I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 578 พยายามต่อสู้เพื่อฉันเถอะ!
“ลูกพี่ เธอหุนหันเกินไปแล้วนะ” พอเห็นสถานการณ์ของหลิงหลานดีขึ้น เสี่ยวซื่อก็กระโดดออกมาตำหนิทันที
“ฉันเองก็คิดไม่ถึงว่าผลสะท้อนกลับจะแรงขนาดนี้” หลิงหลานเอ่ยด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
“อย่ามาหลอกกันนะ ถ้าเกิดเธอไม่ดึงดันแสดงความทรงจำของเซี่ยอี๋ขึ้นมาอีกครั้ง แรงสะท้อนกลับจะรุนแรงขนาดนี้ได้ยังไง?” แค่อ่านความทรงจำเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ลูกพี่ได้รับบาดเจ็บหรอก ประเด็นสำคัญคือเธออยากแสดงภาพความทรงจำเดิมขึ้นมาอีกครั้ง และเรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนของลูกพี่มาประคับประคองไว้ เดิมทีก็เป็นการควบคุมข้ามระดับแล้ว และยังฝืนแสดงภาพแสดงความทรงจำดั้งเดิมขึ้นมาอีก สุดท้ายลูกพี่ได้รับแรงสะท้อนกลับเท่านี้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
เสี่ยวซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งนึกหวาดกลัว น้ำตาคลอเบ้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยการต่อว่าต่อขาน
แววตาของหลิงหลานไหววูบ กำลังคิดจะเบนออกจากหัวข้อนี้ แต่พอเห็นความหวาดกลัว ความเสียใจและความโศกเศร้าในแววตาของเสี่ยวซื่อ หัวใจก็อ่อนยวบ ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนเป็นเอ่ยขอโทษว่า “ขอโทษที่ทำให้นายเป็นห่วงนะ ต่อไปฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บแล้ว วางใจเถอะ เสี่ยวซื่อ” เธอยื่นมือไปลูบหัวเสี่ยวซื่อ ขณะที่รู้สึกอบอุ่นในใจ
ท่าที่หวาดหวั่นเสียใจของเสี่ยวซื่อทำให้หลิงหลานลอบเตือนตัวเองว่า ต่อไปทำเรื่องอะไรจะต้องเตรียมตัวให้เต็มที่กว่านี้ จะให้คนใกล้ชิดที่เป็นห่วงและรักทะนุถนอมเธอกังวลใจอีกไม่ได้
พอเห็นเสี่ยวซื่อยังไม่หลุดออกมาจากความกังวล หลิงหลานก็รีบเปลี่ยนหัวข้อ “นายว่า การประลองครั้งนี้ หลิงเทียนของพวกเราจะเอาชนะได้หรือเปล่า?”
เมื่อถามคำถามเฉพาะทางแบบนี้ เสี่ยวซื่อก็เก็บความกังวลใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยมทันที ก่อนจะเริ่มวิเคระห์ด้วยความจริงจังว่า “ถึงแม้ลูกพี่ออกจากสนามอย่างเหนือความคาดหมาย แต่เหลยถิงหมายเลขหนึ่งก็ออกจากสนามด้วยเหมือนกัน ส่วนลูกทีมคนอื่นๆ ของเหลยถิง ถ้าอยากเอาชนะฉีหลงภายใต้สถานการณ์ต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งก็แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย นอกเสียจากจู่ๆ ฉีหลงจะทำพลาด”
“ฉันคิดว่าหลิงเทียนของเราไม่มีทางแพ้แน่นอน” เสี่ยวซื่อเชิดหน้าอย่างลำพองใจ หลิงเทียนในปัจจุบันไม่ได้เป็นกลุ่มหุ่นรบนักเรียนใหม่ที่มียอดฝีมือแค่ลูกพี่เพียงคนเดียวเหมือนอย่างในตอนแรกแล้ว มันเติบโตขึ้นมาจนมีผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษกลุ่มหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะเป็นเสาหลักประคับประคองหลิงเทียนได้แล้ว
“ทุกคนเติบโตขึ้นแล้ว และฉันก็ปล่อยวางได้อย่างสบายใจสักที” หลิงหลานลุกขึ้นมาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง จ้องมองทิวทัศน์ที่อยู่ในเขตที่พัก เธออยู่ที่นี่มาสองปีกว่า เฝ้าดูพวกเพื่อนๆ เติบโตขึ้นมาทีละก้าวจนถึงปัจจุบัน มันก็ถึงเวลาที่ควรทำเรื่องที่เธออยากทำแล้ว
คำพูดของหลิงหลานทำให้เสี่ยวซื่อตกตะลึง “ลูกพี่ เธอหมายความว่ายังไง?”
“เก็บตัวฝึกวิชา” หลิงหลานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย อันที่จริงเธอควรกักตนเข้าฌานดีๆ สักครั้งมานานแล้วเพื่อหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้คิดและได้เรียนรู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีเรื่องให้พะว้าพะวงมากเกินไป ต่อให้เก็บตัวฝึกวิชาจิตใจก็ไม่สงบอยู่ดี ดังนั้นเลยเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ส่วนการท้าประลองในครั้งนี้ ถึงจะพูดว่าเป็นจุดเริ่มต้นการรวบรวมกลุ่มอำนาจต่างๆ ในโรงเรียนให้เป็นหนึ่งเดียวของเธอ แต่ไม่สู้บอกว่าเป็นการทดสอบที่เธอให้กับพวกสมาชิกกลุ่มหลิงเทียนว่าเติบโตพอที่ทำให้เธอวางมือได้แล้วหรือเปล่า
นี่ก็คือสาเหตุที่เธอใช้วิชาล่วงล้ำความฝันข้ามระดับช่วยเหลือเซี่ยอี๋แก้ปัญหา หลิงหลานชอบจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยจนแน่ใจว่าไม่มีผิดพลาด ถึงค่อยวางใจทำเรื่องของตัวเองได้ จากการวิเคราะห์ตัวเองของหลิงหลาน ทั้งหมดนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคุณแม่ที่ชอบวิตกกังวล ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้อายุในใจเธอไปถึงช่วงคุณแม่แล้วล่ะ น่าจะแก้ไม่ได้ทั้งชาติแล้ว
คำพูดของหลิงหลานทำให้เสี่ยวซื่อแววตาเปล่งประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี “ลูกพี่ หรือว่าเธอ….”
หลิงหลานพยักหน้าเล็กน้อย “ถึงเวลาแล้ว”
ไม่เพียงถึงเวลาสำหรับเธอ แต่ก็สำหรับเพื่อนๆ ของเธอเหล่านั้นด้วย พวกเขาถึงเวลาเดินออกมาจากเกราะป้องกันของเธอ และต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับกลุ่มอำนาจต่างๆ ไม่ว่าชนะหรือแพ้ล้วนเป็นการกระตุ้นให้พวกเขาเติบโตขึ้น
“แต่ว่าเดี๋ยวลูกพี่ก็รวมโรงเรียนเป็นหนึ่งเดียวได้แล้วนะ เก็บตัวฝึกวิชาตอนนี้ ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา ความพยายามที่ผ่านผาไม่เสียเปล่าเหรอ?” เสี่ยวซื่อตัดใจไม่ลงอยู่บ้าง มอบสถานการณ์ดีๆ ที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากให้พวกฉีหลงแบบนี้ เขาไม่วางใจเอามากๆ
หลิงหลานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วใส่เข้าไป “นายคิดว่าฉันอยากกลายเป็นราชาของโรงเรียนจริงๆ เหรอ?”
เสี่ยวซื่อลูบศีรษะตัวเองที่เจ็บจากการถูกดีด แล้วทำหน้าไม่เข้าใจ
“ถ้าไม่ตั้งเป้าหมายพยายามต่อสู้ให้พวกเขา แล้วพวกเขาจะมีแรงจูงใจให้แข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง? และเป้าหมายการเป็นราชาของโรงเรียนนี้ก็เพียงพอให้พวกเขาพยายามแล้วไม่ว่าเพื่อฉันหรือว่าตัวพวกเขาเอง” หลิงหลานอธิบาย ไม่เช่นนั้นจากนิสัยที่ชอบปิดบังความสามารถอย่างหลิงหลานจะทำเรื่องที่กำเริบเสิบสานวางอำนาจบาตรใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร
“เพราะงั้นก็ให้พวกเขาต่อสู้เพื่อฉัน เพื่อเป้าหมายนี้เถอะ!” หลิงหลานยกมุมปากขึ้นสูง ดวงหน้าดูสว่างไสวขึ้นมา ทำให้เสี่ยวซื่อแทบจะมองอย่างนิ่งอึ้ง…เสี่ยวซื่อปาดมุมปากโดยพลัน ลอบเอ่ยในใจว่า ‘อย่างที่คิดไว้เลย ลูกพี่จะยิ้มไม่ได้เด็ดขาด!’
การต่อสู้ระหว่างหลิงเทียนกับเหลยถิงไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะการออกจากสนามของหลิงหลานกับเถียนเจียจวิ้น หลังจากที่ต่อสู้อย่างดุเดือดมาหลายชั่วโมงท่ามกลางการลอบโจมตีและถูกลอบโจมตี หลิงเทียนก็เอาชนะกลุ่มหุ่นรบเหลยถิงได้ โดยที่ยังเหลือลูกทีมสามคน
นี่หมายถึงการล่มสลายของกลุ่มอำนาจเก่าแก่ที่อยู่ในโรงเรียนมาหลายร้อยปี ตามกฎระเบียบแล้ว กลุ่มหุ่นรบเหลยถิงทั้งกลุ่มจะต้องถูกควบรวมเข้าไปอยู่ในกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน ชื่อ ‘เหลยถิง’ นี้ถูกทิ้งจับฝุ่นใส่เข้าในประวัติศาสตร์ในปีนี้เอง บางทีในอนาคตไม่รู้กี่ปีข้างหน้าอาจจะมีคนของเหลยถิงหน้าใหม่สร้างกลุ่มหุ่นรบเหลยถิงใหม่อีกครั้ง แต่ว่าเวลานั้นกลุ่มหุ่นรบเหลยถิงก็ไม่ใช่กลุ่มหุ่นรบที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกลุ่มนั้นอีกแล้ว เขาต้องเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกับกลุ่มหุ่นรบใหม่ทั้งหมด
หลังจากที่เอาชนะเหลยถิงได้ ทุกคนล้วนคิดว่าไม่อาจหยุดยั้งการรวมโรงเรียนทหารเป็นหนึ่งเดียวของหลิงเทียนได้แล้ว แต่ในตอนนี้เอง หลิงหลานก็ประกาศว่าจะเก็บตัวฝึกวิชา
ข่าวนี้ทำให้เกิดเสียงฮือฮาในหมู่อาจารย์และนักเรียนทั้งโรงเรียน ทุกคนต่างคิดว่าหลิงหลานตัดสินใจพลาดที่สุด ที่เลือกเก็บตัวฝึกวิชาในตอนที่ไม่ควรเก็บตัวฝึกวิชามากที่สุด ทุกคนล้วนรู้ว่าขอเพียงเลื่อนออกไปอีกแค่ไม่กี่เดือน หลิงหลานก็สามารถนำพากลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนกวาดล้างกลุ่มอำนาจทั้งหมดในโรงเรียนทหารได้แล้ว ราชาไร้มงกุฎของโรงเรียนอย่างเขาคนนี้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นราชาอย่างเป็นทางการแล้ว กลายเป็นราชาที่แท้จริงที่ถูกบันทึกเข้าไปในประวัติศาสตร์ของโรงเรียน
ผู้คนไม่น้อยรู้สึกเสียดายที่หลิงหลานตัดสินใจผิดพลาด แต่กลุ่มหุ่นรบจำนวนมากกลับโล่งอก พวกเขาจุดไฟแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง และเตรียมตัวต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายจนถึงที่สุดกับหลิงเทียนที่ไม่มีหลิงหลานนั่งรักษาการณ์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้สงครามปราบปรามเพื่อรวมโรงเรียนทหารเป็นหนึ่งเดียวของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลิงหลานบรรลุเป้าหมายที่เธอต้องการแล้ว
มีเพียงผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือด จ่ายค่าตอบแทนด้วยเลือดและเหงื่อของตนเองจนได้รับชัยชนะมาด้วยความยากลำบากเท่านั้นถึงรู้จักการทะนุถนอม กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนจึงต้องการการฝึกฝนอย่างหนักโดยใช้สองมือของตัวเองช่วงชิงชัยชนะมา
ก็เป็นเหมือนกับที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ หลังจากที่หลิงหลานเก็บตัวฝึกวิชา หลิงเทียนได้ทำการต่อสู้กับกลุ่มหุ่นรบอื่นอีกหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษที่รวมตัวกันมีความขุ่นเคืองใจ ดังนั้นการต่อสู้ทุกครั้งล้วนเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษดั้งเดิมของหลิงเทียน
ถึงแม้จำนวนผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษของหลิงเทียนจะด้อยกว่ากลุ่มอำนาจแปดอันดับแรกแต่เดิมของโรงเรียน แต่วิธีการท้าประลองที่หลิงหลานเลือกในตอนแรกทำให้หลิงเทียนรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเอื้อประโยชน์ต่อพวกเขามากที่สุด เพราะฉะนั้นรูปแบบการท้าประลองที่กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนเลือกจึงเป็นรูปแบบหน่วยรบชั้นยอดสิบสองคนมาโดยตลอด โดยไม่มีข้อยกเว้นเลย นี่จึงทำให้ความคิดของกลุ่มหุ่นรบอื่นที่อยากอาศัยจำนวนคนมาบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามถูกทำลายความคิดไปทันที