Gate of God - ตอนที่ 876 การกลับมา
ตูม!พื้นดินสั่นสะเทือน
สายฟ้าสีม่วงจำนวนมากฟาดลงมาบนพื้นลานประลอง
”อะไรกัน?”
”เกิดอะไรขึ้น?!”
”หนีเร็วเข้า!”
ศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต้องการที่จะวิ่งหนีเมื่อเห็นสายฟ้าจำนวนมากฟาดลงมาบนพื้นแต่น่าเศร้าที่บางคนโดนสายฟ้าพวกนั้นโจมตีใส่และล้มลงในทันที
ผู้นำนิกายซวนจีถึงกับหน้าถอดสีไปครู่หนึ่ง
เพราะกว่าครึ่งหนึ่งของสายฟ้านั้นโจมตีมาโดนศิษย์ของนิกายซวนจี
”กล้าดียังไงทำร้ายศิษย์ของข้า!”ทันทีที่เขาพูดจบสายฟ้าก็พุ่งใส่เขาด้วยในทันที แต่มันก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้
ซูเหลียงยิ้มด้วยความดูถูกทันทีแต่รอยยิ้มของเขาก็แทบจะแข็งค้างในทันที เพราะสายฟ้าที่ถูกเขาฉีกออกกลับเข้ามารวมกันอีกครั้ง
ตูม!
ไม่เพียงแค่สายฟ้าแต่มันยังประกอบไปด้วยลมพายุอันรุนแรงที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่ง และในพายุเหล่านั้นยังมีแสงดาบสีเงินซ่อนอยู่
”อะไรกัน?!”ซูเหลียงอุทานออกมาก่อนที่เขาจะถูกเป่ากระเด็นกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
”ทำไมถึงคิดจะเล่นกับสายฟ้า?ท่านว่างจนไม่มีอะไรจะทำแล้วงั้นรึ?” เสียงอันหยิ่งยโสดังขึ้น
คนที่เดินออกมาจากพายุนั้นอุ้มปิงหยางและฉือกูเหยียนอยู่ด้วยมือทั้งสองข้างชายเสื้อสีฟ้าของเขาโบกสะบัดไปตามสายลม ”ฟางเจิ้งจือ?!”
”นั่น…ฟางเจิ้งจือ!!!”
ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ต่างรู้จักเขาดีแต่ตอนนี้พวกเขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังเห็นผี
”เป็นไปได้ยังไง?”
”เขาไม่ได้ตายอยู่ที่เก้าขุนเขานานแล้วงั้นรึ?”
”ทำไมเขาถึงโจมตีพวกเรา?”
ศิษย์ที่อยู่รอบๆต่างเต็มไปด้วยความสับสน
”ฟางเจิ้งจือยังไม่ตายงั้นรึ?!”เห็นได้ชัดว่ามู่ฉิงเฟิงเองก็เต็มไปด้วยความสงสัย จากข่าวที่เขาได้รับ ฟางเจิ้งจือนั้นได้ถูกหลอมเป็นยาเรียบร้อยแล้ว มีคนเห็นด้วยตาตัวเองด้วยซ้ำว่าฟางเจิ้งจือถูกจับเข้าไปในหม้อจริงๆ
”เขารอดมาได้ยังไง?!”
”เขารอดมาจริงๆ!”ร่างของเต๋าฮุนสั่นสะท้าน ใบหน้าภายใต้หน้ากากของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ถ้ามีคนต้องการให้ฟางเจิ้งจือตายมากที่สุดหนึ่งในนั้นคงเป็นเต๋าฮุน เขเายังจำสิ่งที่ฟางเจิ้งจือทำไว้กับเขาได้ดี
ชื่อเสียงที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตต้องพังลงเพราะฟางเจิ้งจือ
เขาไม่มีทางยอมรับเรื่องตรงหน้าได้
”สวะ!เก้าขุนเขามัวแต่ทำอะไรกันอยู่!” เต๋าฮุนโบกมือและกลับไปนั่งที่ อย่างไรก็ตามสายตาของเขายังคงเพ่งเล็งอยู่ที่ไป่เฟย ผู้นำของเก้าขุนเขาคนใหม่
อย่างไรก็ตามคาวมจริงคือไป่เฟยก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันเขาไม่แสดงความแปลกใจออกมาแม้แต่น้อย หรือเขาจะรู้ว่าฟางเจิ้งจือยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน
”นั่นฟางเจิ้งจืองั้นรึ?”โม่ฉานฉือหันไปถามกู่หยวน
”หืม…ใช่แล้วแต่เขาน่าจะตายไปแล้ว!” กู่หยวนตอบกลับ เขาเองก็ไม่สามารถรักษาความสงบไว้ได้เช่นกัน ”เขาออกมาได้ยังไง?!”ไม่เหมือนคนอื่น หลินมู่ไป่เองก็ตกตะลึงไม่ใช่เพราะฟางเจิ้งือยังมีชีวิตอยู่
แต่เขาสงสัยว่าฟางเจิ้งจือออกมาได้ยังไง?
”เป็นไปไม่ได้?!”เฉียนยู่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เพราะนางเป็นคนเดียวที่รู้จักดินแดนหลิงหยุนดีที่สุด
ไม่มีใครสามารถออกมาจากที่นั่นได้…
เป็นเวลานับพันปีแล้ว…
เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว
’เขาใช้เวลาสิบวันในการออกมาจากที่นั่น?!’
’ความสามารถของเขาน่ากลัวมาก?!’
”ฟางเจิ้งจือ…ฟางเจิ้งจือ…เจ้ายังมีชีวิตอยู่งั้นหรือ?”แม้แต่หนานกงมู่ที่ร่างกายเต็มไปด้วยความเหนื่อล้าเองก็ลืมตาเพื่อมองดูฟางเจิ้งจือ
”หืม?มูมู่น้อย ใครทำร้ายเจ้า? บอกข้ามาข้าจะล้างแค้นให้เอง!” ฟางเจิ้งจือได้ยินเสียงหนานกงมู่และเห็นสภาพร่างกายของเขาในทันที
”ข้า…ข้าเอง…”ฉือกูเหยียนแม้นางจะอ่อนแรงแต่ก็พยายามจะตอบฟางเจิ้งจือ
”หา?งั้นในเมื่อพวกเจ้าก็บาดเจ็บทั้งคู่ พวกเราไม่ควรไปสนใจเรื่องที่ผ่านไปแล้ว หนานกงมู่เจ้าก็อย่าคิดมาก”
”…”หนานกงมู่ราวกับอยากจะพูดบางอย่างแต่เขาไมรู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี
ทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆเองก็ต่างพูดไม่ออกเช่นกัน
”หืม?หนานกงเฮาเจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือถามขึ้นมาราวกับเขาได้เจอเรื่องแปลกใจที่สุดในชีวิต
”ข้าเองก็ควรถามเจ้ากลับแบบเดียวกัน…”
”โอ้เดี๋ยวนะ!” ก่อนที่หนานกงเฮาจะพูดจบ ฟางเจิ้งจือได้พูดขัดขึ้นมาพร้อมหันไปมองทางศาลาหยินหยาง “ดูเหมือนว่าผู้นำศาลาหยินหยางจะเป็นคนรักษาคำพูดสินะ ถ้าเป็นแบบนี้ข้าจะไว้ชีวิตศิษย์ของศาลาหยินหยางละกัน ข้าจะเอาแค่ชีวิตนางคนเดียว!”
”…”
เสียงของฟางเจิ้งจือไม่ได้ดังนักแต่ทุกคนได้ยินชัดเจน และตอนนี้นิ้วของฟางเจิ้งจือขี้ไปที่เต๋าซิง
”เขาต้องการฆ่าเต๋าซิง?!”
”เข้ากล้าพูดอย่างนี้ออกมาได้ยังไง?”
ทุกคนต่างตกตะลึงอย่างแท้จริง
”เจ้าไม่สามารถฆ่านางได้”ทันใดนั้นเสียงอันเย็นชาได้ดังขึ้น จากนั้นก็มีร่างหนึ่งเดินออกมากันเต๋าซิงเอาไว้
”เหยียนซิว?”ฟางเจิ้งจือแปลกใจเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาเห็นหยียนซิว เขาจึงบกอว่าเต๋าฮุนรักษาคำพูด
อย่างไรก็ตาม…
ตอนนี้เหยียนซิวดูแปลกๆไป ”ฟางเจิ้งจือชีวิตของข้าเจ้าจะมาเอาตอนไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เจ้าไม่ควรจะสนใจหนานกงเฮาที่ทำร้ายผู้หญิงของเจ้ามากกว่างั้นหรือ?” เต๋าซิงยิ้มก่อนจะเดินออกมาจากด้านหลังของเหยียนซิวด้วยท่าทีนิ่งสงบ
”หนานกงเฮา?”ฟางเจิ้งจือหันไปมองหนานกงเฮา ก่อนจะมองฉือกูเหยียนและปิงหยางเพื่อเป็นการถาม
เขาไม่ได้เห็นการโจมตีทั้งหมดเขาแค่เห็นเสียงสีเลือดส่องออกมาจากลานประลอง
เขารู้ว่าฉือกูเหยียนแข็งแกร่งแค่ไหนรวมถึงปิงหยาง และหยานฉิงที่นอนล้มอยู่บนพื้น
”ข้าเข้าใจแล้ว”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า เขาเข้าใจสิ่งที่เต๋าซิงพูด นางต้องการยืนยันความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา รวมถึงยืมมือหนานกงเฮาเพื่อกำจัดเขาทิ้ง
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก
สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้คือเกิดอะไรขึ้นกับเหยียนซิวกันแน่ ”ฟางเจิ้งจือเจ้าไม่ได้เป็นศิษย์ของทั้งห้าสำนัก เจ้าไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน” หนานกงเทียนกล่าวขึ้นมา
”ใช่แล้วฟางเจิ้งจือไม่ได้เป็นศิษย์สำนักไหน”
”ใครบอกว่าฟางเจิ้งจือไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทั้งห้าสำนักตอนนี้ฟางเจิ้งจือเป็นศิษย์หอคอยหลิงหยุนแล้ว” ผู้หญิงในชุดสีแดงเดินออกมาจากฝั่งของหอคอยหลิงหยุนก่อนประกาศออกมาเสียงดัง
”หอคอยหลิงหยุน?!”
”ฟางเจิ้งจือเข้าร่วมหอคอยหลิงหยุนแล้ว?เป็นไปได้ยังไง? ปกติหอคอยหลิงหยุนไม่รับศิษย์ผู้ชายไม่ใช่รึ?”
”ใช่มันเป็นไปไม่ได้!”
ทุกคนที่อยู่รอบๆไม่มีทางเชื่อเพราะการที่ผู้ชายเข้ารว่มกับหอคอยหลิงหยุนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
”เขาเป็นศิษย์ของหอคอยหลิงหยุนจริงๆ”เฉียนยู่กล่าวออกมาอย่างเงียบสงบ
”จริงงั้นรึ?”
”หรือจริงๆแล้วเขาจะเป็นผู้หญิง?”
”มันเป็นไปได้ที่ไหนกัน?”
ทุกคนต่างตกตะลึง
”ผู้หญิงกับผีนะสิ!”ฟางเจิ้งจือหยุดคำพูดไร้สาระของเหล่าศิษย์ ก่อนจะยิงสายฟ้าใส่ศิษย์คนนั้นทันที
เพราะตอนนี้เขาเห็นท่าทีหงุดหงิดและไม่พอใจของวู่จวี้เอ๋ออยู่
ตั้งแต่เขาโผล่มา…
นางยังไม่พูดกับเขาแม้แต่คำเดียว
ซึ่งอาการแบบนี้ของนางนั้นหาได้ยากนัก
”ไม่ต้องกังวลข้าแค่เข้าร่วมหอคอยหลิงหยุนแค่ชั่วคราวเท่านั้น ข้าจะทรยศพวกนางและกลับไปหาเจ้าทันทีที่ทุกอย่างจบลง!” ฟางเจิ้งจือขยิบตาให้วู่จวี้เอ๋ออย่างจริงใจ
”ทรยศ?” ”เขาพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องธรรมดาๆ?!”
”ไม่มีใครไร้ยางอายมากไปกว่าเขาอีกแล้ว…อั้ก!”
สายฟ้าพุ่งเข้าหาศิษย์คนนั้นทันทีก่อนที่เขาจะทันพูดจบ
ด้านวู่จวี้เอ๋อหลังจากนางได้ยินนางก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะพูดออกมา “ถ้าเจ้าจะจัดการหนานกงเฮาได้ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น!”
”จัดการหนานกงเฮา?”ฟางเจิ้งจือหันไปมองหนานกงเฮาที่สวมชุดเกราะสีดำลายทอง ก่อนจะหันไปมองปิงหยางที่อาการสาหัส “เจ้าช่วยดูแลนางแทนข้าก่อน!”
”อืม”ฉือกูเหยียนพยักหน้าทันที
”รวมถึงตัวเจ้าด้วย!”ขณะที่ฟางเจิ้งจือพูด ร่างของเขาได้หายไปทันที ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆสีม่วง สายฝนสาดเทลงมา
ตูม!ขณะที่ทุกคนกำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นที่ข้างหนานกงเฮา
”เยี่มไปเลยใช่ไหมล่ะ?”ทันทีที่พวกเขาได้ยิน เท้าข้างหนึ่งก็ได้ลอยไปที่หน้าของหนานกงเฮาแล้ว ไม่มีใครเห็นฉากทั้งหมดได้ทัน ที่พวกเขาเห็นคือหนานกงเฮากระเด็นไปไกลแล้ว