I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 574 ขอบใจนะ!
บุคลิกด้านมืดได้ยินคำพูดเหล่านี้ตะลึงงัน คุณพ่อรู้ว่าสถานที่ปิดผนึกมีรสชาติแบบไหน แต่ว่ามีแค่บุคลิกที่ปิดผนึกเท่านั้นถึงจะรู้ได้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อรู้ได้ยังไงกัน? เซี่ยอี๋ก็อึ้งกับความจริงข้อนี้เช่นกัน ที่แท้ คุณพ่อคิดว่าเขาไม่มีทางเอาชีวิตรอดในดินแดนที่ปิดผนึกได้เลย ดังนั้นถึงได้ตัดสินเสียสละบุคลิกด้านมืด และเลือกเขาแทน
“ลูกกับเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงคือลูกพ่อ พ่อตัดใจทิ้งใครไปไม่ได้ พ่อเห็นแก่ตัวมาก พ่อแค่อยากมอบโลกที่สมบูรณ์ที่สุดให้ลูกพ่อ ไม่ใช่แค่ครึ่งเดียว เพราะงั้น พ่อที่เห็นแก่ตัวคนนี้ได้แต่ทำผิดต่อลูกแล้ว ลูกดีที่สุด อนาคตจะต้องแข็งแกร่งกว่าเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงได้แน่”
“แน่นอนว่าพ่อเก็บเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงไว้ก็เพราะพ่อเชื่อว่าเขาเป็นคนที่ใจดีสดใสร่าเริง พอเขารู้ตัวตนของลูกแล้ว เขาย่อมไม่มีทางกำจัดลูก เขาจะทุ่มเทความคิดหาวิธีการที่ได้ผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้ลูกทำไม่ได้เลย บุคลิกที่เยือกเย็นมีเหตุผลจะเลือกเส้นทางที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองที่สุดเสมอ ไม่มีทางเสี่ยงแน่นอน นี่ก็คือเหตุผลที่พ่อเลือกลูกไม่ได้ วิชาลับในการสะกดของตระกูลเซี่ยมีผลผูกมัดกับบุคลิกด้านมืดรุนแรงเกินไป…”
เซี่ยหลิ่งกล่าวถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือขวาไปลูบหน้าผากของเซี่ยอี๋อย่างอาลัยอาวรณ์ “แต่เซี่ยอี๋ที่ใจดีสดใสร้อนแรงก็เป็นคนที่เกิดมารในใจง่ายที่สุดด้วย ผนึกจะต้องโดนทำลายแน่นอน เวลานั้นพ่อหวังแค่ว่าลูกสามารถวางความแค้นทุกอย่างไว้ที่ตัวพ่อคนนี้ และอยู่ร่วมกับเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงดีๆ พ่อเชื่อว่าเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงจะต้องยอมอยู่แล้ว”
สีหน้าของเซี่ยหลิ่งดูเหมือนหวนคิดถึงและก็มีความโศกเศร้า เขานั่งนิ่งแบบนี้อยู่หลายนาที เมื่อรู้สึกได้ว่าเซี่ยอี๋ร้องไห้อุแว้ๆ เสียงดังอย่างไม่ยอมแพ้ เขาถึงค่อยได้สติกลับมาแล้วรีบอุ้มเซี่ยอี๋ขึ้นมากล่อม…
หลิงหลานยื่นมือขวาออกมาดีดนิ้วฉับพลัน ภาพเบื้องหน้าก็หายไปทันที วินาทีต่อมา พวกเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งในโลกปิดผนึกที่บุคลิกด้านมืดใช้ชีวิตอยู่มาตลอด โลกที่เงียบสงัดมืดมนน่าหดหู่แห่งนั้น
“นี่คือความจริงงั้นเหรอ? เสียสละฉันเพื่อให้เขามีชีวิตรอดต่อไป?” สีหน้าของบุคลิกด้านมืดดูเย็นเยียบ แววตาแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราง ๆ เขารู้สึกว่ามันน่าขำมาก พ่อของเขาถึงกับทอดทิ้งเขาที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อบุคลิกที่แยกออกมา
“อันที่จริง พ่อของนายเข้าใจลูกตัวเองดีจริงๆ นายรอดชีวิตมาได้ ถึงแม้จะเหี้ยมโหดไปหน่อย แต่ก็ยังห่างไกลจากการเป็นปีศาจร้ายบ้าคลั่งมากนัก” หลิงหลานตอบกลับเรียบๆ
“แต่ว่ามีสิทธิ์อะไรให้ฉันต้องทนทรมานหลายปีขนาดนี้เพื่อเขาด้วย” บุคลิกด้านมืดหัวเราะหยัน เขายิ่งแค้นพ่อตัวเอง ยิ่งแค้นเซี่ยอี๋ที่อยู่ตรงหน้า
“พ่อของนายบอกแล้วว่า เพราะความเห็นแก่ตัวของเขา เขาอยากให้พวกนายแข็งแกร่งขึ้น” หลิงหลานอธิบาย
“ถ้าเก็บเขาไว้ ฉันก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้ น่าตลกชะมัด” บุคลิกด้านมืดไม่ยอมรับคำอธิบายนี้เลย
“นายรู้ดีว่านี่คือความจริง” สายตาเย็นชาของหลิงหลานจ้องตรงไปที่บุคลิกด้านมืดโดยไม่มีความปรานีเลยสักนิดเดียว ทำให้บุคลิกด้านมืดหายใจลำบาก พูดไม่ออกทันที
“เมื่อกี้ การร่วมมือของนายกับเซี่ยอี๋พิสูจน์เรื่องนี้แล้ว และพ่อของนายก็น่าจะรู้ดีด้วย” หลิงหลานกล่าวต่อ
เซี่ยอี๋ที่ตั้งใจฟังอยู่ทางด้านข้างแววตาเปล่งประกาย เขาพูดแทรกว่า “ลูกพี่ นายหมายถึงพ่อฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผนึกคลายเหรอ?”
หลิงหลานพยักหน้ากล่าวว่า “ใช่ ฉันเดาว่า ถ้าผนึกของพ่อนายไม่ได้ถูกทำลาย เขาก็ต้องเคยตกลงแลกเปลี่ยนและร่วมมือกับบุคลิกที่ถูกสะกดไว้มาก่อน และก็รู้เรื่องโลกที่โดนผนึกและเรื่องราวหลังจากที่ปลดผนึกแล้วเป็นอย่างดี แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้อีกอย่างคือ เพื่อนสนิทญาติใกล้ชิดของพ่อนาย มีคนเคยเกิดเรื่องทำนองนี้มาก่อน ดังนั้นพ่อนายถึงได้รู้เรื่องนี้”
“การมีบุคลิกครึ่งเดียวอาจจะเลื่อนขั้นได้ราบรื่นและรวดเร็วเพราะว่าไม่มีสิ่งรบกวน แต่ว่าผลจากการกำจัดพรสวรรค์ไปครึ่งหนึ่ง อนาคตของเขาก็จะไม่มีวาสนาขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ พ่อนายรู้เรื่องนี้ดี เขาถึงได้อยากเก็บโอกาสขึ้นไปสู่จุดสูงสุดให้พวกนาย เพราะแบบนี้เขาเลยเลือกแผนที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกนายมากที่สุด ต่อให้โดนผู้อาวุโสของตระกูลเซี่ยเข้าใจผิด เขาก็ไม่สนใจ”
เซี่ยอี๋ได้ยินคำพูดของหลิงหลาน แววตาก็เผยร่องรอยความตระหนักได้ จากนั้นเขาก็ทำหน้าสลดขึ้นมาทันที “ที่แท้เป็นก็แบบนี้นี่เอง เมื่อก่อนฉันไม่ได้สนใจเลย ตอนนี้คิดดูแล้วผู้นำตระกูลไม่ชอบพ่อจริงๆ ภารกิจที่รับมาแต่ละครั้งเป็นภารกิจที่คนอื่นไม่อยากรับทั้งนั้นเลย ใช้เวลานาน ยากลำบากแถมยังอันตรายอีก...”
“นี่เป็นเพราะเขาโง่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ” บุคลิกด้านมืดเอ่ยอย่างคับแค้นใจ ถ้าเลือกเขาแต่แรก พ่อจะอยู่อย่างยากลำบากขนาดนี้ได้ยังไง?
“ห้ามพูดจาแย่ๆ ใส่พ่อนะ” เซี่ยอี๋ตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว เซี่ยอี๋ที่เติบโตขึ้นพร้อมกับความรักทะนุถนอมของพ่อมาโดยตลอดไม่อาจยอมรับตัวเองอีกคนพูดจาดูถูกพ่อได้ เซี่ยอี๋เดือดดาลและพุ่งไปหาบุคลิกด้านมืดโดยพลัน จากนั้นทั้งสองคนก็ต่อสู้ตะลุมบอนกันทันที กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเขตทะเลผืนนี้
หลิงหลานเลิกคิ้ว วินาทีถัดมาก็ออกห่างจากพวกเขาแล้ว
ตอนนี้ทั้งคู่มีความโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ การสู้กันอย่างรุนแรงสักรอบสามารถระบายความโกรธของกันและกันออกมาได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาทั้งสองคน นอกจากนี้หลิงหลานเชื่อเสมอว่า การต่อสู้อย่างพอเหมาะพอควรระหว่างผู้ชายด้วยกันจะทำให้เกิดความรักง่ายมากที่สุด…เอ่อ ไม่สิ เป็นมิตรภาพความผูกพัน ในสายตาของหลิงหลาน บุคลิกทั้งสองของเซี่ยอี๋ล้วนเป็นผู้ชาย ซึ่งสอดคล้องกับกฎข้อนี้
เซี่ยอี๋ต่อสู้กับบุคลิกด้านมืดอยู่นาน ในที่สุดก็สู้จนเหนื่อยหมดแรง สุดท้ายพวกเขาก็หอบแฮกๆ นอนแน่นิ่งอยู่ด้วยกัน
เซี่ยอี๋ใจเย็นลงแล้ว เขามองไปทางบุคลิกด้านมืด ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นเกลียดชังเหมือนเมื่อก่อนอีก จากนั้นเขาก็เอ่ยปากว่า “ขอโทษที! ขอบใจนะ!”
บุคลิกด้านมืดได้ยินคำกล่าวก็อึ้งไป เขารู้ความหมายของหกคำนี้
เซี่ยอี๋กล่าวต่อว่า “พ่อพูดถูก นิสัยของฉันไม่น่าจะอยู่ในโลกนี้ได้แม้แต่วันเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอยู่สิบหกปีเลย” เซี่ยอี๋กล่าวถึงตรงนี้ก็ยิ้มขึ้นมาฉับพลัน “ถ้าเกิดนายเป็นบุคลิกหลัก ฉันอาจจะไม่มีทางฝ่าผนึกออกมาได้ชั่วชีวิต ผลลัพธ์ของฉันในตอนสุดท้าย ถ้าไม่เป็นบ้าก็ต้องหายไป ฉันสู้นายในด้านความอดทนไม่ได้เลย”
เขาเองก็สู้ลั่วล่างไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเกิดเป็นลั่วล่าง ไม่ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนก็สามารถใช้ชีวิตดีๆ ได้ คิดดูสิ ในร่างกายลั่วล่างมีบุคลิกเยอะแยะขนาดนั้น แต่ละบุคลิกก่อกวนลั่วล่างไม่ยอมปล่อย แต่ลั่วล่างยังคงรักษานิสัยเดิมของตัวเองไว้ได้ มองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มเป็นนิตย์ แต่เขามีแค่บุคลิกด้านมืดเท่านั้นก็ทำให้เขางุ่นง่าน ร้อนใจ หวาดหวั่น เกรงกลัว…คิดดูแล้ว นิสัยนี้ของเขาอ่อนแอมากจริงๆ พ่อกังวลได้ไม่ผิดเลยสักนิดเดียว
เซี่ยอี๋รู้สึกซาบซึ้งใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อทำเพื่อเขา เพราะเขาคิดแบบนี้ เขาถึงได้รู้สึกผิดต่อบุคลิกด้านมืด ขณะเดียวกันก็รู้สึกขอบคุณบุคลิกด้านมืดด้วยที่โดนปิดผนึกมาสิบกว่าปี แต่สุดท้ายยังคงข่มกลั้นความแค้นโกรธเกรี้ยวชิงชังไว้ได้ และยอมร่วมมือกับเขา
บุคลิกด้านมืดได้ยินคำกล่าวก็เบ้ปากอย่างดูถูกแล้วกล่าวว่า “รู้ก็ดี”
เขาต่อสู้กับเซี่ยอี๋มาสามปี ดังนั้นเขาเลยรู้ดีเช่นกันว่าอีกฝ่ายมีนิสัยอย่างไร ก็เหมือนกับที่เซี่ยอี๋พูดไว้ เซี่ยอี๋ไม่มีทางอยู่รอดในโลกใบนี้แน่นอน ต่อให้อนาคตผนึกถูกทำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ เซี่ยอี๋ที่เป็นมารร้ายคลุ้มคลั่งจนถึงขนาดดับสิ้นไปแล้วย่อมไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเขา แต่ที่ลูกพี่ของเซี่ยอี๋พูดมาก็ไม่ผิด ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาก็สูญเสียโอกาสขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเช่นกัน
————————