I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 558 เซี่ยอี๋ที่อันตราย! (1)
เช่นนี้เอง หลิงหลานกับถังอวี้สองคนเลยต่อสู้กันสามร้อยกว่ากระบวนท่าแล้ว หลิงหลานก็เผยช่องโหว่ออกมาให้อาจารย์ถังอวี้โจมตีใส่และเอาชนะเธอไปได้ ผลลัพธ์นี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ ในที่แห่งนี้ร้องโอดครวญไม่หยุด พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนพ่ายแพ้ยับเยิน แต่เซี่ยอี๋ที่เป็นเจ้ามือก็ทำหน้าขมขื่นเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขาต้องจ่ายให้เกาจิ้นอวิ๋นรวมถึงหน่วยรบของ งเขาหนึ่งแสนแปดหมื่นเครดิต ทำให้เครดิตที่เขาสะสมมาหลายปีหมดเกลี้ยงไปทันที กลับสู่ความยากจนดังเดิมอีกครั้ง
ภายในหน่วยรบของเกาจิ้นอวิ๋น รองหัวหน้ายากจะควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองได้ เขาคว้าแขนขวาของเกาจิ้นอวิ๋นฉับพลัน ก่อนจะเขย่าสุดชีวิตพลางกล่าวว่า “หัวหน้าๆ ฉันไม่ได้ฝันไปมะ.. ..ระ…เราชนะแล้วจริงๆ ด้วย”
เกาจิ้นอวิ๋นโดนรองหัวหน้าทีมตัวเองเขย่าจนโคลงเคลงไปมา เขายิ้มโง่เง่า ทำหน้าเหมือนกับกำลังฝันไป ตอนแรกที่วางเดิมพัน เขาแค่ทำเพื่อสนับสนุนลูกพี่เท่านั้น ไม่ได้อยากเอาชนะเพื่ อเงินมาจริงๆ ไม่นึกเลยความเชื่อมั่นของเขาที่มีต่อลูกพี่จะได้รับค่าตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ ครั้งนี้ต้นทุนของเขาบวกกับกำไร เขามีอยู่หนึ่งแสนสองหมื่นเครดิตทันที อ้อไม่สิ ถ้าเกิด ดนับของทีมไปด้วยก็เป็นสองแสนสี่หมื่นเครดิต หักต้นทุนไปหกหมื่น นั่นก็เป็นหนึ่งแสนแปดหมื่นเครดิต…
สามหมื่นเครดิตของเกาจิ้นอวิ๋น นั่นเป็นเงินที่เขาสะสมมาตั้งแต่เด็กจนโต ควรพูดว่าตอนนั้นเขาหยิบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขามาเดิมพันที่ลูกพี่หลาน
ทุกคนในหน่วยรบเกาจิ้นอวิ๋นล้วนมาจากครอบครัวประชาชนทั่วไป ไม่เหมือนกับหน่วยรบอื่นที่มีเบื้องหลังไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกัน การที่หน่วยรบพวกเขาสามารถหยิบสามหมื่นเครดิตออกมาเ เดิมพันที่หลิงหลาน อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน ตอนนั้นเครดิตของพวกเขาทั้งทีมก็มีแค่สามหมื่นกว่า ไม่ถึงสี่หมื่น การที่พวกเขายินดีหยิบสามหมื่นเครดิตออกมาก็เป็นก การแสดงออกถึงความเชื่อใจหัวหน้าทีมตัวเอง และตอนนี้ พวกเขาก็ได้รับผลตอบแทนเนื่องจากความเชื่อใจของพวกเขาแล้ว ทำให้เงินทุนด้านพลาธิการของทีมเพิ่มขึ้นหนึ่งแสนกว่าทันที เพียงพอให ห้ทีมพวกเขาเปลี่ยนจากปืนยิงนกมาเป็นปืนใหญ่[1]ได้ทั้งทีมแล้ว
ไม่พูดถึงพวกเกาจิ้นอวิ๋นแล้วว่าตื่นเต้นกันแค่ไหน หลิงหลานออกมาจากในห้องคนขับของหุ่นรบ ยังไม่ทันที่เธอจะถึงพื้น ฉีหลงกับหานจี้จวินก็เดินเข้ามากันแล้ว
“ลูกพี่ ลำบากแล้ว”
หลิงหลานเหลือบมองฝูงชนที่รวมตัวกันส่งเสียงเอะอะอยู่ทางด้านนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เซี่ยอี๋ แพ้แล้ว” ถ้าเกิดชนะขึ้นมา ฝูงชนจะต้องกระจัดกระจายกันไปแล้ว
“เกาจิ้นอวิ๋นกับทีมของเขาเดิมพันว่าลูกพี่จะทนได้สามร้อยกระบวนท่า ลงไปหกหมื่นเครดิต” ฉีหลงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลิงหลานประหลาดใจ “เซี่ยอี๋กล้ารับด้วยเหรอ?” เธอย่อมจำได้ว่าเธอเคยบอกเซี่ยอี๋ไปแล้วว่าครั้งนี้จะสู้กันมากกว่าสามร้อยกระบวนท่า หรือว่าตอนนั้นเซี่ยอี๋ไม่ตั้งใจฟัง? ดูท่าระย ยะนี้เซี่ยอี๋ได้ใจไปหน่อยจริงๆ ถึงเวลาที่ต้องอบรมเขาแล้ว
หลิงหลานเห็นสีหน้าของหานจี้จวินดูแปลกพิกลนิดหน่อยก็ฉุกใจคิดขึ้นมา “มีสาเหตุอื่นเหรอ?”
หานจี้จวินพยักหน้า แล้วบอกเรื่องที่เซี่ยอี๋ขุดหลุมฝังตัวเองออกมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ หลิงหลานได้ยินคำกล่าวก็ปรายตามองเซี่ยอี๋อย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแวบหนึ่ง
ทันใดนั้นเซี่ยอี๋ที่กำลังโอนเครดิตให้หน่วยรบของเกาจิ้นอวิ๋นก็รู้สึกได้ถึงสายตาเย็นเยียบทิ่มแทงกระดูกกวาดมองเข้ามา เขาตัวสั่นเทา เลือดแทบจะถูกแช่แข็งแล้ว ไม่ต้องหันหน้าก กลับไปมอง เซี่ยอี๋ก็รู้ว่านั่นเป็นสายตาของใคร เขารู้ว่าตัวเองกำลังแย่แล้ว ลูกพี่ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่นอน
เซี่ยอี๋หวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนแรกที่เขาหันมาเป็นเจ้ามือวงพนัน…
นั่นเป็นตอนที่พวกเขาอยู่ปีหนึ่งในโรงเรียนทหาร เซี่ยอี๋กับพวกฉีหลงกลับไปที่บ้านพักของพวกเขาตามปกติ เมื่อเข้าประตูมาก็เห็นลูกพี่ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นพลาง งใช้อุปกรณ์สื่อสารค้นหาข้อมูล
หลังจากที่พวกฉีหลงทักทายลูกพี่แล้ว ต่างคนต่างก็กลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง เซี่ยอี๋เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จออกมาก็พบว่าพวกฉีหลงยังไม่มา มีเพียงลูกพี่ที ยังคงนั่งอยู่บนโซฟา จดจ่อกับการอ่านข้อมูลบนหน้าเสมือนจริง
เซี่ยอี๋ฉุกใจคิดขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามลูกพี่ ไอพลังของลูกพี่แข็งแกร่งมากเกินไป เขาไม่กล้านั่งข้างๆ อีกฝ่าย
หลังจากที่เซี่ยอี๋นั่งลงแล้ว เขาก็ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยเอ่ยปากถามว่า “ลูกพี่ พรุ่งนี้ เป็นการประลองทักษะต่อสู้มือเปล่าของห้องเรา รายชื่อออกมาแล้ว การประลองที่ได้รับ บความสนใจจากพวกสมาชิกกลุ่มนักเรียนใหม่มากที่สุดคือการประลองระหว่างฉีหลงกับหัวหน้ากลุ่มอู่จย่ง ทุกคนอยากรู้ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน”
หลิงหลานไม่ได้เงยหน้าขึ้น เธอตอบกลับอย่างเรื่อยเปื่อยว่า “บางทีคนอื่นๆ อาจจไม่รู้แน่ชัด แต่คนที่มาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือต้องรู้คำตอบอยู่แล้ว”
เซี่ยอี๋เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ก็ใช่ ทุกคนต่างรู้ว่าฉีหลงเหนือกว่านิดหน่อย เพียงแต่ทุกคนอยากรู้ว่า ฉีหลงจะเอาชนะหัวหน้ากลุ่มอู่จย่งในกระบวนท่าที่เท่าไหร่กันแน่”
“ถ้าทุ่มสุดกำลัง สามารถเอาชนะได้ในห้าสิบกระบวนท่า ถ้าเกิดเก็บงำพลังก็น่าจะต้องใช้ประมาณแปดสิบกระบวนท่า” หลิงหลานเงยหน้าครุ่นคิดสักพักถึงค่อยตอบ
“ลูกพี่บอกฉันได้หรือเปล่าว่ากระบวนท่าที่เท่าไหร่กันแน่?” เซี่ยอี๋ไม่พอใจกับตัวเลขที่มีความยืดหยุ่นของลูกพี่
คำพูดของเซี่ยอีเรียกสายตาเคร่งขรึมจากหลิงหลาน ทำให้เซี่ยอี๋ก้มหน้าลงด้วยความร้อนตัว
หลิงหลานปิดอุปกรณ์สื่อสารแล้วจ้องมองเซี่ยอี๋พลางเอ่ยว่า “บอกความคิดนายมา”
เซี่ยอี๋รู้ว่าลูกพี่หลานมองทะลุความคิดของเขาแล้วก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป ก่อนจะพูดอย่างเปิดเผยว่า “ลูกพี่ ฉันคิดว่างบด้านพลาธิการของทีมหมุนไม่ทันมาตลอด ทุกครั้งที่พวกเราอยาก ซื้อของจำเป็นบางอย่าง หลินจงชิงก็จะคิดทบทวนซ้ำๆ วางแผนคำนวณอย่างละเอียด ดังนั้น ฉันเลยคิดวิธีเพิ่มงบด้านพลาธิการให้กับทีมได้นิดหน่อย”
“ช่วงฝึกฝนทักษะต่อสู้มือเปล่าในตอนนี้อาจจะมีการประลองบ้าง ทุกคนก็ดูเบื่อๆ และจะวางเดิมพันอะไรนิดๆ หน่อยๆ เป็นการส่วนตัว ฉันเลยคิดจะใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้…” เซี่ยอี๋มองห ลิงหลานอย่างระมัดระวังแวบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าหลิงหลานไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเลย เขาก็ใจเย็นลงทันที
นิ้วมือข้างขวาของหลิงหลานเคาะพนักแขนช้าๆ เธอหลุบตาลงเริ่มใคร่ครวญว่าจะเป็นไปได้หรือไม่
เซี่ยอี๋เห็นแบบนั้นก็ตัดสินใจแน่วแน่ บอกสิ่งที่เขาคิดออกมาทั้งหมด และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากลูกพี่ตน “ลูกพี่ ฉันไม่ได้ตั้งวงสุ่มสี่สุ่มห้านะ ถ้าเกิดเป็นคู่ต่อสู้ที่ ไม่รู้จักเป็นอย่างดี ฉันก็ไม่เปิด ถ้าเปิดก็ต้องเปิดแค่คนที่ฉันรู้จักดีเท่านั้น และฉันตั้งใจว่าจะใช้หน่วยรบของเราเป็นหลักด้วย”
“การพนัน ของสิ่งนี้ฉันไม่เห็นว่าดีเลย มันมีปัจจัยที่ไม่มั่นคงมากเกินไป ถ้าไม่ถึงตอนจบ นายจะไม่มีวันแน่ใจได้เลยว่านายจะชนะหรือแพ้” หลิงหลานลืมตาขึ้นมาก่อนจะรัศมีเย็นเยียบฉ ฉายขึ้นมาแวบหนึ่ง ทำให้ความกล้าของเซี่ยอี๋ที่เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาหายไปทันที
“นอกเสียจากนายสามารถรับประกันได้ว่านายจะชนะแน่นอน!” สายตาคมกริบของหลิงหลานจ้องเขม็งไปที่เซี่ยอี๋
เซี่ยอี๋เผยสีหน้าขวนขวายกระตือรือร้นออกมา ก็เหมือนกับที่หลิงหลานพูดไว้ จะรับประกันว่าได้รับชนะแน่นอนในการพนันได้ที่ไหน แต่เซี่ยอี๋ก็รู้เหมือนกันว่า ถ้าเขาไม่สามารถรับประ ะกันได้ ลูกพี่ย่อมไม่มีทางเห็นด้วยที่เขาจะทำเรื่องนี้
แต่เซี่ยอีไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ไปจริงๆ ในฐานะเขาเป็นลูกทีมที่เข้าร่วมหลังสุดในหมู่ลูกทีมของหน่วยรบในตอนนี้ ถึงแม้พวกฉีหลงบอกชัดเจนแล้วว่า ลูกพี่หลานยอมรับเขาแล้ว แต่ เขาไม่ได้รับคำตอบจากปากของหลิงหลาน เซี่ยอี๋ก็เลยรู้สึกว่ายังไม่มั่นคง เขาเลยรีบร้อนหวังว่าจะได้แสดงความสามารถออกมาสักหน่อยเพื่อที่จะได้สร้างผลงานช่วยเหลือทีม
ดังนั้นเมื่อเซี่ยอี๋พบว่าเขามีวิธีช่วยทีมแก้ปัญหาเรื่องแรงกดดันทางการเงินด้านพลาธิการ เซี่ยอี๋ก็ฮึกเหิมขึ้นมา เขาไม่อยากยอมแพ้จริงๆ เซี่ยอี๋ที่ตัดสินใจแล้วก็พยักหน้าลงทัน นทีและรับปากว่า “ใช่แล้ว ฉันประกันว่าฉันจะชนะ”
“ถ้าเกิดนายแพ้ขึ้นมาล่ะ?” หลิงหลานไม่ปล่อยเซี่ยอี๋ไปแค่นี้
เซี่ยอี๋กัดฟันทีหนึ่งแล้วตอบว่า “ฉันยินดีรับการลงโทษจากลูกพี่”
———————
[1] หมายถึง เพิ่มประสิทธิภาพอาวุธและอุปกรณ์อย่างมหาศาล