Gate of God - ตอนที่ 974 หาถ้ำและปรับเปลี่ยน
ที่ทำให้พูดไม่ออกยิ่งกว่าการที่เขาหายตัวไปคือ’เมิ่งเทียน’ได้นำตัวปิงหยางไปด้วย
แล้วที่บอกว่าจะเจรจา?
เดี๋ยวก่อน!
”หยางเอ๋อร์!”เฉียนยู่ร้องตะโกน นางไม่สนศักดิ์ศรีความเป็นผู้นำหอคอยหลิงหยุนอีกต่อไป นางราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา
ด้านหลินมู่ไปเขายืนนิ่งอยู่กับที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเมิ่งเทียนถึงทิ้งพวกเขาไว้เช่นนี้ ทั้งๆที่พวกเขายังไม่ได้ต่อรองอะไรเลย?
มันเป็นเรื่องบ้าอะไรกัน?
เว้นแต่เมิ่งเทียนจะตั้งใจมาเพื่อจับตัวปิงหยางไปอยู่แล้ว?!
ในขณะนี้การแสดงออกของจักรพรรดิหลินมู่ไป่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงถ้าเป็นแบบนี้หอคอยหลิงหยุนอาจจะถึงการล่มสลายแล้ว
หอคอยหลิงหยุนจะสามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ยังไงถ้าปิงหยางถูกควบคุมโดยพวกปีศาจและอสูร?มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่พวกเขาจะสามารถรักษาสถานะหนึ่งในห้าสำหนักใหญ่ในดินแดนศักสิทธิ์ไว้ได้
”ไล่ตามมันไปพาปิงหยางกลับมาให้ได้!” จักรพรรดิหลินมู่ไป่กล่าวและตรงไปที่ทางออกดินแดนหลิงหยุน
…
ในขณะเดียวกันที่ทางออกจากดินแดนของหอคอยหลิงหยุนฟางเจิ้งจือกอดปิงหยางด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขากลัวว่าปิงหยางจะร่วงตกลงไปและกลายเป็นคนพิการเพราะนางดิ้นแรงเกินไป
”ปล่อยข้า!เจ้าสารเลว! เจ้าปีศาจชั่ว!…”ปิงหยางเอามือตีหน้าอกของฟางเจิ้งจือไม่หยุด นางยังสบถคำพูดบางอย่างออกมา “ถ้าเจ้าไม่ปล่อยข้าจะ…ข้าจะ…แช่งให้เจ้าถูกม้าฉีกออกเป็นห้าส่วน!” น่าเศร้าที่ปิงหยางนั้นเติบโตมาในวังนางจึงไม่รู้เรื่องคำสาปแช่งมากนัก
”หยุดดิ้นไม่อย่างนั้นข้าจะตีก้นเจ้า!” ฟางเจิ้งจือพูดพร้อมกับยกมือขึ้น
”เจ้ากล้า…ได้ได้ ข้าจะไม่ดิ้นแล้ว!” ปิงหยางเงียบเสียงลงในทันที
อย่างไรก็ตามดวงตาของนางเคลื่อนไหวตลอดเวลาราวกับนางคิดแผนการบางอย่างอยู่
ฟางเจิ้งจือรู้ว่านางฉลาดเขาอาจจะถูกหลอกได้ถ้าไม่ระวัง
ถ้าเขาถูกนางหลอกอีกชื่อเสียงของเขาต้องป่นปี้และไม่สามารถควบคุมปิงหยางได้อีกต่อไป
ฟางเจิ้งจือคิดว่าเขาควรจะเตือนปิงหยางแต่สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เหมาะเท่าไรนัก
เขาไม่ไว้ใจศิษย์หอคอยหลิงหยุน
คงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อว่าไม่มีสายของหยุนชิงวูอยู่ในหอคอยหลิงหยุนเลย เขาต้องออกมาจากหอคอยหลิงหยุนก่อนจากนั้นก็หาถ้ำว่างๆแล้วค่อยจัดการปิงหยาง
”หยุดอยู่ตรงนั้น!”
”เมิ่งเทียนปล่อยปิงหยางเดี๋ยวนี้ พวกเราสารมารถเจรจากันได้!”
”พวกเราตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้า!”
ขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังจมอยู่ในความคิดเขาได้ยินเสียงของจักรพรรดิหลินมู่ไป่และเหล่าศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ดังมาแต่ไกล พวกเขาดูเป็นกังวลมาก
”อ้าวตอนนี้ต้องการจะร่วมมือแล้วหรอ? สายไปแล้ว!” ฟางเจิ้งจือไม่ต้องการร่วมมือทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจมันเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
พวกเขาควรจะร่วมมือกันได้เพราะมีศัตรูฝ่ายเดียวกัน
อย่างไรก็ตามเฉียนยู่ไม่เชื่อเขา
ดังนั้นเขาจะร่วมมือกับนางได้ยังไง?วิธีเดียวที่จะทำให้นางเชื่อคือเขาต้องถอดหน้ากากออก
อย่างไรก็ตามถ้าเขาทำ…
หมู่บ้านภูเขาทางเหนืออาจจะตกอยู่ในอันตราย
แม้ฟางเจิ้งจือจะมอบหมายให้ฉิงยี่อยู่ที่หมู่บ้านภูเขาทางเหนือแต่จำนวนคนที่นางรับมือได้มีจำกัด และนางสามารถยืนยันความปลอดภัยของฉินซูเหลียนและฟางเฮ่าเตอได้เท่านั้น
ดังนั้นเขาต้องออกจากดินแดนหอคอยหลิงหยุนให้ได้ก่อนการมีปิงหยางอยู่ทำให้แผนของเขาง่ายขึ้น
เขาไม่ตอบหรือพูดอะไร
ฟางเจิ้งจือกระโจนออกไปทันทีเขาหายไปบนท้องฟ้าขณะที่จักรพรรดิหลินมู่ไป่และเหล่าศิษย์ทำได้แค่ยืนมอง
”ปิงหยาง!”
”ท่านปิงหยาง!” ”ทำไม?เขาไม่อยากร่วมมือกับพวกเราแล้วงั้นหรือ? ทำไมเขาถึงไม่เจรจากับพวกเรา?!” จักรพรรดิหลินมู่ไปตะโกนออกมาเมื่อเห็นฟางเจิ้งจือและปิงหยางหายไป
เขาคิดว่าเมิ่งเทียนอาจจะทำเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง
อย่างไรก็ตามเมื่อเมิ่งเทียนจากไปพร้อมปิงหยางนั่นแสดงว่าเขาไม่ต้องการเจรจาอะไรอีกต่อไป
”อ้าก!!!เมิ่งเทียน!! คืนหยางเอ๋อร์มาให้ข้า!!” แสงสีขาวอมเทาสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วดินแดนหลินหยุน
…
ห่างออกไปไกลจากหอคอยหลิงหยุนปากของฟางเจิ้งจือกระตุกเล็กน้อย แม้เขาจะอยู่ห่างออกมาไกลแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องแห่งความสิ้นหวัง
”นางใจสลายขนาดนั้นเลยงั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือพึมพัมขณะหาถ้ำเพื่อซ่อนตัว แน่นอนว่าเขาถูกปิงหยางทุบและสาปแช่งตลอดเวลา
”ไร้ยางอาย””เจ้าสารเลว” “ตาแก่หน้าด้าน” และอื่นๆอีกมากมาย
แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้มันธรรมดามากฟางเจิ้งจือไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ไม่นานฟางเจิ้งจือก็พบถ้ำที่มีใบไม้ปกปิดทางเข้ามันตั้งอยู่ระหว่างหินทั้งสองก้อน
”ทำเลดีเยี่ยมข้าสามารถเริ่มทำสิ่งต่างๆได้หลังจากปรับเปลี่ยนอะไรเล็กน้อย!” ฟางเจิ้งจือพยักหน้าด้วยความพอใจและพุ่งลงไปพร้อมปิงหยาง
”กรี้ด!”ปิงหยางกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว นางกอดฟางเจิ้งจือแน่น
มันเป็นการเคลื่อนไหวโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่ฟางเจิ้งจือรู้ทันทีว่าเขาต้องเจอกับอันตรายแน่นอนทันทีที่นางกอดเขา
แน่นอนว่า…
มันเป็นไปตามที่เขาคาดคิดผ่านไปประมาณสองวิหลังจากที่นางกอดเขา ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจะทิ่มเข้ามาที่หลังคอ
เร็วมาก!
เร็วเสียจนเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องป้องการโจมตีนี้เขากระพือปีกอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน
ติ้ง!จากนั้นเสียงของโลกหะที่ตกลงบนพื้นได้ดังขึ้น
เหงื่อเย็นๆไหลออกมาจากหน้าผากของฟางเจิ้งจือผ่านไปไม่กี่เดือนปิงหยางถึงกับพัฒนาความสามารถในการลอบโจมตีมาได้ถึงขนาดนี้ นางรู้กระทั่งใช้เข็มโจมตี?!
”ข้าจะฆ่าเจ้า!”ปิงหยางยังคงโวยวายหลังจากรู้ว่าการลอบโจมตีไม่สำเร็จ
ฟางเจิ้งจืออยากจะถามออกมาเหลือเกิน’เจ้าไม่คิดว่าตัวเองดื้อด้านเกินไปงั้นหรือ?’
นางมีวิธีชั่วร้ายและน่าขนลุกมายมาย
ใครจะรู้ว่านางมีอะไรซ่อนเอาไว้อีก ”หยุดเล่นได้แล้วเจ้าโง่หรือไง?!” ฟางเจิ้งจือบ่นออกไป
อย่างไรก็ตามปิงหยางกลับหยุดนิ่งพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง
เหตุผลก็เพราะ…
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ดัดเสียงให้ต่ำลงอีกต่อไปเขาใช้เสียงแบบปกติ
ปากของปิงหยางอ้าค้าง
”เงียบ!”ฟางเจิ้งจือรีบเอามือปิดปากนางและกระโจนเข้าไปในถ้ำทันที
”อื้ออื้อ!” ปิงหนางยังคงดิ้นรน นางดึงหน้ากากของฟางเจิ้งจือออก
เขาปล่อยให้นางทำมันตามใจชอบ
ไม่นานใบหน้าอันหล่อเหล่าของฟางเจิ้งจือก็ปรากฎให้นางเห็น
”สาวน้อยเจ้าเจอปัญหาใหญ่แล้ว กล้าดียังไงถึงเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของข้า ดูเหมือนเจ้าจะต้องเจอกับหายนะแล้ว!” ฟางเจิ้งจือหลับตากอดปิงหยางก่อนที่จะเอาเท้าข้างหนึ่งเตะไปที่ปากถ้ำ
ตึ้ง!
หินก้อนหนึ่งตกลงมาปิดปากถ้ำพอดีภายในถ้ำมืดสนิท
อย่างไรก็ตามทันใดนั้นดวงตาสีแดงสามคู่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด พวกมันดูน่าขนลุกและกระหายเลือด
……………………………………..