Gate of God - ตอนที่ 973 หลบและหลบ
สิ่งที่ตัวเองเคยทำมักจะย้อนกลับเข้าสู่ตัวเองเสมอ?
ฟางเจิ้งจือกำลังเจอเรื่องนี้กับตัวเองผงปูนขาวนั้นเข้ามาเร็วเกินไปจนเขาไม่สามารถหลบได้อย่างสมบูรณ์
มันกำลังพุ่งตรงมาที่ใบหน้าของเขา
สิ่งเดียวที่ฟางเจิ้งจือทำได้คือหลับตาโชคดที่เขาสวมหน้ากากอยู่ทำให้ใบหน้าของเขาไม่กลายเป็นสีขาว
อย่างไรก็ตามผงปูนขาวกลับติดอยู่รอบดวงตาเขาจำนวนมาก
เห็นได้ชัดว่าหลังจากปิงหยางโยนผงปูนขาวใส่เขาแล้วทั้งจักรพรรดิหลินมู่ไป่ เฉียนยู่และเหล่าศิษย์โจมตีมาที่เขาพร้อมกับ
เขาต้องมุดดินหลบหรือไง?!
ถ้าเป็นเมื่อหกเดือนที่แล้วฟางเจิ้งจือคงคิดจะมุดดินหลบแน่นอน เพราะเขามองรอบๆไม่เห็น
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ในตอนนี้
โลกสีขาวดำปรากฎขึ้นตรงหน้าเขาในโลกนี้เขาเห็นปิงหยางกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้ายพร้อมกับนิ้วเรียวยาวของนางที่กำลังจิ้มมาที่ตาของเขา
”จิ้มตา?!”ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าตอนนี้ปิงหยางเก่งกาจกว่าอาจารย์ของนางเสียอีก แม้แต่การโจมตีที่ไร้ยางอายนี้ยังทำได้ แล้วจะมีอะไรอีกไหมที่นางไม่สามารถทำได้…
สำหรับการโจมตีของเฉียนยู่และจักรพรรดิหลินมู่ไป่…
ต้องพูดว่าพวกเขาค่อนข้าง’ใจกว้าง’กับฟางเจิ้งจือมาก
จักรพรรดิหลินมู่ไป่และเฉียนยู่โจมตีเข้ามาพร้อมกันจากด้านหลังราวกับพร้อมจะระเบิดหัวของเขาทิ้ง
โดยไม่ลังเลฟางเจิ้งจือเอียงหัวหลบไปด้านซ้ายเพื่อหลบนิ้วของปิงหยาง ขณะเดียวกันเขาก็เอี้ยวตัวเพื่อหลบแรงระเบิดจากด้านหลังไปด้วย
จากนั้นเขาก็เล็งเป้าไปที่หน้าอกของจักรพรรดิหลินมู่ไป่
พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้น
ตูม!ร่างของจักรพรรดิหลินมู่ไป่ลอยออกไปไกลกว่าสิบเมตร เขาตกลงท่ามกลางเหล่าศิษย์ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาฟางเจิ้งจือ เฉียนยู่ ปิงหยางและจักรพรรดิหลินมู่ไป่ ไม่สามารถตั้งสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนเห็นกันชัดเจนว่าฟางเจิ้งจือนั้นมองไม่เห็นเพราะผงปูนขาวที่ติดอยู่บนดวงตา
อย่างไรก็ตามเขาเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วราวกับเห็นทุกอย่างชัดเจน
ทั้งน่าตกตะลึงและหวาดกลัว!
นั่นคือสิ่งที่ฟางเจิ้งจือเห็นจากสีหน้าของจักรพรรดิหลินมู่ไป่เฉียนยู่และปิงหยาง จากนั้นฟางเจิ้งจือก็กางปีกทั้งสองข้างออก
การกระพืออันรุนแรงเพียงครั้งเดียวทำให้เกิดคลื่นอากาศอันรุนแรง
ร่างของฟางเจิ้งจือทะยานขึ้นไปทางหอคอยหลิงหยุนพร้อมกับขาที่ยังหุบแน่น
ด้วยวิธีนี้…
ร่างของปิงหยางย่อมอยู่ในสภาพกลับหัว
ขาของนางยังคงติดอยู่ที่ระหว่างขาของฟางเจิ้งจือนางไม่สามารถดึงขาของนางออกมาได้
”กรี้ด!”นางกรีดร้องพยายามดิ้นรนและแทงหอกฉีหลินใส่ฟางเจิ้งจือ
ด้านเฉียนยู่นางกระโจนตามขึ้นไปพร้อมกับดาบทั้งสองเล่มในมือเหนือหัวของนางมีดวงจันทร์สีเงินแปดดวง
แม้จะเจอสถานการณ์แบบนี้แต่นางยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้
เห็นได้ชัดว่าเฉียนยู่มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมายและเคยเจอศัตรูหลายรูปแบบ
อย่างไรก็ตามครั้งนี้ศัตรูของนางคือฟางเจิ้งจือ
แม้เขาจะเห็นแค่ภาพขาวดำฟางเจิ้งจือก็สามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเฉียนยู่
หอกฉีหลินในมือของปิงหยางไม่ได้มีผลอะไรกับเขาแม้แต่น้อย
เขายื่นมือออกไปคว้าปลายหอกฉีหลิน
อย่างไรก็ตามเมื่อฟางเจิ้งจือคว้าหอกไว้ได้ดาบคู่สีขาวอันส่องสว่างก็มาถึงขาของฟางเจิ้งจือ
ดาบที่สว่างราวกับแสงจันทร์!
แม้เขาจะหลับตาอยู่แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความคมของดาบทั้งสองหากเขาพลาดโดนเข้าไปคนจงที่ความพิการแน่นอน
”โหดร้ายเกินไปแล้ว!”ฟางเจิ้งจืออ้าปากค้าง เขาพยายามขยับเท้าขึ้นอีกสองนิ้วเพื่อหลบคมดาบ
ชั้นน้ำแข็งเกาะที่เท้าของฟางเจิ้งจือแต่ดาบกลับพลาดเป้าไปเล็กน้อย ”เป็นไปได้ยังไง?!”เฉียนยู่ตกตะลึงมาก ฟางเจิ้งจือใช้สัญชาตญานในการหลบงั้นหรือ? ทำไมการโจมตีถึงพลาดเป้าหลายครั้งหลายครา?
เขาสามารถคำนวณตำแหน่งที่จะถูกโจมตีได้อย่างแม่นยำได้ยังไง?
เป็นไปไม่ได้!
ด้วยความสงสัยเฉียนยู่มองไปยังดวงตาที่ปิดอยู่ของฟางเจิ้งจือ
เขาไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมา!
แล้วเขาเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ยังไง?
แปลกมาก!
ทันใดนั้นขณะที่เฉียนยู่เงยหน้านางเห็นฟางเจิ้งจือเหยียดเท้ามาทางนางด้วยความเร็วอันสูงสุด
มันเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดาๆ
อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นอย่างกระทันหันและนางไม่สามารถหลบได้ เฉียนยู่รู้สึกว่าหลังของนางถูกเหยียบอย่างรุนแรงก่อนที่ร่างของนางจะร่วงลงไปบนพื้นดินราวกับอุกาบาต
”ตาแก่ชั่ว!เจ้าคิดจะทำร้ายแม่ของข้า!” ปิงหยางพยายามยกตัวขึ้นเพื่อใช้หมัดโจมตี
ฟางเจิ้งจือยิ้มเพราะเขารู้สึกดีที่สามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้เขารู้ว่าการต่อสู้จะไม่มีทางจบถ้าเขาเลือกจะสู้กับจักรพรรดิหลินมู่ไป่และเฉียนยู่ วิธีเดียวที่จะหยุดการต่อสู้ได้คือจับปิงหยาง
”ปิงหยาง!”
”หยางเอ๋อร!”
”ท่านปิงหยาง!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจดังขึ้นไม่เว้นแม้แต่เฉียนยู่และจักรพรรดิหลินมู่ไป่
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไป
หมัดของปิงหยางถูกจับด้วยมืออีกข้างของฟางเจิ้งจือก่อนที่เขาจะดึงนางเข้ามายังหน้าอกของเขา ”ปล่อยข้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าสารเลว!” ปิงหยางดิ้นรนพร้อมกับเตะเท้าไปมา
แน่นอนว่ามันไม่มีผลอะไรกับฟางเจิ้งจือแม้แต่น้อย
ฟางเจิ้งจือไม่ปล่อยนาง
เขาค่อยๆลดตัวลงและปล่อยให้นางดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา
”ตอนนี้…ท่านผู้นำหอคอยเฉียนคงสามารถนั่งคุยกับข้าดีๆได้แล้วใช่หรือไม่?”ฟางเจิ้งจือลงมายืนที่พื้นพร้อมกล่าวออกมา
”เมิ่งเทียนเจ้าต้องการอะไร?” เฉียนยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่นางล้มอยู่บนพื้น
”ร่วมมือ”ฟางเจิ้งจือเข้าประเด็น
”ฝันไปเถอะต่อให้ข้าตายก็ไม่มีทางร่วมมือกับอสูรและปีศาจ!” เฉียนยู่ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
”ข้าพูดไปแล้วว่าข้าไม่ใช่อสูรหรือปีศาจข้าคือเมิ่งเทียนเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่!” ฟางเจิ้งจือส่ายหน้า
”เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้างั้นรึ?”เฉียนยู่เยาะเย้ย
”ยังไงก็ตามข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านไปเป็นทาสของหยุนชิงวู ข้าเพียงต้องการที่จะให้ท่านฆ่านาง!” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”ฮ่าฮ่า…ข้าเห็นอุบายแบบนี้มานักต่อนักคิดจะหลอกล่อให้หอคอยหลิงหยุนฆ่าหยุนชิงวู เจ้าคิดว่าข้าจะยอมทำงานให้พวกปีศาจและอสูรงั้นรึ เหอะ! ไม่มีทาง!” เฉียนยู่ปฏิเสธอีกครั้ง
”ท่านมัน…ดื้อด้านจริงๆ!”ฟางเจิ้งจือรู้สึกปวดหัว
อย่างที่เฉียนยู่กล่าวเรื่องที่ฟางเจิ้งจือพูดนั้นราวกับเป็นข้ออ้างที่มักจะเห็นได้ทั่วๆไป
โดยเฉพาะเฉียนยู่…
ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นราชินีอาณาจักรเซี่ย
นางได้เห็นกลวิธีและความขัดแย้งมากมายในสภาหลวงนางไม่มีทางเชื่อคำพูดจากคนที่เคยเจอกันครั้งแรกง่ายๆ
”ถ้าเจ้าอยากได้ความร่วมมืองั้นเจ้าก็แสดงความจริงใจให้พวกเราเห็น” เฉียนยู่กัดฟันและกล่าวออกมา
”ข้าคิดว่าควรเป็นคนที่ยืนข้อเสนอใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือนิ่งไปเล็กน้อย เขาค่อนข้างประทับใจที่ในที่สุดนางก็เลือกเจรจา
”หึอย่าคาดหวังมากนัก ถ้าเจ้าไม่แสดงความจริงใจให้พวกเราเห็นก่อน!” เฉียนยู่ทำราวกับตัวเองไม่ใส่ใจ แต่นางยังคงชำเลืองมองฟางเจิ้งจืออยู่เป็นระยะๆ
”งั้นก็บ้ายบาย” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า กระพือปีกและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในชั่วพริบตา…
เขาก็หายไปในทันที
เฉียนยู่ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์นอกจากนางจักรพรรดิหลินมู่ไป่และเหล่าศิษย์ต่างยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เขาไปแล้ว?! เขาไปแล้วจริงๆ?!
……………………………………..