I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 577 สะท้อนกลับ!
เซี่ยอี๋ที่นั่งทื่ออยู่ในห้องคนขับมาตลอดพลันขยับดวงตา หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมา
“กลับมาอีกครั้ง โลกของนายไม่สบายเลยจริงๆ” เซี่ยอี๋บ่น
“หลิงหลานแข็งแกร่งมาก! เขาแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว เขาเป็นลูกพี่ฉันนะ เขายังไม่ใช่ลูกพี่ฉัน….เหอะ!” เซี่ยอี๋นวดหว่างคิ้ว เอ่ยด้วยใบหน้าหงุดหงิดปวดหัวว่า “พวกเราควรหารือกันหน่อย ไม่งั้นคุยกันแบบนี้ แค่พวกเราสองคนยังไม่เป็นไร แต่มันน่ากลัวเกินไปถ้าเกิดคุยกับคนอื่นนะ”
“งั้นจะทำยังไง? นายอยากให้ฉันหายไปหรือไง?”
“ไม่อยู่แล้ว ลูกพี่เองก็ไม่อยากให้นายหายไปเหมือนกัน พวกเราไม่เอ่ยปากพูดคุยละกัน แล้วใช้จิตสำนึกคุยกันแทน? เป็นไง?” เซี่ยอี๋ตอบอย่างเอือมระอา
“งั้นก็ลองดูละกัน ใช้จิตสำนึกเหรอ? ดูเหมือนฉันทำเรื่องแบบนี้มาตลอดในโลกปิดผนึกนะ”
“ได้ๆๆ นายไม่มีปัญหา แต่ฉันมีปัญหา…ใช้จิตสำนึกพูดคุย ใช้จิตสำนึกพูดคุย” เซี่ยอี๋เริ่มสะกดจิตตัวเอง
“พรืด…” เซี่ยอี๋หัวเราะออกมา
“ฉันบอกว่าใช้จิตสำนึก นายจะหัวเราะออกมาทำเพื่อ ถึงนายจะหัวเราะเยาะฉันก็เถอะ” เซี่ยอี๋โกรธจนแทบจะล้มโต๊ะแล้ว
“เข้าใจแล้ว ฉันจะขำนายในห้วงจิตใจนะ” เซี่ยอี๋กลอกตา วินาทีต่อมา ภายในห้องคนขับก็เงียบกริบ
“แม่ง ฉันอยากรู้มากๆ เลยว่าตอนที่ลั่วล่างคุยกับบุคลิกพวกนั้นจะครึกครื้นเหมือนพวกเราด้วยหรือเปล่า?”
“…”
“เฮ้ ทำไมนายไม่พูดล่ะ?”
“เฮ้ ทำไมไม่มีเสียงเลยสักแอะ อย่าบอกนะว่านายหายไปแล้ว นี่ไม่สนุกเลยนะ” เซี่ยอี่ร้อนใจ
“นายบอกไม่ให้ฉันพูดไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่ให้นายพูด แต่ไม่ได้ห้ามนายพูดคุยกับฉันในห้วงจิตใจนี่ ทำคนอื่นเขาตกใจมันสนุกหรือไง? ให้ตายสิ” เซี่ยอี๋โมโหอีกครั้ง บุคลิกด้านมืดไม่น่าสนุกเลยจริงๆ ด้วย เขาอิจฉาลั่วล่างมากที่จัดการบุคลิกเยอะแยะขนาดนั้นได้ง่ายๆเขา แค่บุคลิกเดียวเขาก็ถูกอีกฝ่ายปั่นจนหัวหมุนแล้ว เซี่ยอี๋นับถือลั่วล่างมากขึ้นเรื่อยๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าต่อไปจะต้องเรียนรู้จากลั่วล่าง ไม่ให้บุคลิกด้านมืดแกล้งเขาอีกเป็นอันขาด
ลั่วล่างงั้นเหรอ? คนที่ทำให้ตัวเขาเองนับถือได้ขนาดนี้ จะต้องทำความเข้าใจอีกฝ่ายให้ดีๆ…เซี่ยอี๋อีกคนแอบคิดในใจ ตัวเขาอีกคนไม่รู้เลยหรือไงว่าเขาสามารถรู้เรื่องที่ตัวเขาอีกคนคิดได้ทั้งหมด? เอ่อ ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ด้วยเหมือนกัน…
เซี่ยอี๋ทั้งสองรู้สึกสับสนในตัวเองอยู่บ้าง แน่นอนว่าเซี่ยอี๋ที่เพิ่งหลอมรวมกันยังไม่เชี่ยวชาญการสับเปลี่ยนบุคลิกโดยสมบูรณ์ ดังนั้นเลยเกิดเรื่องตลกแบบนี้เป็นครั้งคราว ซึ่งนี่จะกลายเป็นความลับอย่างหนึ่งในอนาคตของทีมหลิงหลานที่ลูกทีมหน้าใหม่แต่ละคนอยากขุดออกมามากๆ… แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ทำให้หลินจงชิงที่มีกลวิธีหาเงินอย่างเยี่ยมยอดได้กำหนดให้เป็นรางวัลที่สามารถใช้แต้มหน่วยรบแลกเปลี่ยนได้ ทำให้ครั้งหนึ่งเซี่ยอี๋กลายเป็นตำนานในหน่วยรบ
“ติ๊ดๆๆ หลิงเทียนหมายเลขแปดพ่ายแพ้ออกจากสนาม” คนของหลิงเทียนกับเหลยถิงที่อยู่ในการประลองทั้งหมดพลันได้รับข้อความนี้ คนของเหลยถิงยังไม่รู้สึกอะไร แต่คนของหลิงเทียนกลับหน้าเปลี่ยนสีแล้ว
หลิงเทียนหมายเลขแปด ทุกคนในหลิงเทียนล้วนรู้ว่า นั่นเป็นลูกพี่ของพวกเขา—หลิงหลาน
ทางฝั่งถังอวี้ก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน เขาทำหน้าตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ อันที่จริงพวกเขาไม่ได้เห็นการต่อสู้ของหลิงเทียนหมายเลขแปดเลย หรือว่าหลิงหลานอ่อนล้ามากเกินไปเลยสะเพร่าล็อกเอาท์ออกจากโลกหุ่นรบโดยไม่ได้ตั้งใจ?หรือว่าจู่ๆ แคปซูลล็อกอินเสมือนจริงของเขาก็ไฟฟ้าลัดวงจรเลยถูกตัดการเชื่อมต่อ?
คนของหลิงเทียนนึกถึงสาเหตุเหล่านี้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องมีคนเอาชนะลูกพี่ตนได้หรือเปล่า? เหอะๆ นี่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ทุกคนในหลิงเทียนล้วนปฏิเสธการคาดคะเนนี้
ภายในบ้านพักของตัวเอง หลิงหลานเปิดแคปซูลล็อกโดยพลัน เธอที่มีสีหน้าซีดเผือดเพิ่งจะลุกขึ้นมาก็รู้สึกได้ถึงเลือดลมสายหนึ่งปั่นป่วนพรั่งพรูก่อนจะกระอักออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ย้อมพื้นตรงแคปซูลล็อกอินเป็นสีแดงฉาน
“ลูกพี่ เธอไม่เป็นไรนะ” เสี่ยวซื่อร้องตะโกนด้วยใบหน้าหวาดหวั่นภายในห้วงจิตใจ
หลิงหลานโครจรเคล็ดวิชาลมปราณบำรุงร่างกายทันทีเพื่อเยียวยาร่างกายตัวเอง ศีรษะที่เดิมทีปวดจนเหมือนจะฉีกขาดก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ผ่านไปเนิ่นนาน หลิงหลานถึงค่อยลืมตาขึ้นมาก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มขื่น “ฉันยังบ้าบิ่นไป”
การควบคุมระดับสูงสุดของสำนักบัญชาเทวะ—ล่วงล้ำความฝัน อาศัยการฝึกปรือของเธอในตอนนี้ใช้ออกมาอย่างเต็มที่ยังคงเป็นการฝืนมากเกินไปจริงๆ ผลก็คือการสะท้อนกลับ ทำให้จิตใจของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยโดนออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักตัดสินว่าไม่มีแรงควบคุมและถูกเตะออกจากการประลอง กลายเป็นลูกทีมที่พ่ายแพ้
ล่วงล้ำความฝัน ชื่อของมันฟังดูเพ้อฝันมาก แต่ความจริงแล้ววิชานี้อันตรายมาก ไม่เพียงต่อเป้าหมายที่ถูกบุกรุก กระทั่งผู้บุกรุกก็เป็นอันตรายมากเช่นกัน ถ้าเกิดความสามารถไม่พอ ฝืนใช้ออกมาอย่างเต็มที่ก็อาจจะกลายเป็นคนสมองเสื่อม ถึงขนาดที่อาจจะเป็นคนสมองตายเลยก็ได้…ความสามารถของมันคล้ายคลึงกับผีซวี แต่ว่าแข็งแกร่งกว่าผีซวี เนื่องจากสามารถใช้มันในโลกความเป็นจริงได้
ล่วงล้ำความฝันก็คือการใช้พลังจิตของตัวเองบุกล่วงล้ำโลกแห่งจิตใจของคนอื่น และอ่านความทรงจำของอีกฝ่าย ผู้ที่แข็งแกร่งยังสามารถเปลี่ยนแปลงความทรงจำของฝ่ายตรงข้ามได้ ถึงขนดาที่สร้างความทรงจำเท็จออกมาได้ แน่นอนว่าเมื่อล่วงล้ำความฝันสำเร็จ ยังสามารถทำลายโลกแห่งจิตใจของฝ่ายตรงข้ามได้ทันที ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนสมองเสื่อมหรือว่าสมองตาย และจุดนี้ก็เป็นความสามารถของผีซวีในโลกเสมือนจริง
สาเหตุที่สำนักบัญชาเทวะสามารถสืบทอดต่อมาได้อย่างราบรื่นก็เพราะพวกเขาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์หนึ่งคนต่อรุ่นเท่านั้น การสอนแบบตัวต่อตัวได้ป้องกันไม่ให้ความลับของสำนักพวกเขาถูกเปิดเผยออกมา ไม่เช่นนั้นอาศัยแค่ทักษะระดับสุดยอดนี้เพียงทักษะเดียว ทุกประเทศก็ไม่มีทางยอมให้มีสำนักที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้คงอยู่แน่นอน ต่อให้โชคดีอยู่รอดมาได้ ก็จะกลายเป็นอาวุธลับของประเทศที่ไม่สามารถได้รับอิสระ
แน่นอนว่าทักษะระดับสุดยอดที่น่ากลัวแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ออกไปได้ตามใจชอบเหมือนกัน ตามเงื่อนไขของสำนักบัญชาเทวะ ผู้ใช้จำเป็นต้องไปถึงระดับสูงสุดของเขตแดน หรือก็คือเมื่ออยู่ในระดับเขตเทวะครึ่งก้าวถึงจะสามารถใช้งานได้เต็มที่ ไม่เช่นนั้นหากฝืนใช้ขึ้นมาก็จะเจอแรงสะท้อนกลับ
หลิงหลานไม่ได้ซี้ซั้วทำอยู่แล้ว แต่เธอเคยศึกษากับเสี่ยวซื่อมาก่อนและพบว่าเมื่ออยู่ในโลกเสมือนจริงที่ทุกคนล้วนจำลองขึ้นมาจากพลังจิต เธอสามารถใช้วิชาล่วงล้ำความฝันข้ามระดับได้ภายใต้การช่วยเหลือของเสี่ยวซื่อ และพอบุกเข้าไปในโลกแห่งจิตใจของอีกฝ่ายได้สำเร็จ เธอก็ได้รับความทรงจำของอีกฝ่าย
ผลลัพธ์นี้ทำให้หลิงหลานเกิดความคิดแล่นวาบ หลิงหลานรู้ดีว่าถ้าเกิดต้องการแก้ไขปัญหาของเซี่ยอี๋ เธอจำเป็นต้องเข้าไปในโลกแห่งจิตใจของเซี่ยอี๋ และเจอเซี่ยอี๋อีกคน ซึ่งเธอไม่สามารถทำได้ในโลกความเป็นจริง แต่ว่าในโลกเสมือนจริง เธอกลับทำได้
อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีวิธีแก้ไขแล้ว ทว่าเนื่องจากเซี่ยอี๋อีกคนระมัดระวังหลิงหลานมาก ก็เลยไม่ให้โอกาสหลิงหลานบุกล่วงล้ำได้เลย นี่ทำให้หลิงหลานจำเป็นต้องหาหนทางอื่น บุกเข้าไปตอนที่อีกฝ่ายประมาท สุดท้ายหลิงหลานจึงเลือกลงมือในการประลอง
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าแผนการชุดนี้ของเธอสำเร็จแล้ว เซี่ยอี๋อีกบุคลิกคลายความระมัดระวังแล้วปรากฏตัวในท้ายที่สุดจริงๆ และเธอก็บุกเข้าไปในโลกแห่งจิตใจของอีกฝ่ายแล้วเจอหน้าอีกฝ่ายได้สำเร็จเช่นกัน
แต่เธอยังคงประเมินแรงสะท้อนกลับของการล่วงล้ำความฝันต่ำไป ในโลกแห่งจิตใจของเซี่ยอี๋ เธอพยายามประคับประคองอย่างยากลำบากจนถึงตอนสุดท้าย หลังจากที่เซี่ยอี๋หลอมรวมสำเร็จแล้สก็ไม่อาจฝืนทนได้อีก เธอได้แต่รีบขัดจังหวะคำถามของเซี่ยอี๋ แล้วออกจากโลกแห่งจิตใจของเขา
——————