I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 570 คนกับหุ่นรบประสานกันเป็นหนึ่ง!
หลิงหลานที่จับตามองเซี่ยอี๋มาตลอดสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายสายหนึ่งพลันปะทุขึ้น และมาอย่างแข็งแกร่งดุดัน เธอก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เดิมทีเธอคิดว่าพอพลังงานด้านมืดระเบิด พลังงานด้านสว่างก็จะสะกดมันเอาไว้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า พลังงานด้านสว่างไม่ได้ขัดขวางไว้เลย ราวกับว่าระหว่างพวกเขามีข้อตกลงก็ไม่ปาน หลิงหลานไม่สามารถแน่ใจได้ชั่วขณะว่านี่เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
สีหน้าของเซี่ยอี๋เปลี่ยนจากร่าเริงแจ่มใสแต่เดิมมาเป็นมืดมนชั่วร้ายทันที เขาหรี่ตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา “ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็ได้สัมผัสกลิ่นอายของโลกนี้ด้วยตัวเองสักที สบายชะมัดยาดเลย!”
วินาทีถัดมาแววตาของเขาก็เย็นเยียบหาใดเปรียบ “นายนี่โง่จริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะเชื่อฉันง่ายๆ…” เขาค้นดูความทรงจำของร่างนี้ ก่อนจะเห็นดวงหน้าที่อยู่ส่วนลึกของความทรงจำดวงนั้น “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ต่อไปจะต้องไปหาเวลาคุยกับอีกฝ่ายหน่อยแล้ว จุ๊ๆๆ…” เสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายเย็นชาเล็ดรอดออกมาจากในมุมปากของเซี่ยอี๋
ทันใดนั้น เขาก็ขมวดคิ้ว “หืม? ต่อต้านรุนแรงขนาดนี้เชียว…ดูท่าเจ้านั่นจะเป็นเกล็ดย้อนของนายจริงๆ” แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาอำมหิตมากยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าบางทีเจ้านั่นอาจจะกลายเป็นช่องโหว่ของเขาก็ได้
ในตอนนี้เอง การโจมตีของเถียนเจียจวิ้นมาถึงแล้ว
เซี่ยอี๋จ้องเขม็ง แล้วโบกสะบัดนิ้วมือในพริบตาจนเป็นเงาซ้อนกันราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่งอยู่ในหมอกจางๆ
‘เคร้ง!’ หุ่นรบยกดาบยักษ์ไปกันไว้ ต้านทานการโจมตีของเถียนเจียจวิ้น
“เอ๊ะ?” เถียนเจียจวิ้นรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่แข็งแกร่งทรงพลังส่งมาจากอีกฝ่าย ซึ่งเหนือกว่าเมื่อสักครู่นี้มาก เขาก็ขมวดคิ้วทันที
เห็นชัดว่าอีกฝ่ายเป็นลูกธนูสุดแรงบินแล้ว ทำไมคราวนี้พลังถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าเป็นแค่การระเบิดพลังครั้งสุดท้าย? แววตาของเถียนเจียจวิ้นเผยความระแวดระวังออกมา และก็บังคับหุ่นรบอย่างรอบคอบระมัดระวังขึ้นมาเช่นกัน
“ความเร็วมือไปถึงขั้นสูงสุดของระดับพิเศษแล้ว?” ความเร็วการตอบสนองของหุ่นรบรวมถึงพลังที่แสดงออกมาทำให้หลิงหลานเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มุมปากเผยความครุ่นคิด เธอคิดไม่ถึงเลยว่าพลังงานด้านมืดที่ถูกเซี่ยอี๋สะกดไว้ เมื่อระเบิดออกมาแล้วจะแข็งแกร่งขนาดนี้ นี่มันเหนือความคาดหมายของเธอนิดหน่อย
“จุ๊ๆๆ สวะแบบนี้ นายก็ยังสู้กลับไม่ได้เนี่ยนะ? นายทำให้ตระกูลเซี่ยของฉันขายหน้าจริงๆ” เซี่ยอี๋เอ่ยเยาะหยัน ทว่านิ้วมือกลับไม่ได้หยุดโบกสะบัด
เวลานี้หุ่นรบของเซี่ยอี๋ยกอาวุธเย็นในมือขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปฉับพลัน จากนั้นก็ฟันลงไปอย่างดุดัน “นายดูให้ดี นี่ถึงเป็นความสามารถที่ร่างกายนี้ควรแสดงออกมา และนายไม่คู่ควรให้ควบคุมมันเลย”
‘เคร้ง!’ ดาบยักษ์สองเล่มปะทะกัน ส่งเสียงดังสะเทือนแก้วหูสะท้อนดังก้องทั่วท้องฟ้าผืนนี้
เถียนเจียจวิ้นฝืนรับการโจมตีอย่างรุนแรงของเซี่ยอี๋ในครั้งนี้ ก่อนจะถูกซัดกระเด็นออกไปสิบกว่าเมตรทันที เขาทรงตัวไว้ และมองไปยังหุ่นรบที่อยู่ตรงข้ามตัวนั้นอย่างอึ้งๆ ‘ทำไมจู่ๆ พลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้? จนฉันถึงขนาดต้านเอาไว้ไม่อยู่?’
เถียนเจียจวิ้นยังไม่ทันขบคิดให้เข้าใจ เซี่ยอี๋ก็เขี้ยวไม่ปล่อย บุกโจมตีมาอีกครั้ง
‘เคร้งๆๆ…’ เสียงดาบยักษ์กระทบกันดังเป็นชุด การโจมตีของเซี่ยอี๋ตกลงมาราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำก็ไม่ปาน เถียนเจียจวิ้นที่สูญเสียความได้เปรียบก่อนหน้านี้ได้แต่ต้านรับไว้อย่างยากลำบาก และอดทนรอคอยจังหวะตอบโต้กลับ
“ฮ่าๆๆ สบายชะมัดเลย นายเห็นหรือยัง? คู่ต่อสู้ที่นายต้านไม่อยู่ พออยู่ในมือฉัน ก็ไม่มีค่าให้ควรพูดถึงเลย นายคิดว่า นายยังมีหน้าอะไรมาควบคุมร่างกายนี้อีก ถ้าเข้าใจสถานการณ์ นายก็ควรนอนหลับไปแต่โดยดี” เซี่ยอี๋หัวเราะอบ่างบ้าคลั่ง เขาโดนสะกดไว้มาหลายปีขนาดนี้ ในที่สุดเขาก็ควบคุมร่างกายนี้ได้ และระบายความแค้นออกมา รสชาติอันโอชะนี้ทำให้เขายิ่งไม่อยากสูญเสียอำนาจควบคุมร่างกาย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งถึงแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้?” เวลานี้ การสลับสถานะกันของเซี่ยอี๋กับเถียนเจียจวิ้นได้ดึงดูดความสนใจของพวกอาจารย์แล้ว
“นี่มันเป็นไปไม่ได้ เจียจวิ้นไม่มีทางแพ้คู่ต่อสู้แน่นอน” เฉียวอีอาจารย์ของเถียนเจียจวิ้นทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ ในความคิดเขา บางทีหัวหน้ากลุ่มหลิงเทียนยังเป็นคู่ต่อสู้ของเถียนเจียจวิ้นได้ แต่คนอื่นๆ ไม่มีค่าพอให้เอ่ยถึง ทว่าตอนนี้ลูกทีมของหลิงเทียนที่ไม่เป็นที่รู้จักกลับโจมตีลูกศิษย์ของเขาจนไม่มีแรงโต้กลับ นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกถล่มลงแล้ว
“นายว่า เซี่ยอี๋เก็บงำความสามารถไว้หรือเปล่า?” ผู้อำนวยการเห็นเซี่ยอี๋ระเบิดพลังฉับพลัน ก็เอ่ยถามถังอวี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เรื่องนี้ ผมไม่แน่ใจจริงๆ ครับ” ถังอวี้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มขื่น อย่างที่คิดไว้เลย คนที่คลุกคลีกับหลิงหลานล้วนเป็นคนที่ไม่สามารถใช้สามัญสำนึกมาตัดสิน ทุกคนเป็นปีศาจอัจฉริยะบ้าคลั่งกันทั้งนั้น
สีหน้าของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการเข้าใจ ลูกน้องของเขาไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ดังนั้นเขาเลยได้แต่ข่มกลั้นความสงสัยของตัวเองไว้ แล้วดูต่อไป
ถึงแม้เถียนเจียจวิ้นโดนเซี่ยอี๋กดดันอยู่สักพัก แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นคนที่อยู่ขั้นสูงสุดของระดับพิเศษมาหนึ่งปีกว่า ประสบการณ์ต่อสู้ก็เหลือล้น รากฐานก็แข็งแกร่ง เมื่อเขาปรับตัวกับวิธีการต่อสู้ของเซี่ยอี๋ที่ป่าเถื่อนไร้เหตุผลได้แล้ว สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นมา
เฉียวอีเห็นถึงตรงนี้ก็โล่งใจ ลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจไม่ใช่คนที่โดนเอาชนะได้ง่ายๆ ขนาดนั้นจริงๆ
ฉีหลงสังเกตเห็นทางฝั่งเซี่ยอี๋ระเบิดพลัง สัญชาตญาณสัตว์ป่าทำให้เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบนตัวเซี่ยอี๋เปลี่ยนเป็นพลังงานด้านมืดที่ไม่รู้จักและแฝงไปด้วยความชั่วร้ายแล้ว เขาก็เข้าใจเจตนาที่ลูกพี่วางแผนเหล่านี้ไว้ทันที
พอรู้ว่าเป้าหมายของลูกพี่ตัวเองบรรลุผลแล้ว ดังนั้นเขาก็เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นว่า “ลูกพี่ ลงมือได้หรือยัง?” เขาอดทนมานานขนาดนี้ ควรจะถึงเวลาที่เขาระเบิดพลังแล้วนะ
“อย่าเพิ่งรีบ คงสถานการณ์ไว้” คำตอบของหลิงหลานเหมือนกับน้ำเย็นที่ราดบนหัวฉีหลง ได้! เขายังต้องอดทนต่อไป
หลิงหลานไม่ให้ฉีหลงลงมือแน่นอน เมื่อมีลูกทีมของเหลยถิงคนนี้อยู่ จะต้องกระตุ้นหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งได้เป็นระยะๆ แน่นอน พอรู้ว่าเพื่อนตัวเองตกอยู่ในอันตราย เขาก็อาจจะระเบิดแฝงทั้งหมดออกมาได้เพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม และนี่ก็คือเจตนาที่หลิงหลานให้ลูกทีมของเหลยถิงปรากฏตัวขึ้นที่นี่
เนื่องจากหลิงหลานไม่เพียงอยากให้เถียนเจียจวิ้นบีบพลังงานด้านมืดของเซี่ยอี๋ออกมา เธอยังหวังให้เถียนเจียจวิ้นมอบความสิ้นหวังไร้ทางสู้ให้กับเซี่ยอี๋ด้วย…และนี่ถึงทำให้พลังงานทั้งสองอย่างของเซี่ยอี๋ทำเงื่อนไขประนีประนอมกัน
หลิงหลานคิดมาตลอดว่าการสะกดไว้ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา มีเพียงหลอมรวมกันเท่านั้นถึงจะสามารถแก้ไขวิกฤติได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าการหลอมรวมกันก็มีอันตรายในระดับหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากหลอมรวมกันแล้ว เซี่ยอี๋จะกลายเป็นแบบไหน แต่เพื่ออนาคตของเซี่ยอี๋ หลิงหลานคิดว่าจำเป็นต้องเดิมพัน
เถียนเจียจวิ้นสมกับเป็นอันดับหนึ่งของเหลยถิงหลังจากที่เฉียวถิงไม่อยู่แล้วจริงๆ สถานการณ์ยึดครองความได้เปรียบแต่เดิมของเซี่ยอี๋ถูกอีกฝ่ายค่อยๆ ตีเสมอ ถึงขนาดที่เริ่มยึดครองความได้เปรียบ เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ เมื่อไม่มีพื้นฐานและการสั่งสมประสบการณ์ ความสามารถในการควบคุมที่ระเบิดขึ้นมาก็เป็นเหมือนกับวิมานในอากาศ เป็นภาพมายาไม่มีอยู่จริง
เซี่ยอี๋ที่โดนกดดันอีกครั้ง ในใจผุดความอำมหิตขึ้นมาแวบหนึ่ง ดวงตาสองข้างของเขาแดงฉาน จิตสังหารเอ่อล้นออกมา
“จิตสังหารรุนแรงมาก” หลิงหลานสัมผัสได้ถึงจิตสังหารเข้มข้นที่กระจายออกมาจากตัวเซี่ยอี๋ เธอก็ขมวดคิ้วแน่นอีกครั้ง ‘พลังงานด้านมืดนี้เกิดจากอะไรแน่? ทำไมพลังงานด้านลบถึงรุนแรงขนาดนี้’
“ฉีหลง โจมตีเต็มกำลังเลย” หลิงหลานผุดความคิดขึ้นมาในใจ ทันใดนั้นเธอก็กดปุ่มติดต่อฉีหลง แล้วออกคำสั่งนี้
ฉีหลงดีใจมากที่ลูกพี่มีเมตตาแล้ว ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องอดทนสักที เขาที่รู้สึกอึดอัดจนถึงตอนนี้ก็หยิบดาบยักษ์ขึ้นมาโดยพลัน แล้วพุ่งไปหาคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวัดแกว่งดาบยักษ์ โจมตีอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
การโจมตีของฉีหลงรุนแรงคลุ้มคลั่งมากเหลือเกิน และเหนือกว่าเซี่ยอี๋เสียอีก คู่ต่อสู้ของเขาย่อมต้านรับไม่ไหวอยู่แล้ว เขาอดไม่ไหวตะโกนหาเถียนเจียจวิ้นอย่างหวาดหวั่นว่า “หัวหน้า!”
ภายใต้สถานการณ์ที่สิ้นหวัง ทุกคนล้วนมองหาคนที่ตัวเองเชื่อใจโดยไม่รู้ตัว ลูกทีมของเหลยถิงก็เป็นแบบนี้เช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงตื่นตระหนกของลูกทีม เถียนเจียจวิ้นก็สังเกตเห็นสถานการณ์ของลูกทีมตัวเองทันที ในใจก็รู้สึกเดือดดาล “ระยำเอ๊ย!”
เถียนเจียจวิ้นที่หยิ่งทระนงไม่สามารถมองลูกทีมตัวเองถูกคนอื่นเอาชนะต่อหน้าต่อตาได้ เขาใช้ทักษะระดับพิเศษผ่าลมกรดออกมาโดยไม่ใคร่ครวญเลยสักนิดเดียว และตวัดอาวุธเย็นใส่เซี่ยอี๋อย่างรุนแรง
เถียนเจียจวิ้นคิดว่าการโจมตีสามารถเอาชนะเซี่ยอี๋ได้ แต่ทางฝั่งเซี่ยอี๋ก็ตั้งใจจะสังหารอีกฝ่ายแล้ว เขาใช้ทักษะสูงสุดของระดับพิเศษออกมาแทบกันพร้อมกัน—มหาวินาศ!
เมื่อทักษะต่อสู้ชั้นสูงของระดับพิเศษสองอย่างปรากฏขึ้นมา เกิดเป็นพลังงานรุนแรงสองสายทันที พลังที่แข็งแกร่งพอๆ กันสองสายปะทะกันอย่างดุเดือดจนเกิดเป็นคลื่นอากาศกระแทกทั้งสองคนจนกระเด็นลอยออกไป คลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ส่งผลกระทบถึงพวกฉีหลงเช่นกัน พวกเขาที่ไม่ได้ระวังถูกพลังสายนี้กระแทกจนล้มคว่ำ
“เชี่ย!” ฉีหลงที่โดนคลื่นพลังซัดใส่สัมผัสได้ว่าท่าไม่ดีแล้ว เขาก็หยุดการโจมตีทันที แล้วพยายามทรงตัวหุ่นรบของตัวเองไว้ให้มั่นคง แต่ลูกทีมของเหลยถิงไม่โชคดีขนาดนั้น เขาที่ตอบสนองไม่ทันถูกซัดกระเด็นไปหลายสิบเมตร แต่ลูกทีมคนนั้นก็นับว่าเฉลียวฉลาด เขารีบขับหุ่นรบหนีอย่างรวดเร็วหลังจากที่พลังสายนี้ปะทุขึ้น…
“คิดจะหนีเหรอ ฝันไปเถอะ!” พอเห็นเหยื่อของตัวเองกำลังจะหนีไป ฉีหลงก็โมโหสุดขีด เขารีบขับหุ่นรบไล่ตามไปทันที หลายวินาทีต่อมาหุ่นรบสองตัวก็หายตัวไปแล้ว เหลือเพียงหุ่นรบของเซี่ยอี๋กับเถียนเจียจวิ้นเท่านั้น
หลิงหลานไม่สนใจฉีหลง ตอนนี้ฉีหลงทำภารกิจสำเร็จแล้ว ส่วนฉีหลงจะไล่ตามไปหรือไม่ บางทีไล่ตามไปแล้วจะเอาชนะอีกฝ่ายได้หรือไม่ หลิงหลานไม่สนใจเลย อันที่จริง หลิงหลานเข้าร่วมการประลองหุ่นรบในครั้งนี้ก็เพื่อเซี่ยอี๋
เถียนเจียจวิ้นรู้สึกได้ว่าหน้าอกตัวเองถูกกระแทกจนอยากจะกระอักเลือด แต่เขาไม่สนเรื่องพวกนี้แล้ว เขารีบทรงตัวหุ่นรบของตัวเองทันที และการตัดสินใจของเขาก็ถูกต้อง เพราะว่าเซี่ยอี๋มาถึงแล้ว ตามมาด้วยการโจมตีที่แข็งแกร่งทรงพลัง
‘เคร้ง!’ ดาบยักษ์สองเล่นกระทบกันอีกครั้งจนเกิดเสียงดังลั่น เถียนเจียจวิ้นถอยหลังไปอีกก้าว เทียบกับความร้อนใจในตอนแรกแล้ว เถียนเจียจวิ้นในยามนี้ดูเยือกเย็นมาก เขาที่โดนบีบให้ระเบิดพลังแฝงออกมาทั้งหมดเนื่องจากวิกฤติของเพื่อนได้เข้าสู่ขอบเขตคนกับหุ่นรบประสานกันเป็นหนึ่งแล้ว ตรงหน้าเขามีเพียงคู่ต่อสู้ นั่นก็คือเซี่ยอี๋
‘เคร้ง!’ ปะทะกันอีกครั้ง คราวนี้เซี่ยอี๋ถูกกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว
‘เคร้ง!’ การปะทะกันติดต่อกันทำให้เซี่ยอี๋ถอยแล้วถอยอีก
“เหลยถิงหมายเลขหนึ่งคนนี้มีพรสวรรค์ในการควบคุมที่ยอดเยี่ยมมาก เพิ่มพลังของหุ่นรบขึ้นอีกแล้ว” สภาพผิดแปลกของเถียนเจียจวิ้นดึงดูดความสนใจของพวกอาจารย์
“นี่หรือว่าเป็นขอบเขตคนกับหุ่นรบประสานกันเป็นหนึ่งที่เข้าได้ยากมากที่สุดในการขับหุ่นรบ?” ว่ากันว่าขอบเขตนี้สามารถสังหารศัตรูข้ามระดับได้ ทุกคนเลยมองเฉียวอีด้วยสีหน้าอิจฉา อิจฉาที่เขาสามารถรับลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในการควบคุมหุ่นรบขนาดนี้ นี่ไม่ด้อยกว่าเกียรติยศที่ได้รับจากการเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาตอนปีสี่เลย
“หลิงเทียนหมายเลขหนึ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหลยถิงหมายเลขหนึ่งจริงๆ ดูท่าหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งใกล้จะไม่ไหวแล้ว” พวกอาจารย์ล้วนเป็นคนที่มีประสบการณ์เต็มเปี่ยม มองแวบเดียวก็ดูสถานกาณ์ของเซี่ยอี๋ในตอนนี้ออก