Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 191 แม่ทัพเทพสงครามอาณาจักรเฟยหลี่ (3)
- Home
- Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว
- บทที่ 191 แม่ทัพเทพสงครามอาณาจักรเฟยหลี่ (3)
หมิงหยูมองเขาด้วยสายตาดดัน “ในฐานะหุ่นเชิดของจ้งเทียน?”
“ไม่ ไม่ใช่อย่างแน่นอน อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์จะเป็นของ ประชาชนชาวเกาทัณฑ์สวรรค์ของเราเท่านั้น เราจะไม่เป็นหุ่นเชิดให้ ใครอีกต่อไปแล้ว”
สายตาของหมิงหยูหันไปหานักรบที่อยู่ห่างออกไปทาง ด้านหลังโจวเหว่ยชิง หากกองทหารส่วนตัวของเขาเต็มไปด้วยรังสี สังหาร นักรบของกองพันไร้พ่ายก็เต็มไปด้วยความมั่นใจและความ แข็งแกร่ง มีเพียงกองทหารที่ได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะแผ่ กลิ่นอายเช่นนี้ออกมาได้ กลิ่นอายของพวกเขาไม่ได้เสียดแทงหรือ บังคับข่มขวัญ แต่เป็นความมั่นใจที่มาจากชัยชนะที่แท้จริง
“กองทหารนั้นเป็นของเจ้า…หรือว่าเป็นของอาณาจักรจ้งเทียน?” รอยยิ้มบนใบหน้าของหมิงหยูหายไปและเขาก็เริ่มจริงจังขึ้น ในขณะที่ ถามคําถามนั้น หมิงหยูก็ใช้พลังปราณสวรรค์เพื่อถ่ายทอดเสียงของเขา
โจวเหว่ยชิงยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า “ด้วยหน่วยรวบรวมข่าวกรอง ของอาณาจักรเฟยหลี่ ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆใน สงครามชายแดนภาคเหนือเขตตะวันตกของจ้งเทียนในปีนี้หรือไม่?”
หมิงหยูพยักหน้าและกล่าว “แม้ว่าอาณาจักรจ้งเทียนจะพยายาม อย่างเต็มที่ในการปิดกั้นข่าวสารไม่ให้แพร่กระจายออกไป แต่เราก็ได้ ยินบางส่วนจากเชลยที่ถูกจับมาจากอาณาจักรจ้งเทียน กองพันไร้พ่าย ใช่หรือไม่? กองทหารที่ประกอบด้วยทหารเพียงไม่กี่พันนาย แต่จริงๆ แล้วพวกเขาสามารถช่วยกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกกําราบศัตรูซึ่ง มีจํานวนมากกว่าตัวเองหลายเท่าได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถทํา ให้อาณาจักรวั่นโซ่วได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและยังทําให้ภูเขา หิมะสวรรค์ตื่นตระหนกได้อีกด้วย”
รอยยิ้มของโจวเหว่ยชิงยิ่งกว้างขึ้นไปอีก เขาพูดกับหมิงหยูอีกหนึ่ง บรรทัดหนึ่งโดยใช้การถ่ายทอดเสียง ก่อนที่จะหันหลังกลับและมุ่งหน้า ไปยังขบวนแถวทหารของตนเอง ในที่สุดการต่อสู้รอบนี้ก็กําลังจะเริ่ม ขึ้น
เมื่อหมิงหยูได้ยินคําพูดของโจวเหว่ยชิง เขาก็ยืนอยู่ที่นั่นต่อไปอีก หลายนาที ตกตะลึงอยู่ท่ามกลางความเงียบก่อนที่เขาจะฟื้ นคืนสติใน ที่สุด เมื่อมองไปยังกองพันไร้พ่ายที่อยู่ฝั่ งตรงข้าม หมิงหยูก็เกิดประ กาบวูบไหวในดวงตา
คําพูดของโจวเหว่ยชิงที่พูดกับเขานั้นเรียบง่ายมาก “กองพันไร้ พ่ายถูกก่อตั้งขึ้นโดยข้าและเป็นของข้าอย่างเต็มที่”
เพียงแค่บรรทัดง่ายๆนั้น มันก็เปิดเผยข้อมูลจํานวนมากให้หมิงหยู รับรู้แล้ว สําหรับเหตุผลที่โจวเหว่ยชิงเลือกบอกเขาเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะ เขาเป็นแม่ทัพเฟยหลี่ แต่เป็นเพราะภูมิหลังนิกายปีศาจสวรรค์ของเขา
โจวเหว่ยชิงกําลังจะเริ่มต้นภารกิจสําคัญกอบกู้อาณาจักรของ ตนเอง แม้เด็กหนุ่มจะมั่นใจในความสําเร็จ แต่เขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่อง ง่าย ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการก็คือแรงสนับสนุนที่เป็นไปได้ทั้งหมด เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์กับแม่มดน้อย เมื่อรวมกับคําสัญญาของ อาจารย์ โจวเหว่ยชิงจึงรับรู้ว่าตอนนี้ตนเองมีความเชื่อมโยงบางอย่างที่ ไม่อาจปฏิเสธได้กับนิกายปีศาจสวรรค์ นอกจากนี้ เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ เกลียดชังนิกายปีศาจสวรรค์ ในความเป็นจริง เขายังมีความปรารถนาดี ต่ออีกฝ่ายด้วยซ�า ถึงอย่างไรหลังจากเขาถูกโจมตีไปครั้งหนึ่ง นิกาย ปีศาจสวรรค์ก็ไม่เคยทําเช่นนั้นอีกเลย ทั้งยังยื่นมือเข้าช่วยเหลืออีก หลายต่อหลายครั้ง และให้เขาอ่านคู่มือปีศาจของพวกเขาโดยไม่ต้อง ชดใช้คืนอีกด้วย
ปัจจุบัน โจวเหว่ยชิงมีกรมทหารไร้พ่ายเป็นของตัวเองแล้ว การที่ อาณาจักรจ้งเทียนไม่บังคับรั้งโจวเหว่ยชิงไม่ให้นํากรมทหารไร้พ่าย ออกไปจากดินแดนพวกเขา นี่ก็เป็นการสนับสนุนที่สําคัญและถือเป็น การไว้หน้าเขาอย่างถึงที่สุดแล้ว เด็กหนุ่มรู้ว่าตนเองไม่อาจคาดหวังการ สนับสนุนด้านวัตถุเงินทองอื่นๆนอกเหนือจากความช่วยเหลือง่ายๆใน การติดต่อกับอาณาจักรเฟยหลี่ เพราะถึงอย่างไร นั่นก็จะเท่ากับการ
ประกาศสงครามกับอาณาจักรป่ายต้า แม้ว่า 3 ผู้นําซ่างกวนจะให้ ความสําคัญกับโจวเหว่ยชิง แต่มันก็ยังไม่มากเท่าอาณาจักรใหญ่ ทั้งหมดในตอนนี้
ด้วยเหตุนั้น การที่โจวเหว่ยชิงจะปลดแอกอาณาจักรของเขาออก จากการยึดครองของอาณาจักรป่ายต้าและอาณาจักรคาลิเซ เขาจึง จะต้องเผชิญกับความยากลําบากมากมาย ดังนั้นพลังใดๆก็ตามที่เขา สามารถรวบรวมได้จึงมีความสําคัญอย่างยิ่ง
วันนี้ สิ่งที่เขาทํากับอาณาจักรเฟยหลี่ไม่ใช่เพื่อความสนุก หรือว่า เขาเบื่อโลกมากเกินไปจึงมาก่อปัญหา เหตุผลหลักก็คือเพื่อกอบกู้ ชื่อเสียงและสร้างความน่าเคารพนับถือให้แก่อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์ของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เหตุผลรองก็อาจเป็นความโกรธที่ ซ่อนอยู่ลึกๆและความต้องการที่จะแก้แค้นอาณาจักรเฟยหลี่ผู้เคยเป็น พันธมิตร อาณาจักรที่ทอดทิ้งพวกเขาอย่างไม่ใยดีในอดีต และก็ ทั้งหมดนี้อยู่บนรากฐานของการสนับสนุนจากอาณาจักรจ้งเทียน
สําหรับหมิงหยู โจวเหว่ยชิงนั้นประทับใจและยอมรับในตัวเขา ไม่ใช่แค่การยอมรับในสิ่งที่เขาแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะ ลักษณะนิสัยที่คล้ายคลึงกันบนสนามรบของพวกเขาในเวลานั้น เนื่องจากหมิงหยูมาจากนิกายปีศาจสวรรค์ ใครจะบอกว่าเขาไม่อาจ ช่วยเหลืออาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ได้ในอนาคต? ด้วยเหตุนี้ โจวเหว่ย
ชิงจึงไม่ได้ปกปิดอะไรกับอีกฝ่ายและบอกให้เขารู้เกี่ยวกับกองพันไร้ พ่ายโดยตรง
หมิงหยูสูดหายใจเข้าลึก มองโจวเหว่ยชิงที่จากไปนานแล้ว ก่อนจะ กลับไปที่แถวขบวนของตนเอง มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ แต่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าเขากําลังคิดอะไรอยู่
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หมิงหยูก็ตะโกนออกมา “เตรียมพร้อม สําหรับการต่อสู้!”
เสียงของชุดเกราะกระทบกันดังออกมาอย่างเป็นระเบียบเกือบจะ พร้อมเพรียงกัน กองทหารม้าปีศาจผี 700 ตัวพลันยกหอกขึ้นมาในมือ จิตสังหารพวยพุ่งออกมาราวกับว่าหอกขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือด กําลังจะทิ่มแทงเข้าไปในหน้าอกของศัตรู
บนแท่นนั่งของผู้ชมระดับสูง เจ้าหน้าที่ทหารเฟยหลี่กลุ่มที่เฝ้าดูได้ แต่แอบตกตะลึงในใจ พวกเขาส่วนใหญ่เคยได้ยินชื่อเสียงแม่ทัพเฟยหลี่ จากผู้อื่นเท่านั้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นอีกฝ่ายในสนามรบ จริงๆ เมื่อได้เห็นการปรากฏตัวที่น่าสะพรึงกลัวของทหารม้าปีศาจผี ด้วยตาของตัวเอง ความมั่นใจสําหรับชัยชนะในครั้งนี้ก็เพิ่มขึ้นมา ในทันที
เซินหวังยืนอยู่ข้างไช่ไช่ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อน ตลอดมาเขาถือว่าทหารม้าราชวงศ์ของตัวเองเป็นชนชั้นสูงที่ดีที่สุดใน อาณาจักรมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขามองไปยังหมิงหยู และทหารคุ้มกันส่วนตัวของเขาในวันนี้ ในที่สุดชายหนุ่มก็เข้าใจว่า ความแตกต่างระหว่างเขากับหมิงหยูนั้นยิ่งใหญ่มากเพียงใด
ในแง่ของระดับพลังปราณ หมิงหยูอาจไม่สามารถเปรียบเทียบกับ เขาได้ แต่ในแง่ของการบัญชาการรบ แม้แต่เขาหลายสิบคนก็ยังไม่ สามารถเทียบหมิงหยูคนเดียวได้! ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าหญิงไช่ไช่จะ ชอบหมิงหยู ไม่ใช่เขา! ใครจะไม่ชอบวีรบุรุษห้าวหาญเช่นนี้บ้าง!
ในขณะนี้หมิงหยูได้ชักดาบยาวออกมาจากฝักข้างเข็มขัดแล้ว เขา ขยับเสือกม้าปีศาจผีไปข้างหน้า 3 ก้าว และทหารม้าปีศาจผีทั้ง 700 คน ที่อยู่ข้างหลังเขาก็ทําเช่นเดียวกันในรูปแบบที่เป็นระบบระเบียบอย่าง น่าอัศจรรย์
*ตึง**ตึง**ตึง* เสียงกีบม้าย�าพื้นพร้อมกัน 3 ครั้งทําให้หัวใจของ ทุกคนแทบหยุดเต้น
ทั้ง 3 ก้าวนี้ได้รับการวางแผนมาอย่างรอบคอบ ประการแรก หมิง หยูต้องการแจ้งกับโจวเหว่ยชิงว่าพวกเขากําลังจะเริ่มการโจมตี ประการต่อมา 3 ก้าวนี้ยังทําให้กลิ่นอายข่มขวัญของทหารคุ้มกัน
ส่วนตัวของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงขีดสุด และรังสีสังหารก็ เพิ่มขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
ในขณะที่เผชิญหน้ากับหมิงหยู โจวเหว่ยชิงก็ไม่กล้าประมาท เช่นกัน เขาตะโกนอย่างดุดัน “ตั้งแถว!” ที่ด้านหลังของเขา นักรบกอง พันไร้พ่ายก็จัดเป็นรูปขบวนที่ถูกออกคําสั่งมาก่อนหน้านี้ในทันที
กองร้อยหลักที่ 1 ของกรมทหารไร้พ่ายเป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุด ของพวกเขาอย่างแท้จริง และทุกคนก็มีพละกําลังที่น่าประทับใจอย่าง ยิ่ง ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ฝึกฝนหนักที่สุด บ่มเพาะพลังปราณอย่าง แข็งขันที่สุด แม้ว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวจะไม่เรียบร้อยและเป็น ระเบียบเท่าคู่ต่อสู้ แต่ความเร็วของพวกเขาก็ไม่อาจประมาทได้ ในไม่ ช้า ขบวนทัพรูปคล้ายงูก็ปรากฏขึ้นบนสนามฝึก เป็นรูปแบบที่ดูเหมือน เรื่องตลกสําหรับเจ้าหน้าที่ทหารจากเฟยหลี่ที่กําลังเฝ้าดูอยู่ข้างสนาม
ขบวนแถวคล้ายงูนี้หมายถึงพวกเขาทั้ง 700 ยืนเรียงแถวหน้า กระดานกันเหมือนเลข ‘1’
ประโยชน์สูงสุดของรูปแบบดังกล่าวคือครอบคลุมและเข้าถึงตัว ศัตรูได้ง่าย แต่ข้อบกพร่องของมันก็ชัดเจนเหลือเกิน เปราะบางและ อ่อนแอเกินไป! ทหารเพียงแถวเดียวที่ดูจะถูกตีแตกได้ง่ายๆเช่นนั้นคือ อะไรกันแน่? หากใครสักคนพุ่งเข้าใส่และทะลวงผ่านส่วนใดส่วนหนึ่ง ของแถวได้ ขบวนแถวก็จะเหมือนงูที่ถูกเจาะทะลุปล้องจนไม่สามารถ
กลับมาเชื่อมกันใหม่ได้ แม้แต่ผู้บัญชาการที่เพิ่งลงสนามรบใหม่ๆก็ไม่ เคยกล้าใช้รูปแบบเช่นนี้มาก่อน!
ในขณะที่นักรบกองพันไร้พ่ายตั้งขบวนแถว หมิงหยูและกองกําลัง ของเขาก็ได้เริ่มบุกจู่โจมแล้ว
เมื่อเทียบกับนักรบกองพันไร้พ่าย ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยู แสดงให้เห็นถึงอีกด้านที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง สําหรับการฝึกฝน ในเรื่องดังกล่าว พวกเขาเหนือกว่าทหารกองพันไร้พ่ายอย่างชัดเจน ดังนั้นในขณะที่พุ่งเข้าใส่ศัตรู กองทัพของหมิงหยูก็ยังคงรูปแบบแถว สี่เหลี่ยมจัตุรัสไว้ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม หลังจาก ผ่านไปประมาณ 100 หลา ขบวนแถวก็เปลี่ยนไปเป็นรูปสามเหลี่ยมใน พริบตา กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นอย่างราบรื่นโดยไม่มีการ หยุดชะงักหรือเกิดความยุ่งเหยิงใดๆแม้แต่น้อย
สามารถเปลี่ยนรูปขบวนแถวได้อย่างง่ายดายในขณะที่กําลังบุก เข้าจู่โจม นั่นจะต้องผ่านการฝึกฝนมามากแค่ไหนกัน? ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ ว่าจะผ่านการฝึกมามากเพียงใด ก็มีเพียงทหารที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะทํา เช่นนี้ได้ หมิงหยูใช้การกระทําของตัวเองเพื่อสั่งสอนให้ทุกคนในที่นี้ว่า อะไรคือความหมายของ ‘กองกําลังพิเศษ’ ด้วยประสบการณ์ในการนําทัพของหมิงหยู ขณะที่โจวเหว่ยชิง แปรกองทัพเป็นรูปขบวนคล้ายงู เขาก็รู้เป้าหมายของอีกฝ่ายในทันที
เห็นได้ชัดว่าโจวเหว่ยชิงมีความเชื่อมั่นในพลังของกองทหารของเขา อย่างเต็มที่จึงเลือกรูปแบบดังกล่าว และเป้าหมายของเขาก็คือการตอบ โต้กองทหารของหมิงหยูเมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ทําให้ความสามารถ ด้านการต่อสู้ของทหารแต่ละคนถูกนําออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ในสนาม รบ
ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโจวเหว่ยชิงมาจากกองกําลังทหาร ม้าหนักพิเศษ 200 นาย เมื่อมาถึงจุดนี้ หมิงหยูก็มั่นใจว่าเขาอ่าน สถานการณ์ขาดแล้ว แน่นอนว่าด้วยวิสัยทัศน์ของหมิงหยู เขาก็สามารถ บอกได้ว่าทหารเหล่านั้นทรงพลังเพียงใด แต่แล้วอย่างไรล่ะ? นี่คือ สนามรบ เป็นการต่อสู้แบบ 700 ปะทะ 700 ไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อ ตัว หมิงหยูไม่รู้สึกว่าทหารเพียง 200 นายเหล่านั้นจะมีอิทธิพลเหนือ การต่อสู้ทั้งหมดได้ หมิงหยูเองก็มีความมั่นใจในทหารคุ้มกันส่วนตัวของ เขาเช่นกัน
เจ้าต้องการใช้ขบวนทัพรูปงูนี้อวดความแข็งแกร่งของทหารใช่ หรือไม่? ดีมาก เช่นนั้นข้าก็จะทะลวงมันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
แววประหลาดใจไหววูบขึ้นในดวงตาของหมิงหยู แม้ว่าเขาจะชื่น ชมโจวเหว่ยชิงเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ต้องการใช้พลังทั้งหมดของตัวเอง ในการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อดูว่าเด็กคนนี้เติบโตมาไกลแค่ไหนแล้วเช่นกัน ยอด ฝีมือมักจะเคารพเฉพาะยอดฝีมือด้วยกันเช่นนี้เสมอ
เมื่อขบวนทัพของทั้งสองฝ่ายใกล้จะปะทะกัน ขบวนแถวรูปงูก็เริ่ม เคลื่อนไหวอย่างที่หมิงหยูคาดไว้ ภายใต้คําสั่งของโจวเหว่ยชิง ปลายทั้ง สองด้านของขบวนแถวก็เริ่มเพิ่มความเร็วในการบุกจู่โจมเป็น 2 เท่า ในขณะที่ทหารตรงกลางแถวเริ่มขยับช้าลง อย่างที่หมิงหยูคาดไว้ โจว เหว่ยชิงต้องการใช้ประโยชน์จากขบวนแถวรูปงูเพื่อล้อมจับทหารคุ้ม กันส่วนตัวของเขา
สูงขึ้นไปบนแท่นนั่งของผู้ชมระดับสูง ไช่ไช่กําหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความสง่างามและความสุขุมตามปกติของเธอถูกลบเลือนด้วยความ ปั่ นป่วนในดวงตา แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นหมิงหยูในสนามรบ แต่เธอก็ยังมีความตื่นเต้นราวกับหัวใจกําลังลุกเป็นไฟ การบัญชาการ ต่อสู้ของหมิงหยูมีเสน่ห์น่าดึงดูดเหลือเกิน เธอสามารถนึกภาพทหารคุ้ม กันของเขาทะลวงผ่านนักรบของโจวเหว่ยชิงและได้รับชัยชนะได้ทันที รวมถึงฉากเศร้าสลดของโจวเหว่ยชิงในตอนสุดท้ายด้วย
ทั้งสองฝ่ายใกล้จะปะทะกันแล้ว
ในขณะที่ขบวนแถวรูปสามเหลี่ยมของหมิงหยูอยู่ห่างจากขบวน แถวตรงกลางของกองพันไร้พ่ายไม่ถึง 50 หลา การเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่ก็เกิดขึ้น
ม้าปีศาจผีของหมิงหยูหยุดลงอย่างกะทันหัน ก่อนที่ดาบของเขา จะชี้ไปทางขวา ไม่ช้าหมิงหยูก็หายตัวเข้าไปในขบวนทัพรูปสามเหลี่ยม
ที่ดูเหมือนจะเพิ่งกลืนกินร่างของเขาเข้าไป พวกเขาปรับเปลี่ยนขบวน แถวอย่างรวดเร็วและหันหัวแถวไปทางขวา เลี้ยวเป็นเส้นโค้งไปทาง ขบวนทัพปีกซ้ายของโจวเหว่ยชิงอย่างสมบูรณ์แบบ
…………………………………………….