Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 192 พลัง ปะทะ แผนการ! (1)
แถวขบวนรูปสามเหลี่ยมนี้ให้ความรู้สึกว่าไม่ใช่กองทหาร แต่ เหมือนร่างกายของคนๆหนึ่ง ทั้งรูปแบบการเคลื่อนไหว การควบคุม ทั้งหมดนี้เหมือนกับมีใครบางคนกําลังขยับแขนของตนเอง นี่…คือแม่ ทัพเทพสงครามเฟยหลี่!
ในขณะที่เขากําลังเผชิญหน้ากับโจวเหว่ยชิงและนักรบไร้พ่าย แม่ ทัพเทพสงครามเฟยหลี่ หมิงหยูก็ไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย เขาแสดง พลังที่แท้จริงของทหารคุ้มกันส่วนตัวฝ่ายตนออกมาอย่างเต็มที่
การเปลี่ยนรูปแบบขบวนแถวกลางคันหลายครั้ง เปลี่ยนทิศทาง อย่างกะทันหันเมื่อเข้าใกล้คู่ต่อสู้ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาของพวกเขา หายตัวกลืนเข้าไปในขบวนแถว การควบคุมทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นทักษะ ระดับสูงสุดในสนามรบ นับประสาอะไรกับที่มันปรากฏขึ้นพร้อมๆกัน ทั้งหมดในคราวเดียว แม้ว่าหมิงหยูจะกําลังบังคับบัญชาทหารเพียง 700 คน แต่เขาก็สามารถทําได้อย่างราบรื่นและไร้ซึ่งความยุ่งเหยิง สม กับฉายาของเขาในฐานะแม่ทัพเทพสงครามเฟยหลี่อย่างแท้จริง
ความจริงกลยุทธ์ของหมิงหยูนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็มี ประสิทธิภาพเช่นกัน ด้วยการกวาดตามองเพียงครั้งเดียว เขาก็ดูออก
แล้วว่ากําลังหลักของทหาร 700 นายฝ่ายโจวเหว่ยชิงคือทหารม้าหนัก 200 คนที่ยืนอยู่แนวขบวนตรงกลาง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน�าหนัก ที่มากเกินมาตรฐาน แม้ว่าพวกเขาจะขี่อสูรยูนิคอร์นอยู่ แต่ก็ไม่ต้อง สงสัยเลยว่าความเร็วย่อมต้องถูกจํากัดอยู่บ้าง เนื่องจาก 200 คนนี้ รับมือยากที่สุด หมิงหยูจึงตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางการโจมตีทันที
เป้าหมายของเขาง่ายดายมาก คราวนี้เขาเลือกโจมตีที่ปีกข้างของ แถวขบวนโจวเหว่ยชิงเพื่อก่อความวุ่นวายเป็นลําดับแรก หากเขา สามารถพุ่งเข้าใส่ปีกข้างที่ค่อนข้างอ่อนแอและบดขยี้พวกเขาให้ราบ คาบอย่างรวดเร็ว ขบวนทัพกองพันไร้พ่ายก็จะถูกโยนเข้าสู่ความยุ่ง เหยิงทันที เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ด้วยกองกําลังชั้นยอดและการบังคับบัญชา ของเขา หมิงหยูก็มีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถกําจัดกองทหาร ของโจวเหว่ยชิงได้อย่างช้าๆเหมือนการปอกกล้วยเข้าปาก
เมื่อโจวเหว่ยชิงเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวและการบังคับบัญชา ของหมิงหยู เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความชื่นชม อย่างไรก็ ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างไปจากการคาดการณ์ของเขาเป็นอย่าง มาก โจวเหว่ยชิงไม่ได้ดูตื่นตระหนก แต่กลับสั่งการอย่างเรียบง่ายว่า บุก!
ตอนนี้ขบวนแถวรูปงูได้ขยับโอบรัด กลายเป็นส่วนโค้งคล้าย กระเป๋าที่มีขบวนแถวรูปสามเหลี่ยมของหมิงหยูถูกหย่อนลงไปก้นถุง
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของคนอื่นๆ ‘ผ้า’ ที่ใช้เย็บกระเป๋านั้นบาง เกินไปและ ‘มุมแหลม’ ของแถวรูปสามเหลี่ยมนี้ก็ดูเหมือนว่าจะสามารถ ฉีกทะลุรูทะลุกระเป๋านี้ได้ทุกเมื่อด้วยการบุกทะลวงเพียงครั้งเดียว และ ในขณะนี้ ที่ด้านซ้ายของ ‘กระเป๋า’ กําลังจะต้องต้านรับการโจมตีครั้ง ใหญ่จากทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยู
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกําลังจะปะทะกัน ทันใดนั้น ร่าง 2 ร่างก็ กระโดดโผบินขึ้นไปในอากาศ จู่ๆบอลแสงที่มีสีแตกต่างกัน 2 ลูกก็เริ่ม เปล่งแสงรอบตัวของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนกําลังพยายามที่ จะปลดปล่อยทักษะ หากจะพูดไปแล้ว ภายในสนามรบนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการปะทะกันระหว่างทหารจํานวนมาก แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะ มีจ้าวมณีสวรรค์ แต่พวกเขาก็จะไม่ใช้ทักษะที่มีพลังทําลายล้างสูง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า นอกเสียจากพลังของจ้าวมณีสวรรค์ผู้ นั้นจะไปถึงระดับที่น่ากลัวที่สุดแล้ว พวกเขาก็จะเสียเปรียบเป็นอย่าง มาก ตัวอย่างเช่นทักษะผลกระทบวงกว้างใดๆอาจจะเผลอไปทําร้าย ฝ่ายของตนเองโดยไม่ได้ตั้งใจ และกระทั่งทําให้ขวัญกําลังใจของพวก เดียวกันลดลงอีกด้วย เพราะสําหรับทักษะที่สามารถใช้งานได้จริงใน สนามรบขนาดใหญ่นั้น มันหมายความว่าทักษะการควบคุมของคนผู้ นั้นต้องละเอียดอ่อนครอบคลุมที่สุดด้วย ปกติเมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน มันก็มักจะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้น และด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ทักษะผลกระทบวงกว้างใดๆจึงมีโอกาส ‘โดนพวกเดียวกัน’ ได้มากกว่า
นอกจากนี้ หากจ้าวมณีสวรรค์ปลดปล่อยทักษะผลกระทบวงกว้าง ขนาดใหญ่หรือทักษะอันทรงพลังใดๆออกมา ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขา จะดึงดูดความสนใจของศัตรูทั้งหมดได้ทันทีและกลายเป็นเป้าหมาย หลักในพริบตา นอกจากนี้ เขายังจะถูกยอดฝีมือฝ่ายตรงข้ามรุมโจมตี ใส่ทั้งหมด ในการต่อสู้บนสนามใหญ่ๆ แม้ว่าจ้าวมณีสวรรค์คนนั้นจะ ทรงพลังมาก แต่ใครจะรู้ว่าห่าลูกศรหรือปลายดาบที่หลงทางมาจะ สามารถทําอะไรได้บ้าง? ด้วยเหตุนี้ หากไม่มีการวางกลยุทธ์หรือการ ป้องกันเป็นพิเศษ จ้าวมณีสวรรค์ก็จะไม่ปลดปล่อยพลังระดับกว้าง เช่นนี้แต่ใช้พลังปราณสวรรค์เพื่อปกป้องตัวเองในขณะที่พวกเขาต่อสู้ กันตามปกติแทน
ทว่าทั้ง 2 คนที่บินขึ้นไปบนอากาศ พวกเขาพยายามที่จะ ปลดปล่อยทักษะออกมาจริงๆ นอกจากนี้ การบินขึ้นไปในอากาศเพื่อ ทําเช่นนั้น พวกเขาจะไม่ได้กําลังทําให้ตัวเองตกเป็นเป้าหมายที่โจมตี ง่ายหรือ?
ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูเป็นกลุ่มนักรบที่ดีที่สุดในบรรดา ทหารชั้นสูงทั้งหลาย ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเหล่าทหารทั้ง 700 คน ลําแสง 40 สายก็พุ่งออกไปยัง 2 ร่างที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที ทั้งหมด นี้เป็นทักษะโจมตีระยะไกล! ผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารที่นั่งชมอยู่ บนแท่นก็ต้องตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง โจมตีด้วยทักษะระยะไกล 40 ครั้ง…นั่นหมายความว่าในขบวนแถวของหมิงหยูมีจ้าวมณีสวรรค์อย่าง
น้อย 40 คน! อันที่จริง พวกเขาคือจ้าวมณีสวรรค์ ไม่ใช่เพียงแค่จ้าวมณี ธาตุ เหตุผลก็เพราะว่าจ้าวมณีธาตุมักจะไม่ได้เป็นทหารม้าอยู่แล้ว! หากเขามีจ้าวมณีสวรรค์มากกว่า 40 นาย เช่นนั้นจะมีจ้าวมณียุทธ์กี่คน กัน? อย่างน้อย 100 คนโดยประมาณรึ? ครู่หนึ่ง แม้แต่เจ้าหญิงไช่ไช่ที่ อาจรู้จักหมิงหยูดีที่สุดก็แอบตกตะลึงอยู่ภายในใจ เธอไม่รู้มาก่อนเลย ว่าพลังที่หมิงหยูถือครองอยู่ได้เติบโตขึ้นไปไกลถึงขั้นนี้แล้ว แน่นอนว่าทั้งสองคนที่ทะยานขึ้นไปบนอากาศก็คือโจวเหว่ยชิง และเทียนเอ๋อร์ ปัจจุบันโจวเหว่ยชิงอยู่ในสถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง และปีกขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของเขาก็ถูกคลี่ออกก่อนจะกระพือขึ้นลง เบาๆ มือขวาของเขาโอบรอบเอวบางคอดของเทียนเอ๋อร์ และเมื่อมอง ไป ณ จุดนั้น ทุกคนก็ได้เห็นภาพคู่รักกําลังโผบินอยู่กลางอากาศ เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อย่างสบายอุรา พวกเขาเพิกเฉยต่อทักษะ โจมตีที่พุ่งเข้ามาหามากกว่า 40 ระรอกโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าพวกเขา มองไม่เห็นทักษะโจมตีเหล่านั้นแม้แต่น้อย
ในพริบตาเดียว เขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าก็สว่างขึ้นที่ใต้เท้า ของโจวเหว่ยชิง ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขวาขึ้น ทําให้เกิดแสงสีม่วงอมฟ้า ขนาดใหญ่ ปกคลุมร่างทหารคุ้มกันทั้ง 700 คนของหมิงหยูที่กําลังพุ่ง เข้าใส่ฝ่ายตนเอง สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็คือแสงสีม่วงอมฟ้ายังก่อตัวเป็นรูป สามเหลี่ยม ในขณะที่มันบินเข้าหาทหารคุ้มกันฝ่ายตรงข้ามที่กําลังบุก
เข้ามาแสงเหล่านั้นร่อนลงบนร่างของศัตรูอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่ง ความเป็นไปได้ที่จะทําร้ายทหารของเขาแม้แต่กระผีกเดียว
ครั้งนี้โจวเหว่ยชิงไม่เพียงแค่ปลดปล่อยทักษะธาตุสายฟ้าเท่านั้น แต่ยังกวัดแกว่งสายฟ้าด้วยตัวเอง ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ของเขาไม่ได้ จํากัดแค่ไข่มุกบินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายฟ้าในรูปแบบดั้งเดิมด้วย แต่ ก็แน่นอนว่าไข่มุกสายฟ้าเหล่านั้นย่อมแข็งแกร่งกว่ามาก เป็นรุ่นที่ถูก บีบอัดมากกว่าและมีพลังระเบิดทําลายล้างที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อโจว เหว่ยชิงนําพวกมันเข้ามาใช้ในการต่อสู้ระดับใหญ่ๆ แม้แต่ผู้ที่มีระดับ พลังปราณสูงกว่าโจวเหว่ยชิงก็ไม่สามารถต้านรับได้อย่างง่ายดาย หาก จะเปรียบเทียบแล้ว สายฟ้าดั้งเดิมนั้นจะมีความเหนือกว่าในแง่ของ ความเร็วพื้นฐาน ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันโจวเหว่ยชิงกําลังปลดปล่อยมัน ออกมาในพื้นที่ผลกระทบวงกว้าง การจะหลบหลีกมันจึงแทบจะไม่มี ความเป็นไปได้
ท่ามกลางทักษะกักเก็บจํานวนมากของโจวเหว่ยชิง แม้จะไม่ใช่ ทักษะที่ระดับดาวสูงมากนัก แต่เขามีทักษะหนึ่งที่เรียกว่าทักษะ อสนีบาตพันสาย ในขณะนี้ โจวเหว่ยชิงกําลังใช้เขตแดนแสง 6 สุดยอด เทพเจ้าของเขาเพื่อเลียนแบบทักษะอสนีบาตพันสายในระดับที่ เหนือกว่าเดิม และยังใช้การควบคุมที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก แน่นอนว่า ในแง่ของการควบคุม ใครจะเทียบหลงซื่อหยาที่เป็นคนสั่งสอนโจว
เหว่ยชิงได้? นั่นเป็นความพิเศษหลักของหกสุดยอดมหาราชาสวรรค์ เลยทีเดียว
สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้คือ การโจมตีด้วย สายฟ้าในระยะกว้างไม่ใช่แค่การโจมตีแบบทันทีทันใดเท่านั้น แต่ยัง เป็นการโจมตีแบบต่อเนื่องอีกด้วย หากมองใกล้ๆ พวกเขาก็จะสามารถ มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารอบๆปีกด้านหลังของโจวเหว่ยชิงมีวังวน ขนาดใหญ่ที่มีแสงสีม่วงอมฟ้าจางๆกําลังจับกลุ่มกันพุ่งเข้าหาร่างกาย ของเขา สําหรับเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าที่ใต้เท้าของโจวเหว่ยชิง มันก็เปล่งประกายอย่างเต็มที่ด้วยแสงสีม่วงอมฟ้าเช่นเดียวกัน ใน สภาพเช่นนี้ โจวเหว่ยชิงเกือบจะกําลังใช้ร่างกายของตัวเองเป็นตัวนํา กระแสไฟฟ้า ดึงดูดธาตุสายฟ้าทั้งหมดจากชั้นบรรยากาศและปล่อย ออกมาผ่านเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้า ทักษะผลกระทบวงกว้างที่ แสดงผลคงที่และต่อเนื่องเช่นนี้ช่างน่ากลัวอย่างแท้จริง
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ข้างๆโจวเหว่ยชิง เทียนเอ๋อร์ก็ไม่ได้ อยู่เฉยๆ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อใดที่มือของเธอมีไม้เท้าหน้าตาแปลกๆปรากฏ ขึ้น มันมีความยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง สีขาวนวลตา ประดับด้วย พลอยสีม่วงน่าพิศวงอยู่ด้านบนไม้เท้า ขนาดของมันใหญ่จนเกือบเท่า ศีรษะของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม อัญมณีสีม่วงนั้นก้กําลังเรืองแสงออกมา เป็นสีทองที่แสนเจิดจ้า
นี่เป็นทักษะผลกระทบวงกว้างอีกชนิดหนึ่ง แต่สิ่งที่เทียนเอ๋อร์ปลด ปล่อยออกมานั้นยอดเยี่ยมและเจิดจรัสยิ่งกว่าของโจวเหว่ยชิง แสงสี ทองขนาดใหญ่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า ลงปะทะกับร่างของทหาร กองพันไร้พ่ายทางด้านขวาซึ่งกําลังจะเข้าปะทะกับฝ่ายตรงข้าม ในช่วง เวลานั้น ทหารที่ถูกล้อมรอบไปด้วยแสงสีทองต่างรู้สึกราวกับว่ามีบาง สิ่งกําลังลุกไหม้อยู่ในร่างกายของพวกเขา เติมพลังและความแข็งแกร่ง ให้อย่างมหาศาล สิ่งนี้รวมถึงอสูรยูนิคอร์นที่อยู่ด้านล่างด้วย ร่างของทุก คนกําลังเปล่งประกายด้วยชั้นแสงสีทองสลัว พลังปราณสวรรค์ของ พวกเขาพลันระเบิดออกมาอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลานั้น มันก็ เหมือนกับว่าพละกําลังทั้งหมดของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 ใน 10 ส่วน
ในสนามรบ อะไรที่น่ากลัวไปกว่าทักษะโจมตีวงกว้าง? คําตอบนั้น ง่ายมาก … ทักษะประเภทสนุบสนุนวงกว้าง! แน่นอนว่าโอกาสที่ทักษะ ดังกล่าวจะปรากฏในสนามรบก็หายากเหมือนกับเส้นผมของนกฟีนิกซ์ และเขาของกิเลน เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย! แม้ว่าทักษะธาตุ น�าจะมีทักษะให้ผลเกี่ยวกับการรักษาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีความสามารถ ให้ผลวงกว้างเช่นนี้ มีเพียงทักษะธาตุแสงและทักษะธาตุชีวิตเท่านั้นที่ ยังพอจะเป็นไปได้อยู่บ้าง แต่ก็หาได้ยากมากเช่นกัน มีเพียงอสูรสวรรค์ เพียงบางตัวเท่านั้นที่มีทักษะเช่นนี้ นอกจากนั้น ทักษะสนับสนุนของ ธาตุแสง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นประเภทการป้องกันธาตุมืดหรือเพิ่มพลัง
ธาตุ ในส่วนของทักษะธาตุชีวิต มันก็ไม่เลวร้ายนัก พวกเขามีทักษะ รักษาวงกว้างเช่นกัน แต่นั่นเป็นไปได้เฉพาะหลังจากที่มีมณีครบ 9 ชุด และมีพลังปราณสวรรค์ขั้นบรรลุวิถีเท่านั้น
หลังประกอบอาชีพทหารมายาวนาน หมิงหยูเคยเห็นทักษะการ โจมตีวงกว้างเพียงไม่กี่ครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นทักษะ สนับสนุนวงกว้าง! ยิ่งไปกว่านั้น เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ทักษะธาตุแสงหรือ ทักษะธาตุชีวิตธรรมดาๆ!
ทักษะที่เทียนเอ๋อร์ปลดปล่อยออกมานี้เรียกว่า ‘เทพประทานพร’ ซึ่งเป็นทักษะประเภท ‘สนับสนุนวงกว้าง’ ซึ่งสามารถเพิ่มพละกําลังของ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในพื้นที่หนึ่งๆขึ้นอีก 2 ใน 10 ส่วน ระยะแสดงผล และระดับพลังสนับสนุนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแกร่งของ เทียนเอ๋อร์ นอกจากจะช่วยรักษาแล้ว นี่ยังเป็นความเหนือกว่าทักษะ ธาตุเทวาอย่างแท้จริง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับทักษะสนับสนุนวงกว้างไม่ใช่แค่ความ แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังปราณเชื้อเพลิงที่เทียนเอ๋อร์ต้องเผา ผลาญในระหว่างร่ายทักษะเนื่องจากพวกมันไม่ได้ถูกใช้มากจนเกินไป นัก นั่นเป็นเพราะเทียนเอ๋อร์ใช้พลังธาตุเทวาที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ แม้กระทั่งพลังดั้งเดิมจากแสงอาทิตย์ ในกรณีเช่นนี้ เธอจะเป็นเพียง ตัวกลางที่ชักนําพลังธาตุเทวามาใช้ ไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก ดังนั้นมัน
จึงระบายพลังปราณสวรรค์ของเธอออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทักษะดังกล่าวก็มีระยะพักฟื้ นที่ยาวนานมาก ดังนั้นจึง ต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถใช้ทักษะนี้ได้อีกครั้ง
………………………………………………..