Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 194 เมืองจันทร์เสี้ยว! (3)
“ความจริงแล้ว การบุกเมืองเล็กๆที่ไม่ได้เตรียมรับมือพวกเรา เช่นนี้ยังจําเป็นต้องมีกลยุทธ์อะไรอีกหรือ? ข้าขอถามเจ้าว่า…ลูกศรของ พวกเขาสามารถเจาะทะลุแนวป้องกันของเราได้หรือไม่? คําตอบดู เหมือนว่าจะไม่ นอกจากนี้ ไม่ช้าประตูเมืองก็จะเปิดจากภายใน… นอกจากบุกให้เร็วที่สุดแล้ว เรายังจะทําอะไรได้อีก?”
ภายใต้คําสั่งของโจวเหว่ยชิง กรมทหารไร้พ่ายจึงเริ่มตั้งขบวนทัพ ในทันที ทหารม้าหนักของเผ่าอีกาทองและเผ่าคนเถื่อนอยู่ข้างหน้า ส่วนทหารม้าไร้พ่ายอีก 450 คนอยู่ข้างหลัง โจวเหว่ยชิงและเพื่อนร่วม ชั้นที่เขานํามาจากเมืองเฟยหลี่อยู่ด้านหลังกองทัพหลักอีกที สําหรับ การต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาไม่จําเป็นต้องเข้าร่วมด้วยซ�า โจวเหว่ยชิง ต้องการให้เพื่อนร่วมชั้นทําความคุ้นเคยกับวิธีการต่อสู้ของกรมทหารไร้ พ่าย ในขณะเดียวกันก็แสดงให้พวกเขาเห็นถึงพลังที่แท้จริงของกรม ทหารไร้พ่ายไปในตัว
…
เมืองจันทร์เสี้ยว บนกําแพงเมือง
กลุ่มทหารลาดตระเวนเดินเล่นอย่างเฉื่อยชาบนกําแพงเมือง ตามปกติ พวกเขาควรจะเข้ากะเป็นเวลา 8 ชั่วโมงก่อนที่จะต้องเปลี่ยน เวร และในความเป็นจริง แค่มี 3 หรือ 4 กองร้อยคอยคุ้มกันก็ดีถมเถ แล้ว ทหารคาลิเซส่วนใหญ่ล้วนพักผ่อนอยู่ในค่ายทหาร
เมืองจันทร์เสี้ยวเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและมีตําแหน่งทาง ภูมิศาสตร์ที่ดีจึงมีคนพลุกพล่านจํานวนมาก โดยเฉพาะพ่อค้านัก เดินทาง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่นี่จะมีรายได้ดีขนาดไหน นอกเหนือจากภาษีที่ต้องส่งกลับไปยังอาณาจักรคาลิเซ เพียงแค่ทหาร ที่เรียกเก็บเงินค่าเข้า พวกเขาก็ได้รับทองคําและรายได้จํานวนมหาศาล แล้ว
“เอ๊ะ? ทุกคนได้ยินอะไรไหม?” จู่ๆทหารคนหนึ่งที่มีหูไวก็ถามขึ้น
“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เสียงเหมือนฟ้าร้อง…หรือว่าฝนจะ ตก?” ทหารอีกคนกล่าวในขณะที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย ท้องฟ้าปลอดโปร่งสดใสและมีแดดจัด แถมยังไร้ เมฆบดบังอีกต่างหาก นี่เป็นช่วงเวลาที่อากาศกําลังดีแน่ๆ …ฝนจะตก ได้ยังไง?
ทหารคาลิเซทุกคนงงงวยขณะที่เสียงฟ้าร้องครืนๆดังชัดเจนขึ้น เรื่อยๆ
ทันใดนั้น สีหน้าของทหารคนหนึ่งก็เปลี่ยนไป “หรืออาจเป็น… เสียงทหารม้า?!”
ในขณะที่เขาพูดคําเหล่านั้น แสงสะท้อนเป็นประกายแวววาวก็ แยงเข้ามาในดวงตาของพวกเขา
นั่นเป็นชุดเกราะไทเทเนียมของกองทหารม้าไร้พ่ายซึ่งสะท้อนแสง ในขณะที่พวกเขาพุ่งบุกเข้าใส่! ยิ่งไปกว่านั้น ทหารม้าหนัก 200 นายที่ อยู่ข้างหน้าก็เหมือนสัตว์ร้ายที่กําลังพุ่งเข้ามา
ความเร็วของอสูรยูนิคอร์นนั้นเหนือกว่าม้าศึกทั่วไปมาก แม้ว่า พวกมันจะกําลังแบกน�าหนักจํานวน 1,000 จินของนักรบอีกาทองและ นักรบเผ่าคนเถื่อนอยู่ก็ตาม
“ศัตรู…! เรากําลังถูกโจมตี !!” เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนเริ่มดัง ออกมาจากกําแพงเมือง และในไม่ช้า สัญญาณเตือนภัยก็ดังระงมขึ้น เช่นกัน
ช่วงเวลานั้น ความวุ่นวายได้ปกคลุมไปทั่วทั้งกําแพงเมือง นับตั้งแต่พวกเขาบุกเข้ายึดครองอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ทหารคาลิ เซเหล่านี้ก็เสวยสุขอยู่ในเมืองจันทร์เสี้ยวมานาน การบุกโจมตีอย่าง กะทันหันจากทหารม้าที่ไม่รู้จักเหล่านี้ทําให้พวกเขาตกอยู่ท่ามกลาง ความตื่นตระหนก ภายในกําแพงเมืองกําลังเกิดความวุ่นวายสับสน
ผู้บัญชาการกองร้อยคนหนึ่งยังสามารถรักษาความสงบเอาไว้ได้ “อย่าตกใจ รีบทําตามที่ฝึกมา! เตรียมปืนหน้าไม้ นักธนูเข้าประจํา ตําแหน่ง! เร็วเข้า! เจ้าลงไปที่นั่น ให้พี่น้องด้านล่างปิดประตูเมืองทันที!”
ในขณะที่เขากําลังตะโกนออกคําสั่งอย่างวุ่นวาย ทันใดนั้นทหาร คนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเขาก็จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างลนลาน ชี้ขณะที่ เขาตะโกน “นะ…นั่นมันอะไรกัน?!”
มีคนกําลังลอยอยู่บนท้องฟ้านับสิบคน และพวกเขาก็มีปีกอยู่ที่ ด้านหลัง และทันใดนั้นก็มีสายฝนแห่งความตายโปรยปรายลงมาจาก บนท้องฟ้า
ด้วยการระดมยิงลูกศรเพียงครั้งเดียว ทหารทั้งหมดที่เรียงรายอยู่ ข้างๆปืนหน้าไม้ทั้ง 8 บนกําแพงก็ล้มลงเป็นหน้ากลอง ทหารอาณาจักร คาลิเซบางคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วกว่าก็รีบยกธนูยิงสวนกลับ
อนิจจา การยิงลูกศรลงจากตําแหน่งที่ได้เปรียบกว่าบนท้องฟ้า แตกต่างจากการยิงขึ้นไปในระยะดังกล่าว นับประสาอะไรกับที่ระยะยิง ส่วนใหญ่ไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงร่างที่กําลังบินอยู่ แม้ว่าลูกศรของพวก เขาจะไปถึงตัวฝ่ายนั้น มันจะยังเจาะผ่านชุดเกราะไทเทเนียมของทหาร ไร้พ่ายได้อย่างไร?
เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ปืนใหญ่หน้าไม้ ก่อปัญหา โจวเหว่ยชิงจึงได้จัดให้ทหารไร้พ่ายอีก 50 คนบินขึ้นไปใน อากาศเพื่อโจมตีทหารบนกําแพงเมืองให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ มันยังเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจที่ดีให้แก่กองกําลังของ เหลยซีที่อยู่ข้างในด้วย
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ประตูเมืองด้านล่างก็กําลังตกอยู่ ท่ามกลางความยุ่งเหยิง ขณะนี้เหลยซีนําทหารทั้ง 50 คนของเขากวาด ล้างทหารคาลิเซที่ปกป้องประตูราวกับกําลังผ่าแตงโมแยกกําหล�าปลี การใช้งานจ้าวมณีถึง 50 คนเป็นความคิดประเภทไหนกันแน่? นี่เป็น ผลรวมของจํานวนจ้าวมณีทั้งหมดที่อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์มีในอดีต ด้วยซ�า! สําหรับทหารธรรมดา มันคล้ายกับใช้ความสามารถทํางาน เล็กๆน้อยๆโดยไม่ต้องกังวลเลยว่างานจะไม่สําเร็จ
ทันใดนั้น เสียงของโจวเหว่ยชิงก็ดังขึ้นในหูของกรมทหารไร้พ่าย “พวกเจ้าทุกคนตั้งใจฟังให้ดี เมื่อเราเข้าไปในเมือง นอกจากทหารคาลิ เซแล้ว เจ้าจะต้องไม่สังหารหรือปล้นชิงใคร มิฉะนั้น เจ้าจะถูก ดําเนินการอย่างเคร่งครัดตามกฎทหารของเรา ไม่ใช่ว่าบิดาผู้นี้ไม่มี เหตุผล แต่นี่คือบ้านเกิดเมืองนอนของข้า เมื่อถึงเวลาที่ต้องตีโต้และบุก กลับอาณาจักรคาลิเซหรือแม้แต่อาณาจักรป่ายต้า เวลานั้นก็จะมี โอกาสให้เจ้าได้ปล้นสะดมตามที่ต้องการ เอาล่ะ ตอนนี้จงบุกเข้าไปด้วย พลังทั้งหมดของเจ้า! ผู้ที่พยายามจะหยุดยั้งพวกเรา ฆ่าให้หมด!”
เนื่องจากถูกโจมตีทางอากาศ รวมทั้งถูกควบคุมประตูเมือง … ใน ท้ายที่สุด การบุกของกรมทหารไร้พ่ายจึงไม่พบกับการต่อต้านมากนัก ลูกศรจากนักธนูคาลิเซเพียงไม่กี่คนที่สามารถยิงใส่พวกเขาได้นั้นเป็น เพียงเรื่องตลกขบขัน ดังนั้นทหารม้าหนักที่อยู่ข้างหน้าจึงไม่สนใจ แม้แต่จะกวัดแกว่งอาวุธออกไปปัดลูกศรทิ้งและปล่อยให้ลูกธนูกระเด็น ออกไปเองหลังกระทบกับเกราะของพวกเขาแทน
เมื่อถึงเวลาที่กองทหารรักษาการณ์ในเมืองจันทร์เสี้ยวเริ่มมี ปฏิกิริยาตอบโต้ กรมทหารไร้พ่ายก็พุ่งเข้ามาทางประตูเมืองที่เปิดอยู่ แล้ว สิ่งที่ตามมาเป็นลําดับถัดไปก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพียงฝ่ายเดียว
สําหรับทหารอาณาจักรคาลิเซที่ยึดครองบ้านเกิดของเขา โจวเหว่ย ชิงไม่คิดที่จะผ่อนปรนแม้แต่น้อย ถ้ามีคนบุกเข้ามาหนึ่ง เขาก็จะฆ่าทิ้ง หนึ่ง หากบุกมาสอง เขาก็จะสังหารทั้งคู่
แม้แต่กองทัพอาณาจักรวั่นโซ่วที่ทรงพลัง พวกเขาก็ยังล้มเหลวใน การต่อกรกับกรมทหารไร้พ่าย นับประสาอะไรกับทหารธรรมดาๆจาก อาณาจักรคาลิเซเหล่านี้ ภายในช่วงเวลาสั้นๆเพียง 1 ชั่วโมง ทหาร อาณาจักรคาลิเซกว่า 1,000 นายก็เสียชีวิต ส่วนที่เหลือยอมจํานน
สําหรับโข่วรุ่ย หยางเจ๋อชี เพื่อนร่วมชั้นที่ติดตามโจวเหว่ยชิงมา จากโรงเรียนทหารเฟยหลี่ พวกเขาทั้งหมดจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าพลาง
อ้าปากค้างและตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง การต่อสู้ครั้งนี้ได้พลิกความรู้ทาง ทหารที่พวกเขาเรียนมาในช่วงหลายปีไปจนหมด!
เช่นเดียวกับที่โจวเหว่ยชิงบอกกับเทียนเอ๋อร์ นี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่ จําเป็นต้องใช้กลยุทธ์ใดๆ มันคือการปะทะกันแบบง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ บางทีชัยชนะ ‘ราบคาบ’ อาจจะเหมาะสมกว่าด้วยซ�า อย่างที่โบราณเคยกล่าวไว้ สิ่งที่ได้ยินอาจ เป็นเท็จ แต่สิ่งที่ได้เห็นคือความจริงแน่นอน…โจวเหว่ยชิงใช้การกระทํา เพื่อพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าการเลือกติดตามพี่ใหญ่คนนี้เป็นทางเลือก ที่ถูกต้องแล้ว
หลังจากจัดการทหารฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด โจวเหว่ยชิงก็ออกคําสั่ง ใหม่ทันที “ปิดประตูเมืองทั้งหมด ข้าต้องการให้ทหาร 50 คน ประจําการอยู่ที่กําแพงทั้ง 4 ด้าน อย่าให้ใครออกจากเมืองแม้แต่คน เดียว เหลยซี นํากลุ่มพี่น้องไปยังที่พํานักของเจ้าเมืองและนําเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดของเมืองจันทร์เสี้ยวมาพบข้า ในขณะที่ปฏิบัติตามคําสั่ง ทุกคน จงตะโกนคําขวัญนี้ ดังที่สุดเท่าที่จะทําได้ ‘เจ้าหญิงตี้ฝูหยากลับมาแล้ว มาพร้อมกับกรมทหารไร้พ่ายแห่งอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์เพื่อกอบกู้ บ้านเกิดของเรา! เกาทัณฑ์สวรรค์กลับมาแล้ว!’”
ก่อนหน้านี้ แม้กระทั่งตอนที่เขาก่อตั้งกองพันไร้พ่ายขึ้นมาเป็นครั้ง แรก โจวเหว่ยชิงก็ได้เริ่มเตรียมพร้อมสําหรับอนาคตแล้ว นั่นก็คือ
แผนการที่เป็นไปได้สําหรับการบุกโจมตีเพื่อกอบกู้อาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์กลับคืน แม้ว่าอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์จะถือว่าเป็นอาณาจักร เล็กๆ แต่ก็ยังประกอบด้วยเมืองจํานวนมาก เมืองจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ ได้รับเลือกจากโจวเหว่ยชิงให้เป็นเป้าหมายแรกของเขา แน่นอน ข้อแม้ คือเขาต้องได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรเฟยหลี่ก่อน ด้วยวิธีนี้ เมืองจันทร์เสี้ยวจะมีอาณาจักรเฟยหลี่หนุนหลังและมีเส้นทางขนส่ง เสบียงที่มั่นใจได้ ทําให้เป็นสถานที่ที่ดีสําหรับตั้งฐานที่มั่น
แม้ว่ากรมทหารไร้พ่ายจะทรงพลังอย่างมาก แต่พวกเขาก็มี จุดอ่อนของตัวเองเช่นกัน สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือพวกเขาไม่มีหน่วย พลาธิการและหน่วยขนส่งเสบียงเป็นของตัวเอง ในค่ายกองทัพ ภาคเหนือเขตตะวันตกของอาณาจักรจ้งเทียน จุดนั้นไม่เป็นปัญหา เนื่องจากพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกองทัพ อย่างไรก็ ตาม ตอนนี้มันเป็นการศึกเพื่อกอบกู้อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ด้วย ตัวเองอย่างเต็มรูปแบบจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหวังให้อาณาจักรจ้ง เทียนส่งเสบียงและอาวุธให้พวกเขาต่อ ทั้งหมดทําได้เพียงแค่ต้องพึ่ง ตัวเองเท่านั้น นอกเหนือจากสิ่งนี้ แม้กระทั่งอาหารการกินในทุกๆวันก็ อาจเป็นปัญหาได้
ด้วยเหตุนั้น แผนแรกของโจวเหว่ยชิงก็คือการสร้างฐานที่มั่น สําหรับดูแลเสบียงและปัญหาด้านการขนส่งของพวกเขา ในเวลา เดียวกัน มันก็จะทําหน้าที่ป่าวประกาศเพื่อกระจายข่าวต้อนรับนักรบ
และทหารของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ที่กระจัดกระจายไปทั่วอีกด้วย ท้ายที่สุดเมื่อรากฐานของพวกเขามั่นคงและพัฒนาขึ้น พวกเขาก็จะ สามารถดําเนินการตามแผนขั้นตอนต่อไปได้
สําหรับคําสั่งที่เขาเพิ่งส่งออกไป อาจกล่าวได้ว่าค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็แสนแยบยล ประการแรก การไม่ยอมให้ใครออกจากเมืองจะทําให้ กองทัพข้าศึกมาช่วยได้ช้าลง สําหรับถ้อยคําที่โจวเหว่ยชิงให้คนของเขา ตะโกนออกมา เป็นการทําให้ประชาชนไม่แตกตื่นและหว่านเมล็ดพันธุ์ สําหรับสรรหาทหารหน้าใหม่ๆ ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็มีทหารเพียง 700 คนเท่านั้น และถ้าต้องใช้งานพวกเขาดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในเมือง มันก็คงไม่เพียงพอสําหรับทั้งเมืองเป็นแน่ และโจวเหว่ยชิงก็ไม่ สามารถใช้สมาชิกเผ่าอีกาทองและเผ่าคนเถื่อนเป็นกองกําลัง รักษาการณ์ได้เช่นกัน ขนาดและความสูงของพวกเขาจะทําให้คน ธรรมดาส่วนใหญ่เอาแต่หวาดกลัวได้ ด้วยเหตุนี้ การตะโกนคําขวัญ ดังกล่าวจึงเป็นวิธีการที่ค่อนข้างได้ผล เดิมทีอาณาจักรคาลิเซก็เข้ายึด ครองอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ได้ไม่นานนัก และอาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์ก็ปฏิบัติต่อพลเมืองของตนอย่างดีมาโดยตลอด โจวเหว่ยชิงเชื่อ ว่าความรู้สึกโดยรวมของผู้คนจะยังคงโน้มเอียงไปทางอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์เล็กน้อย
การกวาดล้างและการยึดครองเมืองหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่อง ง่ายมากสําหรับกรมทหารไร้พ่ายในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การ
ควบคุมดูแลและทํานุบํารุงเมืองอย่างต่อเนื่องก็เป็นเรื่องที่แตกต่าง ออกไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะใช้ที่นี่เป็นฐานที่มั่นย่อม ไม่ใช่งานง่าย ทว่าโจวเหว่ยชิงก็ไม่ได้เร่งรีบแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาต้อง กระทําร่วมกับทหารทั้ง 700 คนของเขาก็คือเสริมการป้องกัน กระจาย ข่าวว่าเจ้าหญิงตี้ฝูหยากลับมาแล้ว พร้อมกับข่าวที่เขานํากองทัพที่ แข็งแกร่งกลับมาฟื้ นฟูอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ จะต้องสร้างเส้นทางสนับสนุนเสบียงกับอาณาจักรเฟยหลี่ เมื่อจัดการ ทั้งหมดแล้ว โจวเหว่ยชิงจึงจะสามารถเริ่มการต่อสู้ที่แท้จริงเพื่อกอบกู้ บ้านเกิดของพวกเขาได้
เมื่อเมืองถูกโจมตี ประชาชนก็มักจะเรียนรู้ข่าวดังกล่าวในภายหลัง พวกเขาส่วนใหญ่ทราบว่าเมืองจันทร์เสี้ยวถูกโจมตีก็ตอนที่ได้ยินเสียง ตะโกนของเหล่าทหารในเวลานั้นเอง
เจ้าหญิงตี้ฝูหยาแห่งอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ได้กลับมาพร้อมกับ กองทัพ? พวกเขาต้องการกอบกู้อาณาจักร? ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทั้ง เมืองจันทร์เสี้ยวในเวลาอันสั้น
ผลตอบรับดีกว่าที่โจวเหว่ยชิงคาดไว้ ไม่นาน ทั้งเมืองก็สงบลงและ ไม่มีการก่อจลาจลใดๆ อย่างไรก็ตาม ความพลุกพล่านในเมืองก็หายไป เกือบหมด บ้านทุกหลังปิดประตูและหน้าต่างสนิท ราวกับกลัวว่าพวก เขาจะถูกจับจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
ด้วยคําสั่งที่เข้มงวดของโจวเหว่ยชิง ทหารไร้พ่ายจึงยืนเฝ้าอยู่ที่ ประตูเมืองและกําแพงเท่านั้น ไม่ได้ออกไปไล่ปล้นประชาชนแต่อย่าง ใด แน่นอน ข้อยกเว้นก็คือทหารอาณาจักรคาลิเซทั้ง 3,000 คน นอกจากอาวุธและชุดเกราะแล้ว ทองคําทั้งหมดของพวกเขาก็ถูกยึดไป ด้วย โจวเหว่ยชิงไม่ได้เก็บอะไรไว้กับตัวเลย แจกจ่ายทั้งหมดออกไปให้ ทหารของเขาทุกคน
ถึงอย่างไรกรมทหารไร้พ่ายก็มาจากกองพันนักเลง แม้ว่าความ จงรักภักดีของพวกเขาจะสูงมาก และโจวเหว่ยชิงก็ไม่จําเป็นต้องใช้ ความมั่งคั่งเป็นเครื่องมือผูกมัดอีกต่อไป แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ลด สวัสดิการใดๆของพวกเขาลง
ในไม่ช้า เจ้าเมืองจันทร์เสี้ยวและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆก็ถูกนําตัวมา ต่อหน้าโจวเหว่ยชิง หลังจากซักถามเสร็จสรรพ โจวเหว่ยชิงก็เข้าใจ สถานะและสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองจันทร์เสี้ยวอย่างรวดเร็ว เด็ก หนุ่มสั่งให้นําตัวเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไปคุมขังไว้ก่อนในตอนนี้ ในเวลา เดียวกันเขาก็ประกาศอย่างเป็นทางการไปทั่วเมือง
คําประกาศนั้นง่ายมาก มันคือการระบุรายชื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ของเมืองจันทร์เสี้ยว จากนั้นเขาก็ให้คนไปประจําการตามที่ประกาศ อนุญาตให้ประชาชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร ใน ตอนท้าย เขาก็จะสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อตัดสินใจว่าเขาจะใช้
งานใครต่อไปได้ หรือหากมีคนทรยศหรือทําสิ่งที่เลวร้ายมากเกินไป เขา ก็จะฆ่าพวกเขาทิ้งเสีย ง่ายๆเพียงเท่านี้
โจวเหว่ยชิงไม่รู้เกี่ยวกับการปกครองและการรักษาการณ์เมือง เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประจําเมืองหลายคนในปัจจุบันก็ไม่ ได้มาจากอาณาจักรคาลิเซ พวกระดับกลางถึงล่างก็มีพื้นเพมาจาก อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์จํานวนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจําเป็นต้อง กําจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากคาลิเซบางส่วน รวมถึงจําพวกหนอนเน่า อีกบางส่วน สิ่งที่โจวเหว่ยชิงต้องการคือให้ทั้งเมืองกลับมาทํางานได้ อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนดั่งเคย ไม่ใช่แค่การยึดครองแบบปล่อยปละ ละเลยเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน โจวเหว่ยชิงยังส่งข่าวออกไปด้วยว่า ภายใต้การปกครองของพวกเขา ภาษีทั้งเมืองจะได้รับการยกเว้นเป็น เวลา 1 ปี
………………………………….