Gate of God - ตอนที่ 943 ข้อเสนอของหยุนชิงวู
”เจ้าโจมตีมาแล้วทำไมถึงหยุดไปล่ะ?”ในที่สุดหยุนชิงวูก็พูดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตอบหญิงสาวคนนั้น
หรือพูดอีกอย่างตั้งแต่ฟางเจิ้งจือปรากฎตัวขึ้นสายตาของหยุนชิงวูก็ไม่คลาดจากเขาแม้แต่น้อย
”ดูเหมือนจักรพรรดินีน้อยของพวกเราจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่?นางไม่สนใจคนอื่นสักนิด”ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่พอใจ
”นั่นเรียกว่าความเย่อหยิ่ง”ชายหนุ่มพูดขึ้น
”หยิ่งงั้นหรือ?แล้วอย่างข้าล่ะ?”หญิงสาวคนนั้นเลียที่มุมปากและส่งสายตาให้ชายคนนั้น
”…”
”ทาสสาวนั้นดูเหมือนจะหัวแข็งไม่น้อย?”เสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นแทรกการสนทนาของทั้งสอง
แน่นอนว่าเขาจงใจพูดกับหยุนชิงวูแววตาของเขายังคงแดงก่ำ
”เด็กเหลือขอเจ้าเรียกข้าว่าทาสสาวงั้นหรือ?!”ท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันที
”เจ้าจะบอกว่าไม่ใช่งั้นหรือ?ในฐานะอสูรจากยุคโบราณ พลังที่แข็งแกร่งระดับพระเจ้าแต่กลับเชื่อฟังคำสั่งของผู้ที่มีพลังในระดับผนวกดารา ถ้าไม่ใช่ทาสก็คงเป็นเหมือนสุนัขรับใช้?”ฟางเจิ้งจือก้าวไปข้างหน้าในขณะที่พูดพร้อมดาบไร้ร่องรอย
”ฮ่าฮ่าฮ่า…ข้าว่าแล้วเจ้าต้องพูดเช่นนี้ เจ้าคิดจะใช้ความโกรธของข้าให้เป็นประโยชน์ได้รึ? เจ้าคิดว่าจะทำให้ข้ากับจักรพรรดินีน้อยผิดใจกันได้ง่ายๆงั้นหรือ? จะเรียกข้าว่าทาสสาว สุนัขรับใช้หรือเจ้ามีชื่อที่แย่กว่านั้นอีกไหม?”หญิงสาวคนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนร่างกายสั่นไหว
”หลินจีถอยไปก่อน!”หยุนชิงวูขมวดคิ้ว ”โอ้..รับทราบ ถึงข้าจะยังสนุกกับมนุษย์คนนี้ไม่พอก็เถอะ”หญิงสาวมีชื่อว่าหลินจีและรู้สึกไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำสั่งของหยุนชิงวู อย่างไรก็ตามนางกลับไปหาหยุนชิงวูและนิ่งเงียบทันที
ในขณะเดียวกันชายอีกคนก็กลับไปหาหยุนชิงวูเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่หยุนชิงวูพูดชายหนุ่มและหลินจีก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาอีก
เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกสำหรับชาวบ้านแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาไม่รู้ถึงระดับพลังว่าแตกต่างกันอย่างไร
อย่างไรก็ตามฉากตรงหน้าทำให้ทหารปีศาจตกใจ
ความจริงแล้วพวกเขาเริ่มกังวลเมื่อฟางเจิ้งจือพยายามยั่วโมโหหลินจีเพราะพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป
ด้วยพลังของพวกเขา…
จะยอมฟังหยุนชิงวูงั้นหรือ? ถึงนางจะเป็นจักรพรรดินีน้อยของเหล่าอสูรและมีความเฉลียวฉลาดแต่อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนั้นจะยอมทำตามโดยไม่ต่อต้านได้ยังไง?
ไม่มีใครรู้ชัด
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขาบอกได้เลยว่าทั้งสองจะทำตามที่หยุนชิงวูสั่ง
เป็นเรื่องที่น่าตกตะลึง
แต่มันเป็นความจริง
ฟางเจิ้งจือเหลือบมองชายหนุ่มและหลินจีในขณะที่กำมือแน่นในความทรงจำของเขาเทพปีศาจตนแรกที่ออกมาไม่ยอมรับในตัวตนของหยุนชิงวูทันที
ฟางเจิ้งจือรู้สึกประทับใจกับความเป็นผู้นำของหยุนชิงวูอย่างแท้จริงเขามั่นใจว่านางคงมีวิธีใช้ประโยชน์จากผู้ที่แข็งแกร่งอย่างพวกเขา
อย่างไรก็ตามเขายังคงต้องเดิมพัน กับเวลา…
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งเดือนหลังจากประตูเทพเจ้าถูกเปิดออกเทพปีศาจและเทพอสูรยอมทำตามที่หยุนชิงวูพูดในเวลาอันสั้นเพียงแค่นั้นจริงหรือ?
นี่คือสิ่งที่ฟางเจิ้งจือต้องการเดิมพันแต่ความจริง ดูเหมือนหยุนชิงวูได้ทำลงไปแล้ว เพราะแม้แต่หลินจีที่ถูกดูหมิ่นก็ไม่คิดจะต่อต้านแม้แต่น้อย
หยุนชิงวู!
นี่คือพลังของหยุนชิงวู!
”ทำไมเจ้าไม่โจมตี”หยุนชิงวูถามขึ้นหลังจากมองฟางเจิ้งจือและสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงน้ำเสียงของนางต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
ฟางเจิ้งจือนิ่งเงียบและยังคงกำมือแน่นเขาอยากจะโจมตีออกไปจริงๆเพราะเขาไม่กลัวตัวตนที่ถูกเรียกว่าพระเจ้าแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเขาจะทำได้อย่างไร? หยุนชิงวูอยู่ใกล้พ่อกับแม่ของเขามากเกินไป
ในสถานการณ์เช่นนี้เขาจะเสี่ยงได้ยังไง? เขาไม่สามารถยอมรับผลที่จะตามมาได้
พวกเขาคือครอบครัวในโลกนี้พ่อและแม่ผู้ให้กำเนิดเขา!
ฟางเจิ้งจือไม่สามารถทำแบบนั้นได้
”เจ้ากลัวหรือ?”หยุนชิงวูสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้เมื่อเห็นฟางเจิ้งจือเงียบไปท่าทีของนางกลายเป็นกระวนกระวาย “เจ้ากลัวอะไร?”
นี่คือท่าทีที่ไม่สามารถมองเห็นได้แต่นางกำลังกระวนกระวายใจอย่างมาก
”หยุนชิงวู!!!”ฟางเจิ้งจือกำมือแน่นจนซีดขาวและหายใจถี่มากขึ้นมันเป็นท่าทีที่หาได้ยากจากตัวเขา
ควาโกรธความโกรธแค้นอัดแน่นในใจของเขา
”ในแดนใต้เจ้าไม่กลัวเจ้าเป็นคนเดียวบุกเข้าไปท่ามกลางทหารหมื่นนาย และที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองก็เช่นกัน เจ้าไม่เคยกลัวอะไรแม้แต่น้อยแล้วตอนนี้เจ้ากลัวอะไร”หลังจากไม่นานความกระวนกระวายของหยุนชิงวูก็สงบลง
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้รอให้ฟางเจิ้งจือตอบกลับ”ฮืม ..หรือเป็นเพราะพ่อและแม่ของเจ้าตกอยู่ในมือของข้างั้นหรือ?”
”เจ้าต้องการอะไร?!”ฟางเจิ้งจือตอบกลับในที่สุด
”ตอนแรกข้าไม่ได้ต้องการอะไรนักแต่เมื่อเจ้าพูดขึ้นมาข้าคิดว่า …ข้าขอคิดสักหน่อย …อืม ข้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจมากและคิดว่าเจ้าเองก็คงเห็นด้วย!”หยุนชิงวูเผยยิ้มอย่างไม่ตั้งใจ
มันเป็นรอยยิ้มที่บอบบางแต่แทนที่จะเป็นรอยยิ้มของความสุขมันกลับเป็นความขมขื่นมากกว่า
”ได้ข้าตกลง!”ฟางเจิ้งจือไม่อารมณ์มานั่งสังเกตุท่าทีของหยุนชิงวู เขามีความคิดเดียวในใจคือช่วยพ่อและแม่ไม่ว่านางต้องการอะไรเขาจะยอมทั้งหมด
ดังนั้นเขาจึงตกลงใจอย่างไม่ลังเล
”รวมไปถึงคำขอให้เจ้าแต่งงานกับข้างั้นหรือ?”หยุนชิงวูถามอย่างเรียบๆ
”แต่งงาน?!”
”นายน้อยของเหล่าปีศาจอยากให้เจิ้งจือ…แต่งงานด้วยงั้นหรือ?”
”เกิดอะไรขึ้น?”
เหล่าชาวบ้านพากันตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของหยุนชิงวู
ในเวลาเดียวกันเหล่าทหารปีศาจเองก็เช่นกันพวกเขาไม่คิดว่า’ข้อตกลงที่น่าสนใจ’ จะเป็นการขอให้ฟางเจิ้งจือแต่งงานด้วย
”ว่ายังไง?ไม่แต่งหรือ? แต่งงานกับข้าและทำเพื่อเผ่าอสูรและเผ่าปีศาจ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”หยุนชิงวูถามอีกครั้งโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของชาวบ้านและทหารปีศาจแม้แต่น้อย ในตอนนี้ฟางเจิ้งจืยกดาบขึ้นและชี้ไปทางหยุนชิงวูด้วยสายตาที่แดงก่ำก่อนที่จะลดดาบลงในไม่ช้า
นั่นเป็นเพราะเขาว่าเห็นพ่อและแม่ของเขาเป็นเหมือนใบไม้สองใบที่กำลังร่วงหล่นอยู่ตรงหน้าหยุนชิงวูและเทพอสูรทั้งสอง
”ตกลงข้าจะไปที่เมืองเงาเลือดกับเจ้า!”
”…”
”เจิ้งเอ๋อร์ไม่! เจ้าจะไปกับปีศาจนี่ไม่ได้…”ร่างของฉินซูเหลียนโซเซ ถ้าไชเท้าน้อยไม่ได้พยุงไว้นางคงล้มลงกับพื้น
”ท่านป้าฉินท่านป้าฉินไม่เป็นไรใช่ไหม?”ไชเท้าน้อยพยุงนางเอาไว้ด้วยพลังทั้งหมด ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำแต่แขนที่เล็กจ้อยของเขาช่างมีพลังมหาศาล
ในขณะเดียวกันฟางเฮ่าเตอพุ่งเข้าหานางอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นฉินซูเหลียนหมดสติไป
”ซูเหลียนเจ้าจะตายไม่ได้นะ ซูเหลียน…”น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของเขา แม้เขาจะเป็นคนหัวแข็งแต่ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป “เจิ้งเอ๋อร์ ข้าเข้าใจว่าเจ้าอยากช่วย แต่เจ้าจะเป็นศัตรูกับมนุษยชาติไม่ได้ แค่เรื่องนั้นที่ไม่ได้… เจิ้งเอ๋อร์ เจ้าคือความภูมิใจของหมู่บ้านเรา!”
”ท่านพ่อ!!ข้าไม่สามารถทนดูท่านพ่อท่านแม่จากไปต่อหน้าเช่นนี้ได้ ไม่ว่ายังไงข้าต้องช่วยพวกท่านให้ได้ วางใจข้าเถอะ…”ร่างของฟางเจิ้งจือสั่นไหวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมา
”เจิ้งจือ…”
”เจ้าเป็นเด็กดีเหลือเกิน!”
”เจิ้งจือพวกเราภูมิใจในตัวเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจยังไง พวกเราจะสนับสนุนเจ้าเอง”
เมื่อเห็นฉากนี้ชาวบ้านทุกคนต่างก็มีน้ำตาไหลออกมา
”ฮ่าฮ่าข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยอมตกลงจริงๆ”หยุนชิงวูเริ่มหัวเราะออกมาด้วยความขมขื่นและในแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
”ข้าสัญญาแล้วตอนนี้ปล่อยท่านพ่อท่านแม่ของข้าไปซะ!”ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าหยุนชิงวูคิดอะไร และเขาไม่จำเป็นต้องรู้ เขารู้แค่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาไม่สามารถปล่อยให้ฟางเฮ่าเตอและฉินซูเหลียนตายได้
”พี่เจิ้งจือจะแต่งงานกับนางจริงๆเหรอ?”เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้น
”ไช้เท้าน้อยข้าขอฝากอนาคตของหมู่บ้านไว้กับเจ้าด้วย”ฟางเจิ้งจือกัดฟันแน่นและพูดออกมาอย่างแผ่วเบา
”ฮึ่มมวางใจข้าได้เลยพี่เจิ้งจือแม้ต้องตาย ข้าจะปกป้องหมู่บ้านไว้ให้ได้!”ไชเท้าน้อยพยักหน้าอย่างจริงจัง
”ข้าเชื่อในตัวเจ้าไชเท้าน้อย”ท่าทีของฟางเจิ้งจือจริงจังมากเช่นกันหลังจากพูดจบเขาก็หันมองหยุนชิงวูอีกครั้ง “ปล่อยพ่อกับแม่ของข้าและชาวบ้านคนอื่นๆไป แล้วข้าจะไปเมืองเงาเลือดกับเจ้าและทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการ!”
”จักรพรรดินีน้อยท่านจะแต่งงานกับเด็กเหลือขอนี่จริงๆหรือ? เขามีค่าขนาดนั้นเลยหรือ?”หลินจีไม่สามารถพูดตามนิสัยของนางได้อีก
”เจ้าคิดยังไง?”หยุนชิงวูถามกลับ
”ในเรื่องของรูปลักษณ์..เจ้าเด็กนี่ก็ไม่ได้น่าเกลียดและยังมีความพิเศษบางอย่าง อย่างไรก็ตามเขาไม่หล่อเท่าไรนัก”หลินจีส่ายหัวแล้วเหลือบมองฟางเจิ้งจือก่อนจะพูดต่อ “ในเรื่องของพลังเขาก็แข็งแกร่งและมีความสามารถ แต่ยังมีพลังไม่มากพอ”
”เจ้าคิดว่าเขามีพลังไม่มากพองั้นหรือ?”หยุนชิงวูถามอีกครั้ง
”เขาอาจจะเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดแต่เขายังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับพวกเรา ข้าสามารถฆ่าเขาได้ด้วยมือข้างเดียว”หลินจียืนกราน
”เจ้าไม่สามารถฆ่าเขาได้ด้วยมือเดียวหรอก”ชายหนุ่มพูดขึ้น
”เจ้าหมายความว่ายังไงหลินยู่เจ้าพยายามทำให้ข้าดูด้อยกว่าเด็กเหลือขอนั่นงั้นเหรอ? ขอบอกเจ้าเลยว่าข้ามีมากกว่าสิบวิธีที่จะฆ่าเขาด้วยมือข้างเดียว”
”ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก”หลินยู่ไม่เชื่อแม้แต่น้อย
”ไม่เชื่องั้นหรือ?งั้นข้าจะทำให้เจ้าเห็น!”หลินจีกระโดดออกไปพร้อมกับแขนที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ
เมื่อหยุนชิงวูเห็นฉากที่เกิดขึ้นนางก็ขมวดคิ้วอีกรั้งและมองหลินจีด้วยท่าทีไม่พอใจ
หลังจากเห็นท่าทีของหยุนชิงวูนางก็แลบลิ้นและกลับมาอยู่ด้านหลังอีกครั้ง
หลินยู่ยิ้มและมองดูฟางเจิ้งจืออย่างระมัดระวัง”ข้าคิดว่าแม้เด็กนั่นจะยังมีพลังไม่มากพอในตอนนี้ แต่ถ้าเขาติดตามข้า …ข้าเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งภายในเวลาน้อยกว่าห้าปี”
……………………………………..
��