Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 192 พลัง ปะทะ แผนการ! (2)
ในขณะที่โจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ปลดปล่อยทักษะออกมา ตามลําดับ ทักษะโจมตีทั้ง 40 ชนิดจากทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยู ก็มาถึงตัวพวกเขาด้วยเช่นกัน
ไม่นานโล่ขนาดใหญ่ก็โผล่ขึ้นมาจากด้านล่างของทั้งคู่ และเมื่อมัน ปรากฏตัวขึ้นก็มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่า 2 เมตร ทว่าในขณะที่โล่ กําลังก่อตัว มันก็เริ่มขยายขนาดขึ้นไปอีก และเมื่อมันโผล่ไปถึงตัวโจว เหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ในตอนท้าย เส้นผ่านศูนย์กลางก็กลายเป็น 5 เมตร ครอบคลุมทั่งร่างของทั้งสองที่ซ่อนอยู่ด้านหลังจนมิด ทักษะ โจมตีชนิดแล้วชนิดเล่ากระแทกเข้ากับโล่ขนาดใหญ่ในขณะที่มันเปล่ง ประกายด้วยแสงสีเหลืองหนาทึบ แต่นอกเหนือจากการกระเพื่อมไหว ของแสงแล้ว ทักษะโจมตีทั้งหมดก็ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบใดๆได้ เลย
แน่นอน นี่เป็นผลงานของหลินเทียนอ้าว ในฐานะผู้ติดตามของโจว เหว่ยชิง พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการเป็นโล่ป้องกันในสนามรบ เขาจะพลาดช่วงวิกฤตเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
ระดับพลังปราณของหลินเทียนอ้าวอาจกล่าวได้ว่าดีขึ้นอย่างก้าว กระโดด เร็วกว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้มากทีเดียว นับตั้งแต่ที่ติดตามโจว เหว่ยชิง หลินเทียนอ้าวก็ไม่เคยขาดแคลนทรัพยากร อาหาร ยาบํารุง สิ่งที่จําเป็นและดีที่สุดสําหรับการฝึกปราณ แก่นพลังสวรรค์ แม้กระทั่ง ทักษะกักเก็บและม้วนคัมภีร์ศาสตรามณียุทธ์ ทั้งหมดนี้ล้วนจัดเตรียม ไว้อย่างพร้อมพรั่งสําหรับเขา และหลินเทียนอ้าวก็ไม่จําเป็นต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป ทําให้เขาสามารถมุ่งเน้นสมาธิไปที่การฝึกอย่าง เต็มที่ ดังนั้นตอนนี้หลินเทียนอ้าวอยู่ห่างจากการทะลุผ่านไปยังระดับ 7 มณีเพียงไม่กี่ก้าว และชุดประสานศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 6 ที่เขา ปลดปล่อยออกมาก็มีพลังป้องกันอย่างเต็มเปี่ ยม
ก่อนหน้านี้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชาสวรรค์ก็ไม่สามารถทําลาย โล่ป้องกันของเขาได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว นับประสาอะไรกับ การโจมตีระยะไกลๆเพียง 40 ครั้งที่พลังถูกกระจายออกไปบางส่วน เนื่องจากระยะทางไกล ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจะมีจ้าวมณีสวรรค์อยู่หลาย คน แต่ก็แทบไม่มีใครไปถึงระดับ 6 มณีเลย เพราะถ้าหากมีใครสักคน แข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ เขาจะเต็มใจเป็นแค่ทหารธรรมดาได้อย่างไร? นี่เป็นเพียงเพราะหมิงหยูได้รับการสนับสนุนจากนิกายปีศาจสวรรค์ เขาจึงสามารถรวบรวมจ้าวมณีสวรรค์จํานวนมากไว้ในกองทหารคุ้มกัน ส่วนตัวของตนเองได้!
มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆกัน แต่ทั้งหมดนี้กลับเกิดขึ้น ภายในพริบตาเท่านั้น เมื่อทักษะผลกระทบวงกว้างของโจวเหว่ยชิงและ เทียนเอ๋อร์ถูกเปิดใช้งาน ทั้งสองฝ่ายก็กําลังจะปะทะกัน หลินเทียนอ้าว ช่วยพวกเขาสกัดกั้นการโจมตี … ต่อจากนั้น กองทัพทั้งสองก็ได้ปะทะ กันในที่สุด
การโจมตีของทหารกองพันไร้พ่ายนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แม้ว่าการต่อสู้ครั้งก่อนของพวกเขา ส่วนใหญ่จะต่อสู้ด้วยธนูและลูกศร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของพวกเขาจะ ด้อยฝีมือ ในทางตรงกันข้าม ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ฝึกซ้อมพวกเขาอย่าง หนักหน่วงที่สุด อาจกล่าวได้ว่าเลือดและหยาดเหงื่อที่พวกเขาหลั่ง ออกมาในระหว่างการฝึกต่อสู้ระยะประชิดนั้นมีมากยิ่งกว่าการฝึกยิง ธนูเสียอีก เพราะถึงอย่างไรเมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้ว สําหรับทหารธรรมดา มันก็ยากที่จะพัฒนาทักษะการยิงธนูให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปได้อีก ทว่า สําหรับทักษะการต่อสู้ระยะประชิดนั้น ยิ่งเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน สนามรบมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างจากกันประมาณ 30 หลา ทหารกองพัน ไร้พ่ายก็เริ่มเปิดฉากโจมตีรอบแรก นั่นคือการขว้างหอก
ทหารกองพันไร้พ่ายแต่ละคนมีหอก 6 เล่ม ก่อนหน้านี้พวกเขามัด หอกเหล่านี้ด้วยผ้าหนาๆเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัส
ด้วยระยะ 30 หลาในปัจจุบัน มันเป็นช่วงที่เหมาะสําหรับการขว้างหอก แล้ว เพียงพริบตาเดียว หอกเกือบ 300 เล่มก็บินตรงไปยังหน่วยทหาร คุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูที่พุ่งตัวเข้ามาอย่างบ้าคลั่งทันที
เกิดเสียงปะทะที่รุนแรงและอึกทึกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงหอก เหล่านี้ไม่ได้อ่อนกําลัง และจงอย่าลืมสิ่งที่ทําให้กองพันไร้พ่ายเป็นที่ รู้จักมากที่สุด นั่นไม่ใช่พลังที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา แต่เป็นความไร้ ยางอายต่างหาก
ก่อนหน้านี้โจวเหว่ยชิงได้ออกคําสั่งแก่บรรดาทหารว่าสําหรับการ ยิงหอกครั้งแรก เป้าหมายไม่ใช่เพื่อทําร้ายคู่ต่อสู้ แต่เพื่อทําให้พวกเขา ช้าลง นั่นจึงจะส่งผลให้โจวเหว่ยชิงมีเวลาปลดปล่อยทักษะของเขามาก ขึ้น ด้วยเหตุนี้ สําหรับการระดมขว้างหอกครั้งแรก ทหารกองพันไร้พ่าย ทั้งหมดจึงไม่ได้ใช้พลังปราณสวรรค์เลยแม้แต่น้อย!
ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูนั้นแข็งแกร่งมาก และพวกเขาก็มี จ้าวมณียุทธ์จํานวนหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆก็พอจะมีพลังปราณสวรรค์อยู่ บ้าง หากทหารกองพันไร้พ่ายผสมพลังปราณสวรรค์ของพวกเขาเข้าไป กับการยิงหอกครั้งแรกด้วย พวกเขาอาจขึ้นเป็นฝ่ายได้เปรียบแน่นอน แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นจะทําให้ฝ่ายตรงข้ามยิ่งระแวดระวัง ด้วย เหตุนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจเล่นบทหมูในอวยเพื่อเขมือบเสืออย่างไร้ ยางอาย
แน่นอน แผนของพวกเขาประสบความสําเร็จอย่างดีเยี่ยม แม้ว่า หอกเหล่านี้จะไม่มีพลังปราณสวรรค์ผสมอยู่ แต่น�าหนักของมันก็ไม่ได้ เบานัก นอกจากนั้น ทหารกองพันไร้พ่ายก็ยังแข็งแกร่งและได้รับการ ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสําหรับเรื่องนี้ เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าหอก มีส่วมผสมของโลหะผสมไทเทเนียมและมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง … ฝูงหอกเหล่านี้จึงสามารถชะลอการบุกของทหารคุ้มกันที่กําลังวิ่งเข้ามา ใกล้ได้ ในเวลาเดียวกัน ทักษะของโจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ก็สามารถ ลงแตะเป้าหมายได้อย่างสวยงาม
ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูนั้นสามารถทนต่อทักษะโจมตีได้ เป็นอย่างดี จ้าวมณีสวรรค์บางคนยังปล่อยทักษะป้องกันวงกว้าง ออกมาบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ใช้งานจริง ระยะทาง และการ ควบคุมทักษะของพวกเขาก็อ่อนแอกว่าโจวเหว่ยชิงมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเนื่องจากทักษะของโจวเหว่ยชิงเป็นทักษะต่อเนื่อง ในช่วงเวลา นั้น นักรบบางคนที่กําลังวิ่งเข้ามาพลันรู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาชา เล็กน้อย และนั่นก็ส่งผลต่อความสามารถในการรุกของพวกเขาด้วย
ในทางกลับกัน นักรบกองพันไร้พ่ายล้วนได้รับการส่งเสริมจาก ทักษะของเทียนเอ๋อร์ พลังในการโจมตีและป้องกันของพวกเขาถูก ยกระดับเพิ่มขึ้นถึงขีดสูงสุด กระทั่งเพิ่มความเร็วในการบุกอีกด้วย
อสูรยูนิคอร์นมีทักษะธาตุแสง และด้วยทักษะเทพประทานพร มัน ก็เหมือนกับว่าพวกมันได้ถูกฉีดสารกระตุ้น พลังสนับสนุนที่ว่าส่งผลกับ พวกมันมากกว่าหลายเท่า อสูรยูนิคอร์นทั้งหมดจึงแสดงความสามารถ แต่กําเนิดของตัวเองออกมาทันที นั่นก็คือการร่อนโจมตี
พวกมันก้มศีรษะลง ปลายเขาแหลมคมที่น่าเกรงขามเชิดสูงอยู่ ด้านบนหน้าผาก ปีกด้านข้างพลันกางออก ความเร็วในการบุกของพวก มันถูกเร่งขีดจํากัดขึ้นในทันที นําพลขี่ของพวกมันบุกสู่ขบวนทัพรูป สามเหลี่ยมอย่างกล้าหาญ
…
ในที่สุดก็ถึงเวลาปะทะกันจริงๆเสียที
ท่ามกลางการปะทะครั้งใหญ่ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บุกเข้าชนกันอย่าง โหดเหี้ยม วินาทีนี้เองที่ ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ของโจวเหว่ยชิงหยุดลง อย่างกะทันหัน เพื่อให้ทหารกองพันไร้พ่ายคนอื่นๆทั้งหมดเริ่มเร่งการ เข้าโจมตี โค่นล้มคู่ต่อสู้ของตนเอง
ในสายตาของผู้ชมส่วนใหญ่ การที่ขบวนแถวรูปสามเหลี่ยมของห มิงหยูชนเข้าไปในส่วนแคบๆของขบวนแถวรูปแบบงูเช่นนี้ การแทง ทะลุเข้าไปน่าจะเป็นเรื่องง่ายดายสําหรับพวกเขา แต่เมื่อทั้งสองฝ่าย
ปะทะกันจริงๆ ทุกคนรวมทั้ง หมิงหยูก็ตระหนักว่าพวกเขาคิดผิดไป อย่างมหันต์
ท่ามกลางการปะทะกันอย่างฉับพลัน แถวด้านหน้าของขบวนแถว รูปสามเหลี่ยมก็ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างน่าตกใจ การบุกของทหาร กองพันไร้พ่ายสามารถขวางขบวนแถวรูปสามเหลี่ยมทั้งหมดเอาไว้ได้!
สําหรับกลยุทธ์ของหมิงหยู จุดที่สําคัญที่สุดคือการแทงทะลุจุด เดียวโดยใช้ความคล่องแคล่วที่เหนือกว่าของพวกเขาเพื่อตัดผ่านขบวน แถวรูปงูอย่างต่อเนื่องและก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายภายในรูปขบวน ของคู่ต่อสู้
อนิจจา เหตุการณ์และผลลัพธ์ที่ออกมากลับตรงกันข้ามกับความ คาดหวังของพวกเขา การบุกทะลวงของขบวนทัพหมิงหยูหยุดลงอย่าง กะทันหันระหว่างทาง ล้มเหลวอย่างน่าตื่นตกใจในแบบที่ไม่มีใครคาด ฝัน ก่อนที่การปะทะจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ทหารกองพันไร้พ่ายทุก คนก็ระเบิดพลังปราณสวรรค์ออกมาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะทหาร หลายสิบคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งหมดก็เพื่อรับแรงปะทะจากขบวนแถว รูปสามเหลี่ยม เสียงสะท้อนของพลังปราณสวรรค์ของพวกเขาดังก้อง ขึ้นอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็อยู่ในขั้นทะลวงพิภพสูงสุด (มณี 6 ดวง) กับ อีกกลุ่มที่อยู่ในขั้นทะลุสวรรค์ (มณี 7 ดวงขึ้นไป)!
ทั้ง 5 คนที่อยู่แถวหน้า พวกเขาเป็นจ้าวมณีสวรรค์ด้วยซ�า!
แต่เดิมขบวนทัพของทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูก็ทรงพลัง เช่นกัน กว่าที่จะมาเป็นแนวหน้าของขบวนทัพรูปสามเหลี่ยมได้ ทั้งหมดย่อมต้องเป็นทหารที่แข็งแกร่งและดีที่สุดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ในแง่ของระดับพลังปราณ พวกเขาก็ไม่ได้พ่ายแพ้ทหารกองพันไร้พ่าย เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขากําลังถูกคุกคามจากทักษะของ โจวเหว่ยชิง ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาก็ไม่เพียง ได้รับการสนับสนุนจากทักษะเทพประทานพรเท่านั้น แต่ยังมีทักษะ ร่อนโจมตีของอสูรยูนิคอร์นด้วย!
ด้วยความไม่เท่าเทียมกันดังกล่าว ท่ามกลางการปะทะกันอย่าง รุนแรง ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูที่อยู่กองหน้าหลายสิบคนแรก ต่างก็ร่วงลงจากหลังม้า แม้แต่ม้าปีศาจผีของพวกเขาก็ยังสั่นกลัวเพราะ แรงกดดันของอสูรยูนิคอร์นจนล้มลง หลายตัวยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย นอกจากนี้ มันยังเป็นการป้องกันอันทรงพลังของม้าปีศาจผีอีกด้วย มิฉะนั้น ม้าธรรมดาๆก็อาจถูกฆ่าในทันทีไปแล้ว
อะไรวะนั่น!… หมิงหยูนําสั่งการอยู่ตรงกลางขบวน และเขาก็ต้อง ตกใจเมื่อรู้ว่าขบวนทัพของตนถูกหยุดเอาไว้ได้ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่ามี บางอย่างผิดปกติ และในพริบตาเดียว เขาก็ลุกขึ้นยืนบนหลังม้า มองไป ที่การสั่นสะเทือนของพลังปราณสวรรค์และแสงที่เรืองรองออกมาจาก ตัวพวกเขาในระยะไกลๆ
นี่…นี่…นี่คือ…
จ้าวมณียุทธ์? พวกเขาทั้งหมดเป็นจ้าวมณียุทธ์! ดูจากรูปลักษณ์ ภายนอก ไม่มีใครต�ากว่าระดับ 5 มณีแม้แต่คนเดียว!
ในเสี้ยววินาทีนั้น แม้แต่แม่ทัพเทพสงครามเฟยหลี่ก็ยังสิ้นสติไป ชั่วคราว ไม่ว่าหมิงหยูจะประเมินเกี่ยวกับทหารกองพันไร้พ่ายของโจว เหว่ยชิงไว้สูงมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นมา จริงๆ
ในบรรดาทหารคุ้มกันทั้งหมดของเขามีจ้าวมณียุทธ์ 300 คน และ ในจํานวนนั้นยังรวมถึงจ้าวมณีสวรรค์อีก 20 คนด้วย
นี่เป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหมิงหยู และความ แข็งแกร่งนี้ก็เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนจากนิกายปีศาจสวรรค์ เนื่องจากมีทหารคุ้มกันหลายคนที่มาจากนิกาย ตลอดมา พวกเขาเป็น กําลังหลักที่ทําให้หมิงหยูกวาดชัยชนะมาครั้งแล้วครั้งเล่า
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทหารกองพันไร้พ่ายเบื้องหน้าเขาทุกคน ก็ล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่งที่มากยิ่งขึ้นไปอีก! จ้าวมณียุทธ์ของหมิง หยูนั้นมีพลังเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3 มณี แม้ว่าพวกเขาจะยังสามารถเติบโต ขึ้นไปได้อีก แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างหนัก ทว่าคู่ ต่อสู้ของพวกเขาตอนนี้กลับอยู่ในระดับ 5 มณีขึ้นไปแล้ว!
ในเวลาต่อมา หมิงหยูก็ตัดสินได้ว่าทหาร 700 นายเหล่านี้รับมือได้ ยากยิ่งกว่าทหารม้าอาณาจักรวั่นโซ่ว 700 คนเสียอีก!
ช่วงเวลาถัดไป หมิงหยูก็แสดงให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์และ ความสามารถในการบัญชาการที่น่าประทับใจของตนเอง แม้ว่าพวก เขาจะเสียเปรียบอย่างหนักจากการปะทะครั้งนี้ แต่หมิงหยูก็รั้งกอง ทหารของเขาให้พ้นจากภัยพิบัติที่ใกล้เข้ามาไว้ได้ทันท่วงที ลากพวก เขากลับมาจากขอบหน้าผาหุบเหวลึก ภายในไม่กี่วินาที ทหารคุ้มกัน ด้านหลังก็แปรขบวนเป็นกองหน้า ก่อนจะแสดงฝีมือการเดินขบวนทัพ ที่น่าอัศจรรย์ในระหว่างล่าถอย
ไม่ถอยไม่ได้! ในเวลานี้ ข้อดีของขบวนทัพรูปงูเริ่มเข้ามามีบทบาท สําคัญแล้ว และเห็นได้ชัดว่าพวกเขากําลังจะถูกล้อม เมื่อถูกปิด ทางออกอย่างสมบูรณ์แบบและกองทัพทหารม้าหนัก 200 คนบุกเข้า มาร่วมการต่อสู้ พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสชนะอีกต่อไป
การบัญชาการรบของหมิงหยูเป็นที่รู้กันดีว่ามีจุดแข็งคือนิ่งสงบไม่ หวั่นไหว ไม่ว่าหมิงหยูจะเผชิญกับสิ่งใด ไม่ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับ ความสูญเสียมากแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังสามารถใช้วิจารณญาณและ ตัดสินใจได้อย่างเยือกเย็นและเหมาะสมที่สุดในเวลาอันสั้น
ทหารคุ้มกันของหมิงหยูถูกบังคับให้ต้องล่าถอย…จากการปะทะ กันเพียงครั้งเดียว?!
บนแท่นผู้ชมระดับสูง ไช่ไช่ทําได้เพียงแค่มองภาพเหตุการณ์พลาง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ปัจจุบันนักรบกองพันไร้พ่ายได้ทิ้งรอยประทับที่สง่างามและบาด ลึกไว้ในใจของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารไร้พ่ายที่ปีกข้างซึ่งเป็น กลุ่มแรกที่สามารถต้านทานการปะทะแรกที่รุนแรงที่สุดได้ ชุดเกราะ โลหะผสมไทเทเนียมของพวกเขาเป็นสีเงินเปล่งประกายแวววาว เจิด จ้ายิ่งขึ้นด้วยแสงสีทองของทักษะเทพประทานพร ในวินาทีนั้น พวก เขาก็ดูเหมือนกองทหารของเทพเจ้าลงมาจากสวรรค์เลยทีเดียว
ตอนนี้โจวเหว่ยชิงที่กําลังบินอยู่กลางอากาศได้ถูกละเลยไปโดย ปริยาย เขาเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะบินขึ้นไปเหนือท้องฟ้า
ปีกที่เกิดจากสถานะพยัคฆ์มังกรกลายร่างทําให้เขามี ความสามารถในการบินที่ทรงพลังและรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เมื่อโจว เหว่ยชิงเร่งอย่างเต็มกําลัง มันก็จะกลายเป็นความเร็วที่น่ากลัวอย่าง แท้จริง คนอื่นๆทั้งหมดมองเห็นได้เพียงริ้วสีม่วงแดงที่ลากผ่านท้องฟ้า และโจวเหว่ยชิงก็โผขึ้นไป คราวนี้ปลายทางของเขาคือเส้นทางที่ทหาร คุ้มกันของหมิงหยูล่าถอยออกไป
ไข่มุกสายฟ้าขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าภายใต้การ ควบคุมของ ‘วิชาเทพสายฟ้าบิน’ ลอยอยู่ในอากาศเบื้องหน้าเส้นทางล่า ถอยของพวกเขา เป้าหมายของโจวเหว่ยชิงไม่ใช่การโจมตีอีกฝ่ายจริงๆ
เพราะเขาไม่ได้ต้องการจะฆ่าใคร ความตั้งใจของเด็กหนุ่มนั้นเรียบง่าย มาก เพียงเพื่อขวางทางพวกเขาเอาไว้
ไข่มุกสายฟ้าระรอกแรกโจมตีลงบนพื้น ระเบิดออกมาเป็นฝุ่นผง และสร้างเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปลุกปั่ นให้เศษดินลอยคลุ้งขึ้นมาใน อากาศ เมื่อเกิดการระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวขึ้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่กอง ทหารคุ้มกันส่วนตัวของหมิงหยูเกิดความระส�าระสาย
…………………………………………..