Gate of God - ตอนที่ 874 กลืนกิน
ปิงหยางยังจำเรื่องตอนนั้นได้ดี
’อยากรู้วิธีการลอบโจมตีงั้นหรือ?’
’อืม..มันก็เป็นเรื่องที่ดีในเมื่อเจ้าอ่อนแอก็ควรจะมีอะไรไว้ป้องกันตัวบ้าง ฟังให้ดี การลอบโจมตีอย่างแรกเจ้าต้องเลือกตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของศัตรูก่อน’
’อย่างไรก็ตามแต่ละคนจะมีตำแหน่งสำคัญกี่ตำแหน่ง?’
’คำตอบคือหลายตำแหน่งที่ชัดเจนที่สุดคือหัว ลำคอ และหัวใจ ทุกส่วนล้วนได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี เป็นไปได้ยากที่จะโจมตีโดนยกเว้นพลังของเจ้าจะเหนือกว่า’
’แต่ถ้าพลังของเจ้าเหนือกว่าอยู่แล้วจะลอบโจมตีไปทำไมใช่ไหมล่ะ?’
’ดังนั้นถ้าเจ้าอยากจะทำการลอบโจมตีให้สำเร็จเจ้าต้องโจมตีในตำแหน่งที่ศัตรูไม่คาดคิด….’ ตูม!
หนานกงเฮาถูกส่งกระเด็นไปด้านหลังลูกเตะของปิงหยางทั้งรวดเร็วและทรงพลัง นางไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย ด้วยระยะประชิดขนาดนี้ หนานกงเฮาไม่มีทางหลบได้
หนานกงเฮากระเด็นไปบนอากาศก่อนจะลงยืนบนพื้นด้วยขาสั่นเทาเขาแทบจะล้มลง หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ
”…”
”…”
”…”
ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างพูดไม่ออก
ปิงหยางลอบโจมีหนานกงเฮา…และมันได้ผล
พวกเขาจะทำใจเชื่อมันง่ายๆได้ยังไง?ที่สำคัญปิงหยางเป็นเซียน แต่นางกลับใช้ผงมะนาวและโจมตีใส่จุดสงวนของหนานกงเฮา….
”ใคร…หยางเอ๋อร์เรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากใคร?”เฉียนยู่อ้าปากค้างด้วยความไม่เชื่อ
”ข้าไม่เคยสอนเรื่องพวกนี้กับนาง!”หลินมู่ไปตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเฉียนยู่พูดขึ้น เขารีบพูดขึ้นมาด้วยท่าทีไร้เดียงสาในทันที
”เป็นฟางเจิ้งจืออีกแล้วงั้นรึ?”เฉียนยู่เหลือบมองด้วยสายตาอันเย็นเยียบ
”….หลินมู่ไป่อ้าปากด้วยความกระอักกระอวน เขาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นยังไงดี
ด้านหนานกงเทียนเขาลุกขึ้นมาด้วยความโกรธทันที
”เยี่ยมศาลาเต๋าศวรรค์ที่เป็นถึงหนึ่งในห้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ร่วมมือกับหอคอยหลิงหยุนเพื่อทำร้ายลูกชายของข้า ช่างเป็นวิธีที่ชั่วร้าย…”
”ท่านพ่อ!”เสียงของหนานกงเฮาดังขัดขึ้นมา ก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
”เฮ่าเอ๋อร์เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
”ข้าไม่เป็นไร”หนานกงเฮาส่ายหัวก่อนค่อยๆลุกขึ้นยืน “ในเมื่อตระกูลหนานกงเลือกที่จะเข้าร่วมการแข่งขันนี้ พวกเราได้เตรียมใจไว้แล้ว ทำไมศาลาเต๋าสวรรค์และหอคอยหลิงหยุนไม่เข้ามาพร้อมๆกันเลยล่ะ?”
”พร้อมกัน?!”
เสียงของหนานกงเฮาไม่ได้ดังมากแต่ทุกคนได้ยินชัดเจน
”ถ้าพวกท่านไม่คิดมากนิกายเงาหรือศาลาหยินหยางจะเข้ามาพร้อมๆกันเลยก็ได้เหมือนกัน ข้าไม่คัดค้านอะไร!”
เมื่อหนานกงเฮาพูดจบพื้นดินพลันสั่นสะเทือนจากนั้นคลื่นพลังอันรุนแรงก็ปะทุออกจากตัวเขาพุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้า
”ระดับเซียน!”
”หนานกงเฮาเองก็อยู่ระดับเซียนแล้วเช่นกัน?!”
แม้ทุกคนะเตรียมใจไว้แล้วแต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับฉากตรงหน้า
”เข้ามาเลยจัดการทุกอย่างให้จบในการต่อสู้เพียงครั้งเดียว!” หนานกงเฮาลืมตาขึ้นช้าๆ ผงมะนาวที่อยู่บนหน้าเขาได้หายไปหมดแล้ว แสงสีแดงเลือดหมุนวนอยู่ในดวงตาของเขา
ชุดเกราะสีดำปกคลุมไปทั่วร่างพร้อมกับสัญลักษณ์สีทองที่ส่องแสงออกมา
”เขาแข็งแกร่งมาก!”
”ข้าคิดว่าเขาแข็งแกร่งกว่าหนานกงมู่เสียอีก!”
ศิษย์สำนักอื่นๆต่างตกใจกับพลังที่หนานกงมู่ปลกปล่อยออกมา
แม้แต่มู่ฉิงเฟิงเขาก็ก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
”พลังสายเลือดของเทียนซิงปรากฎขึ้นบนตัวของหนานกงเฮาหมายความว่าหนานกงเฮา…”
”ข้าเกรงว่าเขาอาจจะแข็งแกร่งเท่าเทียนซิงหรืออาจจะ…มากกว่า!”ผู้อาวุโสสูงสุดที่ยืนอยู่ข้างๆมู่ฉิงเฟิงพูดขึ้นมา
”ใช่แล้ว”มู่ฉิงเฟิงพยักหน้า ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขายังมองไปที่หนานกงเฮาด้วยสายตาอันซับซ้อน
…
สถานการณ์บนลานประลองปัจจุบันนั้นแปลกมาก
ทันใดนั้นวู่จวี้เอ๋อร์หันไปหาหยานฉิง”หยานฉิง ในเมื่อหนานกงเฮาเชื้อเชิญพวกเราอย่างอบอุ่น ทำไมไม่ออกไปจัดการเขาหน่อยล่ะ?”
”ได้”หยานฉิงพยักหน้า เขาไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของวู่จวี้เอ๋อร์ เขาเดินออกไปที่ลานประลองทันที
ด้านศาลาหยินหยาง
เต๋าฮุนหันไปมองด้านข้างแต่เขามองเต๋าซิงแทนที่จะเป็นเหยียนซิว
”ในเมื่อเราจะเข้าร่วมการต่อสู้ตอนไหนก็ได้มันจะปลอดภัยกว่าถ้าเรารอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
”ตกลง”เต๋าฮุนพยักหน้าเบาๆ ”แค่สามคนงั้นหรือ?”หนานกงเฮามองสามคนบนลานประลองก่อนจะค่อยๆดึงดาบสรรพสุ่งออกมาเบาๆ
ดวงตาของเฉียนยู่เปล่งประกายเมื่อเห็นหนานกงมู่ดึงดาบออกมาปากของนางขยับราวกับอยากจะบอกให้ปิงหยางกลับมา อย่างไรก็ตามในที่สุดนางก็ไม่ได้พูดออกไป
”พี่เหยียนท่านควรไปพักผ่อนก่อน ท่านบาดเจ็บอยู่ แค่สองคนก็เพียงพอแล้ว!”
”ไม่เจ้ากับหยานฉิงสู้เขาไม่ได้….” ฉือกูเหยียนส่ายหน้า เลือดยังคงไหลออกมาจากมุมปากของนาง ร่างของนางสั่นอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่านางยังบาดเจ็บอยู่
อย่างไรก็ตามหยานฉิงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเขาพุ่งไปหาหนานกงเฮาอย่างไม่ลังเล
”หาเดี๋ยวรอข้าด้วย เจ้าไม่รู้จัดวิธีร่วมมือกันหรือไง?” ปิงหยางเร่งตามหยานฉิงไปอย่างกระชั้นชิด
อย่างไรก็ตามหยานฉิงถึงตัวหนานกงเฮาก่อน
เขาชกหมัดออกไปอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตามเมื่อมันห่างจากหนานกงเฮาหนึ่งนิ้วเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ทันใดนั้นแสงสีแดงเลือดก็ปรากฎขึ้นด้านล่างของหยานฉิงมันขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นวิชาสังเวยเลือดขนาดใหญ่
ตูม!ร่างของหยานฉิงจมลงไป เรากับเขาถูกแรงดึงดูดดันรุนแรงดูดลงไปจนไม่สามารถต้านทานได้
เขาตกใจและกระโจนตัวไปด้านหน้าโดยสัญชาตญาณ
แสงสีแดงเลือดห่างจากคอเขาไม่กี่นิ้วจากจุดที่เขากระโจนออกมา
”เร็วมาก!”
”ข้าแทบมองตามไม่ทัน!”
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ทันได้พูดอะไรอีกหยานฉิงที่กระโจนออกมาจากบ่อเลือดกระเด็นไปกระแทกที่มุมของลานประลอง ”เกิดอะไรขึ้น?!”
”เขาทำอะไรกัน?”
เห็นได้ชัดว่าคนทั่วไปไม่สามารถเห็นการต่อสู้นี้ได้ชัดเจนจากสายตาพวกเขาหยานฉิงสามารถหลายจากคมดาบของหนานกงเฮาได้
อย่าไรก็ตามมู่ฉิงเฟิงโม่ฉานฉือ และผู้ที่มีระดับพลังสูงส่งสามารถเห็นได้ขัดเจนว่าหยานฉิงหลบลูกเตะของหนานกงเฮาไม่ได้หลังจากที่หลบดาบเขามาได้
โฮก!หยานฉิงราวกับสัตว์อสูร ขอบตาแดงก่ำมองไปรอบๆลานประลอง
อย่างไรก็ตามแสงสีแดงเลือดปรากฎขึ้นด้านขวาของขาอีกครั้ง
ท่าทีของหยานฉิงเปลี่ยนไป
จากการที่โตมาในป่าเขามีสัญชาตญาณสัมผัสสิ่งที่อันตรายได้ล่วงหน้า แม้เขาจะไม่ให้แสงสีแดงชัดเจน แต่เขารู้ว่ามันอันตราย
ฟุ้บ!แสงสีแดงเลือดพาดผ่านลำคอของเขาอีกครั้ง และทิ้งรอยดาบไว้บนพื้น อย่างไรก็ตามลูกเตะของหนานกงเฮาไม่ได้ทำให้เขากระเด็นออกมาอีกเพราะดาบแทงเข้าที่ขาขวาของหยานฉิงแล้ว
ตูม!หยานฉิงที่ล้มอยู่บนพื้นจมลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ
เขาพยายามดิ้นรนเตะขาอีกข้างลงไปบนแสงสีแดงเลือดรางกับเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย
เขาต้องการจะทำให้หนานกงเฮาบาดเจ็บ
ฟุ้บดาบที่แทงขาเขาอยู่หายไปอีกครั้ง จากนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฎขึ้นห่างออกไปจากหยานฉิงห้าก้าว
หนานกงเฮา
”ร่างคงกระพันงั้นหรือ?หืม…ไม่เลว” หนานกงเฮามองไปยังเลือดของหยานฉิงที่กำลังไหลลงไปในวิชาสังเวยเลือดของเขา
เมื่อเลือดไหลลงไปหมดแสงส่องประกายออกมาจากร่างของหนานกงเฮาอีกครั้ง เสียงปรับเปลี่ยนกระดูกดังขึ้น แกรก แกรก ราวกับร่างทั้งร่างของเขาถูกสร้างใหม่กล้ามเนื้อเริ่มปรากฎให้เห็นชัดเจน
”อะไรน่ะ?!”
”หนานกงเฮาดูดกลืนพลังของหยานฉิงมา!”
”แย่แล้วแสดงว่าเขาน่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อีก!”
ไม่มีใครเคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนแม้แต่มู่ฉิงเฟิงและผู้นำของสำนักอื่นๆ
……………………………………..