I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 543 กลัวอะไร? (1)
“หา…หัวหน้าเป็นผู้คุ้มกันเนี่ยนะ” ทุกคนอุทานขึ้นมา มีหลายคนเป็นคนที่มาจากตระกูลใหญ่ รู้ว่าผู้คุ้มกันหมายถึงอะไร มีชีวิตอยู่เพื่อเจ้านายและตายเพื่อเจ้านาย ชั่วชีวิตอยู่ใ ในความมืด ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแสงสว่าง
“ผู้คุ้มกันได้แต่อยู่ในตระกูล ไม่รับอนุญาตให้เข้าโรงเรียนทหารไม่ใช่เหรอ?” อี้เทียนเกอถามข้อสงสัยของทุกคนออกมา
“เพราะฉันได้รับอนุญาตจากคุณชายหลานให้เข้าโรงเรียนทหารได้ไงละ” สีหน้าเย็นชาของหลิงอี้เผยรอยยิ้มซาบซึ้งใจรางๆ ทำให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นมากทันที
“อนุญาต? หรือว่าคุณชายหลานของนายขอร้องผู้นำตระกูลให้นายเหรอ?” อี้เทียนเกออดนิ่วหน้าไม่ได้ เขารู้ดีความสำคัญของผู้คุ้มกันต่อตระกูล พวกเขาเป็นตัวตนลับที่สุดของตระกูล ปกติแ แล้วตระกูลจะไม่อนุญาตให้ผู้คุ้มกันติดต่อกับโลกภายนอกเลย กลัวว่าพวกเขาพวกเขาจะมีใจออกห่าง ถ้าเกิดผู้นำตระกูลเห็นด้วยกับคำขอของลูกตัวเองตามใจชอบ โดยไม่สนใจกฎของตระกูล เช่นนั้น นตระกูลนี้ก็ใกล้จะล่มสลายแล้ว
“ไม่ใช่ คุณชายหลานก็คือผู้นำตระกูลหลิงของพวกเรา” คำตอบของหลิงอี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง หลิงอี้มาจากสถาบันลูกเสือตั้งแต่แรก ไม่ใช่ออกจากตระกูลเข้าร่วมตอนกลางทาง หรือพูดอีกอย่า างก็คือหลิงอี้ได้รับอนุญาตก่อนอายุหกขวบ ถ้าอย่างนั้นหลิงหลานก็ได้แต่ต้องเป็นผู้นำตระกูลในเวลานั้น หรือว่าเร็วกว่านั้น นี่หมายความว่าตอนที่หลิงหลานอายุหกเจ็ดขวบไป ก็เป ป็นผู้นำตระกูลแล้ว? อายุเท่านี้เกรงว่าอาจจะเป็นผู้นำตระกูลที่อายุน้อยที่สุดก็ได้
ควรรู้เอาไว้ว่า การเลือกผู้นำตระกูลในปัจจุบันมีเงื่อนไขว่าลูกหลานสายตรงจำเป็นต้องมีอายุตรงครบสามสิบปีขึ้นไป ถ้าเกิดทายาทสายตรงไม่มีคนตรงตามเงื่อนไข ก็จะเลือกผู้สมัครที่มี อายุเหมาะสมจากสายรองที่มีสายเลือดใกล้ชิดกับสายตรงมากที่สุด รอจนกระทั่งทายาทสายตรงอายุครบสามสิบปีแล้ว ถึงค่อยทำการกำหนดผู้ได้รับเลือกเป็นผู้นำตระกูลที่แท้จริงอีกครั้ง นี เพื่อให้แน่ใจว่าผู้นำตระกูลจะไม่ถูกข้ารับใช้หลอกลวงควบคุมเพราะว่าอายุน้อยเกินไปจนสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้ตระกูล และคุกคามจนถึงมรดกตกทอดของตระกูล
“หมอนั่นไม่ใช่หุ่นเชิดเหรอ?” อี้เทียนเกอทำไม้ทำมือด้วยความกังวลใจ
หลิงอี้ถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ใช่อยู่แล้ว คุณชายหลานเป็นผู้นำตระกูลโดยชอบธรรม เขาแข็งแกร่งมากตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งคุณชายหลานหรอกนะ”
อี้เทียนเกอได้ยินคำกล่าวก็มองหลิงอี้อย่างจริงจัง ก่อนจะตบบ่าหลิงอี้หนักๆ และกล่าวว่า “หลิงอี้ ตอนนี้ในที่สุดฉันก็วางใจฝากเนื้อหลายร้อยกิโลของฉันให้กับนายได้แล้ว นายภักดีผู้นำตระกูลที่อายุน้อยแบบนี้ได้โดยที่ไม่คิดแย่งชิงอำนาจ ทุกคนในตระกูลพวกนายคู่ควรให้เชื่อใจได้เลย”
“ไสหัวไป!” หลิงอี้ผลักอี้เทียนเกอด้วยอย่างจนคำพูด ตระกูลหลิงล้วนเป็นคนที่เที่ยงตรงกล้าหาญซื่อสัตย์อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะสามารถอบรมสั่งสอนนายพลหลิงเซียวออกมาได้อย่างไร
หลิงอี้คิดอย่างภาคภูมิใจ แต่เขารู้ดีว่าไม่สามารถพูดเรื่องของหลิงเซียวออกไปได้ ตอนที่หลิงฉินติดต่อเขาในหลายปีมานี้ก็เตือนเขาตลอดว่าห้ามให้ใครรู้เรื่องเด็ดขาดว่าคุณช ชายหลานเป็นลูกชายของหลิงเซียว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของคุณชายหลาน
หลิงอี้มองลูกทีมข้างกายอย่างรู้สึกผิด แต่วินาทีถัดมาก็กลับมาเยือกเย็นตามเดิม เขาเป็นผู้คุ้มกันของคุณชายหลาน ต่อให้ทำผิดต่อพี่น้อง เขาก็จะต้องเก็บความลับนี้ไว้
“แต่ว่าผู้คุ้มกันที่เปิดเผยตัวก็จะเป็นผู้คุ้มกันไม่ได้แล้ว นายยังกลับไปอยู่ข้างกายเขาได้อีกเหรอ?” อี้เทียนเกอถามคำถามที่โหดร้ายมากออกมาในที่สุด เขาไม่เชื่อว่าหลิงอี้จ จะไม่รู้
แววตาของหลิงอี้มีความลังเลพาดผ่าน แต่เขาก็แน่วแน่ขึ้นมาทันที “คุณชายหลานเคยบอกว่า ไว้ฉันแข็งแกร่งแล้ว เขาจะให้ฉันกลับมา” เขาจดจำคำสาบานในปีนั้นได้อย่างขึ้นใจ เขาบอกว ว่าเขาจะรับตำแหน่งต่อจากคุณอาอวี่ กลายเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกันของคุณชายหลาน เป็นผู้คุ้มกันที่จงรักภักดีคุณชายหลานมากที่สุด เขาพูดได้ก็ต้องทำได้! หลิงอวี้กำสองมือที่ห้อยลง งต่ำแน่นยิ่งขึ้น คล้ายกับว่าทำแบบนี้แล้วสามารถเพิ่มความมั่นใจให้เขาได้
อี้เทียนเกอลอบทอดถอนใจ เขาสบตาหรงจื้อรั่วกับเหยียนอู๋โยวแวบหนึ่ง แววตาทุกคนมีความเข้าใจรางๆ พาดผ่าน พอเห็นหลิงอี้ที่ยังคงฝันว่าอยากกลับไปอยู่ข้างกายคุณชายหลาน พวกเข ขาก็ไม่เอ่ยปากพูดอะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจของหลิงอี้
ผู้คุ้มกันไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยตัว ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับโลกภายนอก และยิ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นเหมือนกับหลิงอี้ มีหน่วยรบ มีเพื่อน มีพันธมิตร พวกเขาได้แต่ใช้ชีวิตเพ พื่อเจ้านายเท่านั้น สถานะของหลิงอี้ในตอนนี้ไม่สามารถเข้าเงื่อนไขต่ำสุดของผู้คุ้มกันได้เลย อี้เทียนเกอคิดว่าหลิงอี้ในวัยเด็กนั้นจะต้องโดนคุณชายหลานของเขาหลอกแน่ๆ เลย
อารมณ์ของหลิงอี้ค่อยๆ สงบลง และกลับมาเป็นเด็กหนุ่มเย็นชาเหมือนอย่างในตอนแรกอีกครั้ง เขามองพวกเพื่อนๆ ข้างกายที่เติบโตมาด้วยกันตลอดแวบหนึ่ง ความกล้าและความมั่นใจครอบคลุม มจิตใจในพริบตา จากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังว่า “ไป พวกเราไปลงทะเบียนกัน”
หลิงอี้เป็นคนแรกที่ก้าวยาวๆ เดินไปยังป้ายรถประจำทางโฮเวอร์คาร์ที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด พวกอี้เทียนเกอมองหน้ากันเองด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หลิงอี้ที่เต ต็มไปด้วยความฮึกเหิมแบบนี้ถึงจะเป็นหัวหน้าทีมของพวกเขา พวกอี้เทียนเกอเดินตามไปอย่างอารมณ์ดีสุดขีด
คุณชายหลาน ผม…หลิงอี้มาแล้ว!
ศูนย์บัญชาการกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่ง เยี่ยซวี่พาสมาชิกทีมหลายคนเดินเข้ามาในห้องโถง เมื่อเยี่ยซวี่ย่างเท้าเข้ามา และเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็รู้ สึกว่าห้องโถงวันนี้แตกต่างจากปกติอยู่บ้าง ยังไม่ทันที่เขาจะใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ก็ได้ยินเสียงคนจากด้านหลังตะโกนว่า “รุ่นพี่เยี่ย รอเดี๋ยวก่อน”
เยี่ยซวี่หันหน้ามองไป เป็นรุ่นน้องปีสองคนหนึ่งที่อยู่ตรงจุดต้อนรับของห้องโถง อีกฝ่ายรีบเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าเซอร์ไพรส์
“มีธุระอะไรเหรอ?” เยี่ยซวี่ถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
รุ่นน้องปีสองเอ่ยด้วยความเกรงอกเกรงใจว่า “รุ่นพี่เยี่ยจะไปหาหัวหน้ากลุ่มอู่ใช่หรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว” ปกติแล้วเยี่ยซวี่ไม่มาที่ศูนย์บัญชาการ เมื่อมาที่ศูนย์บัญชาการ เขามักจะมาหาหัวหน้าทีมตัวเองเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับหน่วยรบ นับตั้งแต่ที่อู่จย่งรับผิดชอบเรื องราวทุกอย่างของศูนย์บัญชาการ การจัดแผนการฝึกฝนของหน่วยรบก็ตกมาอยู่ที่ตัวรองหัวหน้าทีมเยี่ยซวี่คนนี้ ทำให้เยี่ยซวี่ยุ่งมาก
“รบกวนรุ่นพี่เยี่ยซวี่ช่วยแจ้งรุ่นพี่อู่ด้วยครับ” ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็โค้งตัวเก้าสิบองศา ชูเมมโมรี่การ์ดขนาดเล็กขึ้นมาด้วยความเคารพ
เยี่ยซวี่สะดุ้งโหยงกับท่วงท่าเคารพนอบน้อยเช่นนี้ของอีกฝ่าย เขาถอยหลังหนึ่งก้าวตามจิตใต้สำนึก “นายยืนตัวตรงแล้วค่อยพูดดีๆ นายทำแบบนี้ทำไม” เขาชี้ไปยังสิ่งของในมืออีกฝ่าย ยและถามว่า “อีกอย่าง ในนี้คืออะไร?”
“นี่เป็นรายชื่อนักเรียนใหม่ปีนี้ที่สมัครเข้าร่วมกับพวกเราครับ รบกวนรุ่นพี่เยี่ยมอบให้หัวหน้ากลุ่มอู่ด้วย” รุ่นน้องปีสองไม่ได้ยืดตัวตรง ตรงกันข้ามเขากลับก้มหัวลงต่ำกว่าเดิม ม
“ฉันฝากเอาไปให้ได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่นายทำตัวสุภาพขนาดนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เยี่ยซวี่เห็นศีรษะของอีกฝ่ายใกล้จะแตะพื้น ก็รู้สึกทนไม่ไหว ดังนั้นเลยรับเมมโมรี การ์ดแผ่นนั้นมา ปากก็เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
รุ่นน้องปีสองเห็นอีกฝ่ายรับไปแล้วถึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะแสดงความดีใจที่รอดพ้นภัยพิบัติมาได้ เขาได้ยินคำถามของเยี่ยซวี่ก็มองซ้ายมองขวา แล้วค่อยเขยิบเข้าไปใกล้ เยี่ยซวี่และเอ่ยเสียงเบาว่า “วันนี้ ลูกพี่มาครับ” กล่าวจบก็ชี้ไปด้านบน บ่งบอกว่าลูกพี่อยู่กับหัวหน้ากลุ่มอู่
ไม่นานมานี้ สมาชิกในกลุ่มไม่เรียกหลิงหลานว่าหัวหน้ากลุ่มอีกต่อไปแล้ว แต่เรียกว่าลูกพี่แทน