I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 576 หลอมรวม!
เซี่ยอี๋เงยหน้าขึ้นมาแล้วค่อยพูดกับหลิงหลานว่า “ลูกพี่ ฉันยินดีหลอมรวม” ถ้าไม่หลอมรวม เขาก็ต้องสะกดบุคลิกด้านมืดไว้ แต่เขาไม่ได้เกลียดบุคลิกด้านมืด และเขาสัมผัสได้ว่าโลกที่บุคลิกด้านมืดใช้ชีวิตอยู่เต็มไปด้วยความมืดมนเงียบเหงา ซึ่งเขาไม่อาจฝืนทนให้บุคลิกด้านมืดใช่ชีวิตแบบนี้ต่อไปได้ คุณพ่อคาดเดาเขาได้อย่างแม่นยำว่าเขาเป็นคนที่ใจอ่อนมากเหลือเกิน
บุคลิกด้านมืดมองไปทางเซี่ยอี๋อย่างตะลึงงัน “ลูกพี่นายบอกแล้วนี่ว่า บางทีสุดท้ายนายอาจไม่ได้เป็นร่างหลัก นายก็ยังเต็มใจหลอมรวมเหรอ?”
เซี่ยอี๋ยิ้มละไม รอยยิ้มสดใสมีชีวิตชีวาแต่เดิมของเขากลับคืนมาอีกครั้ง “ใช่แล้ว ถ้าเกิดสุดท้ายนายกลายเป็นร่างหลัก มันก็ต้องเป็นเพราะนายแข็งแกร่งกว่าฉัน ฉันยินดีเดิมพันและยอมรับความพ่ายแพ้” เซี่ยอี๋กล่าวจากใจจริง เขาควบคุมร่างกายมาสิบเก้าปียังพ่ายแพ้ต่อบุคลิกด้านมืดที่ควบคุมร่างกายไม่กี่นาทีได้ เขายังมีหน้าอะไรมาช่วงชิงตำแหน่งบุคลิกหลักอีกล่ะ
บุคลิกด้านมืดมองไปทางเซี่ยอี๋อย่างลุ่มลึก หลายวินาทีต่อมา เขาค่อยหันหน้ามองไปที่หลิงหลานและกล่าวว่า “ในเมื่อเขายินดีเดิมพันแล้ว ฉันยังมีอะไรไม่ยินดีอีกล่ะ?” อันที่จริงอาศัยความแข็งแกร่งของลูกพี่เซี่ยอี๋ ถ้าเกิดเซี่ยอี๋เลือกสะกดเขาไว้ ลูกพี่ของเซี่ยอี๋ย่อมลงมือช่วยเหลือเขาแน่นอน เวลานั้นเขาก็โดนปิดผนึก และพลังนี้จะแข็งแกร่งกว่าพลังที่ปิดผนึกเขาก่อนหน้านี้ด้วย บุคลิกด้านมืดรู้ดีว่า เขาอาจจะไม่สามารถหลุดพ้นได้อีกหลายสิบปีเลย…
การตัดสินใจของเซี่ยอี๋มอบหนทางช่วยเหลือตนเองให้แก่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย เวลานี้ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงคำพูดที่คุณพ่อกล่าวไว้แล้ว เซี่ยอี๋เป็นคนใจอ่อนอย่างที่คิดไว้จริง ๆ หลังจากที่เขาฝ่าผนึกออกมา อีกฝ่ายก็มอบหนทางรอดให้เขาเหมือนอย่างที่คุณพ่อคาดหวังไว้ ถ้าเกิดเป็นเขา เขาจะต้องคำนวณส่วนได้ส่วนเสียทุกอย่าง แล้วสุดท้ายก็เลือกเส้นทางที่เอื้อประโยชน์ต่อเขามากที่สุด เขาไม่มีทางให้โอกาสเซี่ยอี๋สักนิดเดียวแน่นอน
บุคลิกด้านมืดซาบซึ้งใจและสงบนิ่ง ในใจเขาไม่มีความโกรธเกรี้ยวไม่ยินยอมอีกต่อไป ทั้งสองคนค่อย ๆ เข้าใกล้กันภายใต้สายตาของหลิงหลาน...
“เปิดความคิดของพวกนาย แล้วยอมรับกันและกัน” เสียงเย็นเยียบของหลิงหลานดังขึ้นที่ข้างหูทั้งสองคน ทำให้อดไม่ได้ที่จะทำตามคำบอกของเสียง เซี่ยอี๋รับอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ นานาของบุคลิกด้านมืด และบุคลิกด้านมืดก็รับชีวิตที่มีสีสันตลอดสิบเก้าปีที่ผ่านมาของเซี่ยอี๋เช่นกัน
“ที่แท้ การอยู่ที่นี่เพียงลำพังมันทรมานแบบนี้นี่เอง…แต่ว่าทุกอย่างจบลงแล้ว ต่อไปนายก็จะเป็นเหมือนกัน ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีสีสัน ให้ฉันร้องไห้เป็นเพื่อนนาย หัวเราะเป็นเพื่อนนาย อยู่กับนายไปตลอดชีวิต”
“ที่แท้ไม่ได้มีแค่ความสุข แต่ก็มีความโศกเศร้าทุกข์ทรมาน และก็มีด้านที่ลำบากแบบนี้เหมือนกัน” บุคลิกด้านมืดเห็นตอนที่เซี่ยอี๋โดนหลิงหลานทรมานจนเกือบตาย เขาก็หลุดหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “ต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่นายครอบครองก็จะเป็นของฉันเหมือนกันสินะ?”
“ใช่แล้ว เดิมทีพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน นายแค่หลับลึกไปสิบกว่าปีเท่านั้นก็เลยพลาดช่วงเวลานี้ไป แต่ความทรงจำของฉันก็เหมือนกับความทรงจำของนาย เช่นเดียวกับความโศกเศร้าทุกข์ทรมานของนายที่อยู่ในโลกปิดผนึกมานานสิบกว่าปีก็เป็นของฉันเหมือนกัน”
“พวกเราจะแบกรับร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน!” เซี่ยอี๋กับบุคลิกด้านมืดสบตายิ้มให้กัน สุดท้ายก็เกิดเสียงดังปัง ทั้งคู่เปลี่ยนเป็นหมอกหนากลุ่มหนึ่ง ก่อนจะวนเวียนพัวพันกันในท้ายที่สุด แล้วค่อย ๆ กลายเป็นร่างใหม่…
“เซี่ยอี๋บุคลิกไหนจะโผล่มากันแน่นะ?” หลิงหลานคิดอย่างสงสัยใคร่รู้ มุมปากเพิ่งจะยกขึ้นมา เธอก็ตกใจกับฉากที่ปรากฏตรงหน้า เธอวาดนิ้วมือโดยพลัน ร่างที่กำลังปรากฏตัวขึ้นนั้นก็ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าหนาๆ
แม่งเอ๊ย การหลอมรวมร่างใหม่อีกครั้งจำเป็นต้องโผล่มาแบบเปลือยด้วยเรอะ? หลิงหลานถูกเตือนสติอีกครั้งว่า เธอเป็นผู้หญิงๆๆ ของที่คนอื่นมี เธอไม่มีหรอกนะ ให้ตายสิ!
เซี่ยอี๋ลืมตาขึ้นมาทันใด ก่อนจะพบว่ามีผ้าหนาๆ ลอยอยู่ข้างหน้า เขาโบกมือทีหนึ่ง ผ้าผืนหนาก็หายไป ก่อนจะเห็นหลิงหลานกำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ เขายกยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อยและตะโกนว่า “ลูกพี่!”
“สวมเสื้อผ้า” เสียงเย็นเยียบดังเข้ามา
เซี่ยอี๋ก้มหน้ามองตัวเองก่อนจะตบหน้าผากพลางหลุดหัวเราะ ในใจรู้สึกซาบซึ้งต่อความเอาใจใส่ของลูกพี่ที่ไม่ได้ทำให้เขาอับอายขายหน้าเกินไป เซี่ยอี๋ดีดนิ้วหนึ่งที ชุดเครื่องแบบโรงเรียนทหารที่พวกเขาใช้เป็นประจำก็ปรากฏขึ้นบนตัว เขาตรวจสอบดูหนึ่งรอบ หลังจากที่รู้สึกว่าไม่ได้เสียมารยาทอีกต่อไปแล้ว เขาถึงค่อยตะโกนว่า “ลูกพี่ เสร็จแล้ว”
หลิงหลานค่อยหันตัวมา เธอมองไปทางเซี่ยอี๋และเอ่ยถามอย่างเรียบนิ่งว่า “รู้สึกยังไงบ้าง?”
เซี่ยอี๋สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วหรี่ดวงตาทั้งสองข้างด้วยความเคลิบเคลิ้ม “รู้สึกดีสุดๆ ไปเลย พลังเต็มเปี่ยมทั้งตัว” เขาเบิกตาโตอีกครั้ง แล้วพูดกับหลิงหลานอย่างจริงจังว่า “ฉันอยากสู้กับนายอีกสักรอบมากๆ ดูว่านายมีค่าพอให้ฉันจงรักภักดีหรือเปล่า”
“จงรักภักดี?” หลิงหลานเลิกคิ้วสองข้าง “ฉันไม่ขาดแคลนคนที่จงรักภักดีหรอกนะ”
“งั้นเมื่อก่อนฉันเป็นอะไร?” มุมปากของเซี่ยอี๋เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“นั่นเป็นเพื่อนของฉัน” หลิงหลานเข้าไปใกล้เซี่ยอี๋ สายตาที่เย็นชาของเธอแทงตรงไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของเซี่ยอี๋ คมกริบจนทำให้เซี่ยอี๋แทบจะรักษารอยยิ้มต่อไปไม่ได้
“นายไม่เสียใจเลยหรือไงว่าฉันเป็นคนอยู่ ไม่ใช่เขา” เซี่ยอี๋พยายามฝืนเค้นรอยยิ้มออกมา เขาสัญญากับเซี่ยอี๋ไว้ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าในใจของหลิงหลาน เซี่ยอี๋เป็นอะไรกันแน่
“นายก็คือเขา เขาก็คือนาย มีความแตกต่างด้วยเหรอ?” หลิงหลานตอบกลับอย่างเฉยชา “ฉันเชื่อใจเขาว่าเขาจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”
“น่าเสียดายที่เขาแพ้แล้วจริงๆ เขาถูกฉันกลืนกินไปแล้ว เพื่อนของนายกลับมาไม่ได้แล้ว” เซี่ยอี๋เก็บรอยยิ้ม แววตามีความเย็นชาและความบ้าคลั่ง
คำพูดของเซี่ยอี๋ไม่ได้กระตุ้นโทสะของหลิงหลานเลย จากนั้นก็เห็นหลิงหลานทำหน้าเฉยชายื่นมือออกมาช่วยดึงคอเสื้อของเซี่ยอี๋และปัดเบาๆ เท่านั้น ราวกับว่ากำลังปัดฝุ่นออก แล้วค่อยเอ่ยปากว่า “ถ้าอยากเข้าใจฉัน อยากรู้ความผูกพันระหว่างฉันกับเซี่ยอี๋ งั้นนายก็ต้องใช้ชีวิตให้ดี ไปค้นหาไปสัมผัสด้วยตัวเอง”
คำพูดของหลิงหลานทำให้ดวงตาสองข้างของเซี่ยอี๋แดงก่ำขึ้นทันที จากนั้นน้ำตาร้อนๆ ก็หยดลงมาอย่างเงียบงัน “ฉันยังใช้ชีวิตต่อไปได้อีกเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ตราบใดที่นายอยากมีชีวิตอยู่ นายก็สามารถอยู่ได้ การหลอมรวมไม่ได้หมายความว่าจิตสำนึกจะต้องดับสูญไป ไม่ใช่ว่าไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะอยู่ร่วมกัน” หลิงหลานตอบกลับอย่างจริงจัง
“ฉันอยากอยู่ต่อ ฉันอยากอยู่ต่อ…” เซี่ยอี๋เอ่ยคำพูดประโยคนี้ซ้ำๆ
“งั้นก็อยู่ต่อไปสิ” หลิงหลานกอดเซี่ยอี๋แรงๆ และตบหลังเขาหนักๆ
แววตาสับสนของเซี่ยอี๋เริ่มแน่วแน่ขึ้นมา เมื่อเขาลืมตาอีกครั้งก็ไม่มีความเย็นชาและความบ้าคลั่งเมื่อครู่นี้แล้ว แต่กลับดูสงบเยือกเย็นแทน เขาเงยหน้ามองไปที่หลิงหลาน แล้วแยกเขี้ยวกล่าวว่า “ลูกพี่ นายกอดแรงเกินไปแล้ว ฉันเจ็บมากเลยนะ”
หลิงหลานปล่อยเซี่ยอี๋ แล้วมองเขาอย่างจริงจังแวบหนึ่งถึงค่อยพยักหน้า “ดูไม่เลวเลย”
“ฉันกลืนกินบุคลิกด้านมืดไม่ดีกว่าเหรอ?” เซี่ยอี๋กล่าวอย่างไม่พอใจ
“การกลืนกินไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา” หลิงหลานตอบกลับอย่างเฉยชา “ยิ่งไปกว่านั้น นายกลืนกินเขาไม่ได้หรอก ฉันกลับคิดว่านายอาจจะโดนเขากลืนกินแทนน่ะสิ”
“งั้นทำไมเมื่อกี้ลูกพี่ถึงไม่เชื่อล่ะ?” เซี่ยอี๋ถามด้วยความสงสัย
“เพราะว่านายทำใจเหี้ยมไม่ได้” หลิงหลานตอบ
“ไม่สนุกเลยจริงๆ ลูกพี่รู้ได้ยังไงว่าเมื่อกี้ไม่ใช่ฉัน” เซี่ยอี๋เผยทำหน้าอารมณ์เสีย
“ความรู้สึก” หลิงหลานตอบ เธอไม่รอให้เซี่ยอี๋ถามอีกครั้งก็เอ่ยต่อว่า “ในเมื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของพวกนายได้แล้ว งั้นพวกเราก็กลับไปกันเถอะ” หลิงหลานกล่าวจบก็ดีดนิ้วหนึ่งที ทั้งสองคนก็หายตัวไปจากในห้วงจิตใจของเซี่ยอี๋
——————–