Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 188 กองทัพไร้พ่าย 700 นายที่แสนทรงพลัง! (3)
- Home
- Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว
- บทที่ 188 กองทัพไร้พ่าย 700 นายที่แสนทรงพลัง! (3)
สําหรับการเจรจาที่กําลังจะเกิดขึ้น โจวเหว่ยชิงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวล มากนัก ด้วยการสนับสนุนของอาณาจักรจ้งเทียนรวมถึงผลประโยชน์ที่ พวกเขาสามารถนํามามอบให้อาณาจักรเฟยหลี่ เขาจึงมั่นใจว่าการมา เยือนอาณาจักรเฟยหลี่ครั้งนี้จะมีเพียงความสําเร็จเท่านั้น สิ่งเดียวที่ พวกเขาต้องพยายามต่อสู้ให้ได้มาก็คือระดับการสนับสนุนที่พวกเขาจะ ได้รับจากอาณาจักรเฟยหลี่
สงครามชายแดนเพิ่งจบลง เนื่องจากความจริงที่ว่าภาคเหนือเขต ตะวันตกของจ้งเทียนได้ต้านรับการบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่งของกองทัพ อาณาจักรจ้งเทียนในปีนี้ ดังนั้นแม้แต่พรมแดนของอาณาจักรเฟยหลี่ก็ พลอยได้รับแรงกดดันที่น้อยกว่าปกติไปด้วย
…
อาณาจักรเฟยหลี่
ไช่ไช่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทํางานโรงเรียนทหารเฟยหลี่ เอนหลัง พลางคิ้วขมวดขณะที่กําลังขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ บนโต๊ะทํางานของ เธอมีแฟ้มวางไว้ มันถูกระบุว่าเป็นความลับสุดยอด และมีเพียงบุคคล ระดับสูงสุดของอาณาจักรเฟยหลี่เท่านั้นที่สามารถอ่านได้ หากไช่ไช่ไม่
มีสถานะเป็นเจ้าหญิง แม้แต่ตําแหน่งรองผู้บัญชาการของกองทัพก็ยัง ไม่ทําให้เธอสามารถอ่านข้อความในแฟ้มลับนี้ได้
“อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์กําลังจะส่งคนมาเยี่ยมเยียนทางการ ทูต…องค์หญิงตี้ฝูหยา?” ไช่ไช่พึมพํากับตัวเอง เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ ผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ก็ถูก ทําลายไประยะหนึ่งแล้ว ในช่วงเวลานี้ อาณาจักรเฟยหลี่ได้รับข่าว เกี่ยวกับการต่อต้านและการก่อกบฏเล็กๆน้อยๆ แต่โดยปกติแล้วพวก เขามักจะถูกอาณาจักรคาลิเซระงับศึกได้อย่างรวดเร็วด้วยความ ช่วยเหลือของอาณาจักรป่ายต้า ทว่าตอนนี้พวกเขากลับได้รับสาร์นมา จากอาณาจักรจ้งเทียน อาณาจักรเฟยหลี่จะไม่แปลกใจได้อย่างไร?
เป็นไปได้ไหมว่าอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์มีขุมพลังซ่อนเร้นอยู่ใน อาณาจักรจ้งเทียน? แต่พวกเขาไม่เคยได้ยินร่องรอยเกี่ยวกับข่าว ดังกล่าวมาก่อน!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไช่ไช่จะมีความสงสัยเช่นนี้ เพราะถึงอย่างไร อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ก็เป็นเพียงอาณาจักรเล็กๆ พวกเขาจะดึงดูด ความสนใจของอาณาจักรจ้งเทียนได้อย่างไร? แต่นี่เป็นสิ่งที่ถูกส่งมา จากทางการของอาณาจักรจ้งเทียนจริงๆ กระทั่งบอกเป็นนัยว่าพวกเขา ให้การสนับสนุนอาณาอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์อย่างเต็มที่
หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ในอดีต ระหว่างอาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์และอาณาจักรเฟยหลี่ก็คงเหมือนกับรัฐบริวาร หากจะ เปรียบเทียบแล้ว แม้ว่าอาณาจักรเฟยหลี่จะไม่ใช่รัฐบริวารของ อาณาจักรจ้งเทียน แต่พวกเขาก็ยังคงต้องพึ่งพาอาณาจักรจ้งเทียนใน หลายๆเรื่อง ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าอาณาจักรเฟยหลี่จะเป็นอาณาจักรที่มี อํานาจมาก แต่พวกเขาก็ยังคงต้องให้ความสําคัญกับสาร์นทางการและ ความเห็นของอาณาจักรจ้งเทียน
หลังจากการพูดคุยหารือกันมากมาย การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของ ชนชั้นสูงของเฟยหลี่ก็คือให้เจ้าหญิงไช่ไช่ซึ่งเป็นตัวแทนรองผู้ บัญชาการทหารเฟยหลี่เป็นผู้รับผิดชอบในการต้อนรับคณะทูต สําหรับ ความยิ่งใหญ่ในการต้อนรับก็จะเป็นไปตามที่พวกเขาเคยปฏิบัติต่อ อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ในอดีต แม้ว่าจะต้องไว้หน้าอาณาจักรจ้ง เทียน แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการมาเยือนของ คณะทูตในปัจจุบัน ถึงอย่างไรอาณาจักรเฟยหลี่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่าการมา เยือนในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งใด ตัวแทนจากอาณาจักรจ้งเทียนอธิบาย ไว้เพียงคลุมเครือเท่านั้น แต่พวกเขาก็หวังว่าอาณาจักรเฟยหลี่จะ ช่วยเหลือและให้การสนับสนุนอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ในการฟื้ นฟู บ้านเกิดของพวกเขา
หลังจากการพูดคุยกันจนหัวหมุน อาณาจักรเฟยหลี่ก็ได้ตัดสินใจ ว่านอกจากจะส่งกองกําลังออกไปช่วยแล้ว ไช่ไช่จะเป็นคนตัดสินในขั้น
สุดท้ายว่าพวกเขาจะให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆกับอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์มากเพียงใด ส่วนปริมาณการสนับสนุนที่แท้จริงก็คง ต้องรอดูว่าทางคณะทูตจะเป็นอย่างไร และการหารือร่วมกันจะเป็น อย่างไร
ทันใดนั้น ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของไช่ไช่ “โจวเหว่ยชิง?” ไช่ไช่ อุทานอย่างกะทันหันขณะที่มีชื่อหนึ่งหลุดรอดออกจากริมฝีปากของ เธอ
ในขณะนั้นเอง น�าเสียงอันสง่างามก็ดังออกมาจากด้านนอกประตู “เจ้าก็คิดเรื่องเด็กคนนั้นเหมือนกันหรือ?”
ร่างสูงสง่าร่างหนึ่งผลักเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างใน ด้วยตัวตน สถานะ และตําแหน่งของไช่ไช่ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคน สามารถเดินเข้าไปในห้องทํางานของเธอโดยไม่เคาะประตูได้ กระนั้น เด็กหนุ่มในชุดสีดําผู้นี้ก็เดินเข้าไปได้อย่างสบายๆ ราวกับว่ากําลังเดิน เข้าไปในบ้านของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น ไช่ไช่ก็ไม่ได้แสดงอาการรําคาญ หรือโกรธแต่อย่างใด
เมื่อเห็นเขา ไช่ไช่ก็ยิ้มแย้มอย่างงดงาม ยืนขึ้นและเดินไปที่หน้า โต๊ะทํางาน ก่อนจะเอนพิงมันขณะที่กล่าวว่า “ดีจังที่เจ้ามาที่นี่ทันเวลา มาช่วยข้าวิเคราะห์เรื่องนี้หน่อย เป็นไปได้ไหมที่เด็กน้อยโจวเหว่ยชิง นั่นกําลังพยายามกวนบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา?”
เด็กหนุ่มพยักหน้าและมีรอยยิ้มจางๆพาดผ่านบนใบหน้าขณะที่ เขาพูดว่า “ถ้าข้าเดาไม่ผิดก็น่าจะเป็นอันธพาลน้อยคนนั้นนั่นแหละ ถ้า ข้าเป็นเจ้า คราวนี้เจ้าควรให้การต้อนรับที่เป็นเกียรติสูงสุดแก่ อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์…”
“โอ้? ทําไมล่ะ? เพียงเพราะโจวเหว่ยชิง…?” ไช่ไช่มองไปที่เด็ก หนุ่มในชุดดําอย่างอยากรู้อยากเห็น “เหตุผลเดียวที่ข้านึกถึงเขาก็ เพราะว่า ตี้ฝูหยาถูกเขาพาไปก่อนหน้านี้…แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าเดาได้ อย่างไรว่าการเยือนของคณะทูตในครั้งนี้มีเขาอยู่เบื้องหลัง”
เด็กหนุ่มในชุดดํายิ้มและพูดว่า “ข้ามีหลักฐาน”
“เจ้าคิดว่าโจวเหว่ยชิงคนเดียวไม่มีอํานาจมากพอให้เราจัดงาน เลี้ยงต้อนรับเช่นนั้นหรือ? ถ้าเจ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ ข้าคงต้องบอกว่าเจ้า คิดผิดมาก แม้ว่าจะไม่มีงานเลี้ยงรับรองคณะทูตหรือมีโจวเหว่ยชิงมา เยี่ยมเยียนเพียงคนเดียว เพื่ออาณาจักรเฟยหลี่ ข้าขอแนะนําให้เจ้า ต้อนรับเขาด้วยเกียรติสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อแก้ไขความสัมพันธ์ ที่ขาดหายไปจากตอนที่เขาออกจากอาณาจักรเฟยหลี่”
“หมิงหยู นี่ไม่เหมือนกับเจ้าที่แสนเย่อหยิ่งผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย! นี่ เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเจ้ากล่าวอย่างนับถือผู้อื่นขนาดนั้น นอกจากนี้ ถ้าข้าจําไม่ผิด เจ้าเคยพบกับโจวเหว่ยชิงเป็นการส่วนตัวเพียงครั้งเดียว
ใช่ไหม?” แม้ว่าไช่ไช่จะค่อนข้างประหลาดใจ แต่คําพูดของเธอก็ยังดู สง่างามและมั่นใจ
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือแม่ทัพเฟยหลี่ที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่ เลื่องลือ ผู้ที่เพิ่งกลับมาจากแนวหน้าในสงครามชายแดนกับอาณาจักร วั่นโซ่ว ทําให้อาณาจักรเฟยหลี่ชนะอีกครั้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมิงหยูได้สะสมชัยชนะและความดี ความชอบทางทหารมากมาย และถึงตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งแม่ ทัพใหญ่แล้ว ในกองทัพเฟยหลี่ ยศและสถานะของเขาถือว่ามั่นคงไม่มี สั่นคลอน ในการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังเช่นอาณาจักรวั่นโซ่ว แม้ จะถูกตําหนิและวิพากษ์วิจารณ์ถึงวิธีการที่เขาใช้มาโดยตลอด แต่ อัจฉริยะทางทหารเช่นหมิงหยูก็ไม่อาจเก็บไว้ในเมืองเฉยๆได้ เว้นแต่ ราชวงศ์เฟยหลี่จะโง่เขลาเท่านั้น
เมื่อมองไปที่ไช่ไช่ หมิงหยูก็ถอนหายใจเบาๆและพูดว่า “ถ้าข้า ไม่ได้รับข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ข้าก็คงไม่อยากจะเชื่อว่าโจว เหว่ยชิงจะสามารถเติบโตขึ้นมาได้อย่างทรงพลังในช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่ปี เช่นนี้ ทั้งหมดที่ข้าพูดได้ก็มีเพียงบรรทัดเดียว แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่ จะทําให้เจ้ารู้ว่าทําไมข้าถึงยกย่องเขาขนาดนี้ โจวเหว่ยชิงมียอดฝีมือ ระดับมหาราชาสวรรค์สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง… ”
“อะไรนะ?” ไช่ไช่อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ ความ สง่างามและความสุขุมตามปกติของเธอหายวับไปในช่วงเวลานั้น หญิง สาวจ้องมองหมิงหยูด้วยความประหลาดใจ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่ เอ่ย “เจ้าแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองพูดหรือเปล่า? โจวเหว่ยชิงจะมียอดฝีมือ ระดับมหาราชาสวรรค์สนับสนุนอยู่เบื้องหลังได้อย่างไร?”
หมิงหยูยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “นั่นไม่ใช่สิ่งเดียว เจ้ายังจํา ซ่างกวนปิงเอ๋อร์ที่เข้ามาในโรงเรียนพร้อมกับเขาได้ไหม? เด็กหญิงตัว เล็กๆคนนั้นมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา… แท้จริงแล้วนางเป็นลูกสาวคนที่ 3 ที่หายสาบสูญไปของรองเจ้าวังสวรรค์ไพศาล ซ่างกวนเทียนเยว่! เจ้า และข้ารู้ดีถึงความสัมพันธ์ของนางกับโจวเหว่ยชิง…และไม่ต้องสงสัย เลยว่าการสนับสนุนของอาณาจักรจ้งเทียน หรือแม้แต่วังสวรรค์ไพศาล ที่โจวเหว่ยชิงได้รับอาจจะมาจากสิ่งนี้”
ข่าวที่ได้รับจากหมิงหยู นับประสาอะไรกับไช่ไช่ มันเป็นข่าวที่มี ความสําคัญสูงสุดต่ออาณาจักรเฟยหลี่ทั้งหมด ในช่วงเวลานั้น การ แสดงออกของไช่ไช่พลันเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง เธอเข้าใจทันทีว่า แผนการรับรองงานเลี้ยงคณะทูตของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ต้อง ปรับเปลี่ยนไปอีกมาก
ทําไมเจ้าถึงไม่รายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนรับทราบ?” ไช่ไช่มองไป ที่หมิงหยูด้วยสายตาตําหนิ
หมิงหยูเม้มริมฝีปาก ก้าวไปข้างหน้าและจับมือของไช่ไช่ก่อนจะ ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเขา “ทําไมข้าต้องรายงาน? ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า บอกข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าจะรู้เกี่ยวกับคณะทูตที่ว่าหรือไม่? เทพ สงครามเศษสวะอะไรกันล่ะ…ในสายตาของราชวงศ์ของเจ้า ข้าก็เป็น แค่สุนัขที่มีประโยชน์ให้ใช้งานเท่านั้น”
ใบหน้าของไช่ไช่แข็งกระด้างขึ้น แต่เธอก็ปล่อยให้เขากอดตนเอง ต่อไป แววขอโทษปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอขณะที่หญิงสาวเอ่ยเบาๆ “ข้าขอโทษ หมิงหยู…อย่างที่เจ้ารู้ พวกเราก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน วิธีการต่อสู้ของเจ้าไม่เหมือนใคร… และทุกคนก็ไม่สามารถยอมรับได้”
หมิงหยูพูดอย่างเฉยเมย “พอเถอะ คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าราชวงศ์คิด ยังไงกับข้า ถ้าพวกเขาให้ความสําคัญกับข้าจริงๆ พวกเขาก็คงยอมให้ ข้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว เจ้ายังจะต้องรอจนถึงวันนี้ เพื่อที่จะครองตัวเป็น โสดตอนอายุ 40 อีกหรือ? เราไม่จําเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว… อย่างที่ข้าเคยบอก…ถ้าวันหนึ่งข้าต้องออกจากอาณาจักรเฟยหลี่ กะทันหันก็อย่าได้แปลกใจไปเลย”
ไช่ไช่สูดหายใจเข้าลึก ทันใดนั้นหญิงสาวก็กอดหมิงหยูกลับด้วย กําลังทั้งหมดของเธอ หญิงสาวขอร้องด้วยน�าเสียงแหบพร่า “ไม่ ข้าจะ ไม่ปล่อยเจ้าไป เพื่อข้า เจ้าช่วยอยู่ต่อไม่ได้เหรอ?”
หมิงหยูถอนหายใจเบาๆและพูดว่า “…ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าก็คง จากไปนานแล้ว ข้าไม่เคยซ่อนภูมิหลังของข้าจากเจ้า… เพราะข้าเชื่อใจ เจ้า แต่เจ้าก็เป็นสมาชิกของราชวงศ์และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าไม่ สามารถปล่อยวางลงได้ เจ้าสามารถซ่อนเบื้องหลังของข้าได้ แต่เมื่อเจ้า ต้องเผชิญกับตัวเลือกของราชวงศ์ ในท้ายที่สุด เจ้าก็จะไม่เลือกยืนเคียง ข้างข้าอยู่ดี”
ไช่ไช่เงียบลง เธอรู้ว่าสิ่งที่หมิงหยูพูดเป็นความจริง ด้านหนึ่งคือ ผู้ชายที่เธอรัก … แต่อีกด้านก็คือครอบครัวของเธอ บ้านเกิดเมืองนอน ของเธอ อาณาจักรของเธอ … มันยากเกินกว่าที่ไช่ไช่จะเลือกได้อย่าง แท้จริง
“ข้าจะรับฟังข้อเสนอแนะของเจ้าและปฏิบัติต่อคณะทูตของ อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์อย่างให้เกียรติสูงสุด เจ้ามีข่าวอื่นๆ เกี่ยวกับโจวเหว่ยชิงหรือไม่? ข้าจะต้องรายงานเบื้องบนว่าเขาได้รับการ สนับสนุนจากซ่างกวนเทียนเยว่แห่งวังสวรรค์ไพศาล”
จู่ๆหมิงหยูก็หัวเราะ ผลักไช่ไช่ออกเล็กน้อย “เจ้าคิดจริงๆหรือว่า ยอดฝีมือระดับมหาราชาสวรรค์ที่ข้าพูดถึงก่อนหน้านี้คือซ่างกวนเทียน เยว่? ไม่ เจ้าคิดผิด วังสวรรค์ไพศาลและอาณาจักรจ้งเทียนสนับสนุน โจวเหว่ยชิง แต่มหาราชาสวรรค์ที่สนับสนุนโจวเหว่ยชิงเป็นคนอื่น แน่นอน”
“คนอื่น?” ครั้งนี้ ไช่ไช่พบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อ เธอจําเด็ก หนุ่มหน้าตาซื่อๆแต่แสนเจ้าเล่ห์คนนั้นได้ดี…ตอนนี้เขาจะกลายเป็น ‘บุคคลมากอํานาจ’ ไปได้อย่างไร?
หมิงหยูพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าไม่ได้พยายามทําให้เจ้าตกใจ คนที่สนับสนุนโจวเหว่ยชิง…แม้แต่อาณาจักรเฟยหลี่ก็ไม่สามารถทําให้ เขาขุ่นเคืองได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าพยายามทําลายความสัมพันธ์ กับอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์…มิฉะนั้นเจ้าก็จะไม่อาจคาดเดาผลที่ ตามมาได้”
ใบหน้าของไช่ไช่เปลี่ยนเป็นสนอกสนใจขึ้นมาอย่างแท้จริง “เจ้ารู้ ไหมว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเขาคือใคร?”
หมิงหยูส่ายหัวและพูดว่า “ใช่ ข้ารู้ แต่ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้ เจ้าควรเข้าใจที่มาของข่าว…”
ไช่ไช่เอียงศีรษะเล็กน้อยและพูดว่า “ขอบคุณที่บอกข้าเกี่ยวกับ เรื่องทั้งหมดนี้ อย่างไรก็ตาม ทําไมข้ารู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเจ้าค่อยๆ ถอยห่างจากข้าไปทีละนิดล่ะ?”
หมิงหยูมองไปที่เธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจ และพูดว่า “ บางที…อาณาจักรเฟยหลี่อาจไม่เหมาะกับข้าจริงๆ”
…
15 วันให้หลัง ตอนรุ่งเช้า
ประตูทิศตะวันออกของเมืองเฟยหลี่เปิดกว้างในเวลาเช้าตรู่ มี ทหารมากกว่าหนึ่งพันคนมารวมตัวกันที่นั่นเพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย ถนนได้รับการทําความสะอาดและเก็บกวาด ปัจจุบันทหาร ม้าของราชวงศ์จัดขบวนแถวตั้งรับที่สมบูรณ์แบบ แลดูองอาจน่า ประทับใจในขณะที่พวกเขารวมตัวกันอยู่ที่นั่น
ภายใต้ร่มที่ทําจากผ้าไหม เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟยหลี่ ผู้เป็น อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนทหารเฟยหลี่ ไช่ไช่ ได้นําเจ้าหน้าที่ทหารของ อาณาจักรยืนรออยู่ที่ประตูเพื่อรอรับคณะทูตที่กําลังจะมาถึงด้วย ตัวเอง
…………………………………………….