I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 563 ระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสี!
ทั้งสองคนหันหน้ามองไปทางหน้าจอใหญ่ ต้นไม้สูงเสียดฟ้าขนาดมหึมานับไม่ถ้วนปรากฏเข้ามาในสายตา นี่เป็นแผนที่ป่าที่ต่อสู้ยากมากที่สุกในการประลองหุ่นรบชั้นยอด
“แผนที่เหมาะแก่การลอบโจมตีและถูกลอบโจมตีที่สุด” ถังอวี้เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก “โชคของหลิงเทียนไม่เลวเลยจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะเจอแผนที่ที่เหมาะกับพวกเขามากที่สุด”
ผู้อำนวยการสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาทันที “หมายความว่าไง?”
“ถึงแม้ทีมหลิงเทียนมีหลายคนที่เลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษได้ไม่นาน แต่เมื่อเทียบกับผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษมากประสบการณ์ของเหลยถิงแล้ว การควบคุมของพวกเขายังไม่คล่องแคล่วนิดหน่อย แต่ว่าเวลาเจ้าหนูหลิงหลานไม่มีงานก็จะชอบทรมานพวกเขา เห็นชัดๆ ว่ามีความสามารถบดขยี้กันซึ่งๆ หน้า แต่เขาก็ชอบลอบฆ่าในรูปแบบต่างๆ” ถังอวี้นึก ถึงตอนที่เขาอยูข้างสนามชมการประลองหนึ่งต่อคนนับไม่ถ้วน ก่อนจะอดหลุดขำขึ้นมาไม่ได้
แน่นอนว่าทุกคนต่างคิดว่าหลิงหลานแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ทรงอำนาจจะเลือกสังหารซึ่งๆ หน้า ดังนั้นทุกคนเลยเกาะกลุ่มกัน เตรียมตัวปะทะกับหลิงหลานร่วมกัน ไม่นึกเลยว่าหลิงหลานกลับไม่เหมือนกับที่ทุกคนคิดไว้ เขากลับซ่อนตัวแล้วใช่วิธีการต่างๆ ที่เหนือความคาดหมายลอบสังหารพวกเขาในตอนที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว หลิงหลานโผล่มาเรื่อยๆ วิธีการลอบสังหารที่ไม่คาดฝันก็แทบจะทำให้ทุกคนเป็นบ้าแล้ว…ผลสุดท้าย แน่นอนว่าหลิงหลานชนะอย่างสบายๆ ส่วนพวกยอดฝีมือของหลิงเทียนที่ต่อสู้กับหลิงหลานแต่ละคนก็คลานออกมาจากในห้องคนขับด้วยใบหน้าซีดเผือด ผ่านไปครึ่งวันก็ยังไม่ฟื้นตัวกลับมา
ถังอวี้ยังรู้อีกว่า การต่อสู้ที่คล้ายคลึงกับแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว หน่วยรบหลิงเทียนโดนหลิงหลานทรมานจนชินแล้ว เมื่ออยู่ในแผนที่คุ้นชินแบบนี้ ต่อให้เหลยถิงอยากดักซุ่มลอบสังหาร เกรงว่าคงเป็นเรื่องยากมากเหมือนกัน กอปรกับสมาชิกทีมหลิงเทียนได้เรียนรู้เทคนิคจากหลิงหลานมาบ้าง แต่ละคนล้วนมีทักษะพิเศษในการลอบสังหารที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่หลายท่า…ถังอวี้คิดว่าคนที่น่าเวทนามีแค่เหลยถิงเท่านั้น ไม่ใช่หลิงเทียน
แววตาของผู้อำนวยการส่องประกาย “ดูท่าแบบนี้ก็เป็นเหมือนที่นายว่าไว้ แผนที่นี้เอื้อประโยชน์ต่อหลิงเทียนมาก ฉันตั้งตารอดูความสามารถของเด็กพวกนี้จริงๆ” เป็นเพราะหลิงหลาน ผู้อำนวยการกับถังอวี้ถึงได้เอนเอียงไปทางหลิงเทียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหลยถิงที่น่าสงสารถูกพวกเขาทอดทิ้งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เวลานี้เอง ภายในแผนที่ป่าแห่งนี้ หุ่นรบของทั้งสองทีมที่ทำการประลองในครั้งนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นในสถานที่ต่างๆ หลังจากที่พวกเขาเข้าสู่แผนที่แล้ว ก็โดนส่งไปตามจุดต่างๆ และหุ่นรบทั้งหมด นอกจากด้านหน้ามีชื่อของหน่วยรบทั้งสองฝ่ายแล้ว ด้านหลังก็เป็นหมายเลข
อยากรู้ว่านั่นเป็นใครจากบนหมายเลข นอกจากผู้ชมที่สามารถตรวจสอบได้แล้ว คู่ต่อสู้ในแผนที่ไม่มีทางรู้ได้เลย ทุกคนต้องอาศัยความสามารถรวมถึงวิธีการต่อสู้ของอีกฝ่ายมาคาดเดาว่าเป็นใคร นี่เป็นการทดสอบความสามารถในการปรับตัวของพวกนักเรียน รวมถึงทดสอบดูว่าได้เตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลคู่ต่อสู้มาอย่างเต็มที่หรือเปล่า
“ครั้งนี้หัวหน้าทีมหลิงเทียนคือหลิงหลาน หัวหน้ากลุ่มของพวกเขา ส่วนหัวหน้าทีมของเหลยถิงคือผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ชื่อว่าเถียนเจียจวิ้น นักเรียนดีเด่นชั้นปีห้า น่าเสียดายที่ความเร็วมือของเขาติดอยู่ในขีดจำกัดของระดับพิเศษมาหนึ่งปีเต็มแล้ว ยังหาโอกาสทะลวงขีดจำกัดไม่ได้ ห่างจากไพ่ราชาแค่นิดเดียวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษ” เวลานี้ มีอาจารย์คนหนึ่งในห้อง VIP แนะนำทีมให้กับคนข้างๆ น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเสียใจเล็กน้อย
ถังอวี้รู้จักอาจารย์คนนั้น เขานามสกุลเฉียว มีชื่อว่าอี เป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาเช่นเดียวกัน เป็นคนดูแลนักเรียนปีสองในปีนี้ และเถียนเจียจวิ้นที่เขากล่าวถึงก็เป็นนักเรียนชุดก่อนที่เขาดูแล เป็นลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจ
คนที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเถียนเจียจวิ้นกับเฉียวอี เขาเลยรีบพูดปลอบโยนว่า “นี่เป็นแค่ปัญหาเรื่องเวลาเท่านั้น เขาต้องทะลวงขีดจำกัดเลื่อนขั้นไปถึงไพ่ราชาได้แน่ อีกอย่าง ติดอยู่ในระดับพิเศษนานหน่อย พื้นฐานก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นนะ พอเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาก็สามารถพุ่งทะยานไปได้เร็ว คนมากมายที่เลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับราชันได้สำเร็จก็มักจะติดอยู่ในสถานะผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษนานมากนะ”
เฉียวอีพยักหน้า แววตาเผยรอยยิ้มออกมา ถึงแม้นักเรียนที่เขาดูแลตอนนี้ดูเหมือนจะเทียบเฉียวถิงที่ถังอวี้ดูแลไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคต นักเรียนของเขายังคงสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เฉียวอีคิดถึงตรงนี้ก็อดหันหน้ามองไปที่ถังอวี้ไม่ได้
ถังอวี้พยักหน้าให้เขาอย่างมีมารยาท เฉียวอีก็ยิ้มตอบกลับทีหนึ่ง แล้วทั้งสองคนก็เบนสายตาออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผู้อำนวยการยังคงดูออกถึงการแข่งขันที่ซ่อนไว้ระหว่างพวกเขาทั้งคู่
“ดูเหมือนเฉียวอีอยากชนะนายสักครั้งนะ” ผู้อำนวยการเห็นแบบนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ถังอวี้ถอนหายใจเบาๆ “ความจริงให้เขาชนะสักครั้งก็ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่น่าเสียดาย โชคของเขาแย่ไปหน่อย” ไม่แย่ได้เหรอ? พอเฉียวถิงจากไป เขาก็รับหลิงหลานที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศกว่าเฉียวถิงมาอีก คนที่แม้กระทั่งเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ แล้วจะมีนักเรียนคนไหนเอาชนะเขาได้ล่ะ?
ผู้อำนวยการเอ่ยอย่างเห็นด้วยมากๆ “ใช่ โชคของเขาแย่ไปหน่อยจริงๆ” ไม่อย่างนั้น ทำไมพอถึงปีที่เขาดูแลชั้นเรียน พรสวรรค์ของนักเรียนถึงด้อยกว่าชั้นเรียนที่ถังอวี้ดูแลล่ะ
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่ซ่อนเร้นระหว่างถังอวี้กับเฉียวอีไม่ได้เรียกความสนใจจากคนอื่นๆ เลย เนื่องจากทุกคนโดนภาพในหน้าจอใหญ่ดึงดูดความสนใจไปหมดแล้ว
“เคลื่อนไหวแล้ว!” เมื่อเทียบกับความลังเลอืดอาดของฝ่ายหนึ่งแล้ว หุ่นรบอีกฝ่ายพอเข้ามาในแผนที่ก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่นาน แต่ละคนต่างเคลื่อนไหวขึ้นมา และทีมหุ่นรบที่เคลื่อนไหวก่อนนี้ก็คือหลิงเทียน
“ทิศทางการเคลื่อนไหวของหลิงเทียน หาจุดร่วมกันไม่ได้เลย” มีคนตะโกนขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนมีอุปการณ์ที่สามารถระบุตำแหน่งสมาชิกทีมได้ ซึ่งเรื่องนี้ถูกเปิดเผยตอนที่ประลองกับหน่วยรบเฉียวถิงเมื่อปีก่อน สุดท้ายก็กลายเป็นความลับที่รู้กันทั่ว เดิมทีทุกคนคิดว่าหลิงเทียนจะรวมตัวกันตั้งแต่แรก หรือว่าจะเป็นเหมือนกับปีที่แล้ว หุ่นรบสามตัวที่อยู่ใกล้กันมากที่สุดจับกลุ่มกัน และนี่เป็นจุดที่เหลยถิงกังวลมากที่สุด
“นี่เป็นกลยุทธ์ต่างคนต่างสู้ หลิงเทียนทิ้งการจับกลุ่มต่อสู้แล้ว” อาจารย์ที่มีสายตาเฉียบคมมองเจตนาของหลิงเทียนออกทันที
“ทำไมถึงทิ้งการจับกลุ่มต่อสู้ที่ได้เปรียบกว่าล่ะ?” บรรดาอาจารย์ต่างประหลาดใจ ในสายตาพวกเขา การกระทำของหลิงเทียนดูโง่เขลาอย่างไม่ต้องสงสัย ทิ้งข้อได้เปรียบใหญ่ที่สุดของตัวเอง แล้วใช้ข้อด้อยของตัวเองมาต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม นี่เป็นการรนหาที่ตายแท้ๆ
“โอ๊ะ เหลยถิงก็เคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน” ขณะที่พวกอาจารย์และระดับสูงของโรงเรียนทหารกำลังโกรธและผิดหวังต่อการกระทำของหลิงเทียน ทางด้านเหลยถิงก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
“อ๊า พวกนายดูสิ ทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกทีมเหลยถิง…สามจุดที่อยู่ใกล้กันมากที่สุดมีจุดหมายปลายทางเหมือนกัน” ไม่นาน ทุกคนก็ค้นพบความลับทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกทีมเหลยถิง
“เหลยถิงก็มีอุปกรณ์ระบุตำแหน่งสมาชิกทีมเหมือนกัน ดูท่าหลังจากที่เหลยถิงพลาดท่าเรื่องนี้ไปเมื่อปีก่อน พวกเขาจะแก้ไขจุดอ่อนข้อนี้ของตัวเองแล้วนะ ดูท่า การประลองรอบนี้เหลยถิงเตรียมตัวเต็มที่มาก” อาจารย์หลายคนเริ่มมองอนาคตของเหลยถิงในแง่ดี
“แปลกนะ หุ่นรบของหลิงเทียนที่อยู่ในเขตนี้ล่ะ?” ทุกคนเพิ่งจะโดนเหลยถิงดึงดูดความสนใจ เวลานี้หันหน้ากลับมามองหุ่นรบของหลิงเทียนอีกทีก็พบว่า พวกเขาหาหุ่นรบบางตัวไม่เจอแล้ว
“ตรงนั้นไง พวกเขาซ่อนตัวอยู่” มีคนหันกลับมามองทัน และสังเกตเห็นร่องรอยของหุ่นรบหลิงเทียนได้พอดี เห็นกับตาว่ามีหุ่นรบตัวหนึ่งอยู่ตรงจุดที่ปกคลุมไปด้วยต้นหญ้ากับใบไม้ร่วง และมีภูเขาหินโผล่แซมออกมาไม่กี่จุด จากนั้นมันก็เปลี่ยนสีอย่างเงียบงัน สุดท้ายก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อมรอบด้าน
“ระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสี!” ทุกคนทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ทั้งสองทีมต่างเตรียมตัวกันมาอย่างเต็มที่มาก ไม่เพียงเหลยถิงที่นำเครื่องระบุตำแหน่งสมาชิกทีมซึ่งเป็นอุปกรณ์แสนอัศจรรย์มา หลิงเทียนก็ไม่ด้อยเหมือนกัน มีระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีที่ถูกเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ซ่อนตัวและลอบสังหารขั้นเทพ
ระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีเป็นระบบปลอมแปลงตัวระดับท็อป มีเพียงหุ่นรบระดับพิเศษขึ้นไปถึงจะมีคุณสมบัติติดตั้งได้ สาเหตุที่ถูกผู้ควบคุมหุ่นรบสหพันธรัฐเรียกขานว่าอุปกรณ์ซ่อนตัวและลอบสังหารขั้นเทพ เป็นเพราะว่าพวกเขาสามารถหลอมรวมหุ่นรบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบด้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบกิ้งกว่าเปลี่ยนสีชั้นยอดที่สุดยิ่งสามารถให้ระดับการหลอมรวมหุ่นรบกับสภาพแวดล้อมไปถึงขั้นแนบเนียนไร้รอยต่อ หาตัวจับได้ยาก
และหากต้องการมองทะลุระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสี จำเป็นต้องอาศัยระบบชั้นยอดอีกอัน—ตาเหยี่ยว แต่ว่าระบบตาเหยี่ยวไม่สามารถรับประกันไว้ว่ามองทะลุได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ มีอัตราความเป็นไปได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น นอกจากนั้นก็แทบไม่มีวิธีจัดการได้เลย ต่อให้ใช้เรดาร์ประเภทต่างๆ แสกนก็ไม่สามารถหาอีกฝ่ายเจอ เนื่องจากระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีมีฟังก์ชั่นตบตาเรดาร์ประเภทต่างๆ ด้วย
แน่นอนว่าหุ่นรบระดับพิเศษสามารถติดตั้งได้แค่ระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีระดับต่ำที่สุดเท่านั้น แต่ระบบระดับต่ำสุดแบบนี้ ถ้าเกิดไม่มีระบบตาเหยี่ยวที่มีระดับเท่ากัน ก็เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะอาศัยแค่ตาเปล่ามองทะลุ
เฉียวอีเห็นแบบนี้ก็ขมวดคิ้วทันที “หลิงเทียนได้ของแบบนี้มาได้ยังไง”
ต่อให้ในโลกหุ่นรบ ระบบชั้นยอดแบบนี้ไม่ได้ถูกกองทัพควบคุมปิดผนึกไว้เหมือนในโลกความเป็นจริง ทว่าหากอยากได้มาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น โดยปกติแล้วถ้าโชคดีก็จะได้รับระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีระดับต่ำสุดเมื่อได้สถานะไพ่ราชา แต่เมื่อกี้เขาเห็นว่า หุ่นรบระดับพิเศษของหลิงเทียนเหล่านี้ติดตั้งระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีกันแทบทุกตัว ทำให้เขาเกือบคิดว่าโลกหุ่นรบถูกเปิดโดยตระกูลหลิงเทียน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะมีระบบแสนล้ำค่าเยอะเหมือนกับผักกาด และติดตั้งบนหุ่นรบระดับพิเศษที่ไม่อยู่ในสายตาพวกนี้ตามใจชอบได้ยังไง?
อันที่จริงแล้วความคิดของเฉียวอีเกือบถูกแล้ว มีราชาแห่งโลกเสมือนจริงอย่างเสี่ยวซื่อ โลกหุ่นรบก็เหมือนกับถูกเปิดโดยหลิงหลานจริงๆ แต่หลิงหลานไม่ได้ให้เสี่ยวซื่อเปิดประตูหลังนะ เธอแค่ให้เสี่ยวซื่อหาภารกิจที่สามารถได้รับระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีมาเท่านั้นเอง หลังจากนั้นหลิงหลานก็พาพวกลูกทีมหัวหน้าทีมที่เลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษแล้วผลัดกันเข้าไปทำภารกิจที่โรคจิตและน่าสะพรึงกลัวนี้
เนื่องจากภารกิจนี้เป็นภารกิจเดี่ยว หากต้องการได้รับระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสี ก็ต้องอาศัยความสามารถตัวเองฝ่าด่าน ไม่สามารถใช้ทางลัด ทุกคนแล้วได้แต่จำใจทำเท่านั้น ใช้ความตายครั้งแล้วครั้งเล่ามาสั่งสมประสบการณ์ ฝ่าด่านไปทีละนิด พวกเขารู้ว่าตายไปกี่ครั้งแล้ว เนื่องจากตายไม่เหมือนกันสักแบบ แต่ละคนลิ้มรสชาติการตายในรูปแบบต่างๆ ทุกวัน ตายจนเป็นบ้า ตายจนอ้วก แต่พวกเขาก็เช็ดปากที่แห้งผากและเข้าไปตายในสารพัดรูปแบบต่อ
แต่ไม่ใช่ว่าความอดทนทางด้านจิตใจของทุกคนจะแข็งแกร่งกันหมด จิตใจของคนเกือบครึ่งเริ่มเกิดความปั่นป่วนสับสนเพราะไม่สามารถทนรับความตายบ่อยๆ แบบนี้ได้ พวกเขาแทบแยกแยะโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริงไม่ได้ หลิงหลานที่คอยเฝ้าจับตามองมาตลอดก็ไล่พวกเขาออกไปจากโลกเสมือนจริงโดยไม่ลังเลก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นมารร้ายคลุ้มคลั่ง
โชคดีที่หลี่ซื่ออวี๋วิจัยยารักษาจิตใจออกมาได้สำเร็จ คนเหล่านี้ก็กลับมาเป็นปกติภายใต้การรักษาของยาพวกนี้ ถึงแม้มีคนไม่น้อยยังอยากทำภารกิจต่อ แต่หลิงหลานกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และบอกว่าไม่อนุญาตให้ลองภารกิจนี้อีกหากยังไม่เลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชา ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดปัญหาด้านจิตใจอีกครั้ง จะทำให้เกิดช่องโหว่ในจิตใจได้จริงๆ และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการเลื่อนขั้นหุ่นรบในอนาคตของพวกเขา
พวกหัวหน้าทีมที่ทำภารกิจล้มเหลวต่างเชื่อฟังคำเตือนของหลิงหลาน เนื่องจากพวกเขารู้ว่าลูกพี่ตัวเองไม่มีทางพูดปด เขาพูดแบบนี้ก็แสดงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเขาเป็นคนเฉลียวฉลาด รู้ว่าควรทำอะไร
สุดท้ายสวรรค์ไม่ทำให้คนพยายามผิดหวัง ในที่สุดก็มีเก้าคนที่ฝ่าด่านได้สำเร็จ มีห้าคนจากทีมหลิงหลาน อู่จย่ง หลี่อิงเจี๋ย เยี่ยซวี่รองหัวหน้าทีมอู่จย่ง และเกาจิ้นอวิ๋นหัวหน้าทีมของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน
————————–