I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 540 ส่ง! (1)
หลิงหลานนำเกียรติยศที่มากพอกลับมายังโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง นี่ทำให้ชื่อเสียงกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนรวมถึงหลิงหลานไปถึงจุดสูงสุดทันที หลิงหลานก็ถูกนักเรียนชั้นปีต่ำมองว ว่าเป็นไอดอลเหมือนกัน ในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง หลิงหลานกลายเป็นไอดอลของทั้งโรงเรียนต่อจากเฉียวถิง แต่หลิงหลานมักจะเก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน บวกกับมีไอเย็นทั่วทั้งร่าง ทำใ ให้คนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ง่ายๆ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตของหลิงหลานเลย
เมื่อเฉียวถิงและพวกนักเรียนปีห้าจากไปเพราะเข้าฝึกงานในกองทัพ กลุ่มหุ่นรบใหญ่ต่างๆ ที่ถูกลดทอนกำลังรบไปมากก็ไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะต่อต้านกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนที่ขึ้น สู่จุดสูงสุด พวกเขาเลยเริ่มทำตัวเงียบๆ ขึ้นมา ผลงานยอดเยี่ยมบนการประลองหุ่นรบของหลิงหลานทำให้พวกเขารู้ดีว่า ไม่มีทางต่อกรอีกฝ่ายได้เลยถ้าเกิดขาดความสามารถของผู้ควบคุมหุ่ นรบไพ่ราชาขึ้นไป ทุกคนเลยไม่ก่อความขัดแย้งขึ้นมาอย่างรู้ใจกันดีมาก นี่ทำให้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ไม่นานก็ผ่านไปอีกสองเดือนกว่าแล้ว ในที่สุดนักเรียนปีห้าที่ผ่านการสมัครเข้ากองทัพก็ต้องจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง และเข้าสู่การฝึกงานในกองทัพต่างๆ แล้ว…กลุ่มหุ่นรบทั้ง งหมดล้วนอาลัยอาวรณ์กับการแยกจากกัน พวกเขาพากันขึ้นไปบนท่าอวกาศเพื่อส่งรุ่นพี่ของตัวเอง
บนลานจอดยานของท่าอวกาศ ยานรบยี่สิบสามลำตั้งแถวเรียงหนึ่ง พวกเขามาจากยี่สิบสามกองทัพของสหพันธรัฐ ถึงแม้กองทัพบางส่วนจะมีคนจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งสมัครสำเร็จเพียงแค่ไม่กี คน แต่พวกเขายังคงส่งยานรบมาตรฐานมาต้อนรับอย่างจริงจังเพื่อบ่งบอกว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับนักเรียนโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง
หลิงหลานเห็นว่ายานรบพวกนี้นอกจากตัวเลขบนตัวยานกับตราสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันแล้ว อย่างอื่นล้วนเป็นยานรบมาตรฐานที่เหมือนกันไม่มีผิด ในใจเธออดนึกสงสัยไม่ได้ว่า นี่เป็น นผลจากการที่กองทัพทั้งยี่สิบสามแห่งแข่งขันกันเองอีกหรือเปล่า
แต่ว่าต่อให้เป็นแบบนี้ คนที่ได้รับผลประโยชน์คือนักเรียนจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งอย่างพวกเขา เทียบกับยานโดยสารทั่วไปแล้ว ไม่ว่าเป็นด้านความสบายหรือว่าความปลอดภัย ยานรบล้ว วนเหนือกว่าหลายขั้น
กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนไม่เพียงมีแค่ทีมหลิงหลานที่มาส่ง แต่สมาชิกเกือบทุกคนของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนล้วนมาที่ลานจอดยานรบของกองทัพที่ยี่สิบสามเพื่อส่งรุ่นพี่ของตัวเอง บาง งทีอาจเป็นเพราะเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของกลุ่มหุ่นรบล้วนเป็นนักเรียนปีหนึ่งกับปีสอง พวกเขาเลยเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับกองทัพต่างๆ และอยากมาเปิดโลกทัศน์ สรุปคือทุ กคนมากันหมด และกระตือรือร้นกันอย่างน่าประหลาดใจ
หลิงหลานเห็นสมาชิกกลุ่มหลิงเทียนมากมายเบื้องหน้านี้ ขมับสองข้างก็กระตุกขึ้นมาฉับพลัน รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ามาก เธอคล้ายกับมองเห็นภาพอาจารย์แต่ละคนมองห้องเรียนที่โหรงเหร รงว่างเปล่าแล้วแผดเสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
หลิงหลานสูดลมหายใจลึกอย่างเงียบๆ วันนี้เป็นวันดี เธอจะโมโหไม่ได้เด็ดขาด! ดังนั้นหลิงหลานเลยตัดสินใจเมินสมาชิกกลุ่มพวกนี้ ส่วนพวกเขากลับไปแล้วจะถูกพวกอาจารย์เคี่ยวกรำ อย่างไร้ความปรานีหรือไม่ หลิงหลานบอกเลยว่าเธอตั้งตารอมาก
เป้าหมายที่กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนมาส่งในครั้งนี้มีอยู่สามคน ซึ่งก็คือหลี่หลานเฟิง จ้าวจวิ้น และหลี่ซื่ออวี๋
ช่วยไม่ได้นี่นา กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนเพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่นาน นอกจากสามคนนี้ที่ตัดสินใจเข้าร่วมตอนปีหนึ่งแล้ว หลิงเทียนที่เพิ่งจะก่อตั้งไม่มีผลงานอะไรเลยสักนิดเดียว ยังดึ งดูดนักเรียนชั้นปีสูงคนอื่นๆ ให้เข้าร่วมกลุ่มได้ไม่มากพอ เมื่อพวกหลิงหลานกลับมาพร้อมกับเกียรติยศ นักเรียนปีห้าที่ทุ่มเทจิตใจกับการเตรียมตัวประเมินเข้ากองทัพก็ไม่มีใจไปเข้าร ร่วมกลุ่มหุ่นรบใหม่แล้วเหมือนกัน
คนมีไม่มากแต่ว่ามีคุณภาพ ถึงแม้หลิงเทียนมีนักเรียนปีห้าที่สมัครสอบเข้ากองทัพแค่สามคน แต่นักเรียนปีห้าสามคนนี้ล้วนเป็นผู้ที่เก่งกาจในด้านของแต่ละคน หลี่ซื่ออวี๋เป็นนักเ เรียนดีเด่นของภาควิจัยแพทย์ทหาร เขาเพิ่งจะส่งข้อมูลสมัครสอบไปที่กองทัพที่ยี่สิบสาม เขาก็ได้รับจดหมายตอบรับยกเว้นการสอบที่นายพลหลิงเซียวเขียนด้วยปากกา ทำให้ทุกคนอิจฉาริษยา าเกลียดชังอยู่ลึกๆ
จ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงเลื่อนขั้นสู่ระดับไพ่ราชาหลังจากศึกประลองหุ่นรบ ถึงแม้ระดับไพ่ราชาของหลี่หลานเฟิงในตอนนี้ยังไม่มั่นคง แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ ขอเพียงให้เวลาหลี่ หลานเฟิง เขาย่อมเข้าสู่ระดับไพ่ราชาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าเป็นกองทัพไหน ผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาล้วนได้รับการต้อนรับอย่างยิ่ง
แต่เมื่อเทียบกับจ้าวจวิ้นที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นในตอนสมัครสอบแล้ว หลี่หลานเฟิงกลับติดขัดอยู่บ้าง ถึงแม้พรสวรรค์ในการควบคุมหุ่นรบของหลี่หลานเฟิงจะทำให้บรรดาผู้ประเมินของ งกองทัพที่ยี่สิบสามตื่นเต้นมาก แต่ร่างกายที่อ่อนแอของเขาก็ทำให้พวกผู้ประเมินกลัดกลุ้มใจมากเช่นกัน เมื่อหลี่หลานเฟิงควบคุมหุ่นรบอย่างสุดกำลัง ก็ยืนหยัดได้เพียงประมาณสิบน นาทีเท่านั้น นี่เป็นการถ่วงความเจริญอย่างยิ่ง พวกผู้ประเมินลังเลใจมาก หากไปสนามรบด้วยร่างกายแบบนี้ ต่อให้ควบคุมหุ่นรบเก่งอีกสักแค่ไหนก็เป็นการเอาชีวิตไปทิ้ง พวกเขาเลยอยากจะ ะสละทิ้ง…ถึงอย่างไรโควตาการประเมินของกองทัพล้วนมีค่ามาก ดังนั้นพวกเขาจะใช้อย่างเสียเปล่าไม่ได้
ถึงแม้ว่านี่จะโหดร้ายอยู่บ้าง แต่ผู้ประเมินจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อกองทัพของตัวเอง พวกเขาประเมินความสามารถผู้เข้าทดสอบ ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาว่าพวกเขาจะมีโอกาสก้าวหน้าได้หรือ อเปล่า…และการเอาชีวิตรอดได้นานคือกุญแจสำคัญที่สุด ต่อให้มีพรสวรรค์เก่งกาจมีความสามารถแข็งแกร่งอีกสักแค่ไหน ถ้าเกิดอยู่รอดนานไม่ได้ นั่นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ตัดใจทิ้งหลี่หลานเฟิงไม่ลงอีก เนื่องจากพวกเขามองเห็นความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งในอนาคตของหลี่หลานเฟิง เขาสามารถทะลวงขีดจำกัดได้ภายใต้แรงกดดันท่ามกลางการต ต่อสู้ นี่อาจจะทำให้หลี่หลานเฟิงมีความหวังรอดชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย พวกผู้ประเมินมีความเห็นตรงกันไม่ได้ และก็ไม่มีใครโน้มน้าวใจใครได้ ก็เลยส่งชะตาชีวิตของหลี่หลานเ เฟิงไปที่ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของกองทัพที่ยี่สิบสาม ให้ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์มาตัดสินว่าจะเอาหรือไม่เอา
อันที่จริงหลิงหลานรู้ดีว่าชะตาชีวิตของหลี่หลานเฟิงไม่แน่นอน ตอนที่จ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงทำการประเมิน เสี่ยวซื่อที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาการทดสอบมากก็แอบทำการถ ถ่ายทอดสดสถานการณ์ประเมินทดสอบของพวกเขา
หลิงหลานไม่ได้สอดมือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงแม้หลิงหลานมีวิธีต่างๆ นานาที่ช่วยหลี่หลานเฟิงสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามได้อย่างราบรื่น แต่หลิงหลานคิดว่า นี่เป็นเส้นทางของ ตัวหลี่หลานเฟิงเอง ไม่ว่าจะราบรื่นหรือว่าล้มเหลวล้วนต้องให้หลี่หลานเฟิงลองเผชิญดูด้วยตัวเอง
แน่นอนว่าถ้าเกิดหลี่หลานเฟิงทำการประเมินรอบนี้ล้มเหลว เขายังสามารถรอประเมินทดสอบต่อไปตอนอยู่ปีหก หรือต่อให้ปีหกล้มเหลวอีก ก็ไม่ใช่ว่าหลี่หลานเฟิงจะไม่มีโอกาสเข้ากองทัพท ที่ยี่สิบสามเลย เพียงแต่ถ้าเปิดแบบนี้ เส้นทางในอนาคตของหลี่หลานเฟิงจะเดินไปอย่างวกวนและยากลำบากมากยิ่งขึ้น เริ่มแรกเขาจำเป็นต้องสมัครเข้าร่วมคัดเลือกทหารของกองทัพที่ยี่สิบสาม มเหมือนประชาชนทั่วไป จากนั้นก็ต้องเสียเวลาหลายปี ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจากทหารระดับต่ำสุด ไม่เหมือนกับตอนนี้ ที่พอเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามแล้วก็จะได้ยศร้อยตรี…
อย่างไรก็ตาม เรื่องบางอย่างไม่ใช่ว่าคุณไม่คิดแล้วก็จะไม่มา หลายวันต่อมา หลิงหลานก็ได้รับโทรศัพท์จากเหอซวี่หยาง เสนาธิการอันดับหนึ่งของพ่อเธอ
“คุณชายหลาน ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะครับ?” เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นในช่องสื่อสาร ขมับสองข้างของหลิงหลานก็อดกระตุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อสงสัยแรกคือพ่อของเธอเล่นลู กไม้อะไรอีกหรือเปล่า?
เหอซวี่หยางคล้ายกับสัมผัสได้ถึงความคิดของหลิงหลาน เขารีบเอ่ยปากอธิบายแทนท่านนายพลของตัวเองว่า “คุณชายหลาน ที่ติดต่อคุณวันนี้ไม่เกี่ยวกับนายพลของพวกเราเลยสักนิดเดียวครั บ”
“อ้อ?” หลิงหลานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย เธอไม่รู้จริงๆ ว่า นอกจากพ่อแล้ว เธอยังมีอะไรเกี่ยวข้องกับเสนาธิการอันดับหนึ่งข้างกายพ่อคนนี้อีก
เหอซวี่หยางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนหน้านี้เขาติดต่อหาคุณชายหลานก็เพื่อถ่ายทอดความห่วงใยต่างๆ นานาของท่านนายพลของเขาที่มีต่อคุณชายหลานจริงๆ ท่านนายพลยุ่งมากเกินไป แต่ก ก็กลัวละเลยลูกเพียงคนเดียวของตัวเอง ดังนั้น เลยมอบหมายให้เหอซวี่หยางติดต่อหลิงหลานเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัยทุกอย่าง
แต่ถึงอย่างไรเหอซวี่หยางก็เป็นเสนาธิการอันดับหนึ่งข้างกายหลิงเซียว ฝึกฝนหนังหน้าจนหนาไปนานแล้ว เขาเอ่ยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “คุณชายหลาน เรื่องเป็นแบบนี ครับ ทางเราได้รับผลคะแนนประเมินล่าสุดของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ผู้ประเมินมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับผู้เข้าทดสอบคนหนึ่ง สุดท้ายเลยส่งมาที่ทางเรา ให้พวกเราตัดสินใจ”
หลิงหลานฉุกใจขึ้นมา เธอรู้ว่าผู้เข้าทดสอบคนนี้จะต้องเป็นหลี่หลานเฟิงอย่างแน่นอน และก็มีแค่หลี่หลานเฟิงเท่านั้นที่ทำให้ผู้ประเมินอยากทิ้งแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตัดใจทิ้งไ ไม่ลง คุณสมบัติร่างกายอยู่คาบเส้น แต่ยังสามารถทะลวงขีดจำกัดสู่ไพ่ราชาได้ตอนปีห้า ไม่ต้องสงสัยเลยสักนิดว่า พรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบของหลี่หลานเฟิงอยู่ในระดับปีศาจอัจฉริยะ ะสุดขีดถึงได้ทะลวงขีดจำกัดของร่างกายอย่างต่อเนื่อง และทะลวงระดับขั้นสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า
“ใครล่ะ?” หลิงหลานเอ่ยถามอย่างเรียบเฉยมาก ราวกับไม่รู้อะไรเลย
เหอซวี่หยางยิ้มเหมือนเข้าใจดีและเอ่ยว่า “หลี่หลานเฟิง!”
หลิงหลานมองเหอซวี่หยางในหน้าจออย่างเย็นชา รอคอยคำพูดต่อมาของอีกฝ่าย
“ผมรู้ว่าหลี่หลานเฟิงเป็นคนของกลุ่มหุ่นรบคุณ และอาจจะเป็นคนของหน่วยรบคุณด้วย” เหอซวี่หยางกล่าวต่อ ถึงแม้รายชื่อทีมของหลิงหลานจะไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการมาตลอด แต่ จนถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เหอซวี่หยางไม่เห็นรายชื่อที่แท้จริง เขาก็สามารถอาศัยการจัดตำแหน่งในการต่อสู้ประจัญบานคาดเดาออกมาได้
“อื้อ!” หลิงหลานย่อมรู้เรื่องนี้ดีเลยยอมรับตรงๆ
“คุณน่าจะรู้จักหลี่หลานเฟิงมาก ผมอยากถามว่า หลี่หลานเฟิงมีโอกาสหรือเปล่า?” เหอซวี่หยางไม่อ้อมค้อมเลย เขาถามคำถามที่เขาเป็นห่วงออกมาโดยตรง
หลิงหลานรู้ว่าเหอซวี่หยางอยากถามว่าอนาคตหลี่หลานเฟิงจะมีโอกาสทะลวงระดับขั้นต่ออีกหรือเปล่า กองทัพยอมรับผู้สมัครสอบจากโรงเรียนทหารเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังรบเพียงอย่าง งเดียว หากแต่เลือกเมล็ดพันธุ์ที่โดดเด่นมาอบรมบ่มเพาะให้กลายเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพ ในกองทัพที่เติบโตเต็มที่กองหนึ่ง แปดสิบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของทหารที่เป็นกระดูกสันหลังข ของมันล้วนเป็น ‘คนใน’ ที่กองทัพอบรมบ่มเพาะด้วยตัวเอง มีเพียงทหารแบบนี้เท่านั้นถึงจะซื่อสัตย์จริงใจต่อกองทัพของตัวเอง ถึงจะสามารถรวมกองทัพจากทั้งระดับบนและระดับล่างให้กลายเ เป็นกลุ่มเดียวกัน
ในสหพันธรัฐ กองทัพที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานที่สุดคือกองทัพที่หนึ่ง กองทัพที่สอง และกองทัพที่สาม โดยพื้นฐานแล้วผู้บัญชาการแต่ละคนล้วนกลายเป็นจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามของสหพันธรั ฐ นี่ก็คือการสืบทอด เนื่องจากจอมพลแต่ละรุ่นล้วนเป็นคนที่ได้รับการอบรมบ่มเพาะจากกองทัพสามกองนี้ นี่เลยทำให้กองทัพสามกองแรกกลายเป็นกองทัพสามกองที่แข็งแกร่งที่สุดของสหพันธ ธรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม การอบรมบ่มเพาะทหารระดับสูงที่เป็นกระดูกสันหลังสักคนจะต้องใช้ทรัพยากรนับไม่ถ้วนของกองทัพ นี่เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมกองทัพถึงให้ความสำคัญกับการประเมินของโรงเรียนทหารแ แต่ละครั้ง นักเรียนที่สมัครสอบเหล่านี้เป็นบุคคลสำคัญในอนาคตของพวกเขา เพราะฉะนั้นโควตาแต่ละอันพวกเขาเลยไม่กล้าหละหลวม จะต้องพิจารณารอบด้าน กลัวว่าตัวเองจะเลินเล่อรับคนไร้ค่าเ เข้ามา ซึ่งไม่เพียงเสียโควตา ยังสิ้นเปลืองทรัพยากรนับไม่ถ้วนของกองทัพด้วย
หลิงหลานนิ่วหน้า แล้วเอ่ยปากถามว่า “ทำไมถึงถามผมล่ะ? นี่เป็นเรื่องกองทัพที่ยี่สิบสามของพวกคุณไม่ใช่หรือไง?”
“ความจริงแล้ว ว่าตามเหตุผลหลี่หลานเฟิงจะต้องโดนตัดทิ้งครับ” เหอซวี่หยางกล่าว “แต่เขาเป็นคนของคุณ นี่เลยทำให้ผมลังเลนิดหน่อย”
มือของหลิงหลานที่ห้อยลงต่ำพลันกำหมัด ดวงหน้าเย็นเยียบมากยิ่งขึ้น “ยังไงครับ เขาเป็นคนของผมก็แตกต่างแล้วเหรอ”
“ใช่ครับ!” คำพูดของเหอซวี่หยางทำให้โทสะในใจหลิงหลานพวยพุ่ง เธอรู้สึกได้ถึงการสบประมาทต่อตัวเองและก็หลี่หลานเฟิง หรือเพราะว่าเธอ หลิงหลานเป็น ‘ลูกชาย’ ของหลิงเซียวก็ เลยมีอภิสิทธิ์ในระดับหนึ่งเหรอ? หรือเป็นเพราะว่าหลี่หลานเฟิงคือคนของเธอ ดังนั้นเลยจะสงเคราะห์รับไว้ให้เหรอ?
“แค่ก คุณชายหลาน คุณคิดว่าผมจะให้อภิสิทธิ์กับหลี่หลานเฟิงเหรอ?” เหอซวี่หยางยิ้มขึ้นมา เขาสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของหลิงหลานจากไอเย็นตรงหว่างคิ้วของเธอ
“แล้วไม่ใช่หรือไงครับ?” คำพูดของเหอซวี่หยางทำให้หลิงหลานใจเย็นลงทันที ดวงหน้ากลับมาเฉยชาอีกครั้ง เธอกังวลใจจนสับสน เหอซวี่หยางเป็นคนที่มีบรรทัดฐานมาก ไม่มีทางประจบเอาใจ จ ‘ลูกชาย’ ของผู้บัญชาการและเปิดประตูหลังให้
แววตาของเหอซวี่หยางมีร่องรอยความชื่นชมพาดผ่าน หลิงหลานดูเหมือนเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ความจริงแล้วเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เธอให้ความสำคัญต่อคนข้างกายมาก ไม่อนุญาตให้ใ ใครหน้าไหนมาดูแคลน แต่หลิงหลานก็ไม่ใช่คนที่โดนอารมณ์ควบคุม ตอนที่เธอควรใจเย็น เธอก็ใจเย็นกว่าใครๆ