Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 190 3 ใน 5? (3)
ทันใดนั้นเซินหวังก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเบาโหวงขึ้น ชายหนุ่ม เข้าใจได้ทันทีว่าพลังที่จํากัดศาสตรามณียุทธ์และทักษะกักเก็บของเขา กําลังจะสิ้นสุดลง!
เซินหวังรอโอกาสนี้มานานแล้ว และแม้ว่าพลังปราณสวรรค์ของ เขาจะถูกใช้ไปเกือบ 7 ใน 10 ส่วน แต่ในที่สุดเขาก็หลุดออกจากผล ทักษะจนได้ ในสายตาของเขา แม้ว่าตอนนี้โจวเหว่ยชิงจะอยู่ในสถานะ ได้เปรียบ แต่สําหรับจ้าวมณีสวรรค์ระดับมณี 6 ชุดที่โจมตีอย่าง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน พลังปราณสวรรค์ของอีกฝ่ายควรจะถูกเผา ผลาญออกไปมากกว่าของเขาเอง ดังนั้นแม้เขาจะถูกทําให้อับอายก่อน หน้านี้ แต่โอกาสชนะก็มาถึงแล้ว!
ในความเป็นจริง ที่เซินหวังรู้สึกได้ว่าแรงกดดันที่ได้รับน้อยลงนั้น เป็นเพราะไข่มุกสายฟ้าทั้งหมดที่ระดมโจมตีเขาได้หยุดเคลื่อนไหวไป ชั่วขณะ อย่างไรก็ตาม การหยุดชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะ หายตัวไป
ระยะเวลาใช้งานสําหรับทักษะผนึกมังกรเงียบในปัจจุบันคือ 1 นาที และในช่วงเวลาดังกล่าว โจวเหว่ยชิงจะทําผิดพลาดได้อย่างไร?
ความหวังเพิ่งจุดประกายในดวงตาของเซินหวัง แต่เมื่อได้เห็นภาพ เบื้องหน้า หัวใจของเขาก็พลันรู้สึกหนักอึ้ง
ที่ไข่มุกสายฟ้าหยุดโจมตีเป็นเพราะพวกมันกําลังรวมตัวกัน แนบ ติดอย่างไร้ซึ่งช่องว่างบนท้องฟ้า ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น ไข่มุกสายฟ้าอีก หลายร้อยดวงก็ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ คราวนี้เมื่อเทียบ กับการโจมตีครั้งก่อน ไข่มุกสายฟ้าทั้งหมดได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว แล้ว จากนั้นพวกมันก็พุ่งเข้าโจมตีทุกส่วนของร่างกายเซินหวังพร้อมๆ กันในการโจมตีครั้งสุดท้าย
เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเซินหวังสั่นไหวอย่าง รุนแรง ก่อนที่ผิวจะไหม้เป็นถ่านสีดํา เดิมทีเนื่องจากชุดเกราะสีเงินที่ สวยงามถูกเซินหวังเก็บไว้ในขณะที่ปลดปล่อยศาสตรามณียุทธ์ และ เขาก็ไม่มีเวลาที่จะสวมมันกลับคืน ดังนั้นในปัจจุบันเสื้อผ้าของเขาจึง ขาดรุ่งริ่ง เส้นผมสีทองที่สวยงามก็ชี้ฟูโด่เด่และไหม้เกรียมไปทั้งหมด ท่ามกลางแรงระเบิดจํานวนมหาศาล เขาถูกแรงดีดผลักกระเด็นถอย กลับไปเกือบ 5 เมตรก่อนที่จะกระแทกสู่พื้นอย่างแรง
โจวเหว่ยชิงไม่ได้โจมตีต่อ เขาควงค้อนคู่ตํานานในมือก่อนจะ แปรเปลี่ยนเป็นท่าทีของสุภาพบุรุษ เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลอ่อนช้อย ทําตัวเป็นหนุ่มเท่อย่างแท้จริง
เมื่อเทียบกับท่าทีอวดดีของโจวเหว่ยชิงแล้ว การแสดงออกของเจ้า หญิงไช่ไช่ก็น่าสนใจมาก เธอไม่รู้สึกกังวลหรือหดหู่ใจแม้แต่น้อย หญิง สาวไม่ใช่คนตื้นเขินขนาดนั้น และความปราชัยเล็กน้อยนี้ก็ไม่นับเป็น อะไรในสายตาของเธอ สิ่งที่อยู่ในดวงตาของหญิงสาวกลับเป็นประกาย ความตกใจอย่างแท้จริง อันที่จริงก็คือแตกตื่นอย่างถึงที่สุด
ระดับมณี 9 ชุดกับระดับมณี 6 ชุด แต่ภาพที่เห็นก็ราวกับว่าเซิน หวังไม่มีโอกาสเลย เขาพ่ายแพ้ก่อนที่ได้แสดงพลังของตัวเองด้วยซ�า มันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าโศกสลดอย่างแท้จริง เขาไม่สามารถบังคับให้ คู่ต่อสู้ขยับตัวเพื่อก้าวเดินออกมาแม้แต่ก้าวเดียว นั่นคือพลังประเภท ไหนกันแน่?
โจวเหว่ยชิงควบคุม ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ของตัวเองได้ดีมากขึ้น เรื่อยๆและคุ้นเคยกับการใช้มันต่อสู้มากขึ้น นับตั้งแต่ที่เขาต่อสู้กับซ่าง กวนเสว่เอ๋อร์ เด็กหนุ่มก็ยิ่งชอบความคิดที่จะมุ่งฝึกฝนทักษะธาตุใด ทักษะธาตุหนึ่งให้ถึงขีดสุด ด้วยเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้า เขาจึง สามารถลอกเลียนแบบทักษะต่างๆและถ่ายโอนพลังระหว่างปราณ สวรรค์ธาตุต่างๆได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม แต่ละทักษะธาตุก็มี ลักษณะเฉพาะของตนเองและมีความแตกต่างในการควบคุม เพื่อเพิ่ม ความสามารถในการต่อสู้และปรับปรุงทักษะควบคุมของเขา โจวเหว่ย ชิงจึงตัดสินใจที่จะเลิกฝึกควบคุมทักษะธาตุอีก 5 ชนิดในเขตแดนแสง
6 สุดยอดเทพเจ้าชั่วคราว และมุ่งเน้นสมาธิไปที่ ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ เพียงอย่างเดียวอย่างเต็มที่
ในความเป็นจริง เขาเคยใช้วิชานี้มาก่อนตอนที่ต่อสู้กับซ่างกวน เสว่เอ๋อร์ และนั่นก็ช่วยยืนยันความคิดของเขา ในท้ายที่สุด แม้ว่าใน อนาคตเขาจะมีพลังปราณสวรรค์มากขึ้นเพื่อเริ่มผสานทักษะ หลากหลายชนิดของตัวเอง แต่การฝึกควบคุม ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ก็ยัง จะช่วยให้การควบคุมในอนาคตของเขาพัฒนาขึ้นด้วย (ตราบใดที่ธาตุ สายฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของทักษะผสานนั้น) เกิดความเงียบราวกับทุกคนกําลังหูหนวก บางที หากจะกล่าวให้ แม่นยํากว่านั้นก็คือผู้ชมทั้งหมดต่างตกตะลึงพรึงเพริศไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารของเฟยหลี่ที่จ้องมองภาพที่เห็นพลาง อ้าปากค้าง โจวเหว่ยชิงเดินไปทางเซินหวังที่กําลังนอนอยู่บนพื้นอย่างช้าๆ ในขณะนั้น เสียงของไช่ไช่ก็ดังขึ้นอย่างร้อนใจ “ผู้บัญชาการโจว โปรด ไว้ชีวิตเขาด้วย”
โจวเหว่ยชิงเงยหน้าขึ้นมองไช่ไช่บนเวทีผู้ชมชนชั้นสูงก่อนจะยิ้ม ขณะกล่าวว่า “ฝ่าบาทโปรดอย่ากังวล เนื่องจากข้าได้ตกลงไปแล้วว่านี่ เป็นแค่การดวล ข้าจึงจะไม่ฆ่าเขาอยู่แล้ว นอกจากนี้ ข้าก็ยังรอคําขอ โทษของเขาอยู่ เทียนเอ๋อร์”
ทันทีที่เทียนเอ๋อร์เข้าใจคําพูดของเขาก็เกิดแสงสีทองอ่อนๆ เรืองรองออกมาจากรอบๆมือของเธอ จากที่นั่งของเทียนเอ๋อร์มุ่งไปยัง จุดที่เซินหวังนอนอยู่ ระยะห่างมีอย่างน้อย 40 หลา แต่แสงสีทองกลับ ลอยผ่านไปโดยไม่มีปัญหาใดๆ เชื่อมโยงไปถึงร่างของเขาอย่างแม่นยํา กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่หนาแน่นก่อตัวเป็นวงกลมรอบตัวเซินหวัง และร่าง ที่หมดสติของเขาก็เริ่มกระตุกก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมา
เซินหวังเป็นถึงจ้าวมณีสวรรค์ระดับเทวะขั้นสูงสุด มีมณี 9 ชุด แม้ว่าเกราะป้องกันของเขาจะถูกทําลายและได้รับความเสียหายจาก การระเบิดของไข่มุกสายฟ้าจํานวนมาก แต่กล้ามเนื้อภายในและ กระดูกของเขาก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่ดี อาการบาดเจ็บของเซินหวังจึงไม่ หนักหนาสาหัสเกินไป ตอนนี้เพียงแค่พลังปราณสวรรค์ของเขาถูกใช้ไป จนหมดและไม่สามารถต่อสู้ได้แล้วเท่านั้น
เมื่อเขาตื่นขึ้น เซินหวังก็มองเห็นโจวเหว่ยชิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ตนเองทันที
*อุ่กก* เซินหวังอาเจียนออกมาเป็นเลือดๆ ไม่ใช่เพราะอาการ บาดเจ็บ แต่เป็นเพราะเขารู้สึกอับอายเกินไป เพียงคิดปรารถนาให้ พื้นดินแยกออกและกลืนเขาลงไปเสียให้ได้
ต่อหน้าเทพธิดาที่เขาแอบรัก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทหารทุกคน แม้กระทั่งต่อหน้าทหารใต้บังคับบัญชาจํานวนมากของเขา … เซินหวัง
ได้พ่ายแพ้ให้แก่โจวเหว่ยชิงซึ่งเป็นเพียงจ้าวมณีสวรรค์ระดับมณี 6 ชุด ไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาพ่ายแพ้ไปอย่างน่าอนาถ คู่ต่อสู้ของเขาไม่ แม้แต่จะก้าวขาออกมาก็สามารถชนะได้แล้ว คําว่า ‘อับอาย’ คงไม่เพียง พอที่จะอธิบายความรู้สึกของเซินหวังในตอนนี้
โจวเหว่ยชิงไม่ได้พูดอะไรสักคํา เพียงแค่ชี้ไปที่ธงด้านหลังตนเอง ก่อนที่จะมองไปที่เซินหวัง ความหมายของเขาชัดเจนมาก ‘เจ้าแพ้แล้ว โปรดทําตามสัญญา’
เซินหวังกัดฟันทนกับความเจ็บปวดในร่างกายของเขาในขณะที่ ค่อยๆลุกขึ้นยืน มองไปที่โจวเหว่ยชิงด้วยใบหน้ากระตุก ในที่สุดเขาก็ ถอนหายใจ ยกมือขวารวบรวมเศษพลังปราณสวรรค์เสี้ยวสุดท้ายเข้าสู่ ฝ่ามือ และภายในพริบตาเดียว ฝ่ามือของเซินหวังก็พุ่งกระแทกเข้าที่ ศีรษะของตนเอง
ในฐานะรองผู้บัญชาการกองทหารม้าราชวงศ์ เขาเป็นตัวแทนของ เกียรติยศและศักดิ์ศรีของอาณาจักรเฟยหลี่ หากคุกเข่าและโค้งคํานับ ให้ธงอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ดั่งที่ได้เดิมพันกันเอาไว้ นี่ก็จะไม่ได้ แทนแค่ตัวเขา แต่เป็นตัวแทนของทั้งอาณาจักร ด้วยเหตุนี้ เซินหวังจึง เลือกที่จะตายเพื่ออาณาจักรมากกว่าจะยอมคุกเข่าให้อีกฝ่าย
ในขณะนั้น จู่ๆร่างกายของเซินหวังก็พลันแข็งทื่อ มือของเขาเอื้อม ไปที่ศีรษะได้แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ปลดปล่อยการโจมตีได้ เขาได้ยินโจว
เหว่ยชิงหัวเราะที่ด้านข้างก่อนจะพูดว่า “พี่เซินเป็นชายชาตรีที่มี ศีลธรรมอันแรงกล้าจริงๆ”
“อย่างไรก็ตาม ไม่จําเป็นต้องตายเพื่ออาณาจักรของท่านหรอก ท้ายที่สุดแล้ว อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ของเราก็ยังคงเป็นพันธมิตร กับอาณาจักรเฟยหลี่ นี่เป็นเพียงเพราะพี่เซินดูถูกอาณาจักรของข้า ก่อนหน้านี้ ข้าจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องต่อสู้เพื่อเกียรติยศของ อาณาจักร เกี่ยวกับการเดิมพันก็ถือว่าให้แล้วก็กันไปเถอะ แต่ข้าหวังว่า พี่เซินจะเลือกใช้คําพูดของท่านอย่างรอบคอบในครั้งต่อไป” โจวเหว่ย ชิงกล่าวอย่างไม่เห็นแก่ตัวในขณะที่เขาดึงมือเซินหวังออกจากศีรษะ ของตัวเอง ในเวลาเดียวกัน เขาก็ใช้ทักษะกลืนกินเพื่อดูดกลืนพลัง ปราณสวรรค์เสี้ยวสุดท้ายของอีกฝ่ายออกไปด้วย
เซินหวังอดไม่ได้ที่จะกัดฟันแน่นขณะมองไปที่ใบหน้ายิ้มแย้มของ โจวเหว่ยชิง สหายคนนั้นทําตัวเป็นคนเลว จากนั้นก็แสดงเป็นคนดี ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขากลายเป็นคนก่อปัญหาและโจวเหว่ยชิงเป็นคนใจ กว้างที่ให้อภัยเขา!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ไช่ไช่ก็ลงมาจากแท่นนั่งและนํากลุ่มเจ้าหน้าทหาร ที่มาเบื้องหน้าโจวเหว่ยชิงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันการแสดงออกของเธอ กลับมาสงบเยือกเย็นตามปกติ ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ เธอยังมีความรู้สึก ขอบคุณฉายชัดอยู่บนใบหน้าอีกด้วย หญิงสาวยิ้มให้โจวเหว่ยชิงอย่าง
อ่อนโยน “ขอบคุณมากที่ผู้บัญชาการโจวแสดงความเมตตา เราแพ้ใน รอบนี้ และข้าก็ขอเป็นตัวแทนของแม่ทัพเซินเอ่ยขอโทษสําหรับคําพูด ที่เขากล่าวต่ออาณาจักรของท่านก่อนหน้านี้” ในขณะที่เอ่ย หญิงสาวก็ โค้งคํานับให้ธงอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์เล็กน้อย
“ฝ่าบาท!” เซินหวังคุกเข่าลงเสียงดังต่อหน้าไช่ไช่ ใบหน้าของเขา เต็มไปด้วยความอับอาย
ไช่ไช่หัวเราะและพยุงเขาขึ้นมาในขณะที่กล่าวว่า “ความพ่ายแพ้ ของท่านไม่ได้เป็นเพราะระดับพลังปราณ โปรดอย่าดูถูกชีวิตของ ตัวเอง ในอนาคตอาณาจักรของเรายังคงต้องพึ่งพาท่านแม่ทัพให้ช่วย ปกป้อง”
โจวเหว่ยชิงยืนอยู่ตรงข้ามไช่ไช่ ในขณะที่มองไปยังเจ้าหญิงองค์นี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าหัวใจเกร็งแน่น ด้วยคําพูดง่ายๆเพียงไม่กี่คํา ไช่ไช่ก็สามารถพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายที่พวกเขากําลังเผชิญอยู่ได้ อย่างสิ้นเชิง หญิงสาวไม่เพียงแต่จะไม่สูญเสียเกียรติใดๆจากสิ่งนี้ เธอ ยังแสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรของอาณาจักรและปิดผนึกหนทาง อื่นๆที่เป็นไปได้ของโจวเหว่ยชิงทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังใช้โอกาสนี้ กระตุ้นความจงรักภักดีของเซินหวังให้เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า ไช่ไช่เพิ่งยิงนัดเดียวและได้นกกลับมาหลายตัวจริงๆ!
ตามที่คาดไว้ ใบหน้าของเซินหวังเต็มไปด้วยความขอบคุณ สายตา ที่เขาใช้มองไช่ไช่เกือบจะกลายเป็นเทิดทูนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าเขา เต็มใจที่จะตายเพื่อเธอได้ตลอดเวลา
เจ้าหญิงไช่ไช่ผู้นี้ช่างน่าเกรงขามจริงๆ! โจวเหว่ยชิงอดไม่ได้ที่จะ ชื่นชมเธอในใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็ระมัดระวังไปด้วย
เซินหวังถอยไปอยู่ด้านข้าง และสายตาของไช่ไช่ก็ทอดมองไปที่ โจวเหว่ยชิงอย่างเป็นธรรมชาติในขณะที่เธอกล่าวยกย่อง “ข้าไม่เคย คาดคิดมาก่อนว่าผู้บัญชาการโจวจะทําให้ข้าประหลาดใจได้หลังผ่าน ไปนานหลายปี วันนี้ พวกเราใจร้อนและหุนหันพลันแล่นเกินไปจริงๆ ผู้ บัญชาการโจวสนใจที่จะเดิมพันกับข้าหรือไม่?”
โจวเหว่ยชิงชะงักไปชั่วขณะ ตลอดมา เขามักจะขอให้คนอื่นพนัน กับเขา แต่คราวนี้ไช่ไช่กลับเป็นคนเริ่มก่อน จากการกระทําก่อนหน้านี้ ของไช่ไช่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่
“ฝ่าบาท ท่านต้องการเดิมพันแบบไหนหรือ?”
ไช่ไช่ยิ้มน้อยๆและกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์หรือระหว่างอาณาจักร พลังเป็นปัจจัยสําคัญเสมอ อาณาจักรทั้ง สองของเราจะจัดการแข่งขันกระชับมิตรอย่างเรียบง่าย 5 รอบ ใครก็ ตามที่ชนะ 3 รอบก็จะเป็นผู้ชนะไป ตอนนี้ถือเป็นรอบแรกและท่านก็
ชนะแล้ว หากในท้ายที่สุดผู้ชนะคืออาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ข้าจะ กลับไปที่พระราชวังและขอให้ฝ่าบาททรงออกมาต้อนรับคณะทูตจาก อาณาจักรท่านด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากพวกเราโชคดีพอจะเป็นผู้ คว้าชัยชนะ ข้าก็จะต้องขอให้ผู้บัญชาการโจวมารับภารกิจ ‘ที่ ยากลําบาก’ ด้วยการเชิญเจ้าหญิงตี้ฝูหยาเข้าสู่เมืองเฟยหลี่พร้อมกับข้า ผู้บัญชาการโจว ท่านคิดอย่างไรบ้าง?”
คําพูดนั้นของไช่ไช่เจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง หากมองเพียงผิวเผิน ไม่ว่า จะชนะหรือแพ้ อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ก็จะไม่เสียหายอะไรเลย หากพวกเขาชนะ พวกเขาจะได้รับเกียรติมากขึ้น แต่แม้ว่าพวกเขาจะ แพ้ มันก็ไม่ได้เกิดความสูญเสียใดๆ การเดิมพันนี้แสดงให้เห็นถึงความ เอื้ออาทรของไช่ไช่อย่างเต็มที่ การแสดงออกที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักร เฟยหลี่ในฐานะหนึ่งในอาณาจักรใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาแพ้การเดิมพันครั้งนี้จริงๆ การมาเยือน ของคณะทูตในครั้งนี้ รวมถึงการเจรจาที่จะเกิดขึ้น อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์ก็จะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ในกรณีเช่นนี้ ไม่ว่าไช่ไช่จะต่อรอง กับโจวเหว่ยชิงอย่างไร เธอก็จะสามารถรับบทเป็นผู้นําในการเจรจาได้ ในเวลาเดียวกัน เธอก็สามารถใช้การแข่งขัน ‘3 ใน 5’ นี้เพื่อลบล้าง ความรู้สึกไม่พอใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและคว้าโอกาสกดหัวอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์ไปในตัว
โจวเหว่ยชิงถามอย่างกระวนกระวาย “แล้ว 4 รอบถัดไปเล่าจะ เป็นอย่างไร ฝ่าบาท?”
ไช่ไช่หัวเราะอย่างเต็มที่และพูดว่า “ง่ายมาก ฝ่ายที่แพ้ในรอบ ปัจจุบันจะเสนอกฎการแข่งขันในรอบถัดไปได้เรื่อยๆจนกว่าฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งจะชนะครบ 3 ครั้ง”
หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนและยุ่งยากในปัจจุบัน ระหว่างทั้งสองฝ่าย โจวเหว่ยชิงก็คงอยากจะยกนิ้วให้ไช่ไช่ หญิงสาวผู้นี้ ช่างน่าประทับใจจริงๆ! ด้วยคําพูดเพียงไม่กี่คํา เธอไม่เพียงแต่เปลี่ยน สถานการณ์ที่กําลังเพลี่ยงพล�าให้กลายเป็นโอกาสสําหรับฝ่ายของ ตนเอง แต่ยังลดอัตราการชนะฝ่ายโจวเหว่ยชิงที่เป็นผู้ขึ้นนําไปก่อน ด้วย เจ้าหญิงไช่ไช่คนนี้มีความพิเศษอย่างแท้จริง ไม่น่าแปลกใจที่เธอมี สถานะและตําแหน่งที่มั่นภายในราชวงศ์เช่นนี้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โจวเหว่ยชิงก็พยักหน้าและยิ้มให้ไช่ไช่ เขากล่าวว่า “ดีพะยะค่ะ เช่นนั้นเอาตามที่ฝ่าบาทพูด กรุณาตั้งกฏรอบ ถัดไปของพวกเราด้วย”
………………………………………….