Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 189 ตัวปัญหา! (2)
ขณะที่เธอมองไปยังภาพที่สง่างามเบื้องหน้า ไช่ไช่ก็เริ่มรู้สึก เสียใจ…เสียใจกับคําพูดที่ตนเองเพิ่งเอ่ยไปก่อนหน้านี้ คนเหล่านี้… จะดี หรือที่ยอมให้พวกเขาเข้าเมืองเฟยหลี่?
ทหาร 200 คนที่อยู่ด้านหน้าพวกเขามาจากไหนกัน? ขณะที่ควบขี่ อสูรยูนิคอร์น ความสูงโดยรวมของพวกเขาก็ปาเข้าไปเกือบ 4 เมตร แล้ว? พวกเขาเป็นมนุษย์จริงๆหรือ? เมื่อมองไปที่อาวุธเหล่านั้น … กระบองหนามขนาดใหญ่ ขวานศึกขนาดมหึมา … พวกนั้นทํามาจาก เหล็กทั้งชิ้นจริงๆหรือ?! ถ้าเป็นเช่นนั้น มันจะหนักแค่ไหนกัน!?
ไช่ไช่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าหัวใจกําลังบีบรัด คิดกับตัวเองว่าการ สนับสนุนที่อาณาจักรจ้งเทียนมอบให้โจวเหว่ยชิงนั้นเกินความ คาดหมายของเธอไปแล้ว! พวกเขาส่งสมบัติลับขั้นสูงสุด ทหารที่ดีที่สุด มาพร้อมกับโจวเหว่ยชิงหรือ? หลายปีที่ผ่านมานี้ อาณาจักรเฟยหลี่ไม่ เคยได้ยินมาก่อนว่าอาณาจักรจ้งเทียนมีหน่วยทหารที่ว่า!
ภายใต้การนําของแม่ทัพชุดเกราะทองคําที่อยู่ด้านหน้า กองทหาร ทั้งหมดก็มาถึงประตูเมืองเฟยหลี่อย่างรวดเร็ว หยุดอยู่ห่างจากเจ้าหญิง ไช่ไช่ประมาณ 30 หลา ผู้เป็นแม่ทัพรั้งบังเหียนม้าให้หยุด และก่อนที่
ใครจะได้ทันเห็นการกระทําของเขา เขาก็ลงจากหลังม้าไปแล้ว ธงในมือ ของชายหนุ่มทะยานกลับไปที่ด้านหลังอย่างมั่นคง ก่อนจะตกลงในมือ ของ 1 ใน 4 กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง ผู้ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มีรูปร่างใหญ่โต เหมือนกัน จากการแสดงพลังเมื่อสักครู่ เขาก็ต้องมีมณีอย่างน้อย 6 ชุด ขึ้นไปจึงจะสามารถทําอย่างเมื่อสักครู่ได้อย่างง่ายดาย
แม่ทัพชุดเกราะทองคําก้าวออกมาข้างหน้า ถอดหมวกเกราะออก จากศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์และสง่างาม แม้ว่าจะยังดู เยาว์วัยอยู่ก็ตาม เขาโค้งคํานับเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่อไช่ไช่ ก่อนจะกล่าวว่า “ผู้บัญชาการกรมทหารไร้พ่าย อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์ โจวเหว่ยชิง หัวหน้าคณะทูตทักทายฝ่าบาท”
อันที่จริงกองพันไร้พ่ายได้ถูกโจวเหว่ยชิงเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหาร ไร้พ่ายอย่างเป็นทางการเพื่อความเหมาะสม เนื่องจากพวกเขากําลังจะ กลับไปที่อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ จึงไม่จําเป็นต้องปกปิดตัวเอง เหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป ตอนนี้กรมทหารไร้พ่ายมีจํานวนมากกว่า 9,000 นาย จึงไม่มีปัญหาหากจะเรียกตัวเองว่าเป็นกรมทหาร แน่นอน ว่ารูปแบบภายในของพวกเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ใช้คําว่ากองร้อย หลักแทนคําว่ากองพันเหมือนเดิม
เมื่อมองเห็นโจวเหว่ยชิงในระยะไกลๆ ไช่ไช่ก็เกือบตกอยู่ในภวังค์ ไปชั่วขณะ เป็นเวลาเพียง 2 ปีนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้พบกันครั้งสุดท้าย
และตอนนี้โจวเหว่ยชิงก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากหลังออกไปจาก อาณาจักรเฟยหลี่ แม้ไม่รู้ว่าทําไม แต่จู่ๆไช่ไช่ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เสียใจที่ไม่ต่อสู้กับพวกฝ่ายค้านทั้งหมดเพื่อทําตามที่ตนเองต้องการใน อดีต เพื่อให้เด็กคนนี้อยู่ในอาณาจักรเฟยหลี่ต่อไปอย่างปลอดภัย
เมื่อมองไปที่โจวเหว่ยชิง ไช่ไช่ก็ยิ้มและพยักหน้ากล่าวว่า “ผู้ บัญชาการกรมทหารโจว ท่านเดินทางมาไกลพร้อมกับคณะทูต ข้าขอ ทราบว่าองค์หญิงตี้ฝูหยาอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคําถามของไช่ไช่ คิ้วของโจวเหว่ยชิงก็ขมวดเล็กน้อย ใน ความเป็นจริง การที่ไช่ไช่จัดพิธีต้อนรับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ กระทั่งนําขบวน ทหารม้าของราชวงศ์มาด้วย…นั่นเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของโจว เหว่ยชิงไปแล้ว ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพียงคณะทูตจากอาณาจักรที่ ล่มสลายไปแล้ว แต่กลับยังได้รับการต้อนรับในมาตรฐานระดับสูงเช่นนี้ ทว่าทันทีที่ไช่ไช่พูด เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเหนือกว่าของ อาณาจักรขนาดใหญ่ในทันที ทั้งคู่ต่างก็เป็นเจ้าหญิง แต่น�าเสียงของ เธอทําให้องค์หญิงตี้ฝูหยาดูมีสถานะที่ตกต�ากว่ามาก
โจวเหว่ยชิงอมยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า “ตอนนี้พระองค์กําลัง พักผ่อนอยู่ในรถม้า เจ้าหญิงไช่ไช่ เราเข้าเมืองก่อนแล้วค่อยสนทนากัน เพิ่มเติมเป็นอย่างไร?”
ไช่ไช่ชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่คาดคิดว่าโจวเหว่ยชิงจะตอบกลับ เช่นนั้น วันนี้เธอผู้เป็นเจ้าหญิงออกมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพื่อต้อนรับ อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ด้วยเกียรติอันสูงส่งเช่นนี้ อีกทั้งพวกเขายัง ต้องยืนรออยู่นาน ในสายตาของไช่ไช่ ไม่ว่าอย่างไรองค์หญิงตี้ฝูหยาก็ ควรออกมาขอบคุณเธอเป็นการส่วนตัว แม้ว่าตอนนี้จะเป็นองค์ จักรพรรดิของอาณาจักรคาลิเซที่มาเยือนที่นี่ เขาก็จะไม่ได้รับการ ต้อนรับอย่างดีเช่นนี้แน่! กระนั้น เมื่อมองไปที่โจวเหว่ยชิงก็ดูเหมือนว่า เขาจะไม่พอใจกับเรื่องนี้เท่าใดนัก แม้แต่องค์หญิงตี้ฝูหยาก็ไม่ได้ เตรียมการที่จะออกมาด้วยตัวเอง นี่มันเท่ากับตบหน้าเธอชัดๆ!
แน่นอน สิ่งที่ไช่ไช่ไม่รู้ก็คือ ความคิดของโจวเหว่ยชิงนั้นเรียบง่าย มาก จุดประสงค์ทั้งหมดของการมาเยี่ยมเยือนทางการทูตครั้งนี้ของเขา คือการแสดง ’13′[1]หรือก็เพื่อประกาศศักดา อวดบารมีกันเสียหน่อย!
โจวเหว่ยชิงรู้ดีว่าด้วยการสนับสนุนของอาณาจักรจ้งเทียน อาณาจักรเฟยหลี่ก็จะต้องสนับสนุนอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ของพวก เขาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือมันอาจเป็นเพียงการสนับสนุนแบบ พอเป็นพิธีเพื่อให้อาณาจักรจ้งเทียนพอใจ ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์ใดๆเลย ดูจากปฏิกิริยาที่พวกเขามีหลังจากที่อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ถูก ทําลาย และหมายจับของเขาหลังจากนั้น…โจวเหว่ยชิงก็ดูออกแล้ว
ด้วยเหตุนี้ หากเขาต้องการที่จะกอบโกยผลประโยชน์จาก อาณาจักรเฟยหลี่ให้มากขึ้น เขาก็ต้องแสดงความแข็งแกร่งและคุณค่า ที่แท้จริงของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ให้ประจักษ์ เพื่อให้อาณาจักร เฟยหลี่รู้สึกว่าโจวเหว่ยชิงสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในภาคใต้ ได้จริง คุ้มค่ากับการลงทุนและกําลังสนับสนุนที่จะมอบให้ มีเพียง เท่านั้น การสนับสนุนของอาณาจักรเฟยหลี่จึงจะออกมาจากใจจริงได้
แม้ว่าโจวเหว่ยชิงจะร�ารวยมาก แต่เขาก็ไม่สามารถพึ่งพาเงิน จํานวนนั้นเพียงอย่างเดียวในการทําสงครามกอบกู้อาณาจักรบ้านเกิด ของเขา เดิมทีจํานวนเงินที่ต้องใช้ในการทําสงครามดังกล่าวก็มากมาย จนไม่อาจนับได้แล้ว เขาไม่เพียงแต่ต้องรวบรวมกําลังพลให้มากขึ้น เท่านั้น แต่ยังต้องปฏิบัติต่อพลเมืองอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ให้ดีอีก ด้วย…ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินจํานวนมาก ดังนั้น ครั้งนี้เขาจึงไม่เพียงแต่ มาที่นี่เพื่อ ‘ทําตัวเท่’ เท่านั้น แต่ยังต้องทําให้ได้ถึงระดับที่ตั้งไว้อย่างดูดี มีชาติสกุลด้วย! ดังนั้นสหายคนนี้จึงมาที่นี่เพื่ออวดความแข็งแกร่งของ กองพันไร้พ่ายของเขา ไม่ เดี๋ยวก่อน ตอนนี้ควรเรียกว่ากรมทหารไร้ พ่ายสิ!
ก่อนที่ไช่ไช่จะตอบกลับ เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ข้างๆเธอก็ก้าว ออกมาข้างหน้าแล้วพูดอย่างเย็นชา “ผู้บัญชาการโจว เจ้าหญิงของเรา ออกมาต้อนรับเจ้าหญิงตี้ฝูหยาแห่งอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ของท่าน ด้วยตัวเองเช่นนี้แล้ว ท่านแน่ใจหรือว่าเจ้าหญิงตี้ฝูหยาจะไม่ออกมา
อวดโฉมให้เราได้ยล? หรือว่าหลังจากที่อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ถูก ทําลาย พวกท่านก็ลืมความสุภาพขั้นพื้นฐานที่สุดไปแล้ว?”
เจ้าหน้าที่ทหารผู้นี้เป็นชายที่ดูอายุราวๆ 40 ปี สวมชุดเกราะสีเงิน โดดเด่นที่สลักลวดลายสีทองสลับซับซ้อน ก่อให้เกิดเป็นภาพที่ดูงดงาม อ่อนช้อย ด้านหลังของเขายังมีเสื้อคลุมสีเขียวน�าทะเลที่โบกสะบัดไป ตามสายลมในขณะที่ชายหนุ่มเอ่ยปากอย่างเฉียบขาด
ใบหน้าของโจวเหว่ยชิงเปลี่ยนไปทันที “เจ้าหญิงตี้ฝูหยาก็เป็นเจ้า หญิงเช่นกัน แต่ปัจจุบันพระนางเป็นสมาชิกคนเดียวในราชวงศ์ของเรา พระนางเป็นตัวแทนของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ เราย่อมต้องคุ้มกัน พระนางให้ดีที่สุด หากเราไม่สามารถช่วยเหลือฝ่าบาทได้ในอนาคต เจ้า หญิงตี้ฝูหยาก็จะกลายเป็นราชินีคนใหม่ของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ราชินีในอนาคตของเราอยู่ที่นี่แล้ว แต่อาณาจักรของท่านกลับส่งเจ้า หญิงมาต้อนรับนางเท่านั้น ทําไมพระนางต้องออกมาพบท่านด้วยไม่ ทราบ?”
เจ้าหน้าที่ทหารของอาณาจักรเฟยหลี่ทั้งหมดที่รวมตัวกันอยู่ข้าง หลังไช่ไช่อ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุดเมื่อได้ยินคําพูดเหล่านั้น ในสายตาของพวกเขา การที่เฟยหลี่ต้อนรับอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ด้วยเกียรติอันสูงส่งเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อแล้ว แต่เด็กหนุ่มที่ดู
ไม่ถึง 20 ปีผู้นี้กลับกล้าพูดได้เต็มปากว่าการต้อนรับของพวกเขาไม่ดี พอ นี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสุดๆ!
ในช่วงเวลานั้น แม้แต่สีหน้าของไช่ไช่ก็ยังดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที แม้จะถามตัวเอง ไช่ไช่ก็ยังรู้สึกว่าเธอปฏิบัติกับโจวเหว่ยชิงอย่างดีที่สุด แล้ว แต่เด็กน้อยคนนี้กลับยังจะทําตัวหาเรื่องให้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย เธอก็อยากถามจะโจวเหว่ยชิงว่า “ไอ้เจ้าเด็ก เหลือขอ! เจ้ามาที่นี่เพื่อก่อปัญหาใช่ไหม?”
เจ้าหน้าที่ทหารผู้ซึ่งเดินออกไปต่อว่าโจวเหว่ยชิงก็ตกตะลึงกับ คําพูดของอีกฝ่ายไม่น้อย เขาไม่เคยคาดคิดว่าโจวเหว่ยชิงจะตอกกลับ อย่างหยาบคายและรุนแรงขนาดนี้ ความโกรธของเขาพุ่งสูงขึ้นใน พริบตา และเขาก็ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์นับเป็นตัวอะไร อาณาจักรเล็กๆที่ล่มสลายไปแล้ว นับประสา อะไรกับที่ว่าตี้ฝูหยายังไม่ใช่ราชินี แม้ว่านางจะเป็นราชินีจริงๆ แต่จะ สามารถนํานางมาเปรียบเทียบกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ของเราได้หรือ? หรือว่าเจ้าต้องการให้องค์จักรพรรดิของเรามาต้อนรับนางล่ะ?” ไม่ให้ ตัวเองถูกก่นด่า เขาจึงยับยั้งชั่งใจมากแล้ว
โจวเหว่ยชิงมองเขาอย่างเย็นชาและพูดว่า “ข้าขอถามได้ไหมว่า เจ้าเป็นใคร?”
แม่ทัพผู้นั้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ข้าผู้นี้คือรองผู้บัญชาการทหาร ม้าราชวงศ์เฟยหลี่ เซินหวัง”
โจวเหว่ยชิงพยักหน้าให้เขา จากนั้นก็ยกมือขึ้นพร้อมกับหมวก เกราะสีทองที่เขาถอดออกก่อนหน้านี้ เขากล่าวด้วยน�าเสียงที่เคร่งขรึม “รองผู้บัญชาการเซิน เจ้าดูถูกอาณาจกัรของข้า เช่นนั้นข้าขอท้าเจ้า ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ให้เราใช้เลือดสดๆชะล้างความอัปยศนั้น ออกไป เจ้ากล้ายอมรับไหม?”
เซินหวังกําลังโกรธมาก และเขาก็กําลังจะอ้าปากตอบรับ แต่กลับ ถูกหยุดไว้ด้วยฝ่ามือเดียวจากไช่ไช่ เมื่อมองไปที่โจวเหว่ยชิงและท่าทาง ไร้เหตุผลแต่ไม่ยอมใครของเขา เธอก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีก ต่อไป หญิงสาวลดเสียงลงและเอ่ยอย่างเข้มงวดจริงจัง “โจวเหว่ยชิง เจ้ามาที่นี่เพื่อก่อปัญหารึ!”
โจวเหว่ยชิงกล่าวอย่างเย็นชา “ท่านหมายความว่าอย่างไรที่บอก ว่าข้ามาที่นี่เพื่อก่อปัญหา? หากมีคนดูหมิ่นอาณาจักรของท่าน ท่านไม่ ควรตอบโต้หรือสู้กลับหรือ? สําหรับเรื่องนี้ ข้าไม่อาจยอมได้ ถ้าเขาไม่ รับคําท้าของข้า เราก็จะไม่เข้าไปในเมือง…และพวกท่านทุกคนก็รอ รับผิดชอบต่อผลของการกระทําของตัวเองได้เลย แม้ว่าอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์ของเราจะถูกผู้อื่นยึดครอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะยอมให้คนอื่นดูถูก”
“ถ้าเจ้าต้องการต่อสู้ ข้าก็เต็มใจ! โปรดให้ข้าสั่งสอนเด็กน้อยที่ไม่ รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต�าคนนี้เถอะ” เซินหวังกล่าวด้วยความเดือดจัด
ขณะนี้เจ้าหญิงไช่ไช่อยู่ในสภาพที่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด เธอแน่ใจว่าไม่เคยมีการ เยี่ยมเยียนทางการทูตใดๆที่เริ่มต้นด้วยการต่อสู้ก่อนที่พวกเขาจะเข้า ประตูเมือง หากพวกเขาเริ่มต่อสู้กันตั้งแต่นอกประตูเมือง ประชาชน คนธรรมดาจะคิดอย่างไร!
ไช่ไช่จ้องไปที่โจวเหว่ยชิงและพูดด้วยความโกรธ “ได้ ถ้าเจ้า ต้องการที่จะต่อสู้ เอาก็เถิด เราจะทําเช่นนั้นที่สนามฝึกทหาร ไม่ใช่ที่ หน้าประตูเมือง เพราะนั่นจะทําให้ที่นี่เกิดปัญหาและความโกลาหลมาก เกินไป”
คราวนี้โจวเหว่ยชิงไม่ยืนกรานขัดขวาง เขาตอบตกลงโดยไม่ลังเล “ดี สนามฝึกทหารก็ใช้ได้ ท่านผู้อํานวยการไช่ไช่ปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่าง ดีในอดีต ข้าย่อมต้องไว้หน้าท่านอย่างแน่นอน”
ไช่ไช่จ้องมองเขาอีกครั้ง ราวกับกําลังจะพูดว่าถ้าเจ้ากําลังไว้หน้า ข้า แล้วทําไมถึงยังมาสร้างปัญหาที่นี่อีก!
ความวุ่นวายนี้ส่งผลให้อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ไม่ได้เข้าสู่เมือง เฟยหลี่ไปโดยปริยาย ทั้งกลุ่มพลันมุ่งหน้าไปยังสนามฝึกทหารที่อยู่ห่าง ออกไปนอกเมืองแทน
เมืองเฟยหลี่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเฟยหลี่ และความสําคัญ ของมันก็ย่อมต้องยิ่งใหญ่อย่างถึงที่สุด มันไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลาง ของอํานาจทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงมีกองทหารชั้นยอดจํานวนมากประจําการอยู่ที่ค่ายรอบ เมืองเฟยหลี่ และมีสนามฝึกทหารอยู่บริเวณประตูเมืองแต่ละแห่ง ใน บรรดาสนามทั้งหมด สนามทางทิศใต้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสนามทาง ทิศตะวันออกก็เป็นรองอยู่เล็กน้อย
ไช่ไช่ได้รับการคุ้มกันโดยกองกําลังทหารม้าราชวงศ์ นํากลุ่มโดย เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเฟยหลี่ ในขณะที่โจวเหว่ยชิงนํากรมทหาร ไร้พ่ายตรงไปยังสนามฝึกทหาร นี่เป็นเพราะไช่ไช่เป็นหัวหน้ากองทหาร ทั้งหมด ณ ที่นี้ มิฉะนั้นเรื่องนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เธอมีอํานาจสั่งการ ต้อนรับคณะทูตในปัจจุบันอย่างเด็ดขาดเต็มที่ ไช่ไช่จึงสามารถทํา ตามที่เธอพอใจได้โดยไม่มีใครกล้าทักท้วง ผู้บัญชาการที่แท้จริงของ กองทหารม้าราชวงศ์มักจะถูกส่งไปประจําการที่พระราชวังเพื่อปกป้อง ราชวงศ์ ดังนั้นจึงมีเพียงรองผู้บัญชาการเซินหวังเท่านั้นที่พาเธอมาที่นี่ ในความเป็นจริง เขาเองก็อยู่ฝ่ายเดียวกับเธอในสภาเช่นกัน
ไช่ไช่เข้าไปในรถม้าของตัวเอง ส่วนโจวเหว่ยชิงนําม้าปีศาจผีเขา เดียวของเขาเคลื่อนที่ไปข้างรถม้าในขณะที่พวกเขาทุกคนมุ่งหน้าไปยัง สนามฝึกทหาร ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงของไช่ไช่ดังในหูของตนเอง
“เจ้า….เจ้ากําลังจะทําอะไร?” ไช่ไช่ใช้พลังปราณสวรรค์ของเธอใน การถ่ายทอดเสียงไม่ให้ใครได้ยิน
การแสดงออกของโจวเหว่ยชิงยังคงไร้อารมณ์ความรู้สึก และเขาก็ กล่าวด้วยการถ่ายทอดเสียงกลับ “ข้าไม่ได้พยายามจะทําอะไรเป็น พิเศษ…แค่ต้องการให้อาณาจักรของข้าได้รับความเคารพจากคนอื่น นั่นผิดหรือไง?”
……………………………………………..
[1] 13 คําแสลงทางอินเทอร์เน็ตของจีน 13 เวลาเขียนติดกัน รูปร่างเหมือนตัวอักษรภาษาอังกฤษ ‘B’ แล้วตัว B ก็รูปเหมือน 逼 อีกที ในที่นี้เป็นคําว่า 装逼 (zhuang bi) ซึ่งหมายถึงการโอ้อวด/แสแสร้ง/ อวดดี