไปให้ข้าจัดการพวกนางเอง!” ศิษย์หุบเขาฟู่ซี่คนหนึ่งก้าวออกมาด้านหน้า
”เจ้าคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรือไงกลับไปนั่งซะ!” ผู้อาวุโสกู่หยวนแห่งหุบเขาฟู่ซี่มองศิษย์คนนั้นตาแข็งทันที พร้อมกับตบหน้าศิษย์คนนั้นอย่างแรง “เพี๊ยะ!” เสียงดังก้องไปทั่วลานประลอง
ก่อนที่กู่หยวนจะก้มหัวให้โม่ฉานฉือ”ท่านโม่ หลานของข้าถือดีเกินไป ข้าต้องขออภัยท่านด้วย!”
”ไม่ต้องกังวล”โม่ฉานฉือส่ายหัวและมองไปที่ปิงหยาง “เฉียนเยว่หายตัวไปหลังจากสงครามครั้งใหญ่ในอดีต ข้าได้ยินว่านางทิ้งลูกสาวคนหนึ่งไว้ที่อาณาจักรเซี่ย ตอนนี้นางน่าจะอายุ16ปีแล้ว ถ้าข้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นปิงหยาง!”
”ท่านพูดถูกแล้ว!”กู่หยวนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
”ถ้านางเป็นลูกสาวของเฉียนยู่นางน่าจะมาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้น อายุแค่16ปี…ตอนนี้ระดับพลังของกู่เฉินอยู่ในระดับจุติขั้นสูงสุดแล้วใช่หรือไม่?”
”ใช่แล้วระดับพลังหลานชายข้าอยู่เพียงแค่ระดับจุติขั้นสูงสุด!”กู่หยวนพยักหน้าและหันไปมองหลานชายของตัวเองด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก
”ท่านถ่อมตัวเกินไปผู้อาวุโสกู่ การที่กู่เฉินมาถึงขั้นนี้และเป็นศิษย์อันดับต้นๆของรุ่นได้ก็เพราะได้คำแนะนำจากเจ้า ในเมื่อเขาอยากจะสู้ในการประลองครั้งนี้ก็ให้เขาเข้าร่วมซะ!”
”ท่านจะให้เขาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้จริงๆงั้นหรือ?”กู่หยวนมองโม่ฉานฉือด้วยความประหลาดใจ
”มันถึงเวลาที่กู่เฉินจะต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วแต่จำไว้ว่าเขาต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้ และห้ามทำอันตรายปิงหยางรุนแรง ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกลงโทษ!”
”ท่านหมายความว่ายังไง?”
”หอคอยหลิงหยุนมักจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ของทั้งห้าสำนักถ้าพวกเราได้การสนับสนุนจากหอคอยหลิงหยุน พวกเราอาจจะสามารถต่อกรกับศาลาหยินหยางได้ในอนาคต” โม่ฉานฉืออธิบายด้วยความจริงจัง
”ท่านโม่หลักแหลมมาก!” กู่หยวนเข้าใจความต้องการของโม่ฉานฉือในทันที
”เจ้าไปได้แล้วกู่เฉิน จำคำของข้าไว้ด้วย!”
”ขอบคุณท่านโม่ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” กู่เฉินรับคำ ในเวลาเดียวกันกู่หยวนก็มอบดาบน้ำแข็งเล่มหนึ่งให้กับเขา “จำไว้ว่าน้ำเป็นคู่ปรับของไฟ!” กู่หยวนกล่าวกับกู่เฉิน ขณะที่สายตามองไปที่ชุดเกราะเพลิงและหอกฉีหลินของปิงหยาง
”ดาบประกายน้ำแข็ง?!ขอบคุณท่านปู่!”กู่เฉินมองดาบสีฟ้าน้ำแข็งในมือ เขาโบกมันไปมาด้วยความดีใจ
”งั้นข้าขอตัว!”กู่เฉินกล่าวด้วยความภูมิใจ
”อืม”กู่หยวนละสายตาไปมองปิงหยางที่ยืนอยู่กลางลานประลอง
กู่เฉินกระโจนลงไปในลานและหยุดต่อหน้าปิงหยาง
”น้องหญิงปิงหยางข้าชื่อกู่เฉิน ท่านปู่ของข้าเป็นผู้อาวุโสสามของหุบเขาฟู่ซี่ ข้าอายุ23ปี มีพลังอยู่ในระดับจุติขั้นสูงสุด พลังของเจ้าอยู่ในระดับไหนน้องหญิง?” เห็นได้ชัดว่ากู่เฉินระวังตัวมาก เขาต้องการทดสอบปิงหยางคร่าวๆก่อน
”ระดับพลัง?”ปิงหยางกระพริบตา นางเห็นดาบน้ำแข็งในมือของกู่เฉิน รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของนางทันที
”ข้าทะลวงเข้าสู่ระดับผนวกดาราและสะท้อนสวรรค์เมื่อครึ่งปีก่อน!”
”ระดับสะท้อนสวรรค์?!”กู่เฉินตกตะลึง เขาไม่ได้เตรียมใจกับคำตอบของปิงหยาง และพยายามอย่างมากที่จะไม่หัวเราะออกมา
ที่นี่คือที่ไหน?ยอดเขาสวรรค์ ที่สำนักทั้งห้าต่างมารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอันน่าเกรงขามของตัวเอง อะไรคือระดับสะท้อนสวรรค์? อย่างน้อยควรจะระดับอภินิหารด้วยซ้ำ!
”อุ้ก!”ขณะที่กู่เฉินพยายามกลั้นหัวเราะ แต่กลับมีเสียงคนหลุดหัวเราะออกมาจากฝั่งอาณาจักรเซี่ย มันเป็นเสียงของหลินมู่ไป่ ก่อนที่เขาจะรีบกลับไปอยู่ในความสงบทันที ปิงหยางไม่ได้โกหกเมื่อครึ่งปีที่แล้วนางอยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์จริงๆ และตอนนั้นนางภูมิใจกับมันมาก
แม้หลินมู่ไปจะรู้ความจริงแต่ศิษย์สำนักอื่นๆหาได้รู้ความจริงไม่ พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น
”ระดับสะท้อนสวรรค์เข้าร่วมการแข่งขันได้ด้วยงั้นรึ?!”
”รู้สึกว่านางจะเป็นองค์หญิงและมาจากหอคอยหลิงหยุน!”
”นางคงถูกตามใจจนเสียคนนางคงมาถึงระดับสะท้อนสวรรค์เพราะมีคนช่วยสินะ?”
”เหอะเพราะเป็นองค์หญิงสินะ เลยเข้าร่วมการประลองได้?”
กู่เฉินเองก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป”ฮ่าฮ่า น้องหญิงปิงหยาง ข้าไม่อยากรังแกเจ้า ข้าจะสู้กับเจ้าด้วยมือข้างเดียว เจ้าคิดว่ายังไง?”กู่เฉินกล่าวพร้อมเอามือไขว้หลังข้างหนึ่ง ขณะที่อีกมือถือดาบประกายน้ำแข็งไว้อยู่
”มือเดียว?เขาไร้ยางอายมาก”
”เป็นข้ายังไม่ต้องใช้สักมือด้วยซ้ำ!”
”เขาระวังตัวมากเกินไป!”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นรอบๆลานประลอง
”งั้น…ข้าขอเริ่มก่อน3 กระบวนท่าได้หรือไม่?” ปิงหยางกล่าวด้วยความลังเล สายตาของนางมองไปยังดาบในมือของกู่เฉิน
”3กระบวนท่า?” กู่เฉินเกือบจะตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
”ไม่3 มากไป ข้าให้เจ้าเริ่มก่อนแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น!”กู่เฉินพูดออกมาโดยไม่ปรึกษากูหยวน
”ในเมื่อท่านแข็งแกร่งข้าขอเริ่มก่อน 2 ได้ไหม?” ปิงหยางดูผิดหวังกับคำตอบของกู่เฉินเล็กน้อย
”2…ได้2 ก็ 2 ข้าจะเริ่มโจมตีทันทีหลังจากจบ 2 ครั้ง!” กูเฉินรับคำ
”ได้ขอบคุณท่านมาก…แต่ข้าเกรงว่าท่านจะหลอกข้า” ปิงหยางเตรียมจะก้าวไปข้างหน้า แต่นางก็ชะงักไปด้วยความกลัวบนใบหน้า
”ไม่ต้องกังวลท่านปู่ของข้าบอกไม่ให้ทำร้ายเจ้า ข้าจะไม่โจมตีเจ้าก่อนแน่นอน!”
”เอาล่ะนะ!”ปิงหยางตะโกนพร้อมกับพุ่งตัวไปด้านหน้าพร้อมกับหอกฉีหลิน แต่นางกลับลื่นไถลไปด้านหน้าราวกับสะดุดบางอย่าง
”โอ้ย…ท่านหลอกข้า?!”ปิงหยางตะโกนด้วยความเจ็บปวด
”หลอกเจ้า?ข้าเปล่านะ!” กู่เฉินประหลาดใจยิ่งกว่า
ศิษย์สำนักอื่นๆเริ่มซุบซิบนินทาทันที
”เขาน่ารังเกียจมากกล้าหลอกเด็กสาวได้ยังไง?”
”ใช่เขาน่ารังเกียจมากนางอยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์เท่านั้น!”
”ไอขี้แพ้!”
”ข้า…ข้ายังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าน้องหญิงปิงหยาง ข้อเท้าเจ้าแพลงงั้นหรือ?…” กูเฉินพูดออกมาพร้อมกับเหงื่อแตกเต็มแผ่นหลัง เขาได้รับการปกป้องจากปู่ของเขาเสมอตังแต่ยังเด็กมันเป็นวัยเด็กที่น่าเยื่อ กู่หยวนนั้นขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนมีวินัยและมักให้เขาอ่านหนังสือกลยุทธ์ทหารต่างๆมากมาย แต่น่าเสียดายที่สาระเหล่านั้นไม่ได้เข้าหัวของกู่เฉินเลยแม้แต่น้อย
กู่หยวนตื่นตระหนกและวิ่งเข้าไปหาปิงหยางทันทีที่เห็นนางล้มลงกับพื้น
”เฉินระวังตัวด้วย!” เสียงของกู่หยวนดังขึ้น แต่มันสายเกินไป
ร่างของกู่เฉินกระเด็นขึ้นไปบนอากาศดาบประกายน้ำแข็งร่วงหล่นพื้น “ติ้ง!”
หัวของกู่เฉินกระแทกพื้นในเวลาเดียวกันก่อนที่เขาจะหมดสติไปในทันที
ไม่มีใครเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนเพราะมันเร็วมาก
”เกิดอะไรขึ้น?”
”ดูเหมือนนางจะใช้การโจมตีระยะประชิดงั้นหรือ?” ”อืมคงจะเป็นอย่างนั้น นางเป็นองค์หญิงคนโปรดของอาณาจักรเซี่ย ตอนที่นางไปอยู่หอคอยหลิงหยุน นางคงได้ของวิเศษบางอย่างมา!”
”น่าเศร้าที่กู่เฉินไร้เดียงสาเกินไป!”
คนรอบๆต่างมองร่างของกู่เฉินที่นอนนิ่งแทบเท้าปิงหยางพร้อมกับส่ายหน้า
”เฉินเฉิน เจ้าเป็นอะไรไหม?!” กู่เฉินพุ่งเข้าไปหากู่เฉินทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันทีเมื่อพบว่ากู่เฉินยังมีลมหายใจอยู่ แต่เขายังโกรธมากอยู่ดี “หอคอยหลิงหยุนชนะในรอบนี้ แต่มันน่าภูมิใจงั้นรึที่ใช้วิธีไร้ยางอายเช่นนี้?!”
”ในสงครามไม่มีความยุติธรรมท่านคงแก่และความจำเลอะเลือนไปแล้วกู่หยวน” เสียงเรียบสงบของเฉียนเยว่ดังขึ้น
”เจ้า…”
”ผู้อาวุโสกู่!”โม่ฉานฉือรีบขัดกู่หยวนทันที เขาขมวดคิ้ว “ข้าต้องขอชื่นชมในความเจ้าเล่ห์ของลูกสาวท่านจริงๆ แต่ข้าแนะนำรอบหน้าลูกสาวของท่านไม่ควรลงมาอีก!”
”ทำไม?”เฉียนเยว่ถามกลับ?
”ข้าพูดเพราะเป็นห่วงลูกสาวท่านเพราะวิธีแบบเดิมไม่มีทางใช้ได้ผลอีก!” โม่ฉานฉือพูดพร้อมรอยยิ้มอันเย็นชา
”อืมสมเหตุสมผล หยาง เจ้าอยากจะกลับมานั่งหรือยัง?” เฉียนเยว่พยักหน้าแล้วหันไปถามปิงหยาง
”ตอนนี้เลยหรอ?ท่านแม่ข้ายังอยากเล่นต่ออีกหน่อย”ปิงหยางสายหัวด้วยความไม่พอใจ
”ได้งั้นอีกรอบหนึ่ง” เฉียนเยว่ยิ้มให้ปิงหยาง และไม่ใส่ใจกับคำพูดของโม่ฉานฉืออีก
……………………………………..