I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 565
ผู้อำนวยการผงกศีรษะ เอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าว่า “ตอนนั้นฉันไม่อยู่ในโรงเรียน พอฉันรู้เรื่องแล้วรีบกลับมาก็สายไปแล้ว” เขาเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสลดใจ “หน่วยรบพิเศษเสียงห หลงคือหน่วยรบพิเศษที่นักเรียนทุกคนอยากเข้า แต่ว่าสิบปียากจะส่งเหรียญตราเสียงหลงออกมาสักอัน มันเป็นตัวแทนการยอมรับจากประเทศชาติว่าคุณคือหัวกะทิที่สุดในสาขาวิชาชีพของตัวเอง ง และก็เป็นคนที่โดดเด่นมีศักยภาพแอบแฝงมากที่สุดด้วย และเป็นสิ่งที่นักเรียนทุกคนเฝ้าใฝ่ฝัน มันไม่เพียงเป็นตัวแทนของตำแหน่งเกียรติยศ ขณะเดียวกันก็เป็นหมายความว่าคุณกลายเป็นสมา าชิกหน่วยรบพิเศษเสียงหลงทันทีโดยที่ไม่ต้องผ่านการประเมินทดสอบและการคัดออกที่เข้มงวดเป็นชุด ควรรู้นะว่าอัตราการคัดออกในการประเมินทดสอบของหน่วยรบเสียงหลงสูงถึง 99.9% และคน ที่ได้รับบัตรเชิญรับการทดสอบล้วนเป็นบุคคลชั้นยอดที่สุดในโรงเรียนทหาร คนที่สามารถเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษเสียงหลงได้ล้วนเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ…ถ้าเข้าร่วมสำเร็จ อนาคตก็ ไม่มีขีดจำกัดแล้ว”
ผู้อำนวยการกล่าวถึงตรงนี้ก็ลูบหัวใจตัวเองอย่างควบคุมไม่อยู่พลางกล่าวว่า “โอกาสล้ำค่าขนาดนี้ ไอ้หนูนั่นชื่ออะไรนะ หลี่ซื่ออวี๋ใช่มั้ย เขาทิ้งมันไปเนี่ยนะ พอนึกถึงเรื่อง นี้ทีไร ฉันก็ปวดใจ” เขานึกถึงเหรียญตราเสียงหลงอีกอันเมื่อหลายปีก่อน หลิงเซียว เจ้าหนูนั่นก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ปฏิเสธเอาเองโดยไม่แจ้งฉันเลย”
“ความจริงผมชอบหลี่ซื่ออวี๋มากเลยนะครับ ไม่ทิ้งเพื่อนร่วมทีมในปัจจุบันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า” ถังอวี้กล่าวอย่างชื่นชม ต่อให้เป็นเขา เมื่อเผชิญหน้ากับเหรียญตราเสียงหลงตัวแทน ของเกียรติยศ เผชิญหน้ากับคำเชิญของหน่วยรบพิเศษเสียงหลง เขาก็หวั่นไหวเหมือนกัน แต่หลี่ซื่ออวี๋กลับปฏิเสธตัวแทนที่กองทัพส่งมาตรงนั้นเลยโดยไม่มีความลังเลสักนิดเดียว ถังอวี้ยัง งจำสีหน้าตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อของตัวแทนกองทัพคนนั้นได้อยู่เลย บางทีอีกฝ่ายอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนปฏิเสธพวกเขาด้วย
“เดาว่าต่อไปโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งคงกลายเป็นฝันร้ายของหน่วยรบพิเศษเสียงหรงไปแล้ว” ถังอวี้เอ่ยพลางหัวเราะ สองคนที่ปฏิเสธการเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษเสียงหลงล้วนมาจากโรงเรียน ทหารชายที่หนึ่ง
ผู้อำนวยการได้ยินก็ยิ้มเจื่อนพลางพูดว่า “เกรงว่าต่อไปกองทัพคงไม่เชิญโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมีโอกาสเข้าร่วมการการประเมินทดสอบของหน่วยรบพิเศษเสียงหลงแล้ว”
เจ้าพวกนั้นเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก ไม่ใช่ว่าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่มีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมโดดเด่นหลังจากหลิงเซียว เพียงแต่กองทัพโกรธจนยอมเลือกนักเรียนที่ไม่เลวจากโรงเรียนอื่น และไม่ยอมให้โอกาสนักเรียนโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเข้าประเมินทดสอบ ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมเหนือกว่าอัจฉริยะด้วยกันปรากฏตัวออกมาจนทำให้กองทัพจำเป็นต้องก้มหัวส่งเหร รียญตราเสียงหลงออกมา น่าเสียดายที่คราวนี้ หน้าร้อนๆ ของพวกเขาก็แปะก้นเย็นๆ ของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งอีกครั้ง…พอคิดถึงตรงนี้ ผู้อำนวยการก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดี ต่อไปไม่ว่าโรงเรียน พวกเขาอยากได้บัตรเชิญเข้าร่วมการประเมินทดสอบของหน่วยรบพิเศษเสียงหลงอีกแค่ไหน ก็คาดว่าจะไม่มีหวังแล้ว
“ถึงแม้พลาดโอกาสนี้ไปจะน่าเสียดายมากจริงๆ แต่ผมคิดว่า นักเรียนพวกเราไม่สนใจเรื่องนี้มากนักหรอกครับ” ถังอวี้เอ่ยอย่างมองโลกในแง่ดีมาก
“หมายความว่าไง?” ผู้อำนวยการถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะว่านายพลหลิงเซียวไงครับ ตอนนี้กองทัพที่ยี่สิบสามเป็นสถานที่ที่นักเรียนพวกเราอยากไปมากที่สุด” หน่วยรบพิเศษเสียงหลงก็ดี สมาชิกหน่วยรบด้านในก็เป็นคนเก่งจากสาขาวิชาชีพ ต่างๆ แต่ทุกอย่างนี้เทียบกับนายพลหลิงเซียวที่เป็นจุดสนใจของทุกคนไม่ได้เลย การเติบโตของนายพลหลิงเซียวเป็นเหมือนกับตำนาน เขาสร้างสถิติอันแล้วอันเล่า กดดันหน่วยรบพิเศษ เสียงหลงจนต้องถอยสามนิ้ว นี่ก็เลยทำให้หน่วยรบพิเศษเสียงหลงไม่สามารถกลายเป็นเป้าหมายที่ผู้คนในยุคเขาไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง
“ก็ใช่ ขนาดฉันก็ยังไม่เข้าใจเจ้าหนูหลิงเซียวเลยว่า ตัวตนของเขาเป็นแบบไหนกันแน่” ผู้อำนวยการเห็นด้วยมาก
คำพูดของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการอารมณ์ดีขึ้นมาทันที พออารมณ์ดี ความคิดก็กระจ่างขึ้น สิ่งที่มองข้ามไปเมื่อครู่ เวลานี้ก็จำได้แล้ว เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจว่า “ถังอวี้ เมื่อกี้ นายบอกว่าหลี่ซื่ออวี๋คนนั้นมีหน่วยรบแล้วใช่มั้ย? ฉันจำได้ว่าหลี่ซื่ออวี๋เป็นคนของภาควิชาวิจัยแพทย์ทหารนี่นา พวกเขาเป็นกลาง ไม่เคยเข้าร่วมหน่วยรบไม่ใช่เหรอ?”
ต่อให้เข้าร่วมหน่วยรบเพราะสาเหตุต่างๆ ก็เป็นแค่การเซ็นสัญญาชั่วคราวเท่านั้น หลังจากที่เข้ากองทัพแล้วก็จะแยกย้ายกันไปคนละทาง เขาที่คิดว่าหลี่ซื่ออวี๋เป็นอิสระไม่มีการผูกมัด ดมาตลอดถึงไม่เข้าใจว่า ทำไมหลี่ซื่ออวี๋ถึงต้องปฏิเสธคำเชิญของหน่วยรบพิเศษเสียงหลงด้วย ควรรู้เอาไว้ว่าพอเข้าไปในหน่วยรบพิเศษเสียงหลง หลี่ซื่ออวี๋ก็จะได้รับการอบรมบ่มเพา าะอย่างเต็มกำลังจากประเทศชาติ หนทางกว้างขวางตั้งอยู่ตรงหน้า ขอเพียงไม่ใช่คนที่โง่เง่าขี้เกียจเกินไป อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องกลายเป็นหัวกะทิระดับท็อปด้านการแพทย์ทหารของสหพันธรั ฐอย่างแน่นอน
“ถึงจะพูดแบบนี้ แต่ก็มักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเสมอ หลี่ซื่ออวี๋ก็คือหนึ่งในนั้นครับ ตอนเขาอยู่ปีสี่ก็ได้เข้าร่วมหน่วยรบของหลิงหลาน กลายเป็นหมอของหน่วยรบหลิงหลาน”
คำพูดของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการตกใจจนมึนไปแล้ว ถ้าเกิดหลิงหลานอยู่ที่นี่ เกรงว่าผู้อำนวยการคงจะคว้าไหล่ของเธอแล้วตะคอกใส่อย่างบ้าคลั่งว่า ‘แม่งเอ๊ย หน่วยรบเล็กๆ ของเธอต ต้องใช้นักเรียนดีเด่นของภาควิชาแพทย์ทหารมาเป็นหมอด้วยเรอะ? ไม่รู้หรือไงว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองสุดขีด เป็นความผิดใหญ่หลวง?’
ผู้อำนวยการสูดลมหายใจลึก ทำให้ตัวเองใจเย็นลงในที่สุด เขานวดหน้าผากอย่างจนปัญญา แล้วถอนหายใจกล่าวว่า “นายว่าเจ้าหนูหลิงหลานคนนี้อยากสร้างหน่วยรบเสียงหลงส่วนตัวหรือเปล่า?” ลูกทีมที่รับมาทำให้เขาจ้องตาเป็นมันทั้งนั้นเลย ตอนนี้ก็แย่งเนื้อจากปากเสือ แย่งแพทย์ทหารไพ่ราชาที่หน่วยรบเสียงหลงคาดหวังในอนาคตไปอีก
ถังอวี้ครุ่นคิดอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็ตอบว่า “มีความเป็นไปได้สูงครับ” ดูจากเงื่อนไขของหลิงหลานที่ไม่รับคนที่ไม่ใช่อัจฉริยะหัวกะทิแล้ว มีความเป็นไปได้จริงๆ ว่าจะทำให้เขาสร ร้างทีมที่ไม่ด้อยไปกว่าหน่วยรบพิเศษเสียงหลงที่สหพันธรัฐสร้างขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่ก็เห็นได้ว่าหลิงหลานโชคดีสุดๆ ไม่เช่นนั้นจะมีอัจฉริยะเยอะแยะขนาดนี้อยู่ข้างกายได้อย่างไร ?
ขณะที่ผู้อำนวยการกับถังอวี้พูดคุยกัน หุ่นรบที่เซี่ยอี๋ขับและหุ่นรบตัวหนึ่งของเหลยถิงต่างสังเกตเห็นฝ่ายตรงข้ามแทบจะพร้อมกัน ทำให้ทุกคนตื่นตัวขึ้นมา และจ้องเขม็งไปที่หน้าจอ อใหญ่ หุ่นรบสองตัวเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ…
“เจอหุ่นรบหลิงเทียนหนึ่งตัว หมายเลข: หลิงเทียนหมายเลขหนึ่ง!” หมายเลขหุ่นรบตัวนี้คือเหลยถิงหมายเลขเก้า เมื่อ ทั้งสองฝ่ายมาถึงระยะที่สามารถระบุหมายเลขของฝ่ายตรงข้ามได้ ใน นที่สุดเขาก็หาหุ่นรบที่หัวหน้ามอบหมายให้เขาตามหาเจอก่อนที่จะทำการต่อสู้
“หัวหน้า เจอหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งแล้ว ประเภทหุ่นรบ: หุ่นรบผสม พิกัด: พิกัด xx.xx” ลูกทีมกดปุ่มติดต่อหัวหน้าทีมโดยไม่ลังเล
“รับทราบ พยายามพัวพันเขาไว้” เสียงเย็นชาของหัวหน้าทีมพวกเขาดังมาจากอีกฝั่ง ลูกทีมรับคำสั่งแล้วก็ชักดาบแสงลงมาจากหลังอย่างเฉียบขาด ก่อนจะพุ่งไปหาอีกฝ่าย เขายังจำที่หัวหน้า าทีมเคยพูดไว้ได้ ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามจะขับหุ่นรบผสม แต่ความสามารถระยะไกลร้ายกาจยิ่งกว่า ดังนั้นต้องพยายามเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ แล้วทำการต่อสู้ระยะประชิดกับหัวหน้าท ทีม”
“พวกนายดูสิ ภายในรัศมีหนึ่งร้อยกิโลเมตรรอบๆ หลิงเทียนหมายเลขหนึ่ง หุ่นรบเหลยถิงเข้าไปล้อมกันหมดเลย” หลังจากที่หลิงเทียนหมายเลขหนึ่งถูกเหลยถิงสังเกตเห็น ผู้ชมก็เห็นหุ่น นรบสี่ตัวทยอยกันเข้าไปใกล้ที่นั่น
“ดูท่าเหลยถิงคิดว่าอยากจับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน อยากยิงคนต้องยิงม้าก่อน ก็เลยอยากจัดการหัวหน้าทีมหลิงเทียนก่อน” เป้าหมายของเหลยถิงชัดเจนมาก แต่คนที่รู้ความจริงกลับ บขมวดคิ้วขึ้นมา นี่ถือว่าติดกับของหลิงเทียนไหมนะ?