Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 199 พลังปราณศักดิ์สิทธิ์! (3)
ในขณะนั้น ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์พลันตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ หญิง สาวรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าในขณะที่เธอกัดโจวเหว่ยชิง พลังปราณ บริสุทธิ์พลันระเบิดออกมาเต็มปาก ก่อนจะไหลลงสู่ลําคอของเธอทันที ภายในไม่กี่นาที พลังปราณสวรรค์บริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเธอ เติมเต็มร่างกายด้วยความเย็นสบายที่ปลุกกระตุ้นให้เกิดชีวิตชีวา แผ่ ขยายออกไปทั่วร่างกายของหญิงสาวทุกระเบียดนิ้ว
นี่… นี่คือความลับเบื้องหลังการที่เขาจูบเทียนเอ๋อร์? ซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์เฉลียวฉลาดมาแต่ไหนแต่ไร และเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่โจวเหว่ยชิงจูบเทียนเอ๋อร์ ร่างของเธอก็เปล่ง ประกายด้วยแสงสว่างเจิดจ้าบาดตา นั่นเป็นเพราะพลังปราณบริสุทธิ์ที่ แปลกประหลาดเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของเทียนเอ๋อร์ แม้เทียนเอ๋อร์จะ ไม่รู้ว่าพลังปราณนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เธอก็สัมผัสได้ว่ามันมีความ บริสุทธิ์และปริมาณมหาศาลอัดแน่นอยู่ภายในพร้อมกับทักษะธาตุ ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4… นี่คือสมบัติล�าค่าชนิดไหนกันแน่! เขา…เขาให้ถึงกับ มอบให้ข้ามาหนึ่งหยดจริงๆ แต่ข้ากลับกัดเขา… ทันใดนั้น ใบหน้าของ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก�าและมองไปที่โจวเหว่ยชิงอย่าง ขอโทษ
ในขณะนี้เทียนเอ๋อร์ลืมตาขึ้นมองโจวเหว่ยชิงที่ใบหน้าฉายแวว เจ็บปวด เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก “สมน�าหน้า ใครขอให้เจ้า เอาเปรียบนางโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเลย เจ้าก็แค่คายมันออกมาและ มอบมันให้กับนางก็ได้นี่?”
โจวเหว่ยชิงมองเธอด้วยความโกรธ “เจ้าพูดอะไรน่าตายนัก! คาย มันออกมางั้นรึ!? หากไม่มีม่านพลังของข้าคอยปกป้อง เมื่อมันสัมผัสกับ ชั้นบรรยากาศ มันก็จะสลายตัวและหายไปอย่างรวดเร็วทันที”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวขอโทษ “ข้าขอโทษ… ก็ข้าไม่รู้นี่นา”
โจวเหว่ยชิงแลบลิ้นออกมาอย่างไร้ยางอายอีกครั้ง แสดงให้เห็น รอยฟันเด่นหราอยู่ลางๆบนลิ้น “จูบข้าสักหน่อยสิ รับรองว่าข้าจะไม่ รู้สึกเจ็บอีกต่อไป”
“เจ้าบ้า!…” ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์เขินอายอยู่ภายใน กระโดดไปหลบ หลังเทียนเอ๋อร์โดยไม่รู้ตัวก่อนจะเอ่ยด้วยน�าเสียงกดต�า “ในอนาคตเจ้า ไม่จําเป็นต้องทําเช่นนั้นอีก นี่คือพลังที่เจ้าทั้งคู่เสี่ยงชีวิตและผจญ ปัญหามากมายกว่าจะได้มา จะมอบมันให้ข้าได้อย่างไร?”
เทียนเอ๋อร์หัวเราะคิกคักและยื่นมือออกไปดึงอีกฝ่ายออกมา ด้านข้างตนเองก่อนจะพูดว่า “พี่เสว่เอ๋อร์ ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านให้ดีๆ เลย ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช่ท่านเข้าแทรกแซงเพื่อเตือนเจ้านี่ไว้โดยเฉพาะ
ข้าก็คงจะถูกดูดพลังจนแห้งและตายไปแล้ว อ้วนน้อย ถูกต้อง เราเป็น ครอบครัว ทําไมเราต้องกังวลกับการแบ่งปันด้วย?”
แม้ว่าเธอจะทะเลาะกับซ่างกวนเสว่เอ๋อร์บ่อยครั้ง แต่เพราะ เหตุการณ์ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ในที่สุดเธอก็ยอมรับซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ได้อย่างแท้จริง เห็นได้ชัดว่าแม้พวกเธอจะเป็นคู่แข่งในด้านความรัก แต่ในช่วงเวลาที่อันตรายถึงขีดสุด ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ยังเต็มใจที่จะ ช่วยชีวิตเธอ ไม่ใช่แค่เพียงเต็มใจ แต่ยังเป็นกังวลอีกด้วย แม้จะยังมี ความเป็นไปได้ว่าโจวเหว่ยชิงอาจจะรู้สึกตัวทันเวลา แต่ก็ยังไม่ต้อง สงสัยเลยว่าคําเตือนของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ และ เทียนเอ๋อร์ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ความรู้สึกด้านลบที่เธอมีต่อ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก่อนหน้านี้จึงได้หายไปแล้ว
ในเวลาเดียวกัน เทียนเอ๋อร์ก็ไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ว่าความรู้สึกที่โจว เหว่ยชิงมีต่อซ่างกวนปิงเอ๋อร์นั้นลึกล�าที่สุด ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามีซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์อีกคนด้วย พวกเธอทั้ง 3 คนเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน ไม่ว่า จะเป็นอย่างไร แฝด 3 คนรวมกันย่อมมีตําแหน่งภายในใจโจวเหว่ยชิง สูงกว่าเธออยู่แล้ว หากเธอยังคงโต้เถียงกับซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ต่อไป เช่นเดียวกับที่โจวเหว่ยชิงพูด วันเวลาข้างหน้าจะไม่ดําเนินไปด้วยดี แน่นอน มันเป็นโอกาสดีที่จะปิดช่องว่างระหว่างพวกเธอทั้ง 2 คน และ อย่างน้อยทั้งคู่ก็จะไม่มีความรู้สึกเป็นศัตรูต่อกันอีก
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์มองไปที่เทียนเอ๋อร์ด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะส่ายหัวเบาๆในที่ท้ายสุดและกล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะไม่ชอบ เจ้ามากนัก แต่เราก็ไม่ใช่ศัตรู ถ้าเป็นเจ้า เจ้าก็คงทําแบบเดียวกัน”
เทียนเอ๋อร์หัวเราะอย่างเริงร่าและกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แค่ไม่เป็นศัตรู กัน แต่เป็นเพราะเจ้าคนไร้ยางอายนี่ เราจึงถูกบังคับให้ต้องเป็นพี่น้อง กัน เพื่อประโยชน์ของอ้วนน้อยและเพื่อตัวเราเอง พวกเราควร พยายามยอมรับซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง เจ้าจะว่าอย่างไร?”
เด็กผู้หญิงทั้งสองอาจกล่าวได้ว่ามีนิสัยที่ดื้อรั้นมาก แต่ละคนมี บุคลิกที่เด่นชัดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทั้งสองคนจะยอมรับใน ความพ่ายแพ้ แต่ในขณะนี้ เทียนเอ๋อร์ได้เป็นคนเริ่มสยบความ บาดหมางระหว่างทั้งคู่ก่อน ทําลายกําแพงบางๆที่กั้นขวางระหว่างพวก เธอ ซึ่งเป็นด่านแรกที่ยากที่สุดที่ใครสักคนจะยอมทํา
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์พยักหน้าช้าๆ ในขณะที่มองไปยังเทียนเอ๋อร์ เธอ ก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มจางๆ สําหรับผู้ที่ฝึกฝนวิชาสวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุด การที่สามารถยิ้มออกมาได้อย่างจริงใจย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
จากนั้นเทียนเอ๋อร์ก็หันมาจ้องมองโจวเหว่ยชิง ผู้ซึ่งยังคงแลบลิ้น ค้างออกมากลางอากาศขณะจ้องมองทั้งสองคนด้วยดวงตาที่เบิกถลน “อ้วนน้อย ปราณพวกนั้นเป็นเช่นไรกันแน่? พลังปราณเหลวเหล่านั้น คืออะไร? แล้วเจ้าได้รับสิ่งนี้มาได้อย่างไร?”
เนื่องจากความจริงที่ว่าผู้ควบคุมกระบวนการทั้งหมดคือโจวเหว่ย ชิง แม้ว่าเทียนเอ๋อร์จะได้รับพลังปราณบริสุทธิ์และได้รับประโยชน์จาก มันในระหว่างกระบวนการบ่มเพาะปราณที่ยาวนานของพวกเขา เธอก็ ยังคงสับสนพอๆกับเทียนเอ๋อร์ ไม่รู้ด้วยซ�าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในช่วงเวลาที่เทียนเอ๋อร์ค้นพบว่าร่างกายของเธอเกือบจะแห้ง เหือดแล้ว แม้แต่พลังชีวิตของเธอก็กําลังจะหายไป ในใจของเธอมี ความกลัวและความตื่นตระหนกอย่างมาก แต่ในขณะนั้น เธอรู้สึกได้ถึง เสียงตะโกนเตือนของซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์ เสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงจิต วิญญาณ กระทั่งทําให้สมองที่สับสนงุนงงของเธอตื่นขึ้นเล็กน้อย ทันใด นั้นเอง โจวเหว่ยชิงก็ดึงเธอเข้ามาใกล้และกดจูบเข้าที่ริมฝีปาก
ในช่วงเวลานั้น เทียนเอ๋อร์ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลบ่า เข้าสู่ร่างกายของเธอ เติมเต็มพลังชีวิตที่ขาดหายไป จากนั้นของเหลวสี ขาวเงินจากพลังปราณบริสุทธิ์ก็ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกาย ความรู้สึก ของเทียนเอ๋อร์นั้นเด่นชัดไม่น้อยไปกว่าของโจวเหว่ยชิง และภายใน ไม่กี่อึดใจ เธอก็ค้นพบพลังของของเหลวนั้นได้ทันที ในฐานะบุคคลที่ เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังปราณทั้งหมดนี้ ความอยากรู้อยาก เห็นของเธอย่อมสูงกว่าซ่างกวนเสว่เอ๋อร์
โจวเหว่ยชิงยิ้มและพูดว่า “หึ เทียนเอ๋อร์ พวกเราโชคดีเกินไปแล้ว ข้าจะบอกว่าเราเป็นแมวตาบอดที่จับหนูตายได้จริงๆ”
เทียนเอ๋อร์กล่าวเคืองๆ “เจ้าต่างหากที่เป็นแมวตาบอด”
โจวเหว่ยชิงหัวเราะอย่างเริงร่าและกล่าวว่า “หากได้พบกับความ โชคดีเช่นนี้อีกล่ะก็ ถ้าข้าเป็นแมวตาบอดแล้วจะเป็นไรเล่า ฮ่าๆๆ”
เทียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความสงสัย “เร็วเข้า บอกข้ากับเสว่เอ๋อร์ซิว่า เกิดอะไรขึ้น? ทําไมถึงมีพลังปราณบริสุทธิ์ทุกทีที่เจ้าจูบข้า? ทําไมพลัง ปราณสวรรค์ทั้งหมดของข้าถึงถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงใน กระบวนการนี้?”
โจวเหว่ยชิงเริ่มอธิบายกระบวนการทั้งหมดของการบ่มเพาะนั้น อย่างเรียบง่าย และเมื่อหญิงสาวทั้งสองได้ฟังเรื่องราวของเขา การ แสดงออกของพวกเธอก็เปลี่ยนไปหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ เทียนเอ๋อร์ยังคงอับอายและหงุดหงิดเกี่ยวกับการ เลือกใช้คําพูดของโจวเหว่ยชิง แต่หลังจากได้ยินคําอธิบายของเขา เธอ ก็ทําได้เพียงแค่ตัวสั่นด้วยความกลัวหลังค้นพบว่าตัวเองใกล้จะตาย หลายครั้งแค่ไหน อันที่จริงเทียนเอ๋อร์ต้องยอมรับว่าวลีที่โจวเหว่ยชิง พูดค่อนข้างเหมาะกับสถานการณ์แล้ว
“นั่นเป็นส่วนผสมที่เหมาะเจาะของเวลา โชคชะตา และชีวิตอย่าง แท้จริง บางครั้ง เมื่อโชคโผล่เข้ามาอย่างกะทันหัน ใครก็ไม่อาจปฏิเสธ
ได้! ดูเหมือนว่าเราต้องขอบคุณมือสังหารคนนั้น หาไม่แล้ว เราอาจจะ ไม่ได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้”
เทียนเอ๋อร์กล่าวว่า “อย่าตื่นเต้นเกินไป นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สําหรับเราเท่านั้น ตอนนี้พลังปราณสวรรค์ของเราเปลี่ยนรูปไปแล้ว เรา จะฝึกปราณต่อไปในอนาคตได้อย่างไร? หากไม่มีพลังปราณสวรรค์ ดั้งเดิมของเรา…เราจะฝึกฝนต่อไปด้วยพลังปราณของเหลวบริสุทธิ์นี้ได้ หรือไม่?”
โจวเหว่ยชิงพยักหน้าและกล่าวว่า “นี่ก็เป็นสิ่งที่ข้ากังวลเช่นกัน ดังนั้นเราจะต้องทดลองทุกวิธีบ่มเพาะปราณสําหรับทักษะธาตุ ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ต่อไป นี่คือสิ่งที่เราต้องลองค้นหาด้วยตัวเองก่อนจึงจะ พบเส้นทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เจ้าพูดถึงเมื่อสักครู่ก็ไม่น่าจะ เป็นไปได้ เมื่อพลังปราณสวรรค์ได้รับการกลั่นให้บริสุทธิ์และ เปลี่ยนเป็นของเหลวสีขาวเงินเหล่านั้นแล้ว ข้าก็ไม่สามารถดูดกลืนมัน ด้วยทักษะกลืนกินอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงจะต้องพยายามวิธีอื่นๆ”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยืนอยู่ด้านข้าง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความ อิจฉา อย่างไรก็ตาม เธอไม่มีทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ใดๆ และย่อมไม่ สามารถฝึกฝนร่วมกับพวกเขาในรูปแบบที่คล้ายกันได้
โจวเหว่ยชิงหัวเราะและกล่าวว่า “นั่นคือเหตุผลว่าทําไมข้าจึงมอบ พลังปราณที่หลอมรวมแล้วให้เสว่เอ๋อร์ เนื่องจากเรากําลังจะทําการ
ทดลอง จึงต้องทําการทดสอบหลายๆแบบโดยอาศัยตัวแปรต่างๆ มากมาย ข้ามีความคิดที่จะลองบางอย่าง … คราวนี้ข้าจะเริ่มกลืนกิน พลังปราณสวรรค์ของเสว่เอ๋อร์แทน ส่วนเทียนเอ๋อร์ เจ้ากับข้าจะเริ่ม สร้างวังวนทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ภายในร่างกายของข้าเหมือนครั้งที่ แล้ วและเราก็จะดูว่าข้าจะสามารถช่วยเสว่เอ๋อร์เปลี่ยนแปลงพลัง ปราณสวรรค์ทั้งหมดของนางให้เป็นของเหลวได้เช่นกันหรือไม่ … รวมถึงความแตกต่างในกระบวนการดังกล่าว สิ่งที่เราจะได้รับจากมัน เป็นอย่างไร ด้วยมีพลังปราณของเหลวสีขาวเงินหยดนั้นคอยปกป้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยเสว่เอ๋อร์ก็จะไม่ตกอยู่ในอันตราย”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กําลังอับอายอยู่ลึกๆ แต่ข้างในก็ยังแอบดีใจ อย่างน้อยโจวเหว่ยชิงก็ยังไม่ลืมเธอ แม้แต่สมบัติที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้ เขาก็ยังคิดถึงเธอด้วย
“เจ้าทั้งคู่ไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันทั้งคืนแล้ว ไม่หิวหรือ?” ซ่างกวน เสว่เอ๋อร์ถามอย่างเป็นห่วง
โจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์สบตากัน อันที่จริงเวลาผ่านไปนานแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย
โจวเหว่ยชิงกล่าวว่า “บางทีอาจเป็นเพราะการหลอมรวมของ ทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 และพลังปราณจํานวนมหาศาลที่กักเก็บไว้ ทํา ให้มันสามารถจัดการกับปัญหาความหิวและความกระหายได้ทั้งหมด
เอาล่ะ ข้าค่อนข้างเหนื่อยที่จะเรียกมันต่อไปว่าอย่างนั้น เราจะตั้งชื่อ มันอย่างไรดี? อืมม…เอาง่ายๆละกัน…พลังปรานดั้งเดิมของเราเรียกว่า พลังปราณสวรรค์ และนี่คือผลจากทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 …เราจะ เรียกมันว่าพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ดีหรือไม่?”
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กล่าวว่า “เหว่ยชิง ข้าคิดว่าแนวคิดการทดลอง ของเจ้ามาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้าคิดว่าเจ้าไม่ควรรีบร้อนตั้งแต่ ตอนเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ทักษะกลืนกินในการฝึกฝน ในตอนนี้ นั่นเป็นเพราะเจ้ายังไม่เข้าใจพลังปราณศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างเต็มที่ จนสามารถควบคุมมันได้ ข้ารู้สึกว่าเจ้าทั้งสองควรเริ่มบ่มเพาะพลัง ปราณก่อน พยายามเรียนรู้วิธีการควบคุมมันด้วยตัวเอง ก่อนจะเริ่ม แบ่งปันความคิดและความเข้าใจของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ เจ้าจึง สามารถเริ่มเข้าใจหลักการพื้นฐานและการควบคุมได้อย่างถ่องแท้ จากนั้นเราจึงค่อยเริ่มทดลองฝึกประเภทต่างๆ”
ดวงตาของโจวเหว่ยชิงสว่างวาบขึ้นและเขาพยักหน้าเห็นด้วย “จริงด้วย ข้าตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย” ในขณะเดียวกันเขาก็แอบดีใจ อย่างน้อยก็เห็นได้ชัดว่าทัศนคติที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์มีต่อเขาเปลี่ยนไป อย่างชัดเจน สิ่งนี้สามารถมองเห็นได้จากความจริงที่ว่าเธอพูดกับเขา อย่างไรเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเทียนเอ๋อร์และเสว่เอ๋อร์ก็เริ่มดีขึ้นเช่นกัน นี่เป็น
ข่าวดีที่แสนน่าทึ่งสําหรับเขา! อย่างน้อยด้วยพัฒนาการในวันนี้ วันเวลา ของเขาในภายภาคหน้าก็จะไม่ต้องอยู่กับความทุกข์ทรมานอีกต่อไป!
…
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้หิวเป็นพิเศษ แต่โจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ ก็ยังคงตัดสินใจที่จะพักผ่อนและทานอาหารพร้อมกับซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ เป็นอันดับแรก ในขณะที่ทําเช่นนั้น พวกเขาทั้ง 3 คนก็เริ่มสนทนากัน ง่ายๆเกี่ยวกับทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 จากนั้น พวกเขาก็เริ่มบ่มเพาะ ปราณชนิดใหม่ เข้าสู่สภาวะตั้งสมาธิแน่วแน่
โจวเหว่ยชิงนั่งขัดสมาธิ เริ่มต้นหมุนเวียนพลังปราณศักดิ์สิทธิ์แบบ ใหม่ของเขา สิ่งที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์พูดนั้นเป็นความจริง เขาต้องเรียนรู้ และเข้าใจมันก่อนเป็นอันดับแรก และในการทําเช่นนั้น เขาก็จะต้อง เริ่มทดลองใช้งานมันจริงๆ มีเพียงทําสําเร็จเขาจึงจะสามารถเข้าใจ ความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพลังนี้และทําให้มันกลายเป็น ของตัวเองได้อย่างแท้จริง