Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 198 พังทลาย! ช่วยเหลือ! กลืนกิน! (3)
- Home
- Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว
- บทที่ 198 พังทลาย! ช่วยเหลือ! กลืนกิน! (3)
อย่างไรก็ตาม แทบจะทันใดนั้น โจวเหว่ยชิงก็เดินโซเซไปด้านข้าง ร่างกายแกว่งไปมาอย่างไม่หยุดขณะที่เลือดสดๆไหลลงมาจากปากของ เขา เวลานั้นซ่างกวนเสว่เอ๋อร์แทบไม่กล้าขยับตัว ปล่อยให้เขาโอบเอว บางๆของตนเองไว้แต่โดยดี
ในขณะที่เธอเอนตัวเข้าไปในอ้อมกอดของโจวเหว่ยชิง สัมผัสถึง ร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแอซึ่งแอบอิงอยู่กับเธอในตอนนี้ ซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์ก็รู้สึกถึงความสงบสุขในใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้บาน สะพรั่งขึ้นทุกขณะ
…
โจวเหว่ยชิงพักผ่อนเป็นเวลา 3 วันก่อนที่เขาจะฟื้ นกลับมามี ชีวิตชีวาอีกครั้ง สาเหตุก็เป็นเพราะร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาและ อัตราการฟื้ นตัวที่น่าอัศจรรย์ของวิชาเทพอมตะนั่นเอง
เมื่อทหารม้าหนักไร้พ่ายถอยกลับมาอย่างมีชัย ก็ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนที่กรมทหารที่ 6 ของอาณาจักรคาลิเซจะล่าถอยและ หลบหนีไป แม้ว่าโจวเหว่ยชิงเกือบจะสังเวยชีวิตให้กับมือสังหารราชา
สวรรค์ แต่ลูกศรที่เขายิงออกไปก่อนหน้านั้นก็ได้ปลิดชีพผู้บัญชาการ กรมทหารที่ 6 ของคาลิเซเช่นกัน
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง เหตุการณ์ในระหว่างการต่อสู้ก็เริ่ม แพร่กระจายออกไปจากฝีปากของพลเมืองทั้ง 300 คน ภายในวันนั้น ประชาชนทั้งเมืองก็รับรู้เรื่องการต่อสู้ทั้งหมดทันที
โดยทั่วไป ประชาชนและความคิดเห็นของพวกเขาก็ลื่นไหลไปดั่ง สายน�า สายน�าสามารถแบกเรือและทําให้มันลอยได้ แต่ก็เป็นน�าชนิด เดียวกันนี่เองที่สามารถพลิกคว�าเรือและกลืนมันลงไป จากคําประกาศ ของโจวเหว่ยชิงที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเป็นเวลา 1 ปี เมื่อรวมกับภาพ อันยิ่งใหญ่ของทหารม้าหนักไร้พ่าย เมืองจันทร์เสี้ยวจึงสามารถฟื้ นกลับ สู่สภาพเดิมได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ประตูเมืองเปิดอ้าออก การค้าขาย กลับมาดําเนินต่อได้อีกครั้ง และความตื่นตระหนกภายในเมืองก็สลาย ไปในไม่ช้า สําหรับการกลับมาของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ประชากรส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก
การจัดการกับเจ้าหน้าที่ในเมืองก็สิ้นสุดลงเช่นกัน จากการ ลงคะแนนเสียงของประชาชนทั้งหมด เจ้าหน้าที่ดั้งเดิมบางคนถูก สังหาร บางคนได้รับการเลื่อนตําแหน่ง และตอนนี้การปกครองภายใน เมืองก็ดําเนินไปได้ด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้ามกับการเดินเรือที่แสนราบรื่นของการ บริหารเมืองจันทร์เสี้ยว สภาพร่างกายของโจวเหว่ยชิงกลับไม่เป็นที่น่า พอใจแม้แต่น้อย ในช่วงสองสามวันที่เขากําลังพักผ่อนและรักษาตัว เจ้าหน้าที่ระดับบนของกรมทหารไร้พ่ายต่างก็กระวนกระวายใจเป็น อย่างมาก
นักฆ่าราชาสวรรค์ผู้นั้นสามารถปรากฏตัวได้ตลอดเวลา นั่นจึงมาก พอให้ทุกคนหวาดกลัวได้แล้ว เทียนเอ๋อร์และซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยังคง ช่วยเหลือโจวเหว่ยชิงฝึกปราณ ในขณะที่ต้วนเทียนหลางย้ายตัวเองไป ที่ห้องข้างๆเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในเวลาเดียวกัน หลินเทียน อ้าวและคนอื่นๆก็ย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ๆมากขึ้น บรรยากาศรอบข้างจึง ค่อนข้างกดดันอยู่ไม่น้อย
แม้ว่าอาการบาดเจ็บของโจวเหว่ยชิงจะหายดีแล้ว แต่กลิ่นอาย ของความกังวลก็ยังไม่จางหายไป ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังโจมตีที่ น่ากลัวของนักฆ่าระดับราชาสวรรค์ ภายใต้สถานการณ์ปกติ หากเขา โจมตีสมาชิกคนใดคนหนึ่งของกรมทหารไร้พ่ายขึ้นมา มันก็จะเป็น ความสูญเสียที่ร้ายแรงอย่างแน่นอน
โจวเหว่ยชิงไม่สามารถเข้าสู่สถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่างขั้นที่ 2 ได้อีกเลย ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ถือเป็นโชคดีของเขาอย่างแท้จริง และ หากเด็กหนุ่มต้องพบกับการลอบโจมตีเช่นนี้อีกครั้ง เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะ
เข้าสู่สถานะกลายร่างขั้นที่ 2 นี้ได้อีกหรือไม่ แต่ก็แน่นอนว่าครั้งก่อนที่ พลาดท่าเป็นเพราะเขามุ่งสมาธิไปที่การโจมตีหัวหน้าฝ่ายศัตรูอย่าง เต็มที่ก่อนจะถูกซุ่มโจมตี หากโจวเหว่ยชิงได้เตรียมความพร้อมและ ระวังตัว ด้วยประสาทสัมผัสที่พิเศษของเขา อย่างน้อยเขาก็ควรสัมผัส ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติได้ นอกจากนี้ โจวเหว่ยชิงยังรู้ว่ามือสังหารได้รับ บาดเจ็บสาหัสในวันนั้นและต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะฟื้ นฟูกลับมา แข็งแกร่งเต็มที่ดั่งเดิม
“เหว่ยชิง มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ต่อไป” ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าว ขณะที่เธอมองโจวเหว่ยชิงพร้อมกับขมวดคิ้ว
เทียนเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยและกล่าวว่า “ข้าก็คิดว่าเราไม่ สามารถทําแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว” วันนั้น หลังจากคุยกับโจวเหว่ยชิง ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวทั้ง 2 ก็คลี่คลายลงในที่สุด อย่างน้อย พวกเธอก็ไม่โต้เถียงกันตลอดเวลาอีกต่อไป แน่นอนว่าเนื่องจากกังวล เรื่องความปลอดภัยของโจวเหว่ยชิง ทั้ง 3 คนจึงอยู่ด้วยกัน และเทียน เอ๋อร์ก็ไม่อาจสนิทสนมกับโจวเหว่ยชิงมาหลายวันแล้ว ในใจของเธอจึง ไม่มีความสุขมากนัก หญิงสาวจึงเห็นด้วยกับคําพูดของซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์ทันที
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์มองไปที่เทียนเอ๋อร์ก่อนจะพูดว่า “เราไม่อาจ รักษาระดับการระวังภัยขั้นสูงสุดเช่นนี้ได้ตลอดไป เราไม่รู้ว่าศัตรูจะ
ปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อใด สําหรับจ้าวมณีสวรรค์ระดับราชาที่ได้รับการ ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญศาสตร์การลอบสังหาร เขาย่อมชํานาญในเรื่องการ ซ่อนเร้น การจะรับมือกับเขาอาจยากเกินไปสําหรับพวกเรา”
โจวเหว่ยชิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ พลังโจมตีของนักฆ่าคนนั้น เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต นอกเหนือจากการเข้าสู่สถานะ พยัคฆ์-มังกรกลายร่างแล้ว ความสามารถในการป้องกันอื่นๆของข้าก็ ไม่มีประโยชน์มากนัก ในแง่ของการโจมตีเพียงอย่างเดียว ความ แข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับมหาราชาสวรรค์แล้ว แต่จุดอ่อนของเขา ก็คือการป้องกันเนื่องจากเขากําลังไล่ล่าเส้นทางสายโจมตีเพียงอย่าง เดียว การป้องกันของเขาเองจึงอ่อนแอกว่าอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่า เขาไม่มีชุดเกราะศาสตรามณียุทธ์คอยป้องกัน และข้าเดาว่าเขาไม่มี ทักษะกักเก็บประเภทป้องกันเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็ฝึกฝนมานาน จนสามารถใช้การโจมตีเพื่อปัดป้องแรงปะทะได้ น่าเสียดายจริงๆที่เขา สามารถเฉือนพิษไตรธาตุที่ข้าฉีดเข้าไปในตัวเขาได้ มิฉะนั้นมันก็น่าจะ เพียงพอที่จะก่อปัญหาให้เขาแล้ว”
เมื่อพูดถึงจุดนั้น โจวเหว่ยชิงก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขา เปล่งประกายด้วยเปลวไฟคุกกรุ่น “สุดท้ายทุกอย่างก็จะลงเอย เหมือนเดิม ความแข็งแกร่งของเราไม่เพียงพอ หากระดับพลังปราณ ของข้าอยู่ในขั้น 9 มณีล่ะก็ ข้าจะสามารถเข้าสู่สถานะพยัคฆ์มังกร
กลายร่างขั้นที่ 2 ได้ตามต้องการ…ถึงตอนนั้น ถ้าเขากล้าพยายามที่จะ ลอบสังหารข้าล่ะก็ ใครจะรู้ว่าคนที่จะตายเป็นผู้ใดกันแน่”
แม้ว่าระดับราชาสวรรค์จะยังถือว่าสูงกว่าระดับ 9 มณี แต่โจว เหว่ยชิงก็มีสถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง เมื่อรวมกับพลังเสริมอื่นๆของ เขาและทักษะธาตุทั้ง 6 ถ้าโจวเหว่ยชิงเติบโตไปถึงระดับเทวะขั้นสูงสุด อย่างแท้จริง เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถท้าทายระดับราชาสวรรค์คนใดก็ ได้ แม้แต่คนที่แข็งแกร่งและไม่เหมือนใครเช่นมือสังหารผู้นี้
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวว่า “เนื่องจากนักฆ่าคนนั้นล้มเหลวในครั้ง แรก เขาย่อมรู้ว่าเราจะเตรียมพร้อมสําหรับการลอบโจมตีครั้งที่จะ ตามมา ข้าเดาว่าถ้าเขาไม่เห็นโอกาสที่ดีๆที่จะลงมือ เขาคงจะไม่โจมตี อีกง่ายๆอีก ในขณะเดียวกัน อาณาจักรคาลิเซก็เพิ่งสูญเสียทหารไป เป็นจํานวนมากก่อนที่พวกเขาจะหนีไป ในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาคงจะ ไม่สามารถรวบรวมกองทัพที่แข็งแกร่งเกินไปได้ ในขณะเดียวกัน พวก เขาก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเรามีอาณาจักรเฟยหลี่คอยหนุนหลังหรือไม่ ตอนนี้ข่าวการกลับมาของเราน่าจะไปถึงอาณาจักรเฟยหลี่แล้ว และข้า ก็แน่ใจว่าไม่นานเสบียงของพวกเขาก็จะมาถึงที่นี่พร้อมกับหน่วย พลาธิการจํานวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือเรา”
“ด้วยชัยชนะอย่างราบคาบก่อนหน้านี้ อย่างน้อยสถานการณ์ใน เมืองจันทร์เสี้ยวก็พัฒนาไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งใจไว้แล้ว และข้าก็เชื่อว่า
ถึงเวลาเริ่มการรับสมัครทหารใหม่เช่นกัน อย่างน้อยก็ต้องให้ ความสําคัญกับการจัดตั้งหน่วยขนส่งและกองเสบียงของเราเอง… จากนั้น กรมทหารไร้พ่ายของเราก็จะสามารถแสดงกําลังในสนามรบได้ อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องคอยกังวลอีก”
“สําหรับมือสังหาร ตอนนี้เรายังไม่มีแผนการที่ดีกว่านี้ และสิ่งที่เรา ทําได้ก็คือเฝ้าระวัง ถ้าผู้อาวุโสหกสุดยอดมหาราชาสวรรค์กลับมา ทันเวลา ข้าเชื่อว่ามือสังหารจะไม่กล้ากลับมาอีกเลย”
โจวเหว่ยชิงกําหมัดแน่นและพูดว่า “ข้าไม่อาจพึ่งพาอาจารย์ได้อีก ต่อไป เราต้องมุ่งความสนใจไปที่ความแข็งแกร่งและพลังของตนเอง ด้วย ทว่า…จะมีเส้นทางใดบ้างที่ทําให้พลังปราณสวรรค์ของข้าเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว?”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์จ้องมองเขาอย่างโกรธเคืองและกล่าวว่า “เจ้า อายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่ก็ไปถึงระดับ 6 มณีแล้ว เจ้าอยากได้เร็วแค่ไหน ล่ะ?”
3 สาวซ่างกวนมีอายุมากกว่าโจวเหว่ยชิง 3 ปี แต่ถึงแม้จะเป็น อัจฉริยะที่โดดเด่นอย่างซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ตอนที่เธออายุเท่าโจวเหว่ย ชิงก็ยังไปถึงแค่เกือบๆระดับ 6 มณีเท่านั้น นอกจากนี้ ด้วยความ แข็งแกร่งในปัจจุบันของโจวเหว่ยชิง เขาจะยังได้รับพิจารณาว่าเป็นจ้าว มณีสวรรค์ระดับมณี 6 ชุดอยู่อีกหรือ? สําหรับมือสังหารราชาสวรรค์คน
นั้น หากเขาโจมตีจ้าวมณีสวรรค์ระดับมณี 9 ชุดคนอื่นแทนโจวเหว่ยชิง เธอก็เชื่อว่ามันจะยังคงส่งผลให้ถึงแก่ชีวิต บางทีแม้แต่ยอดฝีมือระดับ ราชาสวรรค์ธรรมดา หากประมาทก็อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้ เช่นกัน
เมื่อได้ยินคําพูดของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ทันใดนั้นดวงตาของโจว เหว่ยชิงก็สว่างวาบขึ้น เด็กหนุ่มพึมพําขณะก้มศีรษะลงมองมือของ ตนเอง “การเพิ่มพลังปราณสวรรค์…ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…”
ในขณะที่เอ่ย เขาก็ปล่อยมณีสวรรค์ของตนเองออกมาอย่างเงียบๆ และแสงสีเทาก็เปล่งประกายอยู่รอบฝ่ามือของเขาอย่างเลือนลาง
ในช่วงเวลานั้น เขาคิดเกี่ยวกับคู่มือปีศาจและสิ่งที่เขียนอยู่ภายใน นั้นอย่างฉับพลัน ทักษะธาตุปีศาจ… ทักษะกลืนกิน…สุดยอดทักษะของ ธาตุปีศาจ บางที ทักษะที่เอาชนะทักษะระดับเทพเจ้าสวรรค์เหล่านั้น ได้ด้วยภาพทักษะสวรรค์ของมัน…จะเป็นเพียงแค่ความช่วยเหลือ เล็กๆน้อยๆในการต่อสู้ได้อย่างไร?
ตามบันทึกในคู่มือปีศาจ ในประวัติศาสตร์ของนิกายปีศาจสวรรค์มี ยอดฝีมือระดับเทพเจ้าสวรรค์เพียงคนเดียว…ผู้ก่อตั้งนิกายปีศาจ สวรรค์ ผู้ซึ่งปลุกทักษะธาตุปีศาจและยังมีทักษะการกลืนกินโดยกําเนิด เช่นเดียวกับโจวเหว่ยชิง
มณี 6 ชุด ไม่ใช่แค่เขตแดนควบคุม 6 สุดยอดทักษะสวรรค์เท่านั้น ที่มีข้อจํากัดสําหรับการเริ่มฝึกเช่นนี้ สําหรับทักษะกลืนกิน มันก็มี ข้อจํากัดเช่นกัน! อย่างไรก็ตาม โจวเหว่ยชิงได้อ่านคู่มือปีศาจเมื่อนาน มาแล้ว เมื่อรวมกับความจริงที่ว่าเขายุ่งมากนับตั้งแต่มาถึงระดับ 6 มณี พร้อมกับสถานะพยัคฆ์มังกรกลายร่าง เขาจึงละเลยทักษะนี้มาโดย ตลอด ตอนนี้เขาพลันนึกถึงมันขึ้นมาได้อีกครั้งอย่างกะทันหัน รวมถึง วิธีการที่สถานะปีศาจกลายร่างและทักษะกลืนกินจะวิวัฒน์ขึ้นหลังจาก ที่จ้าวมณีสวรรค์ไปถึงระดับ 6 มณี
เมื่อสัมผัสถึงทักษะธาตุปีศาจรอบๆฝ่ามือของโจวเหว่ยชิง เทียน เอ๋อร์นั้นยังพอรับไหว แต่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างกลับสั่นสะท้าน โดยไม่รู้ตัว มีอันตรายบางอย่างกําลังตรงเข้าครอบงําเธอ
ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจโดยไม่รู้ตัว บางที มันอาจเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ราวกับว่า มีบางสิ่งที่น่ากลัวกําลังจะเกิดขึ้น โดยมีแหล่งที่มาคือฝ่ามือของโจว เหว่ยชิง
“เจ้า…” ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์เคยมีประสบการณ์ถูกดูดกลืนมาก่อน ตอนที่พวกเขาต่อสู้กัน แต่เธอกลับไม่รู้ว่าทําไมครั้งนี้ความรู้สึกกลับ แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
*พรึ่บ* ปีกสยายออกมาจากแผ่นหลังของโจวเหว่ยชิงในขณะที่เขา เข้าสู่สถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง ดวงตาของเด็กหนุ่มเปล่งประกาย เป็นสีม่วง โจวเหว่ยชิงตบฝ่ามือลงบนหน้าอกของเขา มณีสวรรค์หมุน อยู่รอบข้อมือ ในพริบตาเดียว ร่างทั้งร่างก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นอากาศสี เทาที่กําลังหมุนวนเป็นวงกลม
ปัจจุบัน ในสายตาของเทียนเอ๋อร์และซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ โจวเหว่ย ชิงได้หายตัวไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงวังวนขนาดใหญ่เบื้องหน้า
วังวนขนาดใหญ่นั้นมีแรงดึงดูดที่น่ากลัว ทั้งยังทําให้จิตวิญญาณ ของพวกเธอสั่นสะเทือน พลังปราณสวรรค์ในร่างกายของพวกเธอถูก ดูดจนออกมารวมตัวกันที่ผิวชั้นนอกโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งจิตวิญญาณ และพลังวิญญาณ ราวกับว่าพวกมันกําลังจะถูกดึงลากออกไปจาก ร่างกาย
อะไร…นั่นมันอะไรกัน?!
ทักษะกลืนกินไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานเกินไป ด้วยเหตุนี้ แม้กระทั่ง ในมหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ พวกเขาจึงไม่เหลือบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ มากนัก
สมองของโจวเหว่ยชิงกําลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดในขณะที่ เขาพยายามจดจําทุกสิ่งที่เคยอ่านในคู่มือปีศาจ หลังจากมาถึงระดับ 6
มณี ปราณขั้นทะลุสวรรค์ก็สามารถเรียกใช้ทักษะกลืนกินได้ดีขึ้น ทําให้ พลังปราณธาตุปีศาจกระจายไปทั่วร่างกายของเขา เมื่อร่างกายของโจว เหว่ยชิงดึงพลังปราณเข้ามาจากทางฝ่ามือ ปราณสวรรค์ในชั้น บรรยากาศทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในอัตราที่บ้าคลั่งราวกับผู้เสพ วิญญาณ
โจวเหว่ยชิงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนราวกับว่าเขากําลังถูกดูด เข้าไปในวังวนขนาดยักษ์คล้ายๆกับสิ่งที่เทียนเอ๋อร์และซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์กําลังรู้สึกอยู่ เขาพบว่าในสภาพเช่นนี้ทักษะธาตุอีก 5 ชนิดใน ร่างกายของเขาดูเหมือนจะถูกระงับและซ่อนเร้นเอาไว้ เขาสามารถ สัมผัสได้เฉพาะทักษะธาตุปีศาจเท่านั้น ในสถานะนี้ ญาณเยือกเย็นของ เขาก็ขยายขึ้นจนถึงขีดสุด
…………………………………………….