I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 567 ลอบโจมตี?
ลูกทีมของเหลยถิงคนหนึ่งพ่ายแพ้ออกไปจากสนาม หลังจากที่ทางฝั่งเหลยถิงได้รับข่าวก็ไม่ได้ตื่นตระหนก พวกเขารู้ว่าหลิงหลานเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของหลิงเทียน ลูกทีมของตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย พ่ายแพ้ไปสักคนสองคนก็เป็นเรื่องปกติจริงๆ ก่อนหน้าที่พวกเขาจะเข้ามาในแผนที่ ก็มีการเตือนเอาไว้แล้ว
เวลานี้เอง หุ่นรบของเหลยถิงตัวหนึ่งบินโฉบผ่านภูเขาหินกองหนึ่งอย่างรวดเร็ว และมุ่งไปยังทิศทางที่หลิงเทียนหมายเลขหนึ่งอยู่ เขาไม่รู้เลยว่าบนภูเขาหินนี้ มีหุ่นรบตัวหนึ่งกำลังนอนหมอบอยู่ด้านบน
“ใครห้าวขนาดนี้เนี่ย กล้าข้ามหัวฉันไปเหรอ?” ฉีหลงมองหุ่นรบด้านบนที่บินโฉบตัวนั้นด้วยความโกรธเคือง เขาบังคับปืนลำแสงบนแขนขวาของหุ่นรบให้ล็อกเป้าที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเขาไม่เลือกตรวจสอบข้อมูลของอีกฝ่ายด้วย
“ติ๊ดๆ ข้อมูลที่ได้รับ เครื่องหมาย: เหลยถิงหมายเลยหนึ่ง!” ออปติคัลคอมพิวเตอร์ให้ข้อมูลที่มันค้นหากลับมาอย่างมีความรับผิดชอบมาก
“เหลยถิงหมายเลขหนึ่ง?” ฉีหลงตื่นตัวขึ้นมาทันที ไม่นึกเลยว่านอนคว่ำอย่างเบื่อหน่ายมาเนิ่นนาน รอจนในที่สุดก็ได้ปลาตัวใหญ่แล้ว
“ฉีหลง ปล่อยเขาไป” ในตอนนี้เอง เสียงเย็นชาของหลิงหลานก็ดังมาจากในช่องสื่อสารทีม
“ฮะ? เอ่อ…รับทราบ” ฉีหลงกำลังคิดจะลงมือ พอได้ยินคำพูดของหลิงหลานก็เซ่อซ่าไปทันที อย่างไรก็ตาม ต่อให้ฉีหลงไม่เข้าใจคำสั่งของหลิงหลาน แต่เขาก็ยังคงปฏิบัติตาม เขายกเลิกการล็อกเป้าแล้วเบิกตามองเหลยถิงหมายเลขหนึ่งรอดพ้นไปจากในระยะสายตาของเขา
“ลูกพี่ ฉันอยากสู้กับเหลยถิงหมายเลขหนึ่งสักยกมากเลยนะ” ฉีหลงเอ่ยอย่างเสียใจ ถึงอย่างไรเหลยถิงหมายเลขหนึ่งก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของเหลยถิง ก่อนการประลอง เขาหวังมากๆ ว่าจะได้ต่อสู้กับอีกฝ่ายสักรอบ น่าเสียดาย ลูกพี่มีแผนอื่นเลยไม่ให้โอกาสนี้กับเขาแล้ว
“สู้กับเขา ไม่มีประโยชน์ต่อนายมากนัก แต่ว่าเซี่ยอี๋ กลับต้องการ” หลิงหลานอธิบาย
แววตาของฉีหลงมีความเข้าใจพาดผ่าน “ลูกพี่หมายความว่า ฉวยโอกาสนี้ให้เหลยถิงหมายเลขหนึ่งช่วยพวกเราระเบิดพลังงานด้านมืดที่เซี่ยอี๋สะกดไว้ออกมาใช่มั้ย”
“อื้อ เพราะว่าเป็นคู่ต่อสู้ การป้องกันของเซี่ยอี๋เลยไม่แข็งแกร่งมากนัก ถ้าเขาอยากจะแข็งแกร่งขึ้นหรือว่าความปรารถนาที่อยากจะได้ชัยชนะรุนแรงมากเกินไป ก็เป็นโอกาสของพลังงานด้านมืดนั่นแล้ว” ไม่รู้ว่าเซี่ยอี๋ที่โดนพลังงานด้านมืดควบคุมจะมีสภาพแบบไหน หลิงหลานสนใจอยากรู้มากๆ
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดีเหมือนเหลยถิงหมายเลขหนึ่งที่ถูกคู่ต่อสู้จงใจปล่อยผ่านไป เป้าหมายของหลิงหลานคือเหลยถิงหมายเลขหนึ่งมาตลอด ส่วนคนอื่นๆ หลิงหลานไม่ขัดขวางการกระทำของพวกลูกทีมเลย ดังนั้นเลยเกิดเหตุการณ์ที่เหมือนกันภายในมุมต่างๆ ของแผนที่
เมื่อหุ่นรบของเหลยถิงหลายตัวผ่านหุ่นรบหลิงเทียนที่ติดตั้งระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีและดักซุ่มอยู่ พวกเขาก็พากันเปิดเผยเขี้ยวอันดุร้าย และลงมือใส่คู่ต่อสู้เหล่านี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้เตรียมการป้องกันเลยสักนิดเดียว!
ปัง! เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นจากลำแสงยิงโดนหุ่นรบดังขึ้นมาในป่าทึบที่เงียบสงัด รบกวนรอบด้านทันที หุ่นรบตัวหนึ่งโดนยิงตรงใส่ห้องคนขับก่อนจะถูกไล่ออกจากสนามโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ
น่าเสียดายที่แผนที่ใหญ่มากเกินไป คนที่อยู่ในตำแหน่งอื่นๆ ไม่รู้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทางฝั่งนี้เลย ทุกคนได้แต่มองเพื่อนร่วมทีมตัวเองลดลงไปอีกคนบนหน้าจอหุ่นรบ แต่ไม่รู้เลยว่าเขาโดนกำจัดได้อย่างไร ดังนั้น ลูกทีมของเหลยถิงคนที่สองเลยเดินตามรอยเท้าเพื่อนร่วมทีมของเขา โดนยิงออกจากสนามโดยไม่ทันตั้งตัว
แต่ไม่ใช่ว่าหลิงเทียนจะโชคดีกันทุกคน และก็ไม่ใช่ว่าเหลยถิงจะโชคร้ายกันทุกคน เมื่อหุ่นรบตัวที่สามผ่านตรงจุดดักซุ่มของหลิงเทียนและโดนโจมตีขัดขวาง ลางสังหรณ์ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย และหลีกเลี่ยงจุดสำคัญได้พอดี ปืนนัดนั้นเลยยิงโดนแค่ต้นขาเท่านั้น เขาจึงโชคดีหนีพ้นเภทภัยมาได้
“น่าเสียดายชะมัด!” ลั่วล่างที่ยิงปืนนัดนี้พลาดก็เบ้ปากด้วยความหงุดหงิด ทว่าเขาไม่ได้ขยับเขยื้อน หากแต่อดทนรอคอยโอกาสถัดไป
“ศัตรู! อยู่ที่ไหนกันแน่?” ลูกทีมของเหลยถิงที่หนีรอดภัยมาได้ก็หลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมา เขาเปิดเรดาร์หุ่นรบจนกว้างที่สุด แต่ไม่มีการตอบสนองบนเรดาร์เลยสักนิดเดียว ราวกับว่าปืนนัดเมื่อกี้เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเขาเอง
รอบด้านเงียบเชียบมาก ทว่าความเงียบในเวลานี้กลับทำให้ลูกทีมของเหลยถิงสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างมาก เขาสูดลมหายใจลึก ให้ตัวเองใจเย็นลง หลังจากนั้นก็กดปุ่มติดต่อหัวหน้าทีมโดยไม่ลังเล “หัวหน้า เมื่อกี้ฉันสัมผัสได้ถึงการโจมตีของหลิงเทียน แต่ว่าให้ตายสิ เรดาร์ของฉันหาร่องรอยของคนโจมตีไม่เจอเลย
เถียนเจียจวิ้นได้ยินคำกล่าว สีหน้าก็เปลี่ยนไป สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสี ถึงแม้ระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์ชั้นสูงในโลกหุ่นรบ ยากจะได้มา แต่ว่ายากมากก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถได้มันมา เขาคิดว่าคนของหลิงเทียนมีระบบชุดนี้แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีหุ่นรบกี่ตัวที่ติดตั้งระบบชุดนี้กันแน่
“หวังว่าหุ่นรบของหลิงเทียนจะมีระบบโรคจิตนี่แค่ตัวสองตัวนะ ไม่งั้นการประลองรอบนี้ พวกเราอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแล้ว” เถียนเจียจวิ้นทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
“เปิดใช้เรดาร์พลังงานความร้อนสำรอง ถ้าอีกฝ่ายใช้แหล่งพลังงานลำแสง เรดาร์ก็สามารถหาตัวพวกเขาออกมาได้” เถียนเจียจวิ้นรีบสั่งการลงไป ถึงแม้เขาไม่มีระบบตาเหยี่ยว แต่หุ่นรบระดับพิเศษสามารถติดตั้งระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีระดับต่ำได้เท่านั้น เรดาร์พลังงานความร้อนยังคงหาเบาะแสได้นิดหน่อย เพียงแต่โอกาสนี้จะมาแค่ชั่วพริบตา ก็ต้องดูว่าพวกลูกทีมจะคว้าไว้ได้หรือเปล่า
“อีกอย่าง ระวังโดนอาวุธเย็นของอีกฝ่ายลอบโจมตีนะ” เรดาร์พลังงานความร้อนสามารถสัมผัสได้แค่พลังงานของปืนลำแสงเท่านั้น ถ้าเกิดอีกฝ่ายใช้อาวุธเย็นลอบโจมตี นั้นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
ภายใต้คำเตือนของเถียนเจียจวิ้น พวกลูกทีมของเหลยถิงเริ่มระมัดระวังการลอบโจมตีของหลิงเทียน เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมื่อพวกเขาโดนหลิงเทียนยิงปืนลำแสงลอบโจมตีอีกครั้ง ก็ค้นหาตำแหน่งการเกิดพลังงานความร้อนจากบนเรดาร์ได้ คนที่มีการตอบสนองว่องไวหลบลำแสง ขณะเดียวกันก็พุ่งไปยังตำแหน่งที่เรดาร์พลังงานความร้อนเตือนมา
แน่นอนว่าลูกทีมของเหลยถิงส่วนนี้นับว่าโชคดี เพราะว่านอกจากลำแสงแล้ว มีลูกทีมของหลิงเทียนใช้อาวุธเย็นลอบโจมตีพวกเขาจริงๆ การใช้อาวุธเย็นลอบโจมตีนั้นทำให้คนป้องกันไม่ได้ เหลยถิงสูญเสียลูกทีมไปอีกคนภายใต้วิธีการลอบโจมตีเช่นนี้ สถานการณ์เปลี่ยนเป็นเลวร้ายสำหรับเหลยถิงทันที คนของเหลยถิงลดลงจากสิบสองคนเป็นแปดคนโดยพลัน สูญเสียคนไปเกือบครึ่งแล้ว
แน่นอนว่าหลิงหลานไม่สนใจการต่อสู้ลอบโจมตีมาแล้วโจมตีกลับระหว่างลูกทีมหลิงเทียนกับลูกทีมเหลยถิงมากนัก พูดตามตรง หลิงหลานไม่ได้ใช้ความคิดกับการท้าประลองในครั้งนี้เท่าหนึ่งปีก่อนเลย เหลยถิงไม่มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาที่เก่งกาจอย่างเฉียวถิงแล้ว หลิงหลานเชื่อว่า พวกลูกทีมของเธอไม่มีทางแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ หลิงหลานรู้ดีว่ากลุ่มหุ่นรบสามารถก้าวหน้าในระยะยาวได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหัวหน้ากลุ่มหุ่นรบแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เป็นมีกองกำลังแกนหลักที่เชื่อถือได้ภายในกลุ่มหรือไม่
ดังนั้น ถ้าต้องการพัฒนาหลิงเทียนให้ยิ่งดีขึ้น พวกลูกทีมต้องเติบโตโดยเร็ว กลายเป็นกลุ่มที่ไม่อาจเอาชนะได้ง่ายๆ ในโรงเรียนทหาร เช่นนั้นหลิงเทียนถึงจะสามารถพัฒนาต่อไปได้นานแสนนาน
ในแผนที่ใหญ่ ขณะที่หลิงเทียนล่าเหลยถิง เหลยถิงก็กำลังล่าลูกทีมของหลิงเทียนเช่นกัน หุ่นรบสามตัวที่โดนเปิดเผยนอกจากเซี่ยอี๋ที่ได้รับคำสั่งให้ปลอมตัวเป็นหลิงหลานล่อยิงแล้ว ลูกทีมอีกสองคนได้แต่เปิดเผยตัวตรงหน้าลูกทีมของเหลยถิง เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถทำภารกิจระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีได้สำเร็จ ทำให้ลูกทีมเหลยถิงที่รวมตัวกันแล้วก็เข้าไปล้อมฆ่าพวกเขาอย่างไร้ความปรานี
ถึงแม้ระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีจะเก่งกาจในด้านปิดบังอำพราง แต่เมื่อเปิดเผยร่องรอยออกก็เท่ากับว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์แล้ว หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามหลบการลอบสังหารครั้งแรกของหลิงเทียนพ้นแล้ว เขาก็ไม่มีความได้เปรียบเหมือนอย่างในตอนแรกอีก หากต้องการจะเอาชนะคู่ต่อสู้ มีเพียงอาศัยความสามารถของตัวเองเท่านั้น
ผลลัพธ์จากการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายย่อมมีแพ้มีชนะ ลูกทีมของหลิงเทียนไม่น้อยต่อสู้อย่างดุเดือดกับเหลยถิงแล้ว พวกเขาก็โดนคู่ต่อสู้กำจัดและไล่ออกจากสนาม ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามีไฟสงครามลุกโชน ควันขโมงตลบอบอวลอยู่บนแผนที่ใหญ่ ลูกทีมทั้งสองฝ่ายค่อยๆ ลดลงไป และคนที่สามารถอยู่ถึงตอนสุดท้ายได้ย่อมเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของทั้งสองทีม
ถังอวี้มองไปรอบหนึ่งและพบว่าลูกทีมที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคนในตอนนี้ ไม่มีหลิงหลานอยู่ในนั้นเลย เขาขมวดคิ้ว และสงสัยว่าหลิงหลานไม่อยากลงมือเลยหรือเปล่า เขาเข้าร่วมการประลองรอบนี้แค่เป็นการรับประกันอันสุดท้ายเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าหลิงเทียนจะไม่แพ้?
เนื่องจากการจัดการของหลิงหลาน เถียนเจียจวิ้นเลยขับหุ่นรบมาถึงตำแหน่งที่เซี่ยอี๋อยู่ได้อย่างราบรื่นตลอดทาง
เซี่ยอี๋เห็นว่าเหลยถิงหมายเลขหนึ่งมาแล้ว ก็รู้สึกตื่นเต้นมากทันที เนื่องจากก่อนการประลอง หลิงหลานบอกเขาว่า ภารกิจของเขาก็คือพัวพันหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งไว้ เขาจำเป็นต้องยื้ออีกฝ่ายไว้ จนกว่าพวกลูกทีมจะกวาดล้างลูกทีมคนอื่นๆ ของเหลยถิงได้จนหมด
เป้าหมายของเถียนเจียจวิ้นก็เหมือนกับเซี่ยอี๋ ภารกิจที่เขาได้รับคือยื้อหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งไว้ก่อน ส่วนคนอื่นๆ ก็ปรับตัวตามสถานการณ์
เป้าหมายของทั้งคู่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อปะทะกันก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ และจับอาวุธที่ตัวเองถนัดมาต่อสู้ ทั้งสองต่างขับหุ่นรบผสม การโจมตีระยะไกลและระยะประชิดล้วนไม่เลวเลย เพราะฉะนั้นเมื่อพวกเขาเข้าสู่ขอบเขตการโจมตีระยะไกล ทั้งสองก็ยกปืนลำแสงในมือขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และโจมตีใส่อีกฝ่าย
ถึงอย่างไรเถียนเจียจวิ้นก็ติดอยู่ในระดับผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษมาปีกว่า ขาดแต่จังหวะเท่านั้นก็เลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาได้แล้ว ระดับการควบคุมของเขาย่อมไม่ใช่ระดับเพิ่งเลื่อนขั้นเหมือนอย่างของเซี่ยอี๋ หลังจากที่เซี่ยอี๋ลองหยั่งเชิงดูหลายกระบวนท่า เขาก็เก็บงำอารมณ์ของตัวเองที่ใจร้อนอยากเอาชนะอีกฝ่าย แล้วเริ่มทำการต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังขึ้นมา
เซี่ยอี๋ในเวลานี้ก็คือการแสดงออกของเซี่ยอี๋ในยามปกติ หลิงหลานคอยจับตามองทางฝั่งเซี่ยอี๋มาตลอด พอเห็นเขาแสดงท่าปกติมาก ก็รู้ว่าเถียนเจียจวิ้นยังมอบแรงกดดันให้เซี่ยอี๋ไม่มากพอ
“เหลยถิงหมายเลขหนึ่งเหมือนจะมีความต้องการอยากได้รับชัยชนะไม่มากนะ” หลิงหลานสังเกตเห็นว่าวิธีการต่อสู้ของเถียนเจียจวิ้นดูระมัดระวังรอบคอบ ถึงขนาดเก็บงำอารมณ์บางส่วนไว้ หรือว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายคิดว่าหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งคือเธอ ดังนั้นเลยไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมา
ต้องคิดวิธีบีบเหลยถิงหมายเลขหนึ่งต่อสู้หลังชนฝา!
หลิงหลานครุ่นคิด แล้วก็เชื่อมต่อกับช่องสื่อสารของฉีหลง “ฉีหลง แสร้งทำเป็นสู้ไม่ไหวล่อศัตรูของนายมาที่พิกัด xx xx”
ฉีหลงได้ยินก็รู้ว่าลูกพี่ตนมีแผนการอะไรบางอย่างแล้ว เขาไม่ถามมากความ และตอบว่ารับทราบแล้วทันที
เขาแอบดีใจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเบื่อหน่ายต่อไป ดังนั้นฉีหลงคิดจะต่อสู้กับคู่ต่อสู้สักระยะ เขาเลยซ่อนความสามารถส่วนหนึ่งไว้ และทำการต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างสูสี ถ้าเกิดเมื่อกี้เขาทุ่มสุดแรงตั้งแต่แรก โจมตีกดดันอีกฝ่าย ตอนนี้อยากแสร้งทำเป็นสู้ไม่ไหวก็คงยากแล้ว
ฉีหลงต่อสู้กับอีกฝ่ายหลายกระบวนท่า ก่อนจะแสร้งทำเป็นเรี่ยวแรงประคับประคองต่อไปไหว เก็บอาวุธเย็นของตัวเองกลับมา แล้วหันกายรีบไปไปยังพิกัดที่หลิงหลานบอกมาอย่างสุดชีวิต
พอเห็นว่าตัวเองสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้ ลูกทีมเหลยถิงคนนั้นย่อมไม่มีทางปล่อยไป เขารีบขับหุ่นรบตามฉีหลงไปทันที ฉีหลงเห็นแบบนั้นก็ค่อยวางใจ ก่อนจะสู้ไปพลางหนีไปพลางกับอีกฝายตลอดทาง จนในที่สุดก็มาถึงตำแหน่งนั้นแล้ว
——————————–