Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 190 3 ใน 5? (2)
โจวเหว่ยชิงไม่ได้เรียกศาสตรามณียุทธ์ของตัวเองออกมา ในขณะ ที่เซินหวังปลดปล่อยศาสตรามณียุทธ์ รูปสามเหลี่ยมทั้งสองที่อยู่ ด้านหน้าของโจวเหว่ยชิงก็ซ้อนทับกันและหลอมรวมกลายเป็นเขตแดน แสง 6 สุดยอดเทพเจ้าทันที
ลําแสงที่ดูแปลกประหลาดทว่าน่าเกรงขามพุ่งออกมาในพริบตา นั้น เขตแดนแสงหกเหลี่ยมขยับวูบลงมาที่ใต้เท้าของโจวเหว่ยชิงที่ ตอนนี้ยืนอยู่ ณ ใจกลางของรูปหกเหลี่ยม เมื่อเกิดแสงส่องสว่างใต้เท้า ของเขา ประกายสีทองที่สะท้อนบนชุดเกราะก็ทําให้โจวเหว่ยชิงดู เหมือนเทพเจ้าที่ย่างกรายลงมาจากสรวงสวรรค์ เพียงแค่เห็นสิ่งนั้น เซินหวังก็ดูสิ้นหวังขึ้นมาทันที
รูปหกเหลี่ยมที่ทําจากมณี 6 ดวง?!
เมื่อมองไปยังการก่อตัวที่แปลกประหลาดนั้น สมาชิกของ อาณาจักรเฟยหลี่ทุกคนต่างก็ตกตะลึงและสับสน ในความเป็นจริง แม้แต่ฝั่ งอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ส่วนใหญ่ นอกเหนือจากซ่างกวน เสว่เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์แล้ว ทุกคนต่างก็งงงวยไปเช่นกัน
เขตแดนรูปหกเหลี่ยมนี้คืออะไรกัน? นั่นหมายความว่าอย่างไร? เหตุใดจึงมีมณีธาตุทั้ง 6 ที่มุมแหลมของรูปหกเหลี่ยมแต่ละมุมด้วย?
ไม่มีใครสามารถจดจําสิ่งนี้ได้ เพราะถึงอย่างไรในอาณาจักรเฟยห ลี่ก็ไม่มีใครคู่ควรให้หกสุดยอดมหาราชาสวรรค์หลงซื่อหยาไปท้าสู้เป็น การส่วนตัวมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าที่โจว เหว่ยชิงใช้ก็เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเจาะจงเพื่อตัวเขาเอง และ เป็นครั้งแรกที่มันได้เผยโฉมต่อหน้าผู้คนจํานวนมากเช่นนี้
แม้ว่าเซินหวังจะประหลาดใจ แต่ดาบยาวในมือของเขายังคงชี้ไป ที่โจวเหว่ยชิงและแสดงท่าทางเชิญชวนให้เด็กหนุ่มเปิดฉากโจมตีก่อน
โจวเหว่ยชิงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา เขาไม่เร่งรีบแม้แต่น้อย ให้ข้า โจมตีก่อนงั้นรึ? กําลังพยายามอวดอ้างให้เห็นว่าเจ้ามีพลังสูงส่งสินะ? ถ้าเจ้าอยากแสดง งั้นข้าก็จะดูว่าเจ้าจะแสดงได้นานแค่ไหน!
โจวเหว่ยชิงไม่ได้พุ่งไปโจมตีในทันที แต่แสงสีม่วงแดงกลับเริ่ม รวมตัวกันเหนือศีรษะของเขาแล้ว เจ้าอยากอวดนักใช่มั้ย? ไม่โจมตีข้า ก่อนใช่ไหม? ได้เลย รอก่อนเถอะ!
ทันใดนั้น การแสดงออกของเซินหวังก็เปลี่ยนไป และเขาก็ไม่กล้า ชักช้าอีกแล้ว เหตุผลนั้นง่ายมาก เขาสามารถมองเห็นภาพลวงตาขนาด
ใหญ่ของปีศาจมังกรสาวที่ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของโจวเหว่ยชิงได้ อย่างชัดเจน
เมื่อระดับพลังปราณของโจวเหว่ยชิงเพิ่มขึ้น ภาพทักษะสวรรค์ ของปีศาจมังกรสาวก็ยิ่งขยายขนาดขึ้นและก่อตัวเป็นภาพที่ชัดเจนมาก ขึ้น ครึ่งบนเป็นหญิงงามเพริศพิศ ส่วนครึ่งล่างเป็นงู ทั้งสองส่วนถูกสรร สร้างขึ้นมาคล้ายคลึงกับพญานาคในตํานานสมัยเก่าแก่ แสงสีแดงอม ม่วงของภาพขนาดใหญ่ที่วาดอยู่ผืนผ้าใบของท้องฟ้า ทําให้เหล่ามวล เมฆดูแตกต่างไปจากเดิม กลิ่นอายและแรงกดดันที่โจวเหว่ยชิงแผ่ ออกมาข่มขวัญได้แม้กระทั่งจ้าวมณีสวรรค์ระดับ 9 ชุดอย่างเซินหวัง!
ภาพทักษะสวรรค์?! ไช่ไช่เกือบจะจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงคําอธิบายของเย่เป่าเปาเมื่อหลายปีก่อน อันที่จริง โจวเหว่ยชิงได้ใช้ทักษะนี้ในงานประลองมณีสวรรค์ 2 ปีก่อน และเป็น ทักษะนี้นี่เองที่ทําให้เขาสามารถเอาชนะจ้านหลิงเทียน อัจฉริยะแห่งวัง สวรรค์ไพศาล … คว้าชัยชนะในงานประลองมณีสวรรค์มาให้กลุ่มนักรบ เฟยหลี่ได้!
อย่างไรก็ตาม แม้เย่เป่าเปาจะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทักษะ ของโจวเหว่ยชิงคืออะไร หรือพลังของมันเป็นอย่างไร…แต่เขาก็บอกได้ ว่ามันทรงพลังมาก ในขณะนี้ เมื่อโจวเหว่ยชิงเปิดใช้ทักษะนี้อีกครั้ง ก็
อาจกล่าวได้ว่ามันสามารถสั่นสะเทือนจิตใจของผู้ชมทั้งหมดได้ใน พริบตา
เขาไม่กล้ารีรออีกต่อไป โดยธรรมชาติแล้ว เซินหวังย่อมไม่อาจ สนใจรักษาหน้าและรอให้โจวเหว่ยชิงรวบรวมพลังจนเสร็จ เขาอาจไม่รู้ แน่ชัดว่าทักษะใดที่โจวเหว่ยชิงกําลังจะใช้ แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทักษะที่มีภาพทักษะสวรรค์นั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อแน่ กระทั่งตัวเขาที่อยู่ในระดับ 9 มณีก็ยังไม่อาจเป็นเจ้าของทักษะที่ทรง พลังเช่นนี้! เซินหวังไม่ได้มาจากมหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และทักษะที่มี ภาพทักษะสวรรค์ก็ไม่ได้กักเก็บมาง่ายๆเช่นกัน
ในชั่วพริบตาเดียว เซินหวังก็พุ่งเข้าหาโจวเหว่ยชิง แสงสีเขียวหนา ทึบพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา ทําให้ความเร็วของชายหนุ่มเพิ่มขึ้น อย่างฉับพลันมากกว่า 3 เท่า ดาบในมือของเขาพุ่งนําไปเหมือนสายฟ้า ฟาดเข้าใส่ร่างโจวเหว่ยชิงทันที
ด้วยอายุและสถานะของเซินหวัง การโจมตีก่อนอาจเป็นเรื่องน่า อับอาย แต่ก็ไม่ขายหน้าเท่ากับการพ่ายแพ้
เมื่อเห็นว่าเซินหวังใช้ทักษะออกมาแล้ว โจวเหว่ยชิงก็ยิ้มจางๆ นี่ เป็นทักษะที่เขาคุ้นเคยเหลือเกิน ทักษะสายฟ้าทะลวงจักรพรรดิสีเงิน!
แม้จะใช้เล็บเท้าคิด โจวเหว่ยชิงก็สามารถรับรู้ได้อย่างง่ายดายว่า เซินหวังคนนี้น่าจะกักเก็บทักษะมาจากจักรพรรดิสีเงินตัวที่อยู่ในวังกัก เก็บทักษะ เป็นตัวเดียวกับที่เขากักเก็บทักษะมาจํานวนมากมาย แน่นอนว่าจักรพรรดิสีเงินตัวนั้นได้ถูกเทียนเอ๋อร์ปลดปล่อยออกไปแล้ว ในภายหลัง แต่ดูเหมือนว่าเซินหวังคนนี้จะกักเก็บทักษะได้สําเร็จตั้งแต่ เนิ่นๆ!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนแทบจะไม่ถึง 30 หลา และด้วย ความเร็วจากทักษะสายฟ้าทะลวงจักรพรรดิสีเงิน เซินหวังจึงไปถึง ตัวโจวเหว่ยชิงในแทบจะทันที เขายังจําคําเตือนของเจ้าหญิงไช่ไช่ได้ และเซินหวังก็ไม่ได้พยายามที่จะสังหารโจวเหว่ยชิง เขาจึงฟาดเข้าที่ ไหล่ซ้ายของอีกฝ่ายแทน
เมื่อเผชิญกับการโจมตีดังกล่าว โจวเหว่ยชิงก็ไม่แม้แต่จะหลบ ทว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็ทําให้ผู้ชมทั้งหมดต้องตกใจอีกครั้ง แสงสี ทองเหลือบดํา 5 สายพุ่งออกมารอบตัวเขา ราวกับคลื่นแสงที่แทรกซึม ออกมาจากภายในร่างของโจวเหว่ยชิง
ทักษะสายฟ้าทะลวงจักรพรรดิสีเงินเป็นทักษะที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ด้วยระดับพลังปราณของเซินหวังและดาบศาสตรามณียุทธ์ของเขา เขา ควรจะสามารถทะลวงผ่านเกราะป้องกันเทพเจ้าของโจวเหว่ยชิงได้ แต่ ก็ต่อเมื่อมันก็เป็นเพียงเกราะป้องกันเทพเจ้าจากศาสตรามณียุทธ์เพียง
ชิ้นเดียวน่ะนะ เพราะปัจจุบันโจวเหว่ยชิงไม่ลังเลที่จะปล่อยศาสตรา มณียุทธ์ออกมา 5 ชิ้นภายในครั้งเดียว เช่นนั้นพลังของทักษะที่ว่าจะ ทําลายเกราะป้องกันทั้งหมดได้อย่างไร!
ในสายตาของผู้ชม สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือเซินหวังพุ่งเข้าหาโจว เหว่ยชิงด้วยความเร็วสูงสุด และในพริบตาถัดมา ปราการแสงก็พุ่งขึ้น โอบล้อมรอบร่างโจวเหว่ยชิง ก่อนที่เซินหวังจะถูกดีดออกและกระเด็น ไปไกล สําหรับโจวเหว่ยชิง เขายังคงยืนอยู่เดิมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ศาสตรามณียุทธ์พลันปรากฏขึ้นรอบตัวของเขาในเวลานั้นด้วย
ชุดเกราะทองคําบริสุทธิ์ดูเหมือนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยใน สถานที่ที่ไม่มีใครรู้ และโจวเหว่ยชิงก็กลับมาสวมชุดเสื้อผ้าธรรมดา แทน ในมือของเขามีค้อนสงครามขนาดมหึมา 2 อัน ถุงมือสีทองเหลือบ ดําที่มีกรงเล็บน่ากลัวเหยียดยาวออกไปจนสุดปลายมือและลากยาวขึ้น ไปถึงหัวไหล่ ก่อนจะเชื่อมต่อไปถึงกระจกป้องกันหัวใจสีทองเหลือบดํา ที่ดึงดูดความสนใจของทุกคน เปล่งประกายด้วยแสงที่เยือกเย็น สีทอง เหลือบดํายังคงแผ่ลากยาวลงมาถึงเอวของเขาก่อนที่มันจะหยุดลง กระแสพลังปราณสวรรค์ที่ผันผวนและทรงพลังระเบิดออกมารอบกาย ของเขาทันที
ค้อนในมือขวาของเด็กหนุ่มชี้ไปข้างหน้า ในจังหวะนั้น แสงสีม่วง แดงพุ่งออกมาจากค้อนหน้าร้องไห้ วิ่งไล่ไปทางเซินหวังที่ถูกเหวี่ยงกลับ จากแรงดีดก่อนหน้านี้ทันที
แม้ว่าโจวเหว่ยชิงต้องการเวลาครู่หนึ่งเพื่อปลดปล่อยทักษะผนึก มังกรเงียบ แต่มันก็รวบรวมพลังได้เร็วกว่าเดิมมาก เมื่อรวมกับความ จริงที่ว่าเซินหวังเสียเวลาไปกับการเฝ้ารอ ทั้งยังถูกเกราะป้องกันเทพ เจ้าดีดออกไป เท่านั้นก็เพียงพอให้โจวเหว่ยชิงปลดปล่อยทักษะออกมา ได้แล้ว
แสงสีม่วงแดงพุ่งตรงไปถึงตัวเซินหวังทันที จากนั้นก็ห่อหุ้มร่าง ของเขาไว้ มันเป็นทักษะสัมบูรณ์ นั่นหมายความว่าเขาจะไม่มีโอกาส หลบเลี่ยงผลของมันได้ ภายใต้สายตาจ้องมองของผู้สังเกตการณ์นับพัน ศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 9 ชิ้นของเซินหวังก็หายไปราวกับหิมะที่หลอม ละลายภายใต้ดวงอาทิตย์ฤดูร้อน เหนือศีรษะของเขามีสัญลักษณ์สีม่วง แดงแปลกประหลาดหมุนวนอยู่อย่างช้าๆ
ดวงตาของโจวเหว่ยชิงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงในลักษณะที่ คล้ายๆกัน อย่างไรก็ตาม แม้เขาไม่ได้ไล่ติดตามไปเพื่อโจมตี แต่ค้อนทั้ง สองก็กําลังชี้ไปที่เซินหวัง ทันใดนั้น ไข่มุกสายฟ้านับพันก็ปรากฏขึ้นใน อากาศ กลายเป็นตาข่ายไข่มุกสายฟ้าที่บินเข้าโอบล้อมร่างของเซินหวัง
ทันทีที่เซินหวังโดนทักษะผนึกมังกรเงียบเล่นงาน เขาได้รับความ หวาดผวาจนหน้าซีดเผือก เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าทักษะของโจวเหว่ย ชิงจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ทําให้ทักษะและศาสตรามณียุทธ์ทั้งหมดของ เขาเป็นหมันไปในพริบตาเดียว! แม้เซินหวังจะเดาได้ว่าสถานการณ์ เช่นนี้ไม่น่าจะคงอยู่ได้นาน แต่ในฐานะจ้าวมณีสวรรค์ที่คุ้นเคยกับการ พึ่งพาศาสตรามณียุทธ์ ในช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้กลับเป็นช่วงเวลาที่ ยากลําบากจนเขาปรับตัวไม่ทัน ทันทีที่เท้าของเซินหวังกระแทกพื้น เขาก็เร่งถอยหนีไปข้างหลัง ทว่าจู่ๆชายหนุ่มก็เห็นตาข่ายไข่มุกสายฟ้า ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้ารอบๆตัวเขา
เซินหวังดํารงตําแหน่งรองผู้บัญชาการทหารม้าของราชวงศ์เฟยห ลี่ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออํานวยเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้ตื่น ตระหนกจนเกินงาม มือทั้งสองของเขาหมุนวนไปมา และเสียงสะท้อน จากพลังปราณสวรรค์อันหนาทึบก็ปรากฏขึ้น ทําให้เกิดแสงสีขาวจางๆ รอบตัวของเขา
พลังปราณสวรรค์ของเขามาถึงระดับทะลุสวรรค์ขั้นสูงสุดแล้ว แม้ว่ามันจะยังห่างไกลจากขั้นบรรลุวิถี แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพลังปราณของ เขาเหนือกว่าจ้าวมณีสวรรค์ระดับเทวะขั้นสูงสุดที่โจวเหว่ยชิงเคย เผชิญด้วยก่อนหน้านี้อย่างบิดาของหมิงหยู ซึ่งก็คือหมิงอู๋
เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นเมื่อไข่มุกสายฟ้าของโจวเหว่ยชิงเริ่ม กระแทกเข้ากับโล่แสงสีขาวรอบกายฝ่ายตรงข้าม
ในสายตาของเซินหวัง โจวเหว่ยชิงน่าจะเป็นจ้าวมณีสวรรค์ธาตุ ลม! อย่างไรก็ตาม เมื่อไข่มุกสายฟ้าระเบิดออกมา เขาก็รู้ตัวว่าถูกหลอก เข้าเสียแล้ว แต่ในขณะที่รู้ตัวว่าถูกหลอก เขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ อย่างไรเช่นกัน!
ความแข็งแกร่งของทักษะธาตุสายฟ้าอยู่ที่พลังโจมตีอันแสน รุนแรง และไข่มุกสายฟ้าที่โจวเหว่ยชิงเรียกมาก็อยู่ภายใต้การควบคุมที่ ละเอียดอ่อนของเขาในเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้า ทําให้เด็กหนุ่ม สามารถปลดปล่อยพลังปราณสวรรค์ออกมาได้มากที่สุดในคราวเดียว ด้วยทักษะการควบคุมและอัตราการเกิดใหม่ของพลังปราณในเขตแดน แสง 6 สุดยอดเทพเจ้า ไข่มุกสายฟ้าเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจรับมือได้ ง่ายๆ
ปกติแล้ว ไข่มุกสายฟ้า 1…2…แม้แต่ 10 ดวงก็ไม่สามารถทําร้าย เซินหวังได้ อย่างไรก็ตาม เซินหวังในปัจจุบันนั้นไม่สามารถใช้ทักษะ หรือศาสตรามณียุทธ์ได้อีกต่อไป หรืออาจกล่าวได้ว่าตอนนี้เขากําลังตก อยู่ภายใต้เงื้อมมือของโจวเหว่ยชิงอย่างเต็มที่
หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว แม้ว่าเซินหวังและกู่ซื่อเต๋อจะอยู่ใน ระดับ 9 มณีเหมือนกัน แต่ในแง่ของระดับพลังปราณ เซินหวังก็ยังถือว่า
เหนือกว่าราชาสิงโตกู่ซื่อเต๋ออยู่บ้าง ทว่าหากจะเปรียบเทียบความ แข็งแกร่งโดยรวมแล้ว เซินหวังก็ยังห่างชั้นจากกู่ซื่อเต๋อนัก ดังนั้นหาก แม้แต่ราชาสิงโตก็ยังเอาเปรียบโจวเหว่ยชิงไม่ได้ เซินหวังยังจะทําอะไร ได้!
ไข่มุกสายฟ้าหลายร้อยดวงโอบล้อมเขาจากทุกทิศทางเกือบจะ พร้อมกัน และเสียงระเบิดที่น่ากลัวก็ดังขึ้นทีละระลอก
เซินหวังใช้พลังปราณสวรรค์ทั้งหมดของเขาปกป้องตัวเอง แต่ ในขณะที่ไข่มุกสายฟ้าระเบิดออกมาทุกครั้ง มันก็จะกัดเซาะเกราะพลัง ปราณสวรรค์ไปบางส่วน อย่าแม้แต่จะพูดถึงการโต้กลับ เพราะในการ ระเบิดหลายระรอกนี้ ทั้งร่างกายและการได้ยินของเขาล้วนได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรงราวกับว่าเขาเป็นเรือลําเล็กๆที่ลอยเทิ้งอยู่กลาง มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ถูกคลื่นของไข่มุกสายฟ้าฟาดเหวี่ยงไปรอบๆ จนหัวหมุนไปหมดสิ้น
นับตั้งแต่ที่โจวเหว่ยชิงสําเร็จการฝึก ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ของเขา นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาใช้มันในการต่อสู้จริง ส่วนครั้งแรก แน่นอนว่าย่อม ใช้กับซ่างกวนเสว่เอ๋อร์อยู่แล้ว แม้ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์จะทําลายมันลง ด้วยดาบสวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุด แต่ก็ทําลายได้เมื่อฟาดฟันใส่เป็นครั้งที่ 2 ด้วยทักษะดาบระดับสูงสุด ดังนั้น หากแม้แต่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ยัง
รับมือกับมันได้ยาก นับประสาอะไรกับเซินหวังที่ไม่มีทักษะและ ศาสตรามณียุทธ์ใดๆ!
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดสําหรับผู้ชมคือตัวโจวเหว่ยชิงเอง ในสายตาของ พวกเขา ทุกคนได้เห็นว่าเด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่นั่นอย่างเรียบง่าย ตั้งแต่ การต่อสู้เริ่มขึ้น เขาไม่ได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียว และสิ่งที่เด็กหนุ่มทําก็คือ ยกค้อนขึ้นและชี้ออกไป 2 ครั้ง แม้กระทั่งตอนนี้ ค้อนของเขาก็ยังคงชี้ ไปข้างหน้า ไข่มุกสายฟ้าทยอยพุ่งออกไปจากค้อนอย่างบ้าคลั่ง!
ในสายตาของเจ้าหน้าที่ทหารเหล่านั้น เซินหวังทรงพลังมาก แต่ ในขณะที่อยู่ท่ามกลาง ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ นั้น เขาก็แทบจะทรงตัวไม่ ไหว ราวกับว่าใกล้จะร่วงหล่นลงไปเต็มที ตอนนี้ใครๆต่างก็เห็นว่าโจว เหว่ยชิงมีพลังเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือความจริง ที่ว่าไม่มีใครเข้าใจได้เลยว่าโจวเหว่ยชิงเอาชนะเซินหวังอย่างไร นั่นไม่ทรงพลังมากเกินไปหน่อยหรือ? บ้าไปแล้ว! ความคิดที่ คล้ายกันปรากฏขึ้นในสมองของผู้สังเกตการณ์ทุกคน อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ต้องพูดไม่ออก
………………………………………………………….