I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 539 พ่อ!
“ไม่นึกเลยว่าการต่อสู้ประจัญบานยังซ่อนความลับแบบนี้เอาไว้ด้วย จอมพลอวิ๋นหลอกพวกเรามาตั้งหลายปี” นายทหารคนหนึ่งเอ่ยพลางทุบโต๊ะอย่างงุ่นง่านใจ ถ้าเกิดตอนนั้นเขารู้ว่าย้ายฐานที่มั่นได้ละก็ เขาคงไม่โดนโรงเรียนอื่นยึดฐานที่มั่นแล้ว
จอมพลอวิ๋น มีชื่อเดิมว่า อวิ๋นจ้งเทียน เป็นจอมพลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐ ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ริเริ่มการต่อสู้ประจัญบานด้วย ตอนนั้นอวิ๋นจ้งเทียนจงใจสร้างกฎเกณฑ์ข้อจำกัดชุดหนึ่งที่ชักนำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการต่อสู้ประจัญบาน ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าฐานที่มั่นถูกจำกัดไว้แล้ว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาทั้งหมดจะโดนจอมพลอวิ๋นหยอกเล่นแล้ว
“ทุกคนลืมคำพูดประโยคสุดท้ายของจอมพลอวิ๋นไปแล้วเหรอครับว่า ในการต่อสู้ประจัญบาน ไม่ว่าความสามารถสูงหรือต่ำ ขอเพียงมีความพยายาม ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้!” หลิงเซียวเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ความจริงแล้วกฎเกณฑ์ข้อจำกัดที่จอมพลอวิ๋นตั้งขึ้นพวกนั้นล้วนเป็นระเบิดควันเพื่อปกปิดคำพูดประโยคสุดท้ายของเขา เพียงแต่ทุกคนรวมถึงตัวเขาเข้าใจผิดคิดว่าคำพูดประโยคสุดท้ายเป็นคำพูดที่อวิ๋นจ้งเทียนฝากความหวังต่อนักเรียน ไม่นึกเลยว่า นี่ถึงจะเป็นกฎแท้จริงที่อวิ๋นจ้งเทียนตั้งขึ้นสำหรับการต่อสู้ประจัญบาน
เวลานี้นักเรียนที่ยังอยู่ในการต่อสู้ประจัญบานล้วนได้รับตำแหน่งที่ตั้งรวมตัวแล้ว ทุกคนต่างรีบไปที่นั่น
เมื่อหลิงหลานพาพวกเฉียวถิงมาถึงสถานที่รวมตัว บรรดาเจ้าหน้าที่และทหารที่ยืนชมการต่อสู้ประจัญบานอยู่ตรงนั้นมานานแล้วเห็นคนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมาถึง พวกเขาก็พากันปรบมือ
หลิงหลานลงจากหุ่นรบ พอเห็นฉากนี้ก็อึ้งไปทันที เธอเห็นหลิงเซียวที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด และยังมีหลานลั่วเฟิ่งอยู่ด้านหลังเขา เมื่อเทียบกับหลานลั่วเฟิ่งที่ปรบมือด้วยความตื่นเต้นแล้ว หลิงเซียวสงบนิ่งกว่ามาก เขายิ้มตรงมุมปาก ปรบมือช้าๆ แต่ว่ามีความภาคภูมิใจและการชมเชยซ่อนอยู่ในแววตา ซึ่งหลิงหลานรู้สึกได้ชัดเจน หัวใจของหลิงหลานพลันร้อนขึ้นมา ดูเหมือนว่าผลงานของเธอไม่ได้ทำให้พ่อเธอผิดหวัง
รองประธานาธิบดีเห็นกลุ่มของหลิงหลานเดินเข้ามา เขาก็รีบก้าวขึ้นหน้าและจับมือขวาของหลิงหลานอย่างกระตือรือร้นพลางพูดว่า “หลิงหลานสินะ ผลงานของเธอยอดเยี่ยมมาก ยินดีด้วยที่พวกเธอได้อันดับหนึ่งของการต่อสู้ประจัญบาน และก็อันดับหนึ่งของคะแนนรวมในศึกประลองหุ่นรบครั้งนี้ด้วย”
รองประธานาธิบดีที่กำลังตื่นเต้นไม่รู้สึกถึงจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ในแววตาของหลิงเซียวที่อยู่ด้านหลังตนเลย…ให้ตายสิ ไอ้เฒ่าบัดซบ กล้าเอาเปรียบลูกสาวสุดที่รักของฉันเรอะ!
หลิงหลานทำความเคารพของโรงเรียนทหาร ช่วยมือขวาของตัวเองออกมา “ขอบคุณครับท่านรองประธานาธิบดี!” สีหน้าเย็นชาและน้ำเสียงเย็นชาทำให้ใบหน้ายิ้มแย้มของท่านรองประธานาธิบดีแข็งทื่อ ทำไมหลิงหลานคนนี้ถึงได้เยือกเย็นสงบนิ่งขนาดนี้ เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นสะเทือนอารมณ์เลยหรือไง?
ต่อจากนั้นหลิงหลานก็เดินไปที่เบื้องหน้าหลิงเซียวโดยไม่ลังเล แล้วทำความเคารพของโรงเรียนทหาร “ขอบคุณท่านนายพลที่มาชี้แนะด้วยตัวเอง” ทันใดนั้นหัวใจที่คลุ้มคลั่งของคุณพ่อหลิงเซียวก็ได้รับการปลอบประโลม
‘เจ้าเด็กนี่ ไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเนี่ยนะ!’ ท่านรองประธานาธิบดีลอบหงุดหงิดใจ คิดว่าหลิงหลานสนใจประจบหลิงเซียวเท่านั้น และเพิกเฉยเขา
เฉียวถิงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างหลิงเซียวกับหลิงหลาน พอเห็นสีหน้าของท่านรองประธานาธิบดีดูไม่ดีนิดหน่อย เขาก็รู้ว่าท่าไม่ดีแล้ว ดังนั้นถึงได้ทำความเคารพของโรงเรียนทหาร “ท่านรองประธานาธิบดีมาต้อนรับด้วยตัวเองทำเอาเฉียวถิงหวั่นเกรงไปเลยครับ” ท่าทีกริ่งเกรงของเฉียวถิงทำให้รองประธานาธิบดีอารมณ์ดีขึ้น โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่ได้มีแค่หลิงหลานคนเดียวเท่านั้น เฉียวถิงคนนี้ยอดเยี่ยมมากกว่า เป็นเป้าหมายแรกที่พวกเขาจะต้องตีสนิท รองประธานาธิบดีมีเป้าหมายแล้วก็โยนหลิงหลานออกไปจากสมอง
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐบาล ประธานาธิบดีรวมถึงรองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจที่แท้จริงใดๆ ในประเทศที่ทุกคนล้วนเป็นทหาร อำนาจทางทหารเหนือสิ่งอื่นใด การกระทำทุกอย่างของรัฐบาลล้วนเป็นการรับใช้กองทัพ ไม่มีใครยินดีเป็นพ่อบ้าน ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐบาลก็อยากกุมอำนาจที่แท้จริงเช่นกัน และการกุมอำนาจที่แท้จริงก็ต้องกุมอำนาจทางทหาร แต่กองทัพกับรัฐบาลเป็นคนละหน่วยงานกัน ซึ่งพวกเขาไม่สามารถสอดมือได้
เพื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องแอบตีสนิทติดสินบนคนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพโดดเด่นของแต่ละกองทัพ โดยหวังว่าหลายปีให้หลังคนเหล่านี้สามารถกุมอำนาจกองทัพส่วนใหญ่ของระดับกลางไปจนถึงระดับต่ำได้ สุดท้ายก็ถูกพวกเขาใช้ประโยชน์ นี่ก็สาเหตุที่แท้จริงที่รองประธานาธิบดีถึงเดินทางพันลี้อย่างยากลำบากเพื่อมาเข้าศึกประลองหุ่นรบ เนื่องจากศึกประลองหุ่นรบสามารถให้นักเรียนแสดงพรสวรรค์ออกมาได้ชั่วคราว ซึ่งอนาคตพวกเขาจะต้องกลายเป็นเสาหลักของกองทัพต่างๆ และคนเหล่านี้คือคนที่พวกเขาต้องการอย่างเร่งด่วนและกระตือรือร้นที่จะตีสนิท
พอเห็นโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้รับการต้อนรับด้วยตัวเองของรองประธานาธิบดีกับนายพลหลิงเซียว บรรดานักเรียนจากโรงเรียนทหารอื่นๆ อดเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาคับแค้นใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พอนึกถึงคะแนนการต่อสู้ประจัญบานที่ประกาศล่าสุด คะแนนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งที่สูงอย่างน่าสะพรึงกลัวและทำลายสถิติในประวัติศาสตร์นั้น ทำให้พวกเขาหมดความรู้สึกเหล่านี้ไปอย่างรวดเร็ว…นั่นเป็นการแสดงความแข็งแกร่งของพวกเขา เป็นสิ่งตอบแทนที่ได้มาจากการต่อสู้จริง ซึ่งพวกเขาไม่มีคุณสมบัติไปอิจฉา
หลังจากที่กลับมาถึงดาวฉี่หมิง พวกเขาก็จัดพิธีมอบรางวัลสำหรับการต่อสู้ประจัญบานและคะแนนรวมอีกครั้ง โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งกลายเป็นอันดับหนึ่งด้านคะแนนรวมอย่างสมภาคภูมิ อันดับสองคือโรงเรียนทหารสหศึกษาที่หนึ่ง อันดับสามคือโรงเรียนทหารชายที่สาม
โรงเรียนทหารชายที่สองซึ่งได้อันดับหนึ่งในสมัยก่อนกลับไม่ได้รับคะแนนเพราะถูกกำจัดออกจากสนามก่อนในการต่อสู้ประจัญบาน เมื่ออาศัยเพียงคะแนนก่อนหน้านี้ คะแนนรวมเลยร่วงมาอยู่หลังยี่สิบอันดับแรกทันที นี่ทำให้เจี่ยงเส่าอวี่ไม่มีหน้าเข้าร่วมพิธีมอบรางวัล เขาป่วยออกมาไม่ได้ สุดท้ายเลยให้เสนาธิการจูเก่อจิ่งหมิงพาทีมเข้าร่วมงาน
ไม่นานรางวัลทั้งหมดก็ถูกแจกจ่ายจนหมด หลิงหลานนำทีมโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งให้กลายเป็นทีมที่ยอมเยี่ยมที่สุด หลิงหลานอาศัยผลงานอันโดดเด่นที่ย้ายฐานที่มั่นในการต่อสู้ประจัญบานได้สำเร็จ เลยถูกพิจารณาว่าเป็นผู้บัญชาการที่เก่งกาจที่สุด เฉียวถิงได้รับผู้ควบคุมหุ่นรบที่เก่งกาจที่สุด รวมถึงหน่วยรบที่ยอดเยี่ยมที่สุด พลาธิการดีเด่นที่สุดก็ถูกโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งคว้าไปได้ ในการต่อสู้ประจัญบาน ไม่ว่าด้านการปรับแต่งหรือว่าด้านลำเลียงเสบียง หน่วยพลาธิการที่หลินจงชิงรับผิดชอบทำผลงานได้ดีเยี่ยมมาก จนได้รับความเห็นชอบจากกรรมการส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม เสนาธิการที่โดดเด่นที่สุดกลับตกไปอยู่ที่คนอื่นอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งจูเก่อจิ่งหมิงจากโรงเรียนทหารชายที่สองได้รับไป ความจริงแล้วหานจี้จวินกับหลี่หลานเฟิงก็ทำผลงานได้ไม่เลว แต่แผนการเขต G2 ของจูเก่อจิ่งหมิงในตอนสุดท้ายน่าทึ่งมากเกินไป และนำพาหายนะมาให้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะหลิงหลานย้ายฐานที่มั่นได้สำเร็จละก็ โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งย่อมถูกไล่ออกไปจากสนามอย่างแน่นอน เหล่ากรรมการคิดว่าแผนการนี้ราวกับเทพคำนวณ ซึ่งมันยอดเยี่ยมน่าทึ่งมากเกินไป หานจี้จวินกับหลี่หลานเฟิงถึงพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อเห็นสีหน้าอึมครึมของหานจี้จวินกับหลี่หลานเฟิง หลิงหลานก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ก็แค่พ่ายแพ้เพียงครั้งเดียว อนาคตย่อมมีโอกาสล้างความอัปยศ”
คำพูดของหลิงหลานทำให้สีหน้าของหานจี้จวินกับหลี่หลานเฟิงดูตกใจ จากนั้นสีหน้าของทั้งสองคนก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่สายตาที่พวกเขามองไปทางจูเก่อจิ่งหมิงเผยจิตสังหารเล็กน้อย
จูเก่อจิ่งหมิงได้รับรางวัลเสนาธิการยอดเยี่ยมที่สุดนี้ โรงเรียนทหารชายที่สองที่ได้รับความสะเทือนใจก็เหมือนได้รับการปลอบเล็กน้อย และก็ก่อให้เกิดความอิจฉาเกลียดชังของเจี่ยงเส่าอวี่ด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์ระหว่างจูเก่อจิ่งหมิงกับเจี่ยงเส่าอวี่แตกระแหงกันทันใด
จูเก่อจิ่งหมิงยังคงเผชิญหน้าเรื่องทั้งหมดนี้อย่างสงบนิ่งเช่นเคย ตรงกันข้ามเพื่อนของเขากลับกังวลใจมาก ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นนักเรียนปีห้าแล้ว และกำลังสมัครเข้ากองทัพ และโรงเรียนทหารชายที่สองร่วมมือกับกองทัพที่สอง กองทัพที่เก้าและกองทัพที่สิบเจ็ดมาโดยตลอด กองทัพทั้งสามนี้เป็นฝ่ายของจอมพลที่สองโดยมีกองทัพที่สองเป็นผู้นำ และเจี่ยงเส่าอวี่ถูกกำหนดให้เข้าสู่กองทัพที่สองแล้ว ถ้าเกิดล่วงเกินเขาจริงๆ ละก็ ไม่ว่าจูเก่อจิ่งหมิงเข้ากองทัพไหน ล้วนไม่เอื้ออำนวยต่อการก้าวหน้าในอนาคตอยู่บ้าง
“ปีนี้ฉันไม่สมัครเข้ากองทัพ” จูเก่อจิ่งหมิงบอกการตัดสินใจของเขาออกมาในที่สุด
“ทำไมล่ะ?” เพื่อนของเขาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“เสนาธิการยอดเยี่ยมที่สุด? เหอะๆ!” จูเก่อจิ่งหมิงหัวเราะอย่างขมขื่น การได้รับรางวัลนี้ทำให้เขาจิตใจไม่สงบ หลิงหลานที่ได้รับผู้บัญชาการยอดเยี่ยมที่สุดคนนั้นถึงจะเป็นเจ้าของรางวัลนี้ เขารู้ดีว่าในการต่อสู้ประจัญบาน แผนการของเขาถูกอีกฝ่ายมองทะลุทั้งหมด เขาแพ้ให้ฝ่ายตรงข้ามโดยไม่มีข้ออ้างเลยแม้แต่น้อย
“ฉันต้องกลับไปเปิดใช้พื้นที่สมอง N” จูเก่อจิ่งหมิงเอ่ยด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
“นายบ้าไปแล้ว!” เพื่อนของเขาอุทาน เขาเป็นคนของตระกูลจูเก่อเหมือนกัน รู้ว่าการเปิดใช้พื้นที่สมอง N หมายถึงอะไร นั่นเป็นเรื่องที่มีโอกาสรอดน้อยมาก อัตราสำเร็จมีแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่จำเป็นคนของตระกูลจูเก่อไม่มีทางเปิดใช้พื้นที่สมอง N เด็ดขาด
“ถ้าไม่เปิดใช้ ฉันก็จะถูกกำหนดให้เอาชนะเขาไม่ได้ไปชั่วชีวิต” แววตาของจูเก่อจิ่งหมิงเผยร่องรอยปณิธานออกมา ในฐานะเทพหยั่งรู้อนาคตจูเก่อ เขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองแพ้คนอื่นในด้านกลยุทธ์เป็นอันขาด
พอเห็นจูเก่อจิ่งหมิงตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เพื่อนของเขาก็จนปัญญา เขาเป็นกังวลและเตรียมตัวกลับไปบอกผู้นำตระกูล ผู้นำตระกูลจะต้องห้ามปรามความคิดโง่เง่าเช่นนี้ของจูเก่อจิ่งหมิ่งแน่นอน
หลังจากสิ้นสุดพิธีมอบรางวัลก็เป็นการประกาศว่าศึกประลองหุ่นรบสิ้นสุดลงแล้ว ทุกโรงเรียนยังต้องพักผ่อนบนดาวฉี่หมิงต่ออีกหลายวัน แต่แขกกิตติมศักดิ์ที่มาดูเริ่มจากไปแล้ว รวมถึงหลิงเซียวด้วย การหยุดพักครึ่งเดือนคือขีดจำกัดสูงสุดแล้ว กองทัพที่ยี่สิบสามยังต้องการเขาดูแลโดยภาพรวม เสนาธิการหลายคนที่อยู่เฝ้ากองทัพที่ยี่สิบสามก็ไถ่ถามมาไม่หยุดตั้งแต่ที่การต่อสู้ประจัญบานสิ้นสุดลง ถ้าเกิดไม่ไปอีก เสนาธิการเหล่านั้นก็จะรวมกลุ่มกันหยุดงานและออกไปจากกองทัพแล้ว
หลิงหลานพาทีมของเธอมาที่ท่ายานรบของหลิงเซียวโดยเฉพาะ มีคนมาส่งหลิงเซียวเยอะมาก ซึ่งเป็นคนจากทุกโรงเรียนเลย ถึงอย่างไรหลิงเซียวก็เป็นไอดอลของนักเรียนทหารทุกคน เมื่อไอดอลจากไป พวกเขาย่อมมาส่งที่ท่าอวกาศ
หลิงเซียวพาหลานลั่วเฟิ่งเดินจากช่อง VIP ไปที่ยานรบ เขาเห็นหลิงหลานยืนอยู่แถวด้านในสุด ในใจก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์มาก ทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาร่วมกับลูกสาวของเขา เขารู้สึกเหมือนเวลาไม่เพียงพอ เขาหวังให้ลูกสาวอยู่ข้างกายตัวเองจริงๆ และได้เห็นหน้ากันทุกวัน
หลิงเซียวยิ่งคิดก็ยิ่งนึกเสียใจภายหลัง ถ้าเกิดตอนนั้นเขากลับบ้านทำความเข้าใจสถานการณ์ก่อน บางทีเขาก็คงไม่ทำเรื่องโง่เง่าแบบนั้นออกมา น่าเสียดายที่เรื่องราวไปถึงขั้นนี้แล้วเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ หลิงเซียวนึกเสียใจอีกแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
“วันทยหัตถ์!” ทันใดนั้นเสียงเย็นชากระจ่างใสหนึ่งก็ดังขึ้นในท่าอวกาศ เสียงนี้ทะลุผ่านเสียงโห่ร้องฮือฮาตรงท่าอวกาศ แล้วตรงเข้ามาในหูของหลิงเซียว
จากนั้นก็เห็นหลิงหลานพาพวกเพื่อนๆ ของเธอวันทยหัตถ์ให้เขาอย่างสง่างามองอาจ ราวกับบอกหลิงเซียวว่า เธอเพลิดเพลินกับชีวิตแบบนี้ หลิงเซียวไม่ต้องเป็นห่วง
การกระทำของหลิงหลานทำให้นักเรียนทหารคนอื่นๆ ตรงท่าอวกาศเลียนแบบตาม ท่ามกลางเสียงวันทยหัตถ์ไม่หยุดนั้น นักเรียนทหารทั้งหมดวันทยหัตถ์ให้หลิงเซียว ใช้หัวใจที่เคารพนับถือมากที่สุดส่งเสาหลักของสหพันธรัฐและเป็นไอดอลของตัวเองจากไป
ท่าอวกาศเปลี่ยนจากเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวมาเป็นความเงียบกริบ การแสดงความเคารพนับถือจากใจของพวกนักเรียนทหารทำให้หลิงเซียวรู้สึกตื่นเต้น เขาวันทยหัตถ์คืนให้ทุกคนในท่าอวกาศอย่างจริงจัง
“พ่อคะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะ!” หลิงหลานใช้รูปปากกล่าวคำพูดประโยคนี้ออกมา หลิงเซียวแทบจะน้ำตาคลอ ในที่สุดลูกสาวของเขาก็เรียกเขาว่าพ่อแล้ว
หลิงเซียวสูดลมหายใจลึก ข่มกลั้นความตื่นเต้นในใจจากนั้นถึงลดมือที่ทำความเคารพลง เขาหันกายฉับพลันก่อนจะพาหลานลั่วเฟิ่งเดินเข้าไปในยานรบอย่างเฉียบขาด เขาจำเป็นต้องหันตัวไป เพราะเขากลัวว่าหากอยู่ตรงนั้นต่อไป น้ำตาของเขาคงจะไหลลงมา
“หลานเอ๋อร์ อดทนอีกสองปีนะ สองปีให้หลัง ลูกก็เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิงแล้ว” หลิงเซียวคิดแบบนี้ หลิงเซียววางแผนเอาไว้สมบูรณ์แบบมาก เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า บางครั้งแผนการก็สู้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ได้ เมื่อหลิงหลานเข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสามจริงๆ เขาคิดจะซ่อนเธอไว้ มันก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
—————————–