Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 187 เยี่ยมเยียนเฟยหลี่! (3)
โดยธรรมชาติแล้ว ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ย่อมสามารถสัมผัสการ สั่นสะเทือนของพลังปราณสวรรค์ที่ทรงพลังได้เช่นกัน เมื่อมองไปที่วัง วนเหนือท้องฟ้า เธอก็คิดกับตัวเองว่าโจวเหว่ยชิงไม่ได้โกหก พวกเขา กําลังฝึกปราณกันจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม บาดแผลของเขาเพิ่งจะหายได้เพียงเล็กน้อย การ ฝึกฝนตอนนี้จะส่งผลกระทบต่อเขาหรือไม่? ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ไม่รู้ด้วย ซ�าว่าความเกลียดชังที่มีต่อโจวเหว่ยชิงได้หายไปตอนไหน และภายใน อกของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวลและร้อนใจเมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องของ เขา บุคลิกนิสัยของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์แตกต่างจากซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ มาก และภาระบนไหล่ของเธอก็มีมากกว่าเช่นกัน นอกจากนี้ ซ่างกวน เสว่เอ๋อร์ยังมีอุปสรรคกั้นขวางภายในจิตใจ เนื่องจากน้องสาวของเธอ ตกหลุมรักโจวเหว่ยชิงก่อน ดังนั้นทุกครั้งที่เธอคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ระหว่างโจวเหว่ยชิงและตัวเอง ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็จะรู้สึกแปลกๆ ราว กับว่าเธอกําลังพยายามจะขโมยผู้ชายของน้องสาว
ไม่คิดๆ ตอนนี้ข้าจะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว ซ่างกวนเสว่เอ๋ อร์กลับไปที่กระโจมของตนเองและเริ่มเขียนจดหมายถึงท่านลุงของเธอ จักรพรรดิแห่งอาณาจักรจ้งเทียน ซ่างกวนเทียนซิน สําหรับ
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโจว เหว่ยชิง ตอนนี้เธอแค่ต้องการเว้น ระยะห่างจากเขา แม้ว่าเธอจะตกลงแต่งงานกับเขา แต่ก็ไม่ได้ระบุวันที่ เสียหน่อย … อย่างมากเธอก็จะสามารถละเว้นจากการแต่งงานไปได้ ตลอดชีวิตเช่นกัน …
…
เวลาผ่านไปเช่นนั้นวันแล้ววันเล่า เหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ใช้เวลา ส่วนใหญ่ไปกับการฝึกปราณ เมื่อพวกเขาจมอยู่ในสภาวะเข้าฌานลึก ทั้งคู่ก็แทบจะลืมวันเวลาภายนอก ตกอยู่ท่ามกลางภวังค์แห่งการบ่ม เพาะพลังปราณเป็นเวลา 3 วันหรือมากกว่านั้นในคราวเดียว
หากมองเพียงผิวเผิน พวกเขาก็ไม่ได้ดูแตกต่างไปจากเดิมมากนัก อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่การฝึกสิ้นสุดลง ทั้งคู่ก็จะรู้สึกประหลาดใจเป็น อย่างมากที่สัมผัสถึงการเพิ่มขึ้นของพลังปราณสวรรค์จํานวนมหาศาล ความก้าวหน้าที่เห็นได้เด่นชัดอีกอย่างก็คือระดับของความเข้ากันได้ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว และความกลมกลืนของพลังปราณเหล่านั้น
ในเรื่องนี้ ความก้าวหน้าโจวเหว่ยชิงน้าของนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเทียน เอ๋อร์ ประการแรก เขามีสถานะพยัคฆ์มังกรกลายร่าง และสายเลือด ของเขาก็เหนือกว่าเทียนเอ๋อร์ โจวเหว่ยชิงจึงพัฒนาไปได้เร็วกว่า ประการที่สอง เขาเป็นผู้นําในระหว่างการฝึกปราณ และระดับพลัง
ปราณของเขาก็ยังคงต�ากว่าเทียนเอ๋อร์ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด จึงไม่ น่าแปลกที่โจวเหว่ยชิงจะพัฒนาไปเร็วกว่าเทียนเอ๋อร์
แน่นอนว่ามีบางสิ่งที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ไม่รู้ ตัวอย่างเช่น หลังจาก การฝึก ด้วยทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 พวกเขาจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กันโดยไม่รู้ตัว ทําให้การฝึกฝนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น…แน่นอน นั่นย่อม เป็นข้ออ้างที่โจวเหว่ยชิงใช้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้หากมีคนถามขึ้นมา แต่หากให้เทียนเอ๋อร์เป็นคนพูด มันก็คงจะเป็น ‘คนบางคน’ ไม่สามารถ ควบคุมตัวเองได้หลังจากการฝึกในทุกๆครั้ง และจะใช้ข้ออ้างนั้นเพื่อ ทําให้การฝึก ‘เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ’ …
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานก็ล่วงเลยไป 1 เดือนเต็ม วัง สวรรค์ไพศาลและอาณาจักรจ้งเทียนต่างก็ตอบรับคําขอของซ่างกวน เสว่เอ๋อร์ด้วยคําตอบที่หนักแน่นชัดเจน เมื่อถึงสัปดาห์ที่ 3 โจวเหว่ยชิง และเทียนเอ๋อร์ก็ได้หยุดฝึกปราณและเริ่มเตรียมตัวสําหรับการเดินทาง ของพวกเขาแล้ว ดังนั้นในตอนนี้ มันก็เกือบจะถึงเวลาที่พวกเขาต้อง ออกเดินทางไปเยือนอาณาจักรเฟยหลี่เสียที
ครั้งนี้ โจวเหว่ยชิงจะนําทหาร 500 คนจากกองร้อยหลักที่ 1 รวมถึงซ่างกวนเสว่เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์ไปด้วย
เดิมทีจากผู้หญิง 2 คนที่อยู่ที่นี่ เขาต้องการจะพาไปเพียงคนเดียว ทว่าโจวเหว่ยชิงจะกล้าทําแบบนั้นจริงๆหรือ? ไม่แน่นอน! ไม่อย่างนั้น เขาจะต้องเดือดร้อนแน่! เมื่อไม่มีทางเลือก เด็กหนุ่มจึงทําได้เพียงนําทั้ง สองคนมาด้วยเท่านั้น
นอกจากซ่างกวนเสว่เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์แล้ว หลังจากพิจารณา อย่างถ้วนถี่ โจวเหว่ยชิงก็ตัดสินใจพาหลินเทียนอ้าวมาด้วย เหตุผลนั้น ง่ายมาก การป้องกันขั้นสุดยอดของเขาทรงพลังมาก และเมื่อรวมกับ ปราการแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าของโจวเหว่ยชิง มันจะช่วยให้เขา ปลดปล่อยการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สําหรับหน้าที่ ประสานงานจัดเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์และหน้าที่ฝึกสอนที่เป็นความ รับผิดชอบหลักของหลินเทียนอ้าว เขาก็ได้ส่งต่อภารกิจไปให้สี่น้อยและ ขี้เมาเป่าชั่วคราว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองคนได้ช่วยเหลือหลิน เทียนอ้าวในเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นการที่พวกเขาจะเข้ารับช่วงต่อจึงไม่ ยากเย็นเกินไปนัก
นอกจากนี้ยังมีอู่หยาและหม่าฉุนตามมาเช่นกัน เดิมทีโจวเหว่ยชิง เพียงต้องการให้พวกเขานําทหารระดับสูงมาด้วยเผ่าละ 50 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในขั้นสุดท้ายก็คือพวกเขานําทหารมาเผ่าละ 100 คน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้มาจากโจวเหว่ยชิงหรือแม้แต่ทั้ง 2 คน ที่ได้รับมอบหมายก่อนหน้านี้ ทว่าเป็นหัวหน้าเผ่าทั้งสองคน ถึงอย่างไร ความปลอดภัยของโจวเหว่ยชิงก็อาจกล่าวได้ว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง
ต่อกองพันไร้พ่าย นี่ไม่ต้องพูดถึงทายาททั้งสองของเผ่าที่เดินทางไป ด้วยเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ กองทหารกลุ่มใหญ่กว่า 700 คนจึงได้เดินทาง ออกไปด้วยกัน ทั้งหมดมีจํานวนกว่า 1 ใน 5 ของทหารจากกองพันไร้ พ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ทหารเหล่านี้ยังเป็นระดับหัวกะทิจากบรรดานักรบ กองพันไร้พ่าย พวกเขาเดินทางไปที่ค่ายทหารภาคเหนือเขตตะวันตก โดยมีโจวเหว่ยชิงเป็นผู้นํา และก็ต้องเคลื่อนตัวผ่านอาณาจักรจ้งเทียน เพื่อไปยังอาณาจักรเฟยหลี่ สําหรับอาณาจักรจ้งเทียน พวกเขาได้ส่ง ข่าวไปยังอาณาจักรเฟยหลี่เกี่ยวกับการไปเยือนของอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์เพื่อแสดงการสนับสนุนของตนเอง สําหรับสิ่งนี้ ซ่าง กวนเสว่เอ๋อร์และอาณาจักรจ้งเทียนเป็นผู้จัดการด้วยตัวเอง
อาณาจักรจ้งเทียนให้การสนับสนุนกองพันไร้พ่ายเป็นอย่างดี กองพันไร้พ่ายได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาในการต่อสู้กับกองทัพ อาณาจักรวั่นโซ่วระหว่างสงครามชายแดนในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สําหรับ วังสวรรค์ไพศาล สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่เกิดในสงคราม ชายแดนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นศักยภาพที่โจวเหว่ยชิงมี ก่อนสงครามครั้งนี้ พวกเขาล้วนได้เห็นว่าโจวเหว่ยชิงมี ความสามารถและศักยภาพมากมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากกอง
พันไร้พ่ายเปิดฉากการต่อสู้ พวกเขาก็เข้าใจถึงศักยภาพที่ไร้ขอบเขต ของโจวเหว่ยชิงว่ามันไม่ได้จํากัดอยู่ที่ความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น
ไม่ว่าเขาจะมีพลังมากแค่ไหน เขาก็ยังเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง แต่ คุณสมบัติความเป็นผู้นําที่มีมาแต่กําเนิดของ โจวเหว่ยชิงและ แนวความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ถูกจํากัดไว้ในกรอบขนบดั้งเดิมของเขา… นั่นเป็นสิ่งที่พี่น้องซ่างกวนชื่นชมอย่างแท้จริง
การที่เขาสามารถสร้างกองทัพที่ทรงพลังขึ้นมาจากกลุ่มนักเลง เพียงไม่กี่คน… แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพราะเงินจํานวนมหาศาลที่โจว เหว่ยชิงได้รับการสนับสนุนมาจากหกสุดยอดมหาราชาสวรรค์ แต่หาก ไม่มีการควบคุมสั่งการที่เหมาะสม ความเป็นผู้นํา ความคิดที่น่าทึ่ง ต่างๆของเขา เรื่องทั้งหมดนี้ก็คงไม่สามารถประสบความสําเร็จได้
แม้โจวเหว่ยชิงจะไม่ได้เอ่ยปากบอกว่ากองพันไร้พ่ายจะเข้า ร่วมกับอาณาจักรจ้งเทียน หากเขาต้องการนํากองพันไร้พ่ายไปยัง อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์จริงๆ วิธีการฝึกของพวกเขาก็ยังนํามาลอก เลียนได้อยู่ดี! จ้งเทียนจําเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพียงเล็กน้อย และ อาณาจักรก็อาจฝึกหน่วยทหารใหม่ที่ทรงพลังคล้ายๆกันขึ้นมาได้ ถึง อย่างไรหากเทียบในแง่ของความมั่งคั่งแล้ว โจวเหว่ยชิงจะสู้อาณาจักร จ้งเทียนได้อย่างไร! ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่การสร้างกองพันไร้พ่ายของเขา ก็ยังได้รับความช่วยเหลือมากมายจากวังสวรรค์ไพศาล
เมื่อซ่างกวนเฟยเอ๋อร์กลับไปที่วังสวรรค์ไพศาล เธอก็ถูกร้องขอให้ อธิบายรายละเอียดตารางการฝึกซ้อมของกองพันไร้พ่าย นี่เป็นสิ่งที่โจว เหว่ยชิงไม่คาดคิดมาก่อนด้วยซ�า
เมื่อพี่น้องซ่างกวนทั้งสามได้รับจดหมายของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ หลังจากพูดคุยกันสองสามคํา พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะสนับสนุนความ พยายามที่จะกอบกู้บ้านเกิดของโจวเหว่ยชิง
พวกเขาทุกคนมองเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของโจวเหว่ยชิง นี่ยัง ไม่นับรวมหกสุดยอดมหาราชาสรรค์หลงซื่อหยาที่คอยหนุนหลังเขา ด้วยปัจจัยเหล่านี้ การสนับสนุนโจวเหว่ยชิงจึงเป็นการลงทุนที่มีแต่ นําไปสู่ผลประโยชน์และไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น พวก เขายังไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย ไม่จําเป็นต้องส่งกองกําลังทหารหรือข้าว ของอื่นๆให้ด้วยซ�า เพราะพวกเขาไม่ได้จะต่อสู้ในนามของโจวเหว่ยชิง เพียงแค่ใช้คําพูดปูทางให้เขาเท่านั้น พวกเขายอมให้โจวเหว่ยชิงได้ต่อสู้ ตามที่เขาต้องการ และนี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการทดสอบศักยภาพของ เขา ดังนั้น พวกเขาก็จะยังคงสนับสนุนโจว เหว่ยชิงต่อไปในระดับหนึ่ง
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่พรมแดนทางเหนือเท่านั้นที่เกิด สงครามขึ้น แม้แต่อาณาจักรตันตุ้นและอาณาจักรป่ายต้าก็ดูเหมือนจะ กักตุนทรัพยากรและเตรียมพร้อมสําหรับบางสิ่ง หุบเขาอเวจีสีเลือด
อาจซุ่มวางแผนบางอย่างอยู่เช่นกัน ในความเป็นจริงก็ดูเหมือนว่าจะมี บางอย่างกําลังเกิดขึ้นในทวีปภาคใต้อย่างลับๆ
โดยปกติ จุดสนใจของกองทัพอาณาจักรจ้งเทียนจะมุ่งไปที่ พรมแดนทางเหนือของพวกเขามากกว่า แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการเห็น ปัญหาเกิดขึ้นทางใต้เช่นกัน เมื่อโจวเหว่ยชิงปลุกระดมสิ่งต่างๆขึ้นที่นั่น ด้วยกองพันไร้พ่ายของเขา ใครจะคาดเดาได้บ้างว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน อนาคต? แน่นอนว่าย่อมมีโอกาสเกิดความโกลาหลวุ่นวาย แต่ใครจะรู้ ว่าเขาจะสามารถทําสิ่งใดสําเร็จบ้าง? ดูจากสิ่งที่โจวเหว่ยชิงทําก่อนที่ เขาจะมาถึงพรมแดนทางเหนือ ใครจะคาดคิดได้ว่าโจวเหว่ยชิงจะสร้าง อะไรบางอย่างที่คล้ายกับกองพันไร้พ่ายขึ้นมา!
ด้วยเหตุนี้ อาณาจักรจ้งเทียนจึงลงมืออย่างรวดเร็ว และในเวลาไม่ ถึงหนึ่งเดือน การเตรียมการทั้งหมดก็เสร็จสมบูรณ์ตามแผนของโจว เหว่ยชิง ที่ค่ายทหารภาคเหนือเขตตะวันตกยังได้รับคําสั่งลงมา ไม่ว่า กองพันไร้พ่ายจะเคลื่อนไหวอย่างไร พวกเขาก็จะต้องให้การสนับสนุน ด้วยคําสั่งดังกล่าว กองพันไร้พ่ายจึงสามารถเคลื่อนขบวนผ่านเขตจ้ง เทียนและมุ่งหน้าไปยังทุกที่ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
ปัจจุบันโจวเหว่ยชิงนั่งอยู่บนม้าปีศาจผีเขาเดียวโดยมีซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์ขนาบอยู่ข้างๆ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยังคงแสดงสีหน้า เย็นชาและไม่กล้าแสดงความรู้สึกในขณะที่เทียนเอ๋อร์มองไปที่โจว
เหว่ยชิงเป็นครั้งคราว ในบางครั้ง หากหญิงสาวมองเลยไปที่ซ่างกวน เสว่เอ๋อร์ เธอก็จะเชิดหน้าขึ้นด้วยความหยิ่งผยอง ก่อนจะแสดงสีหน้าดู ถูกเหยียดหยามขึ้นมาทันที
ในเดือนที่โจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ร่วมฝึกปราณ เทียนเอ๋อร์และ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์แทบจะไม่ได้พูดอะไรกันเลย โชคดีที่เด็กสาวสามารถ ควบคุมตัวเองได้ อย่างน้อยทั้งสองก็ไม่ได้ทะเลาะกัน และนั่นก็เป็นการ ไว้หน้าโจวเหว่ยชิงมากแล้ว หลังจากคําอธิบายของโจวเหว่ยชิง เทียน เอ๋อร์ก็ได้เรียนรู้ว่านั่นคือซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ไม่ใช่ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ ด้วย กลวิธีหลอกล่อของอ้วนน้อยที่รักของเธอ เทียนเอ๋อร์จึงสามารถยอมรับ มันได้ในที่สุด ถึงอย่างไรในภูเขาหิมะสวรรค์ หรืออาจจะเป็นทั่วทั้ง อาณาจักรวั่นโซ่ว นี่ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป ยิ่งมีพลังมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะมีภรรยาหรือนางบําเรอมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่เจ้าเหนือหัว แห่งภูเขาหิมะสวรรค์ บิดาของเธอก็มีนางสนมมากมาย แม้ว่าเขาจะมี ภรรยาเพียงคนเดียวคือพยัคฆ์ใต้พิภพกลับด้านฟีเลียก็ตาม แต่ในเวลา เดียวกัน เขาก็จะไม่มีลูกกับนางบําเรอคนอื่นๆ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ ตอบสนองความต้องการทางร่างกายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การยอมรับเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เทียนเอ๋อร์จะไม่ยอม โดนลดตําแหน่งแน่นอน นอกจากซ่างกวนปิง เอ๋อร์ที่เธอรู้ว่าไม่มีใคร สามารถแทนที่ได้ในสายตาของอ้วนน้อยแล้ว เธอก็จะไม่มียอมอยู่หลัง คนอื่นแน่ ถึงอย่างไรซ่างกวนปิงเอ๋อร์ก็เป็นผู้หญิงคนแรกของโจวเหว่ย
ชิงและเป็นคนที่เขารักมากที่สุด นอกจากนี้ ด้วยนิสัยของเธอ ความ อ่อนโยนและความเมตตาของซ่างกวนปิงเอ๋อร์ก็เป็นสิ่งที่เทียนเอ๋อร์ได้ ประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองและให้การยอมรับ แต่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์คนนี้ ทั้งเย็นชาและไร้อารมณ์มาโดยตลอด นี่ยังไม่นับว่าผู้หญิงทั้งสองคน เป็นตัวแทนของมหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศัตรูกัน นี่จึงเป็นเรื่อง ธรรมดาที่พวกเธอจะไม่มีความแน่นแฟ้นเท่าใดนัก
โจวเหว่ยชิงเริ่มคุ้นเคยกับบรรยากาศระหว่างผู้หญิงทั้งสองคนแล้ว ตอนนี้เขาเลิกให้ความสนใจทั้งคู่ ก่อนจะจ้องมองไปที่ทหารกองพันไร้ พ่ายทั้ง 700 คนเบื้องหน้าตนเอง
ยังคงต้องกล่าวถึงทหาร 500 คนจากกองร้อยหลักที่ 1 อีกเล็กน้อย 500 คนนี้ผ่านการเลือกเฟ้น แข่งขัน ทดสอบ และความยากลําบากมา นับไม่ถ้วนก่อนที่พวกเขาจะรวมตัวกันเป็นกองร้อยหลักที่ 1 ในที่สุด ใน กองพันไร้พ่ายมักจะมีการแข่งขัน การท้าดวล การทะเลาะถกเถียง และ อื่นๆอีกมากมาย ทั้งแบบรายบุคคลและระหว่างกองร้อยหลัก ผู้ที่มี ผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่องจะถูกย้ายไปที่กองร้อยหลักที่ 1 ในตอน สุดท้ายและกลายเป็นชนชั้นสูงในบรรดาทหารระดับสูงอีกที อย่างไรก็ ตาม พวกเขาก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสนามรบ เช่นกัน
ในบรรดานักรบทั้งหมดของกองร้อยหลักที่ 1 ณ ปัจจุบัน พวกเขามี จ้าวมณีสวรรค์มากกว่า 20 คน นอกจากนี้ ทั้ง 500 คนยังติดตั้งปีก ศาสตรามณียุทธ์เสร็จเรียบร้อยและระดับพลังปราณโดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ 5 มณีขึ้นไป แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นจ้าวมณียุทธ์ ไม่ใช่จ้าวมณีสวรรค์
ถึงอย่างนั้น การมีจ้าวมณียุทธ์ระดับ 5 มณีโดยเฉลี่ยก็ถือเป็น ปรากฏการณ์ที่น่าตกใจอยู่แล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ใครๆก็ย่อม สามารถจินตนาการถึงความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงของพวกเขา ได้
นอกจากนี้ กองร้อยหลักที่ 1 แต่ละคนยังได้รับอสูรยูนิคอร์นเป็น พาหนะ ถึงอย่างไรในระหว่างช่วงสงครามชายแดน เผ่าคนเถื่อนก็ได้ให้ ความสําคัญกับการล่าสัตว์ร้ายที่ทรงพลังเหล่านี้ ทั้งจับพวกมันได้สําเร็จ อีกเป็นจํานวนมาก แม้ว่าทั้งสองเผ่าจะยึดครองยูนิคอร์นส่วนใหญ่ไป แล้ว แต่ก็ยังคงมีเหลืออยู่จํานวนหนึ่ง และโดยธรรมชาติแล้ว กองร้อย หลักที่ 1 ย่อมเป็นกลุ่มที่ได้เลือกก่อน
……………………………………………….