Gate of God - ตอนที่ 947 หยุนชิงวูผู้อยู่เบื้องหลัง
ความเงียบถูกทำลายทันทีที่ฟางเจิ้งจือลืมตาขึ้น
ตูม!
สายฟ้าสีเงินกระจายไปทั่วท้องฟ้า
”หืม?ฝนกำลังจะตกงั้นหรือ?”
”ทำไมอยู่ดีๆก็มีฟ้าผ่า?”
”…”
ชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ยังไม่หลับลืมตาตื่นขึ้นพวกเขาเปิดหน้าต่างออกและได้ยินเสียงฟ้าผ่า
อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาชะโงกหัวออกไปดูท้องฟ้ายังคงดำสนิทเช่นเคย ดวงดาวยังคงส่องประกายเช่นเดิม
”มีอะไรผิดปกติงั้นหรือ?”
”มีฟ้าผ่าแต่ไม่มีฝนตกแปลกมาก!”
”ดูเหมือนอากาศจะร้อนขึ้นด้วยซ้ำ…” ชาวบ้านคิดว่าฝนจะตกอย่างไรก็ตามพวกเขาต้องผิดหวัง
อย่างไรก็ตามที่บ้านครอบครัวฟางฟางเจิ้งจือลืมตาตื่นขึ้นเต็มที่ มีชิ้นส่วนของเต๋าแห่งการจุติสีฟ้า เขียว แดงและดำหมุนวนอยู่ในดวงตาของเขา
ทันทีที่พวกมันปรากฎแสงสีเงินปรากฎขึ้นที่ขอบหน้าต่างจากนั้นก็ตกกระทบเข้ากับดวงตาของฟางเจิ้งจือ
ราวกับเป็นการกลับมาของมังกร!
ครืน!ท้องฟ้าและโลกสั่นสะเทือน
มีสัญลักษณ์สีเงินปรากฎขึ้นบนดวงตาของฟางเจิ้งจือมันเป็นสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนมาก
”นี่…บ้านของข้า?”ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆและพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องนอน
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงลมหายใจข้างๆหูจากนั้นเสียงพึมพัมด้วยความรำคาญก็ดังขึ้น ”ใครกัน?กล้ารบกวนการนอนหลับของข้า…อยากตายหรือไง?”
”…”
ตอนแรกเขาจะปลุกวู่จวี้เอ๋อแต่เขาเปลี่ยนใจ จากนั้นเขาค่อยๆเลื่อนฝ่ามือไปใกล้ๆร่างของวู่จวี้เอ๋อ แสงสีฟ้าส่องประกายออกมา วู่จวี้เอ๋อปรากฎขึ้นอีกครั้งบนเตียงขณะที่ฟางเจิ้งจือยืนอยู่บนพื้น
เต๋าสวรรค์การสลับที่
จากนั้นฟางเจิ้งจือค่อยๆเดินลงไปชั้นล่าง
ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าเขานอนหลับไปนานแค่ไหนแต่เขามั่นใจว่าน่าจะนานมาก
ฟางเจิ้งจือตรวจสอบมิติพิเศษของตัวเองมหารสมุทรอันกว้างใหญ่ที่มีสีแตกต่างกันถึงห้าสี ท้องฟ้าเนื้อมหาสมุทรยังคงมีผลมไม้สีทองลอยอยู่พร้อมกับดอกไม้ห้าสีที่หมุนอยู่รอบๆ
”เจิ้งเอ๋อร์เจิ้งเอ๋อร์เจ้าตื่นแล้วงั้นหรือ?”ขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังตรวจสอบ เสียงเบาๆดังขึ้น
จากนั้นร่างที่สวมชุดคลุมไหล่ก็ปรากฎขึ้นด้านหน้าของฟางเจิ้งจือนางมีใบหน้าที่อ่อนล้าพร้อมกับริ้วรอยแห่งความชราบนใบหน้าของนาง
”แม่!”น้ำตาของฟางเจิ้งจือไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
”เจิ้งเอ๋อร์เจ้าตื่นแล้วจริงๆ! ไม่…ข้ากำลังฝันอยู่ใช่ไหม?”
”ท่านไม่ได้ฝันข้าตื่นแล้วจริงๆ”ฟางเจิ้งจือพูดพร้อมโผเข้าไปกอดฉินซูเหลียน
ความไม่มั่นคงในร่างกายของเขาสงบลงทันทีหลังจากที่ได้สัมผัสความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่ตัวเอง
”ดีแล้วที่เจ้าตื่นขึ้นมา…”ใบหน้าของฉินซูเหลียนเองก็เต็มไปด้วยน้ำตาเช่นกันจากนั้นนางราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ “เจิ้งเอ๋อร์ เจ้าต้องหิวแล้วแน่นอน แม่จะไปทำอะไรให้เจ้ากิน รอเดี๋ยวนะ…” ฉินซูเหลียนไม่รอให้ฟางเจิ้งจือตอบนางเข้าไปในครัวทันที
”อือข้าหิวแล้ว” ฟางเจิ้งจือไม่ได้หยุดนาง สำหรับฉินซูเหลียนแล้วการได้เตรียมอาหารให้เขานั้นเป็นความสุขอย่างหนึ่งของนาง
”ท่านแม่ข้าต้องการกินก๋วยเตี๋ยว เอาไข่สองฟองนะ!” ฟางเจิ้งจือพูดกับแม่ที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมอาหาร
”อือได้รอแม่เดี๋ยวนะ เจิ้งเอ๋อร์เจ้าหลับไปเป็นเดือนแค่สองฟองจะพองั้นหรือ?งานของครอบครัวเรากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเรามีไข่ไก่จำนวนมาก ชาวบ้านก็ให้อาหารมากมายกับพวกเรา…”ฉินซูเหลียนพูดขณะล้างหม้อ
…
เมื่อแสงแรกในตอนเช้ามาถึงวู๋จวี้เอ๋อตื่นขึ้นจากความฝัน นางค่อยๆลืมตาขึ้น ผมของนางค่อนข้างยุ่งเหยิง
อยางไรก็ตามนางลืมตากว้างในทันทีนางพยายามถูดวงตาของตัวเอง จากนั้นนางก็เห็นร่างที่อยู่ข้างๆเตียง
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าตื่นแล้วหรือ?! เจ้าตื่นแล้วจริงๆ!” วู่จวี้เอ๋อเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ
”เอ๋…ทำไมเจ้าถึงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ?”ฟางเจิ้งจือมองวู่จวี้เอ๋อที่ลุกขึ้นมาจากเตียง เมื่อนางได้ยินฟางเจิ้งจือพูดนางรีบก้มดูตัวเองทันทีและพบว่าเสื้อผ้าของนางยังคงอยู่ปกติ
”เจ้ากล้าหลอกข้า!”
วู่จวี้เอ๋อตีแขนฟางเจิ้งจือเบาๆฟางเจิ้งจือเดินไปรินน้ำชาบนโต๊ะและจิบมันเล็กน้อย “ตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ดี เจ้ามีอะไรจะถามก็ถามออกมาเลย”ฟางเจิ้งจือยิ้มเล็กน้อย
”เจ้า…ไม่รู้สึกอยากล้างแค้นแล้วงั้นหรือ?”วู่จวี้เอ๋อพูดอย่างระมัดระวัง
”ข้ายังรู้สึกสิจะไม่รู้สึกได้ยังไง?” ฟางเจิ้งจือตอบสบายๆ
”แต่เจ้ายังมีอารมณ์มานั่งจิบชา…” ”แล้วเจ้าต้องการให้ข้าทำยังไงมุ่งไปที่เมืองเงาเลือดเพียงคนเดียวเพื่อล้างแค้น?” ฟางเจิ้งจือกล่าว จากนั้นเขาก็ส่งชาถ้วยหนึ่งให้วู่จวี้เอ๋อ
”อืมข้าเข้าใจแล้ว” วู่จวี้เอ๋อพยักหน้าเบาๆพร้อมรับน้ำชาจากฟางเจิ้งจือมาจิบ
”บอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”สถานการณ์?เจ้าวางแผนจะทำอะไร?” วู่จวี้เอ๋อตกตะลึง นางมองไปที่ฟางเจิ้งจือด้วยความแปลกใจ นางไม่คิดว่าอยู่ดีๆฟางเจิ้งจือที่มักสนใจแค่เรื่องชีวิตของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกลับอยากรู้สถานการณ์ในปัจจุบัน
”ข้าคิดเรื่องนี้มาสักพักและลองวิเคราะห์ดูแล้วเจ้าอยากจะฟังไหม?” ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมาพร้อมกับวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ
”วิเคราะห์ให้ข้างั้นหรือ?”วู่จวี้เอ๋อตกใจอีกครั้ง ”อืมในความคิดของเจ้าแล้วหยุนชิงวูเป็นยังไง?” ฟางเจิ้งจือรินชาให้นางเพิ่มและถามออกมา
”อืม…ฉลาดและเต็มไปด้วยแผนการ?”วู่จวี้เอ๋อกระพริบตานางพยายยามตอบฟางเจิ้งจือ แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร
”นอกเหนือจากนั้น?”
”สวย?”
”อย่างที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้หยุนชิงวูฉลาดและเป็นนักวางแผนเจ้ารู้ได้ยังไงว่านางเป็นเช่นนั้น?”
”เรื่องนี้…ข้ารู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
”นั่นเป็นสิ่งที่ข้าตั้งคำถามตลอดมาทำไมหยุนชิงวูต้องเสี่ยงอันตรายปกปิดตัวตนและแทรกซึมเข้ามาในอาณาจักรเซี่ย?”
”บางทีอาจจะเพื่อหาข้อมูล”
”ไม่ถ้านางเลือกที่จะปกปิดตัวตนนางจะปรากฎตัวออกมาในงานชุมนุมต่างๆทำไม นอกจากนี้ด้วยสถานะของนาง นางไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นด้วยตัวเองเลย”
”ข้าคิดว่าเจ้าพูดถูกแล้วเจ้าคิดว่าจุดประสงค์ของนางคืออะไร?”
”หาใครบางคน!”
”หาใครบางคน?!”
”ใช่นางไปทั่วอาณาจักรเซี่ยเพื่อหาใครบางคนด้วยการปกปิดตัวตนเป็นหญิงชั้นสูงเช่นนั้นนางจะสามารถติดต่อกับชนชั้นสูงในอาณาจักรเซี่ยได้” ฟางเจิ้งจือพูดและพยักหน้าอย่างมั่นใจ
”งั้นนางก็เลยพบเจ้า?”วู่จวี้เอ๋อแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้
”ในตอนแรกนางสงสัยเล็กน้อยในตอนที่ข้าเปิดผ้าคลุมหน้านางออกและในครั้งที่สองที่ข้าได้เจอนางคือการทดสอบที่เมืองแม่น้ำแห่งความสัตย์ ข้าเริ่มเปิดเผยให้เห็นถึงความสามารถของตัวเองนั่นทำให้นางตรวจสอบข้าเพิ่มเติม ถ้าข้าเดาไม่ผิดตอนที่ข้าเข้าไปในโลกแห่งเซียนและได้ต่อสู้กับรองหัวหน้าดินแดนปีศาจหยิงซาน หยุนชิงวูน่าจะอยู่ที่ด้านนอกเมืองหลวง นางตั้งใจจะสละชีวิตของหยิงซานเพื่อพิสูจน์ความสามารถของข้า?”
”งั้นจากการสันนิฐานของเจ้าการทดสอบด้านการต่อสู้ในระดับสภาเองก็….”
”ตอนแรกข้าไม่มั่นใจแต่ตอนนี้ข้ามั่นใจเกือบเจ็ดในสิบส่วนว่าสงครามที่เกิดขึ้นในแดนใต้นั้นเป็นแผนการที่หยุนชิงวูวางไว้ให้มีผลลัพธ์ออกมาสองอย่างคือแพ้และชนะ”
”สองผลลัพธ์?”
”ใช่ถ้าข้าชนะข้าจะสามารถเอาดินแดนภูเขาทางใต้กลับคืนมาได้ แต่ถ้าไม่นางก็จะได้ดินแดนส่วนนั้นไป สิ่งสุดท้ายที่นางต้องการตรวจสอบคือโครงสร้างด้านอำนาจระหว่างองค์รัชทายาทกับราชาต้วน”
”เจ้าจะบอกว่านางเกี่ยวข้องกับสงครามที่เมืองหลวงด้วย?นางวางแผนการปรากฎตัวของราชาอสูรเซี่ยโหล่ว?”
”ใช่แล้วด้วยพลังของราชาอสูร เป็นไปไม่ได้ที่พวกจักรวรรดินักรบศักดิ์สิทธิ์จะสามารถควบคุมได้ ดังนั้นคนที่ควบคุมเขาคือหยุนชิงวู”
”นี่มัน..”วู่จวี้เอ๋ออ้าปากค้างหลังจากได้ยินนางตกใจกับความจริงที่น่าหวาดกลัวนี้มาก
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่”การตายของราชาอสูรเซี่ยโหล่วทำให้หยุนชิงวูต้องตัดสินใจ อย่างไรก็ตามมันยังไม่จบ นางยืนยันสิ่งสุดท้ายด้วยตัวเอง!”
”เจ้าหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านทางเหนือก่อนที่เจ้าจะเข้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ?”วู่จวี้เอ๋อเบิกตากว้าง
”อืมทั้งหมดเพื่อให้ข้าเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์และสามารถทำลายสมดุลของขั้วอำนาจทั้งห้าสำนักได้จากนั้นก็สร้างโอกาสเพื่อเปิดประตูเทพเจ้าของเผ่าปีศาจและเผ่าอสูร!”
”น่ากลัวเกินไปแล้วหยุนชิงวูนางน่ากลัวเกินไปจริงๆ!” วู่จวี้เอ๋อพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นนางก็กัดฟันแน่น”แล้วพวกเราควรทำยังไง?….นั่งรอความตายงั้นหรือ?”
”…”ฟางเจิ้งจือยังไม่ตอบอะไร
”บอกข้ามาเจ้าพูดมาขนาดนี้น่าจะมีแผนการอยู่แล้วใช่ไหม?” วู่จวี้เอ๋อเร่งฟางเจิ้งจือ
”แน่นอนแผนคือ…”
……………………………………..