Gate of God - ตอนที่ 949 ปราการสุดท้าย
”หน้าด้านที่สุด!เจ้าคิดจะฉวยโอกาส…”เห็นได้ชัดว่าวู่จวี้เอ๋อตกตะลึงใบหน้าของนางกลายเป็นแดงก่ำด้วยความอับอาย แม้นางจะไม่รู้ว่าฟางเจิ้งจือหมายถึงอะไรก็ตาม
อย่างไรก็ตามรอยยิ้มบนใบหน้าของฟางเจิ้งจือเป็นรอยยิ้มที่ไร้ยางอายที่สุด
”ฉิงยี่อาการดีขึ้นหรือยัง?”ฟางเจิ้งจือไม่คิดจะอธิบายเพิ่มและพูดต่อหลังจากคิดอยู่ชั่วขณะ
”อะไรกัน?แม้แต่ฉิงยี่..เจ้าก็ไม่เว้นงั้นหรือ?”
”…”ฟางเจิ้งจือมองวู่จวี้เอ๋อด้วยความดูถูกนางกำลังคิดไร้สาระอะไรอยู่กัน
…
ในที่สุดวู่จวี้เอ๋อก็ไปพาฉิงยี่มา
นางยังคงสวมชุดสีดำและหมวกที่ทำจากไม้ไผ่ราวกับเป็นชาวบ้านธรรมดาเช่นเคย
”นายท่านเรียกหาข้างั้นหรือ?”ฉิงยี่หยุดห่างจากฟางเจิ้งจือออกไปสามก้าวและก้มโค้งลงด้วยความเคารพ
”เจ้าเป็นยังไงบ้าง?”ฟางเจิ้งจือมองฉิงยี่ก่อนชี้ไปทางเก้าอี้เพื่อบอกให้นางนั่งลงก่อน
อย่างไรก็ตามนางเพียงแค่พยักหน้าพร้อมกับยกเสื้อคลุมขึ้นเล็กน้อยและไม่คิดจะลุกไปนั่งแต่อย่างใด
”อาการของข้าดีขึ้นแล้วขอบคุณนายท่านที่เป็นห่วงข้า!”
”…”ฟางเจิ้งจือแข็งค้างเมื่อเห็นท่าทีของฉิงยี่”ฉิงยี่ เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงปล่อยให้เจ้าคอยดูแลหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ”
”ฉิงยี่ไม่ได้มีส่วนช่วยปกป้องหมู่บ้านโปรดลงโทษข้าด้วยนายท่าน!”ฉิงยี่คุกเข่าลง
”…”ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออกอย่างไรก็ตามเขาไม่คิดต่อว่านางเพราะรู้ว่านางเติบโตมาภายในนิกายเงา ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับลูกน้องทำให้นางเป็นแบบนี้
”ลุกขึ้นข้าไม่ได้จะพูดถึงเรื่องนั้น ข้าแค่ถามเจ้า …รู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงปล่อยให้เจ้าเป็นคนดูแลหมู่บ้าน …อะแฮ่ม ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้าตั้งใจทิ้งเจ้าไว้ที่หมู่บ้านเพื่อดูแลครอบครัวของข้า ยังไงก็ตามทำไมข้าถึงเลือกเจ้าให้ทำหน้าที่นี้? เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่?”
”ฉิงยี่เข้าใจเป็นเพราะข้าซื่อสัตย์ต่อนายท่าน!”
”เอาล่ะนอกจากเรื่องนี้มีเหตุผลอะไรอีก”ฟางเจิ้งจือรู้ว่าเขาไม่สามารถถามต่อไปได้และพูดให้ตรงขึ้นอีก
”โปรดแนะนำข้าด้วย”
”ง่ายมากนั่นเพราะข้าชื่นชมในทักษะของเจ้า การใช้ดาบของเจ้ายอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม…”ฟางเจิ้งจือหน้าแดงเมื่อมองดูฉิงยี่ “เอาล่ะ จริงๆข้าก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ข้าแค่อยากแนะนำอะไรแก่เจ้า” ”ได้โปรดแนะนำข้าด้วยนายท่าน”ฉิงยี่คุกเข่าลงอีกครั้งอย่างน้อบน้อม
”อืมมันอาจจะเป็นคำแนะนำไม่ได้แต่ข้ารู้สึกว่าทักษะของเจ้าเฉียบคมเกินไป เจ้ารู้เพียงวิธีการโจมตีแต่ไม่ค่อยรู้ถึงวิธีการป้องกัน โบราณกล่าวไว้ว่า ‘อย่าขวางทางน้ำเชี่ยว’ เจ้า …เข้าใจที่ข้าพูดไหม?”
”ฉิงยี่เข้าใจนายท่านต้องการให้ข้าเป็นเหมือนสายน้ำใช่ไหม?”
”ใช่แล้ว”
”ข้าถามได้ไหมว่าควรทำอย่างไร?”
”เห้อ…เจ้าสามารถเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดแต่เจ้าไม่สามารถทำได้ ความจริงแล้วข้าปล่อยให้เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านเพื่อเข้าใจถึงสิ่งนั้น”
”ฉิงยี่มันโง่ฉิงยี่ขอโทษที่ทำให้นายท่านผิดหวัง”
”ไม่จริงๆแล้วข้าเองก็ยังไม่ได้กลายเป็นเซียนในตอนนี้ ดังนั้นข้าก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งนี้ได้เต็มที่เช่นกัน ลืมมันไปเถอะ ช่วยอะไรข้าหน่อย”
”โปรดสั่งฉิงยี่นายท่าน!”
”ลองพูดคุยกับชาวบ้านและช่วยพวกเขาทำนา”ฟางเจิ้งจือแตะที่หน้าผากเขาไม่สามารถพูดอย่างไม่เป็นทางการกับนางได้เลย
นั่นเพราะสิ่งที่ฉิงยี่รู้สึกว่าสำคัญที่สุดคือการเชื่อฟังคำสั่งของฟางเจิ้งจือดังนั้นฟางเจิ้งจือจึงทำได้แต่ออกคำสั่งเท่านั้น
”รับทราบข้าจะทำทันที!”ฉิงยี่ไม่เอ่ยถามอะไรเพิ่มและหายไปทันที
หลังจากนางหายไปวู่จวี้เอ๋อก็มองไปที่ลานบ้านด้วยสีหน้าแปลกๆ
”เจ้าเรียกฉิงยี่มาเพื่อสั่งให้นางไปช่วยชาวบ้านทำนางั้นหรือ?”วู่จวี้เอ๋อสับสน
”ใช่ไม่ใช่ว่าเจ้าได้ยินทั้งหมดแล้วง้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ข้าไม่เชื่อเจ้าต้องมีแผนการอะไรอยู๋แน่นอน หรือว่า…เจ้าคิดจะให้ฉิงยี่แต่งงานกับคนในหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ? ข้าไม่ยอมแน่นอน..”
วู่จวี้เอ๋อพึมพัมกับตัวเองขณะที่ฟางเจิ้งจือหลับตาลงและพิงหลังลงบนเก้าอีกอย่างสบายๆ
”เฮ้เจ้าต้อบข้าสิ!”
”เจ้าจะเข้าใจเรื่องนี้ในไม่ช้า”ฟางเจิ้งจือตอบง่ายๆโดยไม่ลืมตาขึ้นมาเขากำลังมองอีกโลกหนึ่งในดวงตาของเขา
โลกที่เหมือนกับหมู่บ้านภูเขาทางเหนือทุกๆอย่างแต่มันเป็นสีขาวและดำ
…
ในโลกสีขาวดำฉิงยี่กำลังทักทายกับชาวบ้านและต้องการจะช่วยเหลืองานพวกเขา
แน่นอนชาวบ้านต่างปฏิเสธด้วยความหวาดกลัว
”ท่านฉิงยี่ท่านนั้นเป็นชนชั้นสูงจะมาทำงานสกปรกเช่นนี้ได้ยังไง? ข้าขอร้องอย่าทำแบบนี้เลย” ”..”ฉิงยี่ลำบากใจเล็กน้อยแต่นางยังไม่ยอมแพ้และจ้องมองไปยังเหล่าชาวบ้านที่กำลังทำงานกันอยู่
ไม่นานเมื่อนางพบว่าไม่ได้ผลนางไม่มีทางเลือกนอกจากกลับมาหาฟางเจิ้งจือ
ฟางเจิ้งจือลืมตาขึ้นจากนั้นเขาก็กล่าวเบาๆ “เจ้าถูกปฎิเสธจากชาวบ้านใช่ไหม?”
”ยกโทษให้ข้าด้วยข้า…”
”ลองใช้วิธีอื่น”ฟางเจิ้งจือพูดตัดประโยคของฉิงยี่และชี้ไปทางตะวันออก”ลุงหลี่กำลังตัดไม้อยู่เจ้าจงไปกล่าวชื่มชมความสามรถของเขาและขอให้เขาสอนการตัดไม้ให้เจ้า จากนั้นก็ช่วยงานเขา”
”รับทราบ!”ฉิงยี่พยักหน้าอีกครั้งโดยไม่สงสัยในตัวฟางเจิ้งจือแม้แต่น้อย
ดวงตาของวู่จวี้เอ๋อเบิกกว้างจากนั้นก็มองฟางเจิ้งจือด้วยความแปลกใจ
”เจ้ากำลังสั่งสอนฉิงยี่งั้นหรือ?ข้าเข้าใจถูกไหม?” ”…”ฟางเจิ้งจือกรอกตาอย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสีหน้าคาดหวังของวู่จวี้เอ๋อ เขาตอบออกไป”ใช่แล้ว เจ้าฉลาดมาก!”
”ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับความจริงหึ!” วู่จวี้เอ๋อยิ้มอย่างสดใส อย่างไรก็ตามนางพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เอ๋? เจ้ารู้ได้ยังไงว่าลุงหลี่ตัดไม้อยู่? เจ้าไม่ได้ออกไปจากบ้านเลยนะ?”
”ถ้าข้าบอกว่าข้ามีดวงตาอีกคู่เจ้าจะเชื่อไหม?”ฟางเจิ้งจือยิ้ม
”ไม่มีทาง!”วู่จวี้เอ๋อตอบโดยไม่คิด”เจ้าต้องไปคุยกับลุงหลี่มาก่อนหน้านี้แน่ๆ!”
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ตอบนางอีกเขาเพียงชูนิ้วกลางให้นางและหลับตาลงอีกครั้ง
…
หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เป็นสองวัน สามวัน สี่วัน…
ฉิงยี่ขอให้ชาวบ้านสอนเรื่องต่างๆให้นางตามที่ฟางเจิ้งจือแนะนำนางสามารถกลมกลืนเข้ากับชาวบ้านได้ในไม่นาน ”ข้าไม่คิดว่าท่านฉิงยี่จะมีความสามารถเท่านั้นนางยังถ่อมตัวและชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆอีกด้วย”
”ใช่แล้วยิ่งไปกว่านั้นนางยังฉลาดมาก ข้าสอนนางเพียงครั้งเดียว นางสามารถทำให้ผักโตได้เร็วกว่าข้าปลูกเองเสียอีก!”
”ใช่แล้วนางยอดเยี่ยมมาก ข้าคิดว่านางไม่ค่อยอยากสุงสิงกับผู้อื่นเสียอีก ดูเหมือนตอนนี้นางจะเปลี่ยนไปแล้ว”
ชาวบ้านต่างพูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
”เปลี่ยนไปแล้ว?”ฉิงยี่ที่ได้ยินเรื่องที่ชาวบ้านคุยกันกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด” ‘อย่าขวางทางน้ำเชี่ยว’ ที่นายท่านบอกหมายถึงอย่างนี้เองสินะ ทำตัวกลมกลืนไปกับชาวบ้าน…ข้าเข้าใจแล้ว!”
”เจ้าเข้าใจแล้วงั้นหรือ?ใช่แล้วเรื่องเหล่านี้ก็เหมือนกับการใช้ดาบ เราไม่สามารถโจมตีไปด้านหน้าได้อย่างเดียว เราต้องรู้จักผ่อนปรนและเปลี่ยนการเคลื่อนไหวบ้าง” ร่างหนึ่งปรากฎขึ้นด้านหลังฉิงยี่ ร่างของฉิงยี่สั่นสะท้านจากนั้นนางก็คุกเข่าลงทันที”ขอบคุณนายท่านที่ให้คำแนะนำกับข้า!”
”ไม่ต้องขอบคุณข้าที่ช่วยเจ้าเพราะข้าก็ช่วยตัวเองด้วยเช่นกัน”ฟางเจิ้งจือส่ายหน้าและพยุงให้ฉิงยี่ลุกขึ้น
ความจริงแล้วเขามีความคิดมากมายเกี่ยวกับหยุนชิงวู
อย่างไรก็ตามมีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา
พลังของหยุนชิงวูคือการควบคุมและความเป็นผู้นำถ้าให้ทหารกับนางเพียงสิบคนนางสามารถใช้ทหารเพียงแค่นั้นเอาชนะคนทั้งหมู่บ้านได้ จากนั้นก็เพิ่มจำนวนทหารเป็นร้อย พัน หมื่นหรือแสนก็ตาม
”แต่ตัวตนในตำนานระดับเทพอสูรและเทพปีศาจนั้นมีจำนวนจำกัดหยุนชิงวูสงครามของพวกเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!” ฟางเจิ้งจือหรี่ตามองไปยังเมืองเงาเลือด ขณะเดียวกันได้มีอีกโลกปรากฎขึ้น หลังจากผ่านไปสักพักแสงสีเงินสว่างขึ้นมาจากดวงตาของเขาฟางเจิ้งจือยิ้มออกมาทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเริ่มจากเจ้า!”
….
ผ่านไปครึ่งเดือนลมฤดูใบไม้ร่วงได้มาถึง
สภาพของดินแดนภูเขาตอนใต้ไม่สู้ดีเท่าไรนักเดือนที่แล้วเมืองภูเขาเซียนถูกบุกและหยุนิชงวูได้ใช้ชื่อตระกูลฉานออกคำสั่งกับถิ่นฐานหนานหลิงและถิ่นฐานภูเขาเหล็กให้ส่งการสนับสนุนมาที่เมืองภูเขาเซียน
แม้หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสองจะคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติพวกเขาจะไม่ทำได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เมืองภูเขาเซียนอยู่ในภาวะวิกฤติ?
ผลลัพธ์นั้นชัดเจนก่อนที่ทัพจากหนานหลิงและเนินเขาเหล็กจะไปถึงตีนเขาของเมืองภูเขาเซียน กองทัพชั้นสูงจำนวนมากของปีศาจได้โจมตีทั้งสองถิ่นฐานที่ไร้ทหารป้องกันพร้อมๆกัน
ตอนนี้ถิ่นฐานเหยียนหยาฉือซุน วานรน้ำแข็งได้พ่ายแพ้ไปหมดแล้วเช่นกัน เหลือแต่เพียงถิ่นฐานราชสีห์คำรามที่ทำได้แค่ปกป้องตัวเอง
”นายท่านตอนนี้ดินแดนภูเขาทางใต้ถูกบุกยึดได้เกือบหมดแล้ว เพื่ออนาคตของดินแดนแห่งนี้ พวกเราต้องสืบทอดสายเลือดตระกูลฉานเอาไว้…รีบหนีไปเถิด!” หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามคุกเข่าอยู่บนกำแพงของถิ่นฐานราชสีห์คำราม ตามตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ
”หนี?หนีไปไหน?”ฉานยู่ที่สวมชุดกระโปรงยาวทำจากหนังสัตว์มองออกไปนอกกำแพงห่างออกไปทัพปีศาจจำนวนมากเดินทางใกล้ถึงปราการสุดท้ายของดินแดนภูเขาทางใต้แล้ว
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฉานยู่เหนื่อยอ่อนมากแม้แต่ผิวของนางยังเต็มไปด้วยฝุ่น แต่นางกลับไม่สนใจพวกมัน
อย่างที่หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามได้กล่าวดินแดนภูเขาทางใต้ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของพวกปีศาจได้อีกต่อไปแล้ว
……………………………………..