I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 532 ขัดเกลา! (2)
“ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันยังไม่กดปุ่มไฟ นายยังเหลือเวลาอยู่” หลิงหลานชายตามองจูเก่อจิ่งหมิงอย่างนิ่งเฉย สายตานั้นไม่มีความรู้สึกเลยสักนิดเดียว ราวกับว่าไม่มีตัวตนของเขาอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายเลย
ความรู้สึกที่โดนมองข้ามแบบนี้ทำให้จูเก่อจิ่งหมิงสัมผัสได้ถึงความอัปยศอย่างยิ่งยวด ตั้งแต่เขาเกิดมาก็เป็นบุตรรักของสวรรค์ ถูกคนมองว่าสามารถสืบทอดตัวตนของเทพหยั่งรู้รุ่นต่อไปได้ เขาใช้ชีวิตอย่างราบรื่นมาโดยตลอด ได้รับความสำคัญจากครอบครัวและพวกเพื่อนๆ กระทั่งเจี่ยงเส่าอวี่ที่อวดดีก็จำเป็นต้องก้มหัวให้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา…นี่ทำให้จูเก่อจิ่งหมิงเริ่มถือดีขึ้นมา คิดว่าไม่มีใครในใต้หล้าดูถูกเขาได้
แต่ทั้งหมดนี้ถูกหลิงหลานล้มคว่ำไปจนหมด หลิงหลานไม่ได้ดูถูกเขา หากแต่ไม่สนใจเขาอย่างสิ้นเชิง เทพหยั่งรู้จูเก่อที่คนอื่นเคารพนับถือ เมื่ออยู่ในสายตาของอีกฝ่ายก็ไม่ต่างอะไรจากคนเดินถนนทั่วไป ไม่ว่าเกียรติยศที่ครอบครัวมอบให้เขา หรือว่าความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเขาล้วนเจ็บปวดถึงขีดสุด
จูเก่อจิ่งหมิงอดเกลียดเด็กหนุ่มที่มีไอเย็นปกคลุมทั้งร่างตรงหน้าไม่ได้ มีสิทธิ์อะไรมาเมินเขา…มีสิทธิ์อะไรมาเมิน…มีสิทธิ์อะไร…
“มีสิทธิ์สิ นายเป็นนักโทษของฉัน และฉันก็เป็นแขกผู้ทรงเกียรติ และก็จะกลายเป็นเจ้าของที่นี่ไงละ” เสียงเย็นชาของหลิงหลานแทงตรงไปที่หัวใจของจูเก่อจิ่งหมิง ทำให้แววตาที่สับสนของจูเก่อจิ่งหมิงกระจ่างแจ้งโดยพลัน เขาหลั่งเหงื่อเย็นๆออกมาทั่วทั้งร่าง เขาตกอยู่ท่ามกลางมารจิตใจโดยไม่รู้ตัว
จูเก่อจิ่งหมิงมองหลิงหลานด้วยแววตาสับสน ไม่รู้ว่าจะแค้นอีกฝ่ายที่ทำให้เขาตกอยู่ท่ามกลางมารจิตใจ หรือว่าต้องขอบคุณอีกฝ่ายที่ลากเขาออกมาจากในมารจิตใจ
“ถามมาสิ นายยังเหลือโอกาสสุดท้ายอยู่นะ” หลิงหลานไม่มองจูเก่อจิ่งหมิง เธอจ้องเขม็งที่เครื่องรับสัญญาณนั้น แล้วยื่นมือขวาออกมากดปุ่มไฟ มุมปากเผยรอยยิ้มจางๆ แต่พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว “อย่าใช้เสียเปล่าอีกละ คิดให้ดีๆ ว่านายอยากถามอะไรกันแน่”
จูเก่อจิ่งหมิงสูดลมหายใจลึก แล้วกำจัดอารมณ์ปั่นป่วนออกไปจากสมอง เวลานี้เขายังคงเป็นเสนาธิการจูเก่อจ้าวกลยุทธ์คนนั้น เขาเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “ฉันแค่อยากรู้ว่า ทำไมนายต้องส่งเฉียวถิงออกมา? นายน่าจะรู้ดีว่าพอไม่มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชานั่งรักษาการณ์ ฐานที่มั่นของนายก็จะไม่มั่นคง มีโอกาสถูกยึดไปได้”
หลิงหลานได้ยินคำถามข้อนี้ก็มองจูเก่อจิ่งหมิงด้วยความสนใจมาก จากนั้นเธอก็กล่าวช้าๆ ว่า “ ถ้าเกิดฉันไม่ส่งเฉียวถิงออกมา เจี่ยงเส่าอวี่จะกล้าพาหน่วยรบของตัวเองไปโจมตีฐานที่มั่นโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งของพวกเราได้ยังไง?”
คำพูดประโยคนี้ทำให้จูเก่อจิ่งหมิงตื่นตระหนก เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วพูดด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปยกใหญ่ว่า “นายรู้ว่าผู้บัญชาการเจี่ยงจะบุกโจมตีฐานที่มั่นของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเหรอ?”
“ฉันยังรู้ว่าเป้าหมายที่นายถ่วงเวลาก็คืออยากรอให้เจี่ยงเส่าอวี่ยึดฐานที่มั่นของพวกเราให้สำเร็จ ทำให้ผู้บุกรุกอย่างพวกฉันถูกไล่ออกจากสนามด้วย แบบนี้ไม่เพียงจัดการพวกฉันได้ เวลาเดียวกันก็ช่วยฐานที่มั่นของนายได้ด้วย” หลิงหลานพูดแผนการในใจจูเก่อจิ่งหมิงออกมารวดเดียว
ตอนนี้จูเก่อจิ่งหมิงรักษาสีหน้าสงบนิ่งของเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขาพบว่าตัวเองเหมือนถูกเปลื้องจนตัวเปลือยเปล่า ยืนเปลือยกายอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย เจตนารมณ์ทั้งหมดถูกมองออกโดยที่ไม่มีอะไรมาปิดบังเลยสักนิดเดียว
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมนายถึงให้ความร่วมมือฉันล่ะ?” ในเมื่อรู้แล้ว ทำไมยังต้องพูดไร้สาระเป็นเพื่อนเขา? หรือว่าอีกฝ่ายแน่ใจว่าเจี่ยงเส่าอวี่ไม่สามารถบุกยึดฐานที่มั่นได้ ฝ่ายตรงข้ามมีไพ่ตายอะไรกันแน่ถึงได้ใจเย็นขนาดนี้?
จูเก่อจิ่งหมิงครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะแล่นวาบขึ้นมา เขาอุทานเสียงหลงว่า “หลินเซียว เป็นหลินเซียว!” ใช่แล้ว พวกเขาสามารถส่งกองกำลังพันธมิตรไปโจมตีอีกฝ่ายได้ โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งก็สามารถขอความช่วยเหลือไปที่กองกำลังพันธมิตรได้เหมือนกัน เขามองข้ามหลินเซียวผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาอีกคนไปเลย
จูเก่อจิ่งหมิงหงุดหงิดใจมาก แต่แป๊บเดียวเขาก็นึกถึงการเตรียมการต่อจากนั้นของเขา กระทั่งเจี่ยงเส่าอวี่ก็ไม่รู้แผนการนี้ มันเป็นเพียงหมากที่เขาเอาไว้รับประกันความปลอดภัยเท่านั้น บางทีอาจจะพลิกสถานการณ์นี้ได้ ขอเพียงเจี่ยงเส่าอวี่เหนี่ยวรั้งหลินเซียวเอาไว้ พวกเขาก็อาจจะยังมีโอกาส ความมั่นใจของจูเก่อจิ่งหมิงกลับคืนมาเล็กน้อย
“นายกำลังรอเขต G2 สินะ” เสียงของหลิงหลานทำให้จิตใจของจูเก่อจิ่งหมิงที่ฝืนสงบนิ่งปั่นป่วนขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง เขามองไปที่หลิงหลานอย่างตกตะลึง ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ทำไม ทำไมถึงรู้แม้กระทั่งแผนการลับสุดยอดนี้? เขต G2 ถูกปกปิดเอาไว้ดีมากเลยชัดๆ
“เป็นแผนการที่ดี” หลิงหลานชมเสียงเบา
จูเก่อจิ่งหมิงเป็นนักวางกลยุทธ์ที่เก่งมากจริงๆ รอบนี้ทั้งสองฝ่ายล้วนไม่ได้คำนวณถึงท่าไม้ตายที่ซ่อนไว้ ถือว่าเสมอกัน หลิงหลานลอบเอ่ยในใจว่า บางทีต่อไปอาจต้องให้จูเก่อจิ่งหมิงขัดเกลาหลี่หลานเฟิงกับหานจี้จวินเยอะๆ มีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้จะทำให้พวกเขาก้าวหน้าเร็วขึ้น
“หรือว่านายก็วางแผนให้คนไปจัดการคนของเขต G2 ด้วย?” จูเก่อจิ่งหมิงเอ่ยถามอย่างไม่ยอมแพ้ ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ เขาก็พ่ายแพ้จนไม่อาจพ่ายแพ้ได้อีกแล้ว
“ไม่มี” หลิงหลานเอ่ยอย่างซื่อตรง ผิดพลาดก็คือผิดพลาด หลิงหลานไม่แก้ตัวเพื่อปกปิดเรื่องนี้เหมือนกัน
จูเก่อจิ่งหมิงอึ้งไป เขาขมวดคิ้วอย่างรวดเร็วแล้วมองไปที่หลิงหลาน เริ่มตรึกตรองว่าอีกฝ่ายใช้วิธีการอะไรมาจัดการแผนลับอันนี้ของเขากันแน่
“อย่าเสียเวลาคิดเลย ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น หน่วยหุ่นรบของเขต G2 ที่นายจัดเตรียมไว้พวกนั้นทำให้ฐานที่มั่นของฉันลำบากมากจริงๆ คนของฉันกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก คนในฐานที่มั่นแทบจะพ่ายแพ้ออกไปจากสนามมากกว่าครึ่งแล้ว” หลิงหลานบอกสถานการณ์ของฐานที่มั่นให้จูเก่อจิ่งหมิง น้ำเสียงนั้นเหมือนคนที่สนิมสนมกันสองคนกำลังคุยเล่นกัน นอกจากนี้ยังคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองด้วย ดูใจเย็นมาก
ท่าทีเช่นนี้ของหลิงหลานทำให้จูเก่อจิ่งหมิงงุนงงมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ทำไมหมอนี่ถึงไม่ร้อนใจเลยสักนิดล่ะ
“ตอนนี้พวกสมาชิกในฐานที่มั่นต่อสู้กันจนหลังชนฝาแล้ว มีเพียงอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักหน่วงที่ตัดสินชีวิตได้ พวกเขาถึงจะมีโอกาสก้าวหน้า…ไม่ว่าคนที่ออกจากสนามหรือคนที่ยังรอดอยู่ล้วนมีโอกาสแข็งแกร่งขึ้น” หลิงหลานบอกเจตนาออกมาว่าทำไมเธอถึงร่วมมือถ่วงเวลากับอีกฝ่าย
“ไม่นึกเลยว่านายจะใช้ประโยชน์จากคนของพวกเรามาเป็นหินขัดเกลาให้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งของพวกนาย” จูเก่อจิ่งหมิงพลันเข้าใจกระจ่างแจ้ง นี่เป็นผู้บัญชาการแบบไหนกัน นี่มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว ใช้ความปลอดภัยของฐานที่มั่นตัวเองมาเป็นของเดิมพันเพื่อโอกาสที่อาจจะแข็งแกร่งขึ้นได้โดยไม่เสียดาย ตำแหน่งอันดับหนึ่งของศึกประลองหุ่นรบไม่ดึงดูดความสนใจของเขาเลยหรือไง?
“ฉันอยากได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหนึ่งเดียวของฉัน ฉันหวังว่าทุกคนที่ติดตามฉันจะแข็งแกร่งขึ้นได้ นี่คือสิ่งตอบแทนทั้งหมดที่ฉันสามารถทำได้หลังจากที่พวกเขามอบความเชื่อใจให้ฉัน และฉันก็ทำได้แค่ตอบแทนเรื่องนี้เท่านั้น” สีหน้าของหลิงหลานดูเคารพจริงจัง เมื่อมีคนฝากความเชื่อใจไว้ที่ตัวเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอก็พยายามตอบแทนความเชื่อใจนี้อย่างสุดความสามารถเหมือนกัน หลิงหลานรับอย่างเดียวโดยไม่ตอบแทนไม่ได้
“ถ้าแพ้ขึ้นมา ต่อให้โดนพวกเขาตำหนิ นายก็ยังจะให้เวลามากพอที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอยู่ดีเหรอ?” สายตาของจูเก่อจิ่งหมิงที่มองไปยังหลิงหลานเหมือนกับสายตาที่เห็นคนบ้า มีเพียงคนบ้าเท่านั้นถึงใช้ชื่อเสียงและเกียรติยศของตัวเองเป็นค่าตอบแทนให้โอกาสคนอื่นแข็งแกร่งขึ้น
“ยืนอยู่บนยอดเขาเพียงลำพังมันหนาวมากนัก!” แววตาของหลิงหลานดูเลื่อนลอยขึ้นมา เธอไม่อยากยืนอยู่จุดสูงสุดคนเดียวในอนาคต และมองลงมาอย่างโดดเดี่ยว นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ดังนั้น เธอเลยไม่อยากเลือกวถีราชัน วิถีปราชญ์ แต่เลือกวิถีครอบงำที่ตั้งชื่อเอง ความจริงแล้วนั่นเป็นเส้นทางในใจของเธอ
นักกลยุทธ์ไม่จำเป็นต้องพูดให้เข้าใจชัดเจนมาก จูเก่อจิ่งหมิงเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงหลานดี แววตาของเขาสับสนมาก ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนเป็นถอนหายใจกล่าวว่า “ฉันนับถือนาย! แต่นายไม่กังวลว่าพูดกับฉันเยอะแล้ว จู่ๆ อุปกรณ์สื่อสารก็เด้งข้อความว่าพวกนายพ่ายแพ้ถูกกำจัดเลยหรือไง?”
หลิงหลานเหลือบมองจูเก่อจิ่งหมิงอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแวบหนึ่ง “ทำไมต้องกลัวด้วย?” กล่าวจบเธอก็กดปุ่มที่ส่องแสงฉับพลัน “พูดตามตรง ฉันก็กลัวจริงๆ …” ถ้าเกิดไม่มีเสี่ยวซื่อคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์ เธอไม่มีทางกล้าเสียเวลากับจูเก่อจิ่งหมิงแบบนี้แน่นอน เธอรู้ดีว่าบอสฝั่งตัวร้ายถูกโค่นได้สำเร็จล้วนเป็นเพราะพูดจาไร้สาระมากเกินไป…ตอนนี้เธอแม่งโคตรเหมือนบอสฝั่งตัวร้ายเลย หลิงหลานคิดอย่างกลัดกลุ้มใจ
พอเห็นการเคลื่อนไหวนี้ของหลิงหลาน จูเก่อจิ่งหมิงคิดว่าตัวเองจะผิดหวัง จะโกรธเกรี้ยว จะเจ็บปวด แต่นึกไม่ถึงเลยว่า ในชั่วขณะที่เขาเห็นหลิงหลานกดปุ่มที่สว่างไสวลงในที่สุด ในใจเขากลับโล่งอก เหมือนกับนักโทษรอคอยมีดกีโยตินที่แขวนอยู่ด้านบน รอคอยอย่างเจ็บปวดและทรมาน แต่พอมีดกีโยตินร่วงลงมาอย่างแท้จริง เมื่อรู้ว่าถูกฟันลงมาแล้ว ทุกอย่างล้วนได้รับการปลดปล่อย
ใช่แล้ว การพูดคุยกับคนตรงหน้าที่เหมือนกับควบคุมทุกอย่างไว้ในฝ่ามือ ทำให้ความมั่นใจของเขาถูกทำลายลงไปทีละนิด เขาฉวยโอกาสตอนที่ยังไม่ได้ถูกเอาชนะจนหมดรูป หลุดพ้นจากมือมารของอีกฝ่ายได้ก่อน เป็นโชคดีของเขาแล้ว!
……
เขต G13
กลุ่มของหลี่อิงเจี๋ยที่บินมาช่วยเหลือตลอดทางเห็นหานอวี้ มู่เส่าอวี่ อู่จย่งและคนอื่นๆ ตกอยู่ในการต่อสู้ที่ยากลำบากแล้ว
เวลานี้ทั้งสองฝ่ายล้วนมีคนพ่ายแพ้ร่วงหล่นออกไปจากสนาม แต่โดยรวมแล้ว ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียเยอะกว่า ถึงอย่างไรกลุ่มที่หลิงหลานพามาครั้งนี้ นอกจากหน่วยลำเลียงพลาธิการกับหน่วยรบผสมของอู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยแล้ว หน่วยหุ่นรบต่อสู้อื่นๆ ล้วนเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษชั้นยอดที่สุดจากแต่ละทีมในโรงเรียน ความสามารถแข็งแกร่งกว่าหน่วยรบที่ผสมระหว่างพวกผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูงกับระดับพิเศษของโรงเรียนอื่นมาก ต่อให้เป็นสองต่อหนึ่ง ก็ไม่มีทางตกอยู่ในความเสียเปรียบทันที นี่เลยทำให้พวกเขายืนหยัดได้เป็นเวลานานมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์ยิ่งไม่เอื้ออำนวยต่อโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ความสามารถของผู้ควบคุมหุ่นรบอ่อนด้อยกว่าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง แต่จำนวนหุ่นรบของอีกฝ่ายกลับชดเชยเรื่องนี้ได้มากพอ ไม่ช้าสถานการณ์ก็เริ่มถูกพลิกกลับ หุ่นรบที่ร่วงลงไปเริ่มมีฝั่งของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมากขึ้น
——————