Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 193 แข่งขันสร้างม้วนคัมภีร์ศาสตรามณียุทธ์?! (3)
- Home
- Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว
- บทที่ 193 แข่งขันสร้างม้วนคัมภีร์ศาสตรามณียุทธ์?! (3)
‘ดูแต่ตา มืออย่าต้อง’ โจวเหว่ยชิงเพิ่งเข้าใจความหมายของคํานี้ว่า มันทรมานมากแค่ไหน เขากําลังสวดภาวนาให้ซ่างกวนปิงเอ๋อร์ ซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์หรือแม้แต่แม่มดน้อยปรากฏตัวขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นนี้เสียที ตอนนี้โจวเหว่ยชิงไม่มีความฝันโง่ๆ อย่างการเพลิดเพลินกับ 3 สาวงามอีกต่อไปแล้ว สิ่งต่างๆในเวลานี้ดู เย็นยะเยือกเสียจนความคิดที่เพ้อฝันนั้นกลายเป็นเพียงเรื่องในอดีต หากมันยังคงดําเนินต่อไปเช่นนี้ เขาจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร!?
“*แค่ก**แค่ก* เจ้าสองคนกําลังฝึกวิชาลับสายตาอยู่หรือ?” โจว เหว่ยชิงเอนหลังพิงขอบหน้าต่าง มองไปที่ผู้หญิง 2 คนที่จ้องมองกัน และกันอย่างไม่ยอมถอย โจวเหว่ยชิงกระแอมไออย่างช่วยไม่ได้ ก่อน จะเอ่ยอ้างออกมาอย่างเลื่อนเปื้ อนเป็นที่สุด
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์แค่นเสียงและพูดว่า “การเจรจาของเจ้าจบลง แล้ว พวกเราจะออกจากที่นี่เมื่อไหร่?”
โจวเหว่ยชิงกล่าวว่า “เร็วๆนี้ มีบางสิ่งต้องทําให้เสร็จก่อน…อย่าง น้อยข้าก็ต้องแน่ใจเรื่องนั้น…ก่อนที่เราจะจากไป นอกจากนี้ ข้ายังรอ ใครบางคนอยู่ด้วย”
เทียนเอ๋อร์กล่าวว่า “ในกรณีนั้น ไม่ใช่ว่าใครบางคนควรกลับบ้าน เกิดตนเองไปสักทีหรอกหรือ? คนที่เป็นทายาทผู้ยิ่งใหญ่ของวังสวรรค์ ไพศาลจะติดตามพวกเราสามีภรรยาที่รักใคร่กันไปไหนมาไหนได้ อย่างไร?”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวอย่างเย็นชา “สามีภรรยา? เจ้าสองคน แต่งงานกันอย่างเป็นทางการแล้วรึ?”
เทียนเอ๋อร์แค่นเสียงและพูดว่า “เมื่อเราช่วยพ่อแม่ของอ้วนน้อย ได้แล้ว พวกเราย่อมต้องแต่งงานกัน”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวอย่างเยียบเย็น “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ยัง จําเป็นต้องแยกเจ้าทั้งสองคนออกจากกัน แม้ว่าเจ้าทั้งคู่จะแต่งงานกัน ในตอนท้าย แต่น้องสาวของข้าก็ยังต้องเป็นที่หนึ่ง ส่วนเจ้าเป็นได้แค่ อนุ”
“เจ้าอยากจะสู้รึ?” เทียนเอ๋อร์ผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหันและจ้อง มองไปที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์พ่นลมหายใจอย่างดูถูกเหยียดหยาม “แค่เจ้าคน เดียวน่ะรึ?”
“เจ้า…” เทียนเอ๋อร์ดูเหมือนกําลังจะระเบิดอามณ์ออกมาแล้ว ผู้หญิงสองคนนี้ไม่เต็มใจที่จะยอมรับซึ่งกันและกัน ถ้าไม่ใช่เพราะความ
จริงที่ว่าโจวเหว่ยชิงอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ บางทีพวกเธอก็อาจ ระเบิดใส่กันไปนานแล้ว ในแง่ของพลัง เดิมทีเทียนเอ๋อร์ย่อมไม่สามารถ เทียบซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ได้ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เธอและโจว เหว่ยชิงผ่านการฝึกฝนร่วมกับทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ระดับพลัง ปราณของเทียนเอ๋อร์จึงพัฒนาเร็วขึ้นมาก ในเวลาเดียวกัน เธอก็ยัง บรรลุความเข้าใจใหม่ๆเกี่ยวกับทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 ของตนเอง โดยธรรมชาติแล้วความมั่นใจของเทียนเอ๋อร์จึงเพิ่มขึ้นตามพลังที่มี เช่นกัน และเธอก็ไม่กลัวซ่างกวนเสว่เอ๋อร์อีกต่อไป
โจวเหว่ยชิงสอดร่างของเขาไปขวางระหว่างผู้หญิงสองคนพลาง ยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่พูดว่า “นี่ท่านป้าใหญ่[1]ทั้งสอง พวกเรา จําเป็นต้องเล่นฉากเดิมๆนี้ทุกวันเลยหรือ? เอาเป็นว่าพวกเจ้าทุบตีข้า แทนเป็นอย่างไร นั่นจะดีขึ้นไหม?”
“ไม่” คราวนี้ทั้งซ่างกวนเสว่เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์ตอบเป็นเสียง เดียวกันและพร้อมเพรียงกัน
ในที่สุดโจวเหว่ยชิงก็ระเบิดออกมา ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขาอดทน อดกลั้นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทําได้แล้ว แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถแบกรับ เรื่องนี้ได้อีกต่อไป เขาพูดด้วยความโกรธว่า “ดี เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต่อสู้ กันเสีย รอก่อนเถอะ วันหนึ่งเมื่อข้ามีพลังมากพอจะเอาชนะเจ้าทั้งคู่ได้ ข้าจะผนึกพวกเจ้า แล้วสลับ ‘ทํา’ ทั้งคู่ในคราวเดียว! “
คราวนี้ผู้หญิงทั้งสองมีคําตอบที่แตกต่างกันอย่างมาก ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ตะคอก “ไสหัวไป…”
ในทางกลับกัน เทียนเอ๋อร์กลับยิ้มอย่างอ่อนหวานและกล่าวว่า “แน่นอน! ฟังดูเข้าท่า!”
หญิงสาวใช้แขนโอบไหล่ของโจวเหว่ยชิง หัวเราะคิกคักและพูดว่า “อ้วนน้อย เจ้าต้องการให้ข้าช่วยไหม? นางสู้เราสองคนไม่ไหวหรอก ข้า จะช่วยเจ้าทํา ‘สิ่งนั้น’ กับนาง … หึ… ดูว่านางจะกล้าฟาดงวดฟาดงาไป ทั่วในอนาคตอีกหรือไม่ หากข้าไม่กําราบนางตอนนี้ เมื่อน้องสาวทั้ง 2 ของนางมาสมทบ ข้าจะไม่ถูกพวกนางทั้ง 3 รังแกจนตายหรือ?”
โจวเหว่ยชิงหันไปจ้องซ่างกวนเสว่เอ๋อร์และพึมพํากับตัวเอง “นั่น ฟังดูเป็นความคิดที่เข้าท่า!”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวด้วยความโกรธ “เจ้ากล้ารึ! ถ้าเจ้ากล้ารังแก ข้าร่วมกับนาง ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า” หลังจากพูดแบบนั้น เธอก็หน้า แดงก�าก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็ว “เฟยเอ๋อร์และปิงเอ๋อร์ก็ไม่มีวันให้ อภัยเจ้าเช่นกัน”
เทียนเอ๋อร์หัวเราะคิกคักอีกครั้ง “เจ้าอยากก่อความร้าวฉาน ระหว่างข้ากับอ้วนน้อยงั้นหรือ? ดี เอาสิ! มารดาผู้นี้จะเดินหน้าและยอม เสี่ยงทุกอย่าง หากเจ้าต้องการจะอยู่ดูก็เชิญ!” ในขณะที่กล่าว เทียน
เอ๋อร์ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญอย่างตรงไปตรงมาของมนุษย์สัตว์ หันกลับมาปลดกางเกงของโจวเหว่ยชิงทันที
“เจ้า…เจ้า…พวกไร้ยางอาย!” ดาบยาวเล่มหนึ่งพุ่งทะลุไปที่มือของ เทียนเอ๋อร์ทันที
“ # * $ & ^ @ (# * $” โจวเหว่ยชิงหน้าซีดเผือก ถ้าดาบเล่มนั้น เผลอหั่นส่วนสําคัญของเขาจริงๆ เขาจะทําอย่างไร? เด็กหนุ่มหลบหนี จากเหตุการณ์โดยใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาทันที
ในขณะที่พวกเขากําลังทะเลาะกันอย่างอึกทึกวุ่นวาย จู่ๆก็มีเสียง ดังออกมาจากข้างนอก “ผู้บัญชาการ มีบุคคลหนึ่งที่นอกเรือนรับรอง คณะทูตกําลังตามหาท่าน เขาบอกว่าเป็นคนรู้จักของท่าน”
โจวเหว่ยชิงทําท่าเหมือนว่าเขาเพิ่งชนะรางวัลใหญ่ ก่อนจะทําเป็น บ่นอุบว่า “เอาล่ะ หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาทํางานจริงจัง เสียที ในที่สุดเขาก็มาที่นี่จนได้ ข้ารอมานานแล้ว ไปพาเขามาเร็ว”
ไม่นานนักทหารจากกรมทหารไร้พ่ายก็พาชายคนหนึ่งเข้ามาด้าน ใน ชายคนนี้สวมอาภรณ์สีดํา มีเสื้อคลุมปิดบังใบหน้า จากรูปลักษณ์ ของเขา มันเป็นภาพที่แปลกประหลาดและผิดปกติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขายังคงมีผ้าสีดําอีกผืนใช้ปิดหน้าแม้จะมีเสื้อ คลุมอยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลที่ปลอมแปลงตัวตนมา
แม้โจวเหว่ยชิงจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มและ พูดว่า “ทําไมเจ้าถึงเพิ่งมาตอนนี้? ข้ารอมานานแล้วนะ”
น�าเสียงคมชัดของผู้ชายดังออกมาจากด้านหลังเสื้อคลุม “ข้าไม่มี ทางเลือก ทันทีที่เจ้าทุกคนย้ายเข้ามาในเรือนรับรองคณะทูตก็มีคน คอยจับตาดูข้าอยู่ ข้าไม่สะดวกที่จะทําการเคลื่อนไหวใดๆ มีเพียงหลัง การเจรจาสิ้นสุดลงเท่านั้นที่พวกเขาได้ปลดการเฝ้าระวังออก อย่าง น้อย ผู้ที่ตามเฝ้าดูซึ่งเหลืออยู่คนเดียวก็เป็นทหารของเจ้า ข้าจึงหา โอกาสมาได้ตอนนี้เท่านั้น”
โจวเหว่ยชิงหัวเราะอย่างเต็มที่และกล่าวว่า “เอาล่ะ เชิญนั่ง ท่าน แม่ทัพที่รักของข้า”
ชายในชุดดําถอดชุดคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าของแม่ทัพเทพ สงครามเฟยหลี่หรือหมิงหยู สายตาของเขากวาดไประหว่างเทียนเอ๋อร์ และซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ตามธรรมชาติ ชายหนุ่มไม่ได้ซ่อนความอิจฉา ขณะที่เขาอุทานว่า “เทพเจ้าอวยพรให้เจ้าจริงๆ!”
โจวเหว่ยชิงไม่อาจตอบโต้เป็นอย่างอื่นไปได้ มิฉะนั้นผู้หญิงทั้งสอง ก็คงขุ่นเคืองใส่ตนแน่ ดังนั้นเขาจึงทําได้เพียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม น้อยๆ
หมิงหยูยิ้มตอบและกล่าวว่า “เอาล่ะ ข้าจะไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป พวกเรามาพูดกันตรงๆ เจ้าวางแผนที่จะกอบกู้อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์…เจ้าต้องการความช่วยเหลือจากเราหรือไม่? แน่นอนว่ามันจะ ไม่เกิดขึ้นหากไม่มีเงื่อนไขบางประการ”
โจวเหว่ยชิงยิ้มเช่นกัน เป็นรอยยิ้มที่สงบนิ่งและแสนสุขุม “หาก ความช่วยเหลือนั้นไม่มีเงื่อนไข ข้าย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หากมีเงื่อนไขใดๆผูกติดตามมาด้วย เช่นนั้นข้าก็คงจะต้องขอผ่าน ตราบใดที่เจ้าทุกคนไม่มาสร้างปัญหาให้ข้า ข้าก็สบายดีอยู่แล้ว”
หมิงหยูชะงักไป เขาไม่คาดคิดว่าโจวเหว่ยชิงจะตอบกลับเช่นนี้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เงียบเสียงลง
ในที่สุดเขาถามว่า “เจ้ามีความมั่นใจขนาดนั้นจริงๆเหรอ?”
โจวเหว่ยชิงหัวเราะอย่างเต็มที่อีกครั้ง “ทําไมข้าถึงจะไม่มีความ มั่นใจล่ะ? เจ้าก็ได้เห็นแล้ว แม้กระทั่งทดสอบกรมทหารไร้พ่ายของข้า ด้วยตัวเอง เจ้าคิดว่าข้าโกหกหรือ? ข้าไม่มีความจําเป็นต้องทําเช่นนั้น ทันทีที่ข้าเริ่มบุกตอบโต้ เจ้าก็จะได้รับข่าวอย่างแน่นอน นอกจากนี้ อย่า ลืมว่าแม้อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ของข้าจะเป็นอาณาจักรเล็กๆ แต่ เราก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี อย่าดูถูกพลังใจของ ประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรเฟยหลี่
เสบียงสํารองของข้าจึงไม่น่าจะมีปัญหา ข้าไม่คิดว่าการกอบกู้บ้านเกิด ของข้าจะมีปัญหาใดๆ”
หมิงหยูขมวดคิ้วและพูดว่า “อย่างน้อยเจ้าก็ไม่อยากฟังเงื่อนไข ของเราก่อนตัดสินใจหรือ?”
โจวเหว่ยชิงส่ายหัวและกล่าวว่า “ข้าเป็นคนที่ตอบสนองต่อภัย คุกคามได้ไม่ดีนัก เงื่อนไขของเจ้าไม่มีความหมายสําหรับข้า อาณาจักร คาลิเซไม่นับเป็นอะไรในสายตาของข้า และศัตรูหลักของข้าก็คือ อาณาจักรป่ายต้า ถ้าจําไม่ผิด กองบัญชาการใหญ่ของเจ้าตอนนี้น่าจะ อยู่ในอาณาจักรป่ายต้าใช่ไหม? ถ้าเจ้าจะบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอาณาจักรป่ายต้า หึ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่ออย่างนั้นจริงๆหรือ? อย่างไร ก็ตาม อย่างน้อยเจ้าทุกคนก็ยังคงฉลาดและมีเหตุผล เท่าที่ข้ารู้ ความ เกี่ยวโยงของเจ้ากับอาณาจักรป่ายต้านั้นไม่ได้ลึกซึ้งมากนัก และอย่าง น้อยข้าก็ไม่ต้องมุ่งความสนใจไปที่พวกเจ้าทุกคนเช่นกัน”
“มุ่งความสนใจของเจ้ามาที่เรางั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองมีอํานาจ ขนาดนั้นเลย?” หมิงหยูเย้ยหยัน โจวเหว่ยชิงไม่ตอบ แต่เทียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างเขาอย่างดูไม่มีพิษ ภัยกลับเอ่ยตอบกลับแทน “เจ้าคิดว่าเราไม่มีอํานาจงั้นหรือ? เจ้าควรรู้ดี ที่สุดว่านิกายปีศาจสวรรค์ของเจ้ามีสถานะเช่นไรในแผ่นดินใหญ่ เหตุผลเดียวที่มหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีก 3 แห่งไม่เข้าร่วมกองกําลังกวาด
ล้างพวกเจ้าก็เพราะภัยคุกคามจากภูเขาหิมะสวรรค์ของเรายิ่งใหญ่ เกินไป และวังสวรรค์ไพศาลก็ไม่ดําเนินการใดๆเช่นกันเพราะเกรงว่า เราจะลงมือ แต่ถ้าหากภูเขาหิมะสวรรค์ของเราเป็นผู้นําในเรื่องนี้ขึ้นมา จริงๆ ข้าก็มั่นใจว่าวังสวรรค์ไพศาลจะไม่ปฏิเสธแน่”
เมื่อได้ยินคําว่าภูเขาหิมะสวรรค์ การแสดงออกของหมิงหยูก็ เปลี่ยนไป ในขณะที่มองเทียนเอ๋อร์ เขาก็จําทักษะสนับสนุนวงกว้างที่ เธอปล่อยออกมาระหว่างการต่อสู้ของพวกเขาได้ เป็นไปได้ไหม…ว่ามัน เป็นทักษะธาตุเทวาอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้จริงๆ?
วันนั้น หลังจากที่หมิงหยูกลับไปที่ฐานบัญชาการของเขา ชายหนุ่ม ก็เริ่มวิเคราะห์ทุกรายละเอียดของการต่อสู้ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ ปรึกษาผู้คนมากมายเกี่ยวกับพื้นที่ 6 สีที่แปลกประหลาดใต้เท้าโจว เหว่ยชิง รวมถึงทักษะสนับสนุนวงกว้างที่เทียนเอ๋อร์ได้ปลดปล่อย ออกมา ข้อสรุปสุดท้ายก็คือพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของโจวเหว่ยชิงนั้นไม่เป็นที่ รู้จักอย่างแท้จริง และทักษะเพิ่มพลังของเทียนเอ๋อร์ก็อาจเป็นทักษะ ธาตุเทวาของในตํานานของภูเขาหิมะสวรรค์
หลังได้ข้อสรุปดังกล่าว หมิงหยูก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เขาได้รับข่าวมา ว่าโจวเหว่ยชิงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวังสวรรค์ไพศาล ด้วยเหตุนี้ เขาจะมีใครบางคนที่มาจากภูเขาหิมะสวรรค์อยู่เคียงข้างได้อย่างไร?
แต่แม้ว่าเขาจะมีจริงๆ…ทักษะธาตุเทวานั้นก็ต้องมาจากสายเลือดหลัก ของภูเขาหิมะสวรรค์ พยัคฆ์วิญญาณสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!
ทว่าจากคําพูดของเทียนเอ๋อร์ หมิงหยูก็ย่อมสามารถอ่าน ความหมายคร่าวๆของมันได้ ด้วยเหตุนี้เขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร? หญิง สาวอีกคนที่อยู่ข้างๆโจวเหว่ยชิงน่าจะเป็นน้องสาวฝาแฝดคนที่ 3 ของ วังสวรรค์ไพศาล ซ่างกวนปิงเอ๋อร์ ในขณะที่อีกคน … มาจากภูเขาหิมะ สวรรค์จริงๆน่ะหรือ? ไม่ว่าหมิงหยูจะฉลาดและเจ้าเล่ห์เพียงใด ในช่วง เวลานี้ความคิดของเขาก็ถูกพลิกกลับไปจนหมด
โจวเหว่ยชิงยิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกหรือ ข้ากลายเป็น บุคคลโดดเดี่ยว ไม่มีตระกูลหรือนิกายให้สังกัด อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์ของข้าก็ไม่ได้อยู่ใต้อํานาจมหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใดๆ เนื่องจาก ข้าไม่ใช่ศัตรูของวังสวรรค์ไพศาล ทําไมข้าต้องทําให้ตัวเองเป็นศัตรูของ ภูเขาหิมะสวรรค์ด้วยเล่า”
“เจ้า… พวกเจ้าทั้งหมด …” หมิงหยูมองไปที่เทียนเอ๋อร์ จากนั้นก็ กวาดตากลับไปที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกพูดไม่ออก ขึ้นมาจริงๆ หมิงหยูตระหนักดีว่าตั้งแต่ได้เผชิญหน้ากับโจวเหว่ยชิง แม้ว่าอันธพาลน้อยคนนี้จะไม่ได้พูดอะไรมากมาย แต่ในการเจรจาที่มี เขาเป็นตัวแทนของนิกายปีศาจสวรรค์ เขาก็ยังต้องเสียเปรียบอย่าง หนัก
หมิงหยูไม่ใช่คนที่จะเต็มใจยอมแพ้ง่ายๆ แต่กับโจวเหว่ยชิงที่เล่น นอกกฏตลอดเวลา เขาก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าต้องรู้ว่าแม้วังสวรรค์ ไพศาลของเราจะเป็นศัตรูกับภูเขาหิมะสวรรค์ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เรามี เหมือนกัน นั่นก็คือเราทั้งสองสนับสนุนโจวเหว่ยชิงและความพยายาม ในการฟื้ นฟูบ้านเกิดของเขา ด้วยการพูดเช่นนี้ เจ้าก็ควรจะเข้าใจได้ อย่างชัดแจ้งแล้ว”
หมิงหยูอดไม่ได้ที่จะกลืนน�าลายลงคอ คิ้วของเขาขมวดลึกขณะที่ กําลังจมอยู่ในห้วงภวังค์
โจวเหว่ยชิงไม่ได้เร่งรีบ เขานั่งอยู่ที่นั่นอย่างสงบเยือกเย็น เมื่อมอง ไปที่หญิงงามทั้งสอง เขาก็รู้สึกพออกพอใจมากเช่นกัน ในการเจรจา ครั้งนี้ เขาประสบความสําเร็จเพราะยืมอิทธิพลของผู้อื่นมาใช้เชิงข่มขู่ ในเวลาเดียวกันทั้งเทียนเอ๋อร์และซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ไม่ทําให้เขา ผิดหวัง แม้ว่าพวกนางจะชอบทะเลาะกัน แต่ในเรื่องนี้ ทั้งคู่ก็สนับสนุน เขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
……….
[1] ป้าใหญ่ เป็นคําแสลงสําหรับผู้หญิงที่มีทัศนคติแบบ ‘คุณหนู น้อย’ หรือ ‘เจ้าหญิง’ และมักมีอารมณ์ฉุนเฉียว