Gate of God - ตอนที่ 944 ดำและขาว
”ห้าปี?ด้วยแผนการของจักรพรรดินีน้อย เพียงสองปีเท่านั้นมนุษย์จะไม่สามารถตั้งรับได้อีกต่อไป ทำไมพวกเราต้องรอถึงห้าปีเพื่อเจ้าเด็กเหลือขอนี่ด้วย?” หลินจีกล่าว
”หืมใช่แล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องรอถึงห้าปี”รอบนี้หลินยู่ไม่ได้ขัดหลินจี เขาพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันไปมองฟางเจิ้งจือ “ใช่ รวมถึงเขาก็ไม่ใช่คนที่น่าจะยอมรับใช้ใครง่ายๆ”
”ใช่แล้วจักรพรรดินีน้อย ท่านคิดว่าเจ้าเด็กเหลือขอนี้มีค่าพอให้ท่านแต่งงานด้วยงั้นหรือ?”หลินจีถามขึ้นมาอีกครั้ง
”เขาเคยมีค่าพอ”หยุนชิงวูยืนยัน
”เคยมี?เมื่อไรกัน?”หลินจีถามอีกครั้ง
”ประมาณสิบห้านาทีที่แล้ว”หยุนชิงวูกล่าวอีกครั้ง
”จักรพรรดินีน้อยท่านหมายความว่าเขาไม่คู่ควรจะแต่งงานด้วยอีกต่อไปแล้วใช่ไหม?”
”ข้าไม่มั่นใจเท่าไรนักเขาอาจจะคู่ควรหรือไม่คู่ควรก็ได้” หยุนชิงวูส่ายหน้าราวกับกำลังคิดบางอย่างอยู่
ขณะที่นางกำลังคุยกับหลินจีและหลินยู่ฟางเฮ่าเตอที่งอตัวอยู่ค่อยๆหยิบมีดออกมา
มันเป็นมีดที่เขาทำหล่นลงบนพื้นตอนที่พยายามโจมตีรองแม่ทัพปีศาจ
เหล่าชาวบ้านที่เห็นต่างเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดจะโจมตีหยุนชิงวูอย่างที่ใครคาดคิดแต่เขากลับหันไปหาฉินซูเหลียน
”ท่านพ่อท่านจะทำอะไร?!” ร่างของฟางเจิ้งจือสั่นสะท้าน เขารีบมาที่นี่เพื่อช่วยฟางเฮ่าเตอและฉินซูเหลียน แต่ตอนนี้…
”เจิ้งเอ๋อร์พ่อและแม่ไม่อยากเป็นภาระให้เจ้า ยกโทษให้พวกเราด้วย…ข้าจำเป็นต้องทำแบบนี้!” หลังจากฟางเฮ่าเตอพูดจบ ไร้ความลังเลเขาแทงไปที่หน้าอกของฉินซูเหลียน
แกร้ง!
ร่างของฟางเฮ่าเตอกลิ้งไปด้านข้างมีดหล่นลงบนพื้น
เป็นหลินจีที่ขัดขวางการกระทำของฟางเฮ่าเตอ
”เฮ้ยคิดจะฆ่าภรรยาตัวเองแล้วจะฆ่าตัวตายตายงั้นหรือ? ช่างเป็นพ่อที่ประเสริฐยิ่งนัก แต่ต่อหน้าข้าแล้วก็ยากหน่อยนะ ฮ่าฮ่า…”ร่างของหลินจีสั่นเล็กน้อยตอนที่นางหัวเราะออกมา นางองฟางเฮ่าเตอราวกับมองมดตัวหนึ่ง
”หลินจี!!!”เสียงตะโกนของฟางเจิ้งจือดังก้องไปทั่วหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
”อะไร?โกรธอะไรของเจ้า? ข้าช่วยชีวิตพ่อแม่เจ้าไว้นะ ไม่ใช่ว่าควรจะขอบคุณข้าหรอกรึ? อย่าตะโกนใส่ข้าแบบนั้นสิ ข้าเริ่มกลัว…”
”เจิ้งเอ๋อร์พ่อนั้นไร้ประโยชน์ แม้แต่จะฆ่าตัวตาย…”ฟางเฮ่าเตอค่อยๆลุกขึ้นยืน น้ำตาค่อยๆไหลอาบทั้งสองแก้ม
ฟางเฮ่าเตอชายวัยกลางคนอายุเกือบห้าสิบปีเขาผ่านช่วงชีวิตที่โหดร้ายและยากลำบากมามากมาย แต่เขาไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้เพราะเขากำลังสมเพชในความไร้ประโยชน์ของตัวเอง
”ท่านพ่อท่านจะตายไม่ได้ ท่านแม่ก็เช่นกัน ข้าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ ข้าข้อร้องพวกท่านทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลย!!” ฟางเจิ้งจือคุกเข่าลงบนพื้น
ชั่วชีวิตน้อยครั้งที่ฟางเจิ้งจือจะคุกเข่าให้ใครแม้แต่ต่อหน้าจักรพรรดิหลินมู่ไป่ก็ตาม
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขากำลังคุกเข่า
ดาบไร้ร่องรอยปักอยู่บนพื้น
ทั้งเลือดและน้ำตาซึมออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
มันอาจจะไม่ใช่น้ำตาแต่เป็นเลือดจริงๆ แม้เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะสามารถปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ เขาจะไม่เจ็บใจได้ยังไง?
”เจิ้งเอ๋อร์…อย่าคุกเข่าให้ใครเจ้าเป็นลูกผู้ชายจะมาคุกเข่าให้ใครง่ายๆได้ยังไง” ร่างกายของฟางเฮ่าเตอสั่นสะท้าน
”พี่เจิ้งจือท่านลุงฟาง พวกท่านต้องกล้าหาญและอย่ากลัวพวกคนชั่วเหล่านี้! ในหนังสือเขียนไว้ว่าลูกผู้ชายต้องพยายามพัฒนาตัวเองตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่พี่เจิ้งจือเคยสอนข้า!” เสียงเล็กๆของไชเท้าน้อยดังขึ้น ดวงตาสีดำของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
”ไชเท้าน้อย…”ฟางเฮ่าเต่อสะอื้น
ชาวบ้านต่างมีน้ำตาไหลออกมาเช่นกันน้ำตาของพวกเขาไหลลงบนพื้นดินของหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
หยุนชิงวูกำมือแน่นนางหันไปมองภูเขาคังหลิงและท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม ”ไปกันเถอะ”หยุนชิงวูกล่าว
”เดี๋ยวนี้?”หลินจียังไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดแต่นางไม่ได้พูดอะไรออกมา
”อืมฟางเจิ้งจือ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะไม่แต่งงานกับเจ้า ยังไงก็ตามเจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก เจ้าไม่มีสิทธิ์บ่นถ้าข้าจะเปลี่ยนแปลงข้อตกลง?” หยุนชิงวูกล่าวแต่สายตาของนางยังคงทอดมองไปไกล
ฟางเจิ้งจือกำหมัดแน่นเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา
”เจ้าจำระยะเวลาสองปีที่พวกเราตกลงกันไว้ที่ภูเขาสวรรค์ได้ไหม?ในช่วงเวลานั้นเจ้าสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนมนุษย์ทั่วไปอย่างสงบสุข ข้าจะไม่รบกวนเจ้า อย่างไรก็ตามข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากให้เจ้าจำไว้ ถ้าเจ้าอยากจะปกป้องพ่อแม่ของตัวเองก็ไม่ควรออกไปจากหมู่บ้านภูเขาทางเหนืออีก ข้าสามารถกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ” หลังจากพูดจบ หยุนชิงวูค่อยๆเดินออกไปจากหมู่บ้าน
”ฮ่าฮ่าใช่แล้วจักรพรรดินีน้อย เจ้าเด็กเหลือขอจะมีค่าพอให้ท่านแต่งงานด้วยได้ยังไง?”หลินจีหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของหยุนชิงวู
”ไปกันเถอะ”หลินยู่เหลือบมองหลินจีและเดินตามหยุนชิงวูออกไปจากหมู่บ้าน
เมื่อเห็นแบบนี้ทหารปีศาจที่อยู่รอบๆเริ่มเก็บอาวุธและถอนทัพออกไปเช่นกัน
บางคนก็ไปช่วยรองแม่ทัพปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บจากดาบของฟางเจิ้งจือในฐานะปีศาจที่อยู่ในระดับจุติเขายังไม่ตายและสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านที่อยู่รอบๆเริ่มลุกขึ้นและเข้าไปล้อมฉินซูเหลียนและฟางเฮ่าเตออย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเงาหนึ่งลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน
จิตสังหารปะทุออกมาปกคลุมหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
ตูม!
รองแม่ทัพปีศาจที่ถูกพยุงออกไปโดยเหล่าทหารถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนทันที
”ฟาง…ฟางเจิ้งจือ!”ทหารปีศาจที่ถูกแรงระเบิดจนกระเด็นออกมาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี พวกเขาทำได้แค่ตะโกนออกมา
ไม่มีใครคาดคิดว่าฟางเจิ้งจือจะกล้าโจมตีปีศาจต่อหน้ากองทัพนับหมื่น
หลินยู่ขมวดคิ้วร่างของเขาเปล่งแสงออกมาจางๆ พลังไหลไปทั่วร่างของเขา
หยุนชิงวูหยุดเดิน
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้พูดหรือหันกลับไปมองจากนั้นนางก็เดินออกไปจากหมู่บ้าน
ทหารปีศาจมองหน้ากันไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี
”พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่อยากตายอยู่ที่นี่งั้นรึ?”หลินยู่มองไปที่ฟางเจิ้งจือและหยุนชิงวู แสงบนร่างของเขาค่อยๆหายไป
”ไปไปได้แล้ว!”
”รับทราบ!” พวกเขารู้สิ่งที่หยุนชิงวูกล่าวดีถ้าไม่มีการปกป้องจากเทพอสูรทั้งสอง ทหารนับหมื่นก็เปรียบได้กับปลาตัวเล็กๆที่รอโดนเชือด ด้วยความหวาดกลัวพวกเขารีบตรงไปที่ทางออกของหมู่บ้านภูเขาทางเหนือทันที
อย่างไรก็ตามยังมีร่างหนึ่งยืนอยู่ที่ทางเข้าของหมู่บ้าน
เป็นหลินจี
”ดูเหมือนจักรพรรดินีน้อยจะสนใจเจ้ามากอย่างไรก็ตามเจ้าคงสามารถระบายความโกรธใส่รองแม่ทัพได้แค่คนเดียว? เอ…ถ้าข้าจำไม่ผิดบนภูเขาจะมีอยู่ยี่สิบสามศพนะ ฮ่าฮ่า…”หลินจีกล่าว
”ไปตายซะ!”ฟางเจิ้งจือพุ่งเข้าหาหลินจีพร้อมกับดาบในมือ
”แหมเอาอีกแล้ว เจ้าโกรธอีกแล้ว น่าเสียดายวันนี้ข้าไม่มีอารมณ์เล่นกับเจ้า ถ้าเจ้าอยากจะล้างแค้นก็มาหาข้าที่เมืองเงาเลือดสิ มันใกล้มากเลยนะ” หลินจียิ้มก่อนที่ร่างของนางจะหายไป ตูม!
รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎบนพื้นมันทอดยาวตั้งแต่ทางออกของหมู่บ้านไปจนถึงแม่น้ำ
”อ้าก!!!”เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ จิตสังหารพวยพุ่งออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ขณะเดียวกันสัตว์ขี่ขนาดใหญ่สองตัวปรากฎขึ้นเหนือท้องฟ้าด้านนอกหมู่บ้านพวกมันร่อนลงมาบนพื้นอย่างรวดเร็ว
”เจ้า…ฟางเจิ้งจือเกิดอะไรขึ้น?!”วู่จวี้เอ๋อกระโจนลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับฉือกูเหยียนในอ้อมแขนนางมองไปที่หมู่บ้านจากนั้นท่าทีของนางก็เปลี่ยนไปทันที “เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้าน? ใครทำแบบนี้? พวกที่ลงมือไปไหนหมดแล้ว?”
”อ้าก!!!”ฟางเจิ้งจือคำรามออกมาอีกครั้งเขาไม่ได้ตอบวู่จวี้เอ๋อ เขาตรงไปที่ศพ
อาจารย์โม่เฉิง อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนในหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่ฟางเจิ้งจือทำข้อตกลงกับฉือกูเหยียนเขาอยู่ที่นี่ด้วยความภักดีต่อหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
”ท่านโม่เฉิงเป็นคนดีมากปราศจากเขาหมู่บ้านภูเขาทางเหนือคงไม่พัฒนาขนาดนี้…”
”ท่านอาจารย์…”
เหล่าชาวบ้านต่างเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของโม่เฉิง
”หัวหน้าหมู่บ้าน!”
”ตื่น!หัวหน้าหมู่บ้าน พวกปีศาจไปหมดแล้ว…”
”ตาแก่อย่าตายนะ!อย่าตาย!”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นทั่วหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
”ท่านป้าหวังหัวหน้าหมู่บ้านจากไปแล้ว เขาจากพวกเราไปแล้ว” ใบหน้าของชาวบ้านเต็มไปด้วยความเสียใจ พวกเขาพยายามปลอบใจหญิงชราที่กอดร่างของจางหยางปิงอยู่
ด้านฟางเจิ้งจือเขาคุกเข่าอยู่บนพื้นค่อยๆคลานเข้าไปหาร่างของจางหยางปิงช้าๆ
”ลุงหยางปิง!”ฟางเจิ้งจือเอาหัวโขกพื้นด้านหน้าจางหยางปิงอย่างแรงจนเลือดไหลออกมา
”เจิ้งจือลุกขึ้น!”
”เจิ้งจือป้าไม่โทษเจ้า! พวกปีศาจแข็งแกร่งเกินไป…”ป้าหวังพยายามเข้าไปกอดฟางเจิ้งจือจากด้านข้าง
ฟางเฮ่าเตอและฉินซูเหลียนเดินเข้ามาจากด้านข้างและคุกเข่าลงเช่นกัน
”พี่หยางปิงข้าขอบคุณที่ข้าดูแลพวกเรามาตลอดสิบปี ข้าขอให้ท่านไปสู่สุขคติ” ฟางเฮ่าเตอก้มหัวลง
”25ชีวิต25ชีวิต ชาวบ้าน…หยุนชิงวู ข้าจะต้องทำให้เจ้าชดใช้กับสิ่งที่เจ้าทำลงไปเป็นล้านๆเท่า!” ฟางเจิ้งจือกำมือแน่น สายเลือดไหลออกมาจากดวงตาของเขา “อ้าก!!”
ทั้งความเจ็บปวดโกรธ เกลียด เสียใจ
ฟางเจิ้งจือหายใจอย่างรุนแรงขณะมองร่างของจางหยางปิงจากนั้นดวงตาของเขาก็ค่อยๆปิดลง
โลกตกอยู่ในความเงียบ
เขาไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินคือเสียงชาวบ้านที่กำลังตื่นตระหนก
”เจิ้งจือเจิ้งจือ…”
”เจิ้งจือ!”
เสียงดังขึ้นรอบตัววู่จวี้เอ๋อเขย่าตัวฟางเจิ้งจืออย่างรุนแรง แต่ฟางเจิ้งจือกลับไม่ตอบสนอง
ความโกรธที่ไม่ได้รับการระบายทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองผิดปกติ
ฟางเจิ้งจือรู้เรื่องนี้ดีอย่างไรก็ตามโลกที่เขาเห็นแปลกออกไปเล็กน้อย มันเป็นสีเทา สีดำ สีขาว ชาวบ้านรอบๆเขาถูกแบ่งออกเป็นสีดำและขาว
ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
เขาไม่สามารถได้ยินเสียงรอบๆเขาเห็นแค่ชาวบ้านเปิดปาก ปิดปากเท่านั้น
ฟางเจิ้งจือไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไรเรื่องที่เขาสนใจที่สุดตอนนี้คือการล้างแค้น
อย่างไรก็ตาม…
จางอย่างปิงที่ปิดตามาตลอดอยู่ดีๆเขาก็ลืมตาขึ้น มันเป็นดวงตาที่ดำสนิททั้งดวงไม่มีสีขาวแม้แต่น้อย
……………………………………..