I Just Want To Play Games Quietly ฉันก็แค่อยากเล่นเกมเงียบๆเท่านั้นเอง - บทที่ 1817
ตอนที่ 1817
ภายในโถงหลักมีกระทะน้ำมันใบใหญ่ถูกตั้งเอาไว้ ฟืนด้านล่างลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง น้ำมันในกระทะเดือดพล่านจนส่งเสียงปุด ๆ
โจวเวิน หลี่เสวียน และจางชุนชิวยืนอยู่หน้ากระทะน้ำมัน ในขณะที่เซี่ยหลิ่วฉวนกำลังถูกทอดอยู่ภายในนั้น
ร่างของเซี่ยหลิ่วฉวนถูกปกคลุมไปด้วยแสงเรืองรองอันลึกล้ำ เขากำลังต่อสู้ขัดขืนกับน้ำมันที่ร้อนระอุ ศีรษะที่โผล่พ้นน้ำมันออกมามีเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า พร้อมกับแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวราวกับคนท้องผูก
หลังจากถูกทอดอยู่ครึ่งชั่วโมง เซี่ยหลิ่วฉวนก็กระโดดพ้นออกมาจากกระทะน้ำมัน
จากนั้นจางชุนชิวก็ถูกพลังลึกลับสายหนึ่งเหวี่ยงร่างลงไปในกระทะ ทว่ากลับมีแสงสีม่วงพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมกายของเขา เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในกระทะน้ำมันและผ่านพ้นการทรมานนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
พอถึงตาของหลี่เสวียน หมอนี่กลับใช้กระทะน้ำมันเดือด ๆ แทนใช้อาบน้ำอ่างชิล ๆ เสียอย่างนั้น
ในอดีตหลี่เสวียนเคยผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำจากทัณฑ์ทรมานมาสารพัดรูปแบบ การลงทัณฑ์ประเภทโบยแส้หรือทอดน้ำมันแค่นี้ จึงไม่ได้ระคายผิวเขาเลยแม้แต่น้อย
ทว่าพอถึงตาของโจวเวิน เขากลับไม่ถูกเหวี่ยงลงกระทะน้ำมัน แต่ได้รับการปล่อยตัวให้ผ่านไปโดยตรง
“ไม่ยุติธรรมเลยนี่หว่า!” หลี่เสวียนโวยวายขึ้นมาทันที “นี่มันสถานที่บ้าอะไรกันเนี่ย? ทำไมแส้ก็ไม่โดน น้ำมันก็ไม่ทอด!”
“นายต้องเชื่อมั่นสิว่า คนดีผีคุ้ม ย่อมมีชีวิตที่ปลอดภัยเสมอ” โจวเวินคลี่ยิ้ม
“นายหาว่าใครเป็นคนชั่วกันฮะ?” หลี่เสวียนบ่นอย่างหดหู่
จางชุนชิวและเซี่ยหลิ่วฉวนหันมาสบตากัน ทระหนักถึงความตกใจในแววตาของอีกฝ่าย
ในสถานที่เช่นศาลเจ้าอู่จวงกวน ไม่มีคำว่าคนดีหรือคนชั่วหรอก การที่โจวเวินไม่ต้องรับการลงทัณฑ์ ย่อมหมายความว่าเขามีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทำให้กฎเกณฑ์ของศาลเจ้าอู่จวงกวนไร้ผล ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
“สมกับเป็นองค์จักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์จริง ๆ” จางชุนชิวทอดถอนใจ
ทั้งสี่คนเดินทะลุผ่านโถงหลักมายังสวนหลังบ้าน ภายใต้การนำทางของจางชุนชิว พวกเขาได้มาถึงเรือนแยกอีกหลังหนึ่ง
ที่ลานบ้านแห่งนั้นมีต้นไม้ขนาดยักษ์เติบโตอยู่จริง ๆ เรือนยอดของมันแผ่กว้างราวกับผืนแผ่นฟ้า ใบไม้หนาทึบราวกับเหล็กกล้าทมิฬ บนกิ่งก้านมีผลไม้สีขาวนวลรูปร่างคล้ายทารกนั่งขัดสมาธิห้อยระย้าอยู่… มันคือต้นโสมคนนั่นเอง!
“ต้นผลไม้แห่งชีวิตนี้ช่างเหมือนกับตำนานในไซอิ๋วไม่มีผิดเพี้ยน ของมีคมหรือเหล็กกล้าไม่อาจสร้างระคายผิวให้มันได้ การจะสอยผลโสมคนลงมาจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จะใช้แรงดึงลงมาดื้อ ๆ ไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้ชนิดนี้หากสัมผัสโดนผืนดินเมื่อใดก็จะมุดหนีหายไปทันที ดังนั้นจึงต้องใช้ถาดหยกคอยรองรับไว้ ห้ามปล่อยให้มันตกพื้นเด็ดขาด พวกเราต้องไปตามหา ‘ไม้เคาะทองคำ’ (Golden Striker) ที่ใช้สอยผลไม้ก่อน ซึ่งคงต้องออกแรงตามหากันยกใหญ่เลยล่ะ” จางชุนชิวอธิบาย
“ก็แค่ผลไม้ธรรมดา ขอเพียงมีพละกำลังมากพอ มีหรือจะสอยมันลงมาไม่ได้? ที่สอยไม่ได้ก็เพราะพวกนายยังแข็งแกร่งไม่พอน่ะสิ ให้ฉันลองดูหน่อยเป็นไง” หลี่เสวียนเอ่ยจบก็กระโจนพรวดขึ้นไป มือข้างหนึ่งง้างดาบขึ้นสูงแล้วฟาดฟันเข้าใส่ขั้วที่เชื่อมระหว่างผลโสมคนกับกิ่งไม้ทันที
เคร้ง!
ผลโสมคนไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลย หลี่เสวียนไม่ยอมเชื่อเรื่องงมงาย เขาจึงเค้นพลังตั้งแต่เกิดออกมาสับลงไปอีกหลายครั้ง ผลโสมคนเพียงแค่แกว่งไปแกว่งมา ทว่าขั้วของมันกลับไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด
“ผลไม้เฮงซวยอะไรกันเนี่ย…” หลี่เสวียนบ่นอุบอย่างหัวเสียอีกรอบ
“พวกเราลองมาหมดทุกวิธีแล้ว หากไม่ใช้ไม้เคาะทองคำ ก็ไม่มีทางสอยมันลงมาได้จริง ๆ” จางชุนชิวเอ่ยพลางหันไปมองโจวเวิน “โจวเวิน นายอยากจะลองดูหน่อยไหม? ถ้าหากนายสอยมันลงมาได้ พวกเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาไม้เคาะทองคำ เพราะพวกเราหามาตั้งนานแล้วก็ยังไม่เจอเลยว่ามันถูกซ่อนอยู่ที่ไหน”
“ลองดูก็ไม่เสียหาย” โจวเวินรับถาดหยกที่จางชุนชิวยื่นให้ ก่อนจะทะยานตัวไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผลโสมคนผลหนึ่ง
ตำนานเล่าว่า ผลโสมคนต้องใช้เวลาถึงเก้าพันปีกว่าจะสุกงอม เพียงแค่ได้สูดดมกลิ่นก็สามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยหกสิบปี และหากได้กินสักผลจะสามารถมีชีวิตยืนยาวถึงสี่หมื่นเจ็ดพันปี
โจวเวินลองสูดดมดู ทว่ากลับไม่ได้กลิ่นหอมใด ๆ เลย “ดูท่าตำนานพวกนั้นคงจะเชื่อถือไม่ได้ทั้งหมดแฮะ”
หลังจากนับดูแล้ว บนต้นมีผลโสมคนอยู่ทั้งหมดเจ็ดสิบสองผล โจวเวินไม่ลังเลใจ เขายื่นถาดหยกไปรองไว้ใต้ผลไม้ ก่อนจะยื่นมือออกไปจับผลโสมคนผลหนึ่งแล้วออกแรงดึงลงมา
ทว่าใครจะไปคาดคิด ทันทีที่มือของโจวเวินสัมผัสโดนผลโสมคน ผลไม้ผลนั้นก็หลุดขั้วร่วงลงมาทันที โจวเวินเด็ดมันออกมาได้อย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
จางชุนชิวและเซี่ยหลิ่วฉวนต่างเบิกตากว้างจนตาแทบค้าง จางชุนชิวเพียงแค่เอ่ยปากท้าทายไปส่ง ๆ เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าโจวเวินจะสามารถสอยมันลงมาได้จริง ๆ
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กลับเริ่มมีความแปลกประหลาดขึ้นมา โจวเวินไม่เพียงแต่สอยมันลงมาได้เท่านั้น ทว่าท่าทางของเขายังดูผ่อนคลายและสบายอารมณ์อย่างยิ่ง
โจวเวินทะยานร่างไปยังผลโสมคนอีกผลหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปเด็ดมันลงมาอีกผลได้อย่างง่ายดาย
คราวนี้ ทั้งจางชุนชิวและเซี่ยหลิ่วฉวนถึงกับอ้าปากค้างจนแทบหุบไม่ลง ต่อให้พวกเขาได้ไม้เคาะทองคำมาครอง กฎก็อนุญาตให้เด็ดได้เพียงคนละผลเท่านั้น ทว่าโจวเวินกลับใช้มือเปล่าเด็ดลงมาสองผลหน้าตาเฉย
โจวเวินโยนถาดหยกที่มีผลโสมคนสองผลไปให้จางชุนชิว จากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวอีกครั้งโดยไม่รอให้พวกเขาทันได้เอ่ยคำใด
การเคลื่อนไหวของเขาประหนึ่งสายลมฤดูใบไม้ร่วงที่กวาดใบไม้จนเรียบวุธ เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็เด็ดผลโสมคนที่เหลืออยู่ทั้งหมดบนต้นจนเกลี้ยง ผลโสมคนเหล่านั้นอันตรธานหายไปในมือของเขา โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาเก็บพวกมันไว้ที่ไหน
“ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณพี่จางและพี่เซี่ยที่ช่วยนำทางนะ วันหน้าหากมีโอกาสร่วมมือกันอีก พวกเราขอตัวก่อน” เอ่ยจบ เขาก็พาหลี่เสวียนเดินสาวเท้าจากไปทันที
จางชุนชิวและเซี่ยหลิ่วฉวนยืนบื้ออยู่ตรงนั้นไปพักใหญ่ สมองยังไม่ทันสั่งการ จนกระทั่งเวลาผ่านไปนาน เซี่ยหลิ่วฉวนถึงกับสบถออกมาว่า “ไอ้หมอนี่มันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าวะ? มันคือสัตว์ประหลาดชัด ๆ”
“ตอนแรกฉันยังลังเลอยู่บ้างเรื่องที่จะย้ายตระกูลไปที่เมืองโบราณกุยเต๋อ ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ เกรงว่าหลังจากที่โลกใบนี้แตกทลายลงอย่างสมบูรณ์ คงมีเพียงชายผู้นี้เท่านั้นที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้” จางชุนชิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ตระกูลของฉันจะไปถึงหรือไม่ก็ช่างเถอะ ยิ่งตอนนี้ตระกูลเซี่ยก็เหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น จะย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ต่างกันหรอก” เซี่ยหลิ่วฉวนยิ้มขื่น
เมื่อกลับมาถึงบ้าน โจวเวินควักผลโสมคนออกมาผลหนึ่งแล้ววางลงตรงหน้าหลี่เสวียน หลี่เสวียนหยิบมันขึ้นมาก่อนจะยัดเข้าปากคำโต
ผลไม้ที่เคยแข็งราวก้อนเหล็กยามอยู่บนต้น ยามนี้กลับละลายในปากทันที แปรสภาพเป็นน้ำผลไม้รสหวานล้ำไหลลงสู่ท้อง
หลี่เสวียนเพิ่งจะอุทานออกมาว่าหวานล้ำยิ่งนัก ทันใดนั้นก็มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกายของเขา เพียงชั่วครู่ ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกโอบล้อมไปด้วยไอระเหยของน้ำมหาศาล
หลังจากเวลาผ่านไปพักใหญ่ ไอระเหยเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น ผิวพรรณทั่วร่างของหลี่เสวียนพลันขาวใสและเจิดจรัสราวกับเนื้อหยก เขาร้องลั่นออกมาด้วยความสะใจ “สุดยอดระเบิดระเบ้อไปเลย! ฉันเลื่อนระดับพลังขึ้นมาได้ขั้นหนึ่งแล้วจริง ๆ จากระดับโลกมนุษย์ (World) ทะลวงเข้าสู่ระดับนรกภูมิ (Hell) แล้ว!”
“มันมีผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ขนาดนี้เชียวรึ?” โจวเวินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาชี้ไปที่ผลโสมคนที่เหลืออยู่พลางเอ่ยว่า “งั้นนายก็กินเข้าไปอีกสักสองสามผลดูสิ เผื่อจะช่วยให้นายทะลวงเข้าสู่ระดับวันสิ้นโลก (Apocalypse) ได้โดยตรงเลย”
ทว่าหลี่เสวียนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “พลังที่ไม่ได้เกิดจากการฝึกฝนเคี่ยวกรำด้วยตัวเอง ย่อมเป็นเหมือนสิ่งก่อสร้างที่ไร้ซึ่งรากฐาน วันหน้าอาจจะนำพาความยุ่งยากมาให้ได้ ดังนั้นกินแค่ผลเดียวก็เพียงพอแล้ว”
โจวเวินค่อนข้างประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าหลี่เสวียนจะมีความเข้าใจแจ้งในสัจธรรมข้อนี้
“นายเก็บผลโสมคนที่เหลือไว้ก่อนเถอะ วันหน้าอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน” หลี่เสวียนยิ้มพลางเอ่ยต่อ “นายเองก็ลองกินสักผลดูสิ”
โจวเวินลองกินเข้าไปผลหนึ่ง มันมีรสชาติที่หวานล้ำอย่างยิ่ง และมีกระแสน้ำอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย แม้ว่าพลังชีวิต (Vitality) ของเขาจะเพิ่มพูนขึ้น ทว่าเขากลับไม่ได้เลื่อนระดับพลังขึ้นมาโดยตรงเหมือนอย่างหลี่เสวียน
“ดูท่าการจะทะลวงเข้าสู่ระดับวันสิ้นโลกมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยแฮะ แต่ถ้าหากกินเข้าไปจำนวนมาก ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส” โจวเวินครุ่นคิดในใจ เขาตั้งใจว่าจะลองเข้าไปลุยดันเจี้ยนศาลเจ้าอู่จวงกวนในเกมดูอีกรอบ เพื่อดูว่าในเกมจะมีผลโสมคนให้เก็บเกี่ยวด้วยหรือไม่
ทว่าก่อนหน้านั้น เขาได้เรียกตัวฟงชิวเหยียน หมิงซิ่ว ฉินเจิน จางยวี่จื้อ และคนอื่น ๆ ให้มารวมตัวกัน และแบ่งปันผลโสมคนให้ทุคนได้ทานคนละหนึ่งผล
หลังจากที่ทุกคนทานเข้าไป ระดับพลังของพวกเขาก็ล้วนเลื่อนขึ้นมาหนึ่งขั้นถ้วนหน้า
ผลโสมคนนี้มีความมหัศจรรย์อย่างยิ่งยวด ไม่ว่าระดับพลังเดิมจะสูงหรือต่ำ ขอเพียงได้ทานเข้าไปหนึ่งผลก็จะสามารถเลื่อนระดับขึ้นมาได้หนึ่งขั้นทันที หากทานในระดับโลกมนุษย์จะทะลวงสู่นรกภูมิ หากทานในระดับนรกภูมิจะทะลวงสู่สรวงสวรรค์ (Heaven)
ส่วนผู้ที่อยู่ในระดับปุถุชน (Mortal) หากทานเข้าไป ก็จะกลายเป็นระดับตำนาน (Legend) ในทันที
หลังจากที่ทุกคนอิ่มหนำสำราญแล้ว โจวเวินก็เก็บผลโสมคนที่เหลือเอาไว้และไม่ได้ให้พวกเขาทานเพิ่มอีก เช่นเดียวกับที่หลี่เสวียนได้กล่าวไว้ แม้ว่าพลังจากภายนอกเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ดี ทว่าหากขาดการเคี่ยวกรำและฝึกฝน แม้ระดับพลังจะสูงขึ้น ทว่าขอบเขตพลังกลับไม่มั่นคง ซึ่งไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องในการบำเพ็ญเพียร
เมื่อกลับมาถึงห้องส่วนตัว โจวเวินควักโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะหยดโลหิตลงบนดันเจี้ยนศาลเจ้าอู่จวงกวน ในไม่ช้า ตัวละครในเกมของเขาก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าต้นโสมคนอีกครั้ง ซึ่งบนต้นไม้ต้นนั้นก็มีผลโสมคนห้อยระย้าอยู่เจ็ดสิบสองผลตามคาดจริงๆ