Gate of God - ตอนที่ 873 ไร้ความหวาดกลัว
ฉือกูเหยียนเริ่มเคลื่อนไหวนางพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ให้สัญญานใดๆ ก่อนจะหายตัวไปในชั่วพริบตา
ในเวลาเดียวกันแสงดาวนับหมื่นร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าราวกับดาวตกมันเป็นวิชาลับของกองตรวจการศักดิ์สิทธิ์ วิชาล้านคมดาบ มันเป็นวิชาที่ผสมการป้องกันและการโจมตีเข้าด้วยกัน
หนานกงเฮาเงยหน้ามองแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเงียบๆเขาคาดเดาการเคลื่อนไหวของฉือกูเหยียนไว้อยู่แล้ว
”ข้าบอกแล้วว่าตอนนี้เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก”
แสงบนท้องฟ้าร่วงหล่นลงมา
พื้นดินสั่นสะเทือนแสงแต่ละดวงทิ้งร่องรอยดาบไว้บนพื้น
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือแม้หนานกงเฮาจะยืนอยู่ตรงกลางเขากลับไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย แม้แต่ชุดที่เขาสวมใสก็ยังดูสะอาดสะอ้าน
”เกิดอะไรขึ้น?!”
”หนานกงเฮาดูเหมือนเขาจะดูดซับพลังจากแสงดาวได้?”
”เขาใช้เต๋าอะไรกันแน่…”
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัยพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแปลกแบบนี้มาก่อน
”วิชาสังเวยเลือด?!”เสียงของฉือกูเหยียนดังขึ้นจากบนท้องฟ้า
มันเป็นเสียงที่ดูค่อนข้างกังวลเพราะนางเห็นทุกอย่างจากด้านบนชัดเจน
แม้หนานกงเฮาจะไม่ได้เคลื่อนไหวเขาสามารถป้องกันพลังจากแสงดาวได้โดยการดูดซับมัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสัญลักษณ์สีเลือดในดวงตาของหนานกงเฮา มันเหมือนกับสัญลักษณ์วิชาสังเวยเลือดขนาดใหญ่ที่เคยปรากฎขึ้นที่ศาลาเต๋าสวรรค์ ”อะไรนะ?วิชาสังเวยเลือด?! หนานกงเฮาจะทำแบบครั้งที่แล้วงั้นหรือ?” สีหน้าของผู้อาวุโสเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉือกูเหยียนพูด
อย่างไรก็ตามเขาสับสนเล็กน้อยเพราะท้องฟ้าไม่ได้ดำมืดเหมือนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ทันใดนั้นหนานกงเฮาเคลื่อนไหว
มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนเขาแค่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือแสงที่ลอยอยู่
”เร็วมาก”ผู้อาวุโสศาลาเต๋าสวรรค์ตดกตะลึง
”มีบางอย่างผิดปกติลองดูที่ดวงตาของหนานกงเฮาสิ!” ผู้อาวุโสอีกคนตะโกนขึ้นมา เพราะในที่สุดเขาก็สังเกตุเห็นลวดลายที่อยู่บนตาของหนานกงเฮา
”ดวงตา?”
”วิชาสังเวยเลือด?!”ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจสิ่งที่ฉือกูเหยียนพูด
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไป เพราะแสงบนท้องฟ้าทั้งหมดหยุดเคลื่อยไหวราวกับถูกตรึงเอาไว้ จากนั้นพวกมันก็พุ่งเข้าไปหาหนานกงเฮาในทันที
หนานกงเฮาถูกล้อมด้วยแสงจำนวนมาก
จากนั้นก็มีดาบเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากแสงดวงหนึ่งมันเล็งไปที่หน้าอกของหนานกงเฮา
ฉือกูเหยียนนั้นรวดเร็วกว่าที่เหล่าผู้อาวุโสคิด
แคร้ง!
เสียงของโลหะกระทบกันดังขึ้นอย่างไรก็ตามไม่ใช่ดาบที่ปะทะกัน แต่มันนิ้วสองนิ้วของหนานกงเฮาที่รับดาบของฉือกเหยียนเอาไว้
แสงจำนวนมากหมุนวนอยู่รอบมือของหนานกงเฮา
”เขากำลังดูดกลืนพลังของล้านคมดาบ!”
”มันเป็นพลังของวิชาสังเวยเลือดอย่างไรก็ตามพลังนั้นหลอมรวมเข้ากับหนานกงเฮาได้ยังไง?”
”หรือว่าหนานกงเฮา…”
”เป็นไปไม่ได้วิชาสังเวยเลือเป็นวิชาต้องฟ้า แค่จะเรียกใช้วิชานี้ได้ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้ฝึกตนระดับสูงถึงแปดคน แค่หนานกงเฮาคนเดียวจะควบคุมได้ยังไง?”
เหล่าผู้อาวุโสศาลาเต๋าสวรรค์ต่างตกตะลึงอย่างแท้จริงพลังที่หนานกงเฮาแสดงออกมาในตอนนี้เกินกว่าขอบเขตที่พวกเขาจะคาดคิดได้
ทันใดนั้นแสงที่หนานกงเฮาดูดซึมเข้าไปพลันระเบิดออกมา แต่ครั้งนี้มันไม่ได้พุ่งไปหาหนานกงเฮา มันพุ่งไปหาฉือกูเหยียน
ตูม!
หางงูห้าสีด้านหลังฉือกูเหยียนขดตัวรอบฉือกูเหยียนเพื่อปกป้องนางอย่างไรก็ตามนางก็ถูกส่งกระเด็นลงมาบนพื้นอยู่ดี
”เกิดอะไรขึ้น?ฉือกูเหยียนบาดเจ็บเพราะวิชาล้านคมดาบเอง?!” ศิษย์จากสำนักอื่นๆถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
อย่างไรก็ตามทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเกินไป
ก่อนที่มีใครจะได้พูดอะไรอีกหนานกงเฮาก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาพุ่งเข้าฉือกูเหยียนด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
ใบหน้าของฉือกูเหยียนซีดขาวชุดของนางเต็มไปด้วยเลือด แต่มือของนางยังคงกำดาบแน่น
”ตรึง!”นางพูดเบาๆ
ร่างของหนานกงเฮาถูกหยุดทันทีราวกับร่างของเขาถูกควบคุมด้วยพลังล่องหน
อย่างไรก็ตามมันไม่นานมากนัก
แสงสีแดงส่องออกมาจากร่างกายของเขาจากนั้นสัญลักษณ์สีแดงจำนวนมากก็ปรากฎขึ้นบนครึ่งซีกหน้าของเขา
ร่างของหนานกงเฮาเป็นอิสระและพุ่งไปหาฉือกูเหยียนอีกครั้ง
ตูม!เศษหินกระเด็นไปทั่วลานประลอง มีร่างหนึ่งปรากฎขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันฉือกูเหยียนลอยอยู่ในอากาศ แม้ในมือของนางจะถือดาบอยู่แต่มันหักไปแล้ว
”พี่เหยียน!”ใครบางคนตะโกนขึ้นมา ร่างสีแดงพุ่งเข้ามาในสนามประลอง
”ปิงหยาง!”เฉียนยู่ต้องการหยุดนางแต่มันสายเกินไปแล้ว
”หนานกงเฮาเจ้ากล้าทำร้ายพี่เหยียนได้ยังไงนางบาดเจ็บหนักแล้วเจ้าไม่เห็นหรือไง?!” ขณะที่นางพูดหอกฉีหลินก็ปรากฎขึ้นในมือของนาง
สัญลักษณ์สีแดงเพลิงปรากฎขึ้นบนหน้าผากของนาง
แสงสีทองรวมตัวกันอยู่ที่ปลายหอก
ปิงหยางไม่คิดจะออมมือ
หอกของปิงหยางทั้งรวดเร็วและอันตรายพุ่งตรงไปที่หน้าอกของหนานกงเฮา
”นางเป็นเซียนแล้วงั้นหรือ?”หนานกงเฮาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นปิงหยางพุ่งตรงมาหาเขา
เขาเคลื่อนไหวในทันทีสัญลักษณ์สีแดงเลือดปรากฎขึ้นในดวงตาเขาอีกครั้ง หอกฉีหลินในมือของนางเริ่มสั่นไหว
”อา…หนานกงเฮาเจ้าใชวิชาอะไรกัน? ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรม…” ปิงหยางรู้สึกว่าพลังค่อยๆหายไปจากร่างกาย การเคลื่อนไหวของนางช้าลงเรื่อยๆ นางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
”หนานกงเฮาอย่าทำร้ายปิงหยาง!”เสียงเป็นกังวลของหลินมู่ไป่ดังขึ้น
อย่างไรก็ตามดูเหมือนหนานกงเฮาจะไม่ได้ยินร่างของปิงหยางลอยเข้าไปใกล้หนานกงเฮามากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อปิงหยางอยู่ห่างจากหนานกงเฮาประมาณสองก้าวเขายกมือขึ้น บอลเพลิงในมือเขาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
”ปิงหยาง!”เสียงอันสิ้นหวังของหลินมู่ไป่ดังขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในชั่วพริบตาบอลสีขาวปรากฎขึ้นระหว่างหนานกงเฮาและปิงหยาง ยิ่งไปกว่านั้นมันพุ่งเข้าใส่ตาของหนานกงเฮาด้วยความรวดเร็ว
”อะไรกัน?”หนานกงเฮาเบิกตาด้วยความแปลกใจ เขาไม่คิดว่าปิงหยางจะใช้กลลวงแบบนี้
มันไม่ใช่เพราะเขาไม่ระวังสิ่งที่เขาเห็นคือสัญลักษณ์เซียนบนหน้าผากของปิงหยาง เขาก็ระวังนางเป็นอย่างมาก จนมั่นใจว่าพลังของปิงหยางเริ่มอ่อนแรงแล้วจริงๆจึงเริ่มวางใจ
แต่เขาไม่คิดว่าปิงหยางจะใช้วิธีแบบนี้เขาทำผิดพลาด….
บอลสีขาวเข้ากับหน้าของหนานกงเฮาทำให้เขามองไม่เห็นไปชั่วขณะ
”ฮ่าฮ่า…รู้สึกยังไงล่ะถูกผงมะนาวปาใส่หน้า!”ปิงหยางหัวเราะด้วยความยินดีและภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ”ข้างหลัง!”หนานกงเฮาได้สติทันทีที่ได้ยินเสียง
อย่างไรก็ตามตอนที่เขาชกมือออกไปท่าทีของเขาต้องเปลี่ยนไปทันที นั่นเป็นเพราะเสียงของฉือกูเหยียนที่ดังมาจากด้านหลังนั้นแปลกๆ
มันไม่เหมือนเสียงปกติของนาง
มันดู…ไร้พลัง?
”ฉือกูเหยียน?!”หนานกงเฮาตกตะลึง เพราะเขาไม่คิดว่าฉือกูเหยียนจะร่วมมือกับปิงหยาง และหลอกลวงเขาโดยการใช้น้ำเสียงเหมือนปิงหยาง
ในเวลาเดียวกันบางอย่างที่แหลมคมได้แทงเข้ามาที่หน้าอกของเขา
”จากด้านหน้า?”
หนานกงเฮารู้เป้าหมายของปิงหยางถ้าไม่ใช้เพราะเสียงของฉือกูเหยียนเขาคงไม่พลาด
”อ้ากก!!”หนานกงเฮากรีดร้องออกมาเขาไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้อีกต่อไป
”ข้าแทงโดนเขาแล้ว?!ข้าแทงโดนแล้ว!” ปิงหยางมองหอกที่ทิ่มอยู่ที่หน้าอกของหนานกงเฮา แม้นางจะรู้สึกไม่มั่นใจในตอนแรก แต่สุดท้ายนางก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
อย่างไรก็ตามความตื่นเต้นของนางหายไปทันทีรอยยิ้มของนางแข็งค้าง
เพราะหอกของนางถูกหยุดและไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป
เกราะสีดำค่อยๆปรากฎขึ้นที่หน้าอกของหนานกงเฮา
”พลังสายเลือด?!”ปิงหยางรู้จักสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดี นางเคยเห็นหนานกงมู่ใช้มาก่อนหน้านี้ แต่ของหนานกงมู่นั้นเป็นสีขาว
”พลังของเทียนซิง?!”
”มันเป็นพลังสายเลือดของเทียนซิง!”
”เป็นไปได้ยังไงทำไมมันถึงปรากฎขึ้นบนตัวของหนานกงเฮา?!”
ผู้อาวุโสศาลาเต๋าสวรรค์ต่างตะกตะลึง ”เหอะแล้วยังไงข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะมีพลังสายเลือดหรือไม่ ข้าคือปิงหยาง ข้าจะทำลายเจ้าซะ!”
มีคนมักจะพูดกันว่าผู้ที่เป็นเด็กมักจะไม่หวาดกลัวอะไรมันคงเป็นเรื่องจริงเมื่อเทียบกับปิงหยางที่ไร้ความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง
แม้หอกฉีหลินจะไม่สามารถเจาะลึกลงไปกว่านี้ได้มันไม่ได้หมายว่านางจะยอมเสียโอกาสดีๆในการลอบโจมตีไป
”ย่าห์!”นางตะโกน พร้อมกับเตะขาไปที่เป้าของหนานกงเฮาอย่างไม่ลังเล
……………………………………..